กัมพูชารับมอบเรือฟริเกตจากการสนับสนุนด้านการทหารของจีน

สนข.Fresh News รายงานเมื่อ 4 ต.ค.68 อ้างโพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัวของ พล.อ.เตีย บัญ อดีตรอง นรม.และ รมว.กห.กัมพูชา เมื่อ 3 ต.ค.68 ว่า ตนได้ตรวจเยี่ยมกระบวนการติดตั้งและรับมอบเรือฟริเกต ภายใต้โครงการสนับสนุนด้านการทหารจากจีน เมื่อ 20 ก.ย.68 โดยการติดตั้งและการทดสอบทางเทคนิคลุล่วงไปด้วยดี ทั้งนี้ เรือลำดังกล่าวเป็นลำแรกในโครงการฯ ที่กัมพูชาได้รับความช่วยเหลือจากจีน ส่วนเรือลำที่ 2 อยู่ระหว่างการติดตั้ง ซึ่งปัจจุบันมีความคืบหน้าประมาณร้อยละ 50

พรรครัฐบาลญี่ปุ่นมีหัวหน้าพรรคเป็นสตรีคนแรก

นางทาคาอิจิ ซานาเอะ (อายุ 64 ปี/2568) สมาชิกและ ส.ส. พรรคเสรีประชาธิปไตย (Liberal Democratic Party-LDP) ที่มีแนวคิดอนุรักษ์นิยม ได้รับเลือกจากสมาชิกพรรคให้ดำรงตำแหน่งหัวหน้าพรรคคนใหม่เมื่อ 4 ต.ค.68 หลังนายอิชิบะ ชิเกรุ นรม.ญี่ปุ่น และหัวหน้าพรรค LDP คนเก่า ประกาศเมื่อ ก.ย.68 ว่าจะลาออกจากตำแหน่ง นรม.ญี่ปุ่น และต่อมาได้ประกาศลาออกจากตำแหน่งหัวหน้าพรรค LDP ทำให้นางทาคาอิจิเป็นสตรีคนแรกที่ได้รับเลือกให้ดำรงตำแหน่งหัวหน้าพรรค LDP และคาดว่าจะเป็นสตรีคนแรกที่ดำรงตำแหน่ง นรม.ญี่ปุ่น โดยคาดว่าจะมีการเรียกประชุมรัฐสภาสมัยวิสามัญเพื่อลงมติเลือก นรม.คนใหม่ใน 15 ต.ค.68

ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ให้อิสราเอลหยุดยิงทันทีหลังกลุ่มฮะมาสตอบรับแผนสันติภาพ

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ ระบุผ่านบัญชี Truth Social เมื่อ 4 ต.ค.68 เรียกร้องให้อิสราเอลยุติการโจมตีทิ้งระเบิดในกาซาโดยทันที เพื่อนำตัวประกันออกมาอย่างปลอดภัยและรวดเร็ว  สหรัฐฯกำลังหารือกับทุกฝ่ายถึงรายละเอียด  เพื่อให้ได้มาซึ่งข้อสรุปที่จะนำไปสู่สันติภาพในตะวันออกกลาง ไม่ใช่เฉพาะกาซา ท่าทีดังกล่าวมีขึ้น หลังจากกลุ่มฮะมาสออกแถลงการณ์ในวันเดียวกัน ยอมรับข้อเสนอบางประการตามแผน 20 ประการของประธานาธิบดีทรัมป์เพื่อยุติสงคราม

จีนกำหนดข้อเรียกร้อง กสญ.สหรัฐฯ /ฮ่องกง ในการดำเนินกิจการในฮ่องกง

สนข.AP รายงานเมื่อ 3 ต.ค.68 ว่า นาย Cui Jianchun ข้าหลวงใหญ่ กต.จีน ประจำฮ่องกง พบกับนาง Julie Eadeh กสญ.สหรัฐฯ ประจำฮ่องกงคนใหม่ ที่เข้ารับตำแหน่งเมื่อ ส.ค.68 เพื่อแสดงความห่วงกังวลเกี่ยวกับพฤติกรรมของนาง Eaden ที่เชิญผู้สนับสนุนประชาธิปไตยในฮ่องกงเข้าร่วมงานเลี้ยงรับรองการเข้ารับตำแหน่งใหม่ โดยนาย Cui กำหนดข้อเรียกร้อง 4 ประการที่ไม่ควรกระทำ (Four Nos) ได้แก่ ไม่พบปะบุคคลที่ไม่ควรพบ ไม่สมรู้ร่วมคิดกับกลุ่มต่อต้านจีน ไม่ให้ความช่วยเหลือหรือทุนสนับสนุนกิจกรรมที่อาจบ่อนทำลายเสถียรภาพของฮ่องกง และไม่แทรกแซงคดีความมั่นคงแห่งชาติในฮ่องกง   ด้าน กต.สหรัฐฯ ระบุว่า นักการทูตสหรัฐฯ เป็นผู้แทนประเทศและมีหน้าที่ส่งเสริมผลประโยชน์ของสหรัฐฯ ทั่วโลก ซึ่งเป็นแนวปฏิบัติมาตรฐานสำหรับนักการทูตทั่วโลก รวมถึงฮ่องกง

ญี่ปุ่นเตรียมต้อนรับการเดินทางเยือนของประธานาธิบดีสหรัฐฯ

สนข.Japan News รายงานเมื่อ 3 ต.ค.68 อ้างข้อมูลจากแหล่งข่าวรัฐบาลญี่ปุ่น ว่า รัฐบาลญี่ปุ่นอยู่ระหว่างประสานงานกับรัฐบาลสหรัฐฯ เกี่ยวกับการเดินทางเยือนญี่ปุ่นของนายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ซึ่งมีโอกาสเกิดขึ้นในห้วง 27-29 ต.ค.68 โดยคาดว่าการประชุมสุดยอดระหว่าง นรม.ญี่ปุ่น คนใหม่ กับประธานาธิบดีสหรัฐฯ จะย้ำถึงความสำคัญของความเป็นพันธมิตรที่ใกล้ชิดระหว่างสองประเทศ รวมถึงการหารือประเด็นความมั่นคงและเศรษฐกิจ

สหรัฐฯ แบ่งปันข้อมูลข่าวกรองแก่ยูเครนเพื่อสนับสนุนปฏิบัติการโจมตีรัสเซีย

สนข.วอลสตรีทเจอร์นัล รายงานเมื่อ 1 ต.ค.68 ว่า ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ สั่งอนุมัติการแบ่งปันข้อมูลข่าวกรองให้กับยูเครน เพื่อสนับสนุนปฏิบัติการโจมตีโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงาน อาทิ โรงกลั่นน้ำมัน ท่อส่งน้ำมัน และโรงผลิตไฟฟ้า ที่อยู่ลึกเข้าไปในดินแดนของรัสเซียด้วยขีปนาวุธพิสัยไกล ซึ่งจะเป็นการทำลายแหล่งรายได้สำคัญของรัสเซียจากการขายน้ำมันเพื่อใช้สนับสนุนการสู้รบในยูเครน กับทั้งเรียกร้องให้องค์การสนธิสัญญาแอตแลนติกเหนือ (NATO) สนับสนุนด้านข่าวกรองแก่ยูเครนเช่นกัน ทั้งนี้ สหรัฐฯ กำลังพิจารณาขั้นตอนสุดท้ายเกี่ยวกับการส่งระบบขีปนาวุธพิสัยไกลที่ทันสมัยให้กับยูเครน อาทิ ขีปนาวุธร่อน Tomahawk ซึ่งมีพิสัยการยิงไกลถึง 2,500 กม. ครอบคลุมการโจมตีเป้าหมายในกรุงมอสโก

มาเลเซียยังคงอยู่อันดับ Tier 2 ด้านการค้ามนุษย์ของสหรัฐฯ

เว็บไซต์ นสพ.Free Malaysia Today รายงานเมื่อ 2 ต.ค.68 ว่า กต.สหรัฐฯ ออกรายงานสถานการณ์การค้ามนุษย์ ประจำปี 2568 ระบุ มาเลเซียยังคงได้รับการจัดให้อยู่ในอันดับ Tier 2 (เท่ากับปี 2567) ซึ่งหมายถึง รัฐบาลมาเลเซียไม่ได้ปฏิบัติตามมาตรฐานขั้นต่ำอย่างครบถ้วน และมีความพยายามปราบปรามการค้ามนุษย์เพิ่มขึ้น เช่น การสอบสวน ดำเนินคดี และการให้ความช่วยเหลือแก่ผู้เสียหาย สำหรับจุดที่ยังต้องแก้ไข เช่น การประสานงานระหว่างหน่วยงาน การเพิ่มศักยภาพเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง เร่งรัดการดำเนินคดี และให้ช่วยเหลือผู้เสียหายอย่างครอบคลุม

ผู้นำเมียนมาหารือกับหน่วยงานของจีน

พล.อ.อาวุโส มินอองไลง์ รักษาการประธานาธิบดีเมียนมาและประธานคณะกรรมาธิการความมั่นคงและสันติภาพแห่งรัฐ (State Security and Peace Commission-SSPC) เสร็จสิ้นการเยือนคาซัคสถานตามคำเชิญของประธานาธิบดีคาซัคสถาน โดยระหว่างเดินทางกลับ  ได้พบหารือกับนายหู ต้าเผิง สมาชิกคณะกรรมาธิการกลางพรรคคอมมิวนิสต์จีน และเลขาธิการกรรมาธิการด้านกิจการการเมืองและกฎหมาย ประจำคณะกรรมาธิการมณฑลยูนนาน และนายเติ้ง ซีจวิน ผู้แทนพิเศษด้านกิจการเอเชีย ตอ.ต.ของ กต.จีน ณ ห้องรับรองในท่าอากาศยานนานาชาติคุนหมิง มณฑลยูนนาน เมื่อ 29 ก.ย.68  ทั้งสองฝ่ายได้แลกเปลี่ยนมุมมอง  ได้แก่  ความสัมพันธ์ระหว่างกัน  การให้ความช่วยเหลือจากจีนเมื่อประสบกับภัยธรรมชาติ รวมถึงความร่วมมือในการจัดสรรความช่วยเหลือ ความร่วมมืออย่างรอบด้านระหว่างสองประเทศในการสร้างสันติภาพและเสถียรภาพในพื้นที่ชายแดนจีน-เมียนมา ความร่วมมือในการปราบปรามอาชญากรรมข้ามพรมแดน การเร่งรัดการดำเนินโครงการและข้อตกลงภายใต้ระเบียงเศรษฐกิจจีน-เมียนมา (China-Myanmar Economic Corridor-CMEC) และการส่งเสริมการค้าระหว่างเมียนมากับมณฑลยูนนาน

ประธานาธิบดีทรัมป์ยืนยันสหรัฐฯ ให้หลักประกันด้านความมั่นคงกับกาตาร์

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ ลงนามในคำสั่งฝ่ายบริหารเมื่อ 29 ก.ย.68 เพื่อให้สหรัฐฯ ค้ำประกันความมั่นคงให้กับกาตาร์ ที่เป็นพันธมิตรหลักนอกเนโต โดยสหรัฐฯ ระบุว่า การโจมตีด้วยอาวุธใดๆ ต่อดินแดน อธิปไตย หรือโครงสร้างพื้นฐานสำคัญของกาตาร์ เป็นภัยคุกคามต่อสันติภาพและความมั่นคงของสหรัฐฯ  หากเกิดกรณีการโจมตีดังกล่าว สหรัฐฯจะใช้มาตรการตามกฎหมายและเหมาะสม  ซึ่งรวมถึงมาตรการทางการทูต เศรษฐกิจ และการทหาร  เพื่อปกป้องผลประโยชน์ของสหรัฐฯ และกาตาร์  ทั้งนี้ นายเบนจามิน เนทันยาฮู นรม.อิสราเอล ขอโทษ นรม.กาตาร์ทางโทรศัพท์ขณะเยือนสหรัฐฯ เมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมากรณีอิสราเอลปฏิบัติการโจมตีกรุงโดฮา เมื่อ ก.ย.68

อินโดนีเซียเริ่มสอบสวนการนำเข้าขยะอิเล็กทรอนิกส์ผิดกฎหมายจากสหรัฐฯ

สนพ.Straits Times รายงานเมื่อ 30 ก.ย.68 ว่า กระทรวงสิ่งแวดล้อมอินโดนีเซีย ศก.และสนง.พัฒนาเมืองบาตัม ได้เริ่มสอบสวนการนำเข้าขยะอิเล็กทรอนิกส์  อย่างผิดกฎหมายจากสหรัฐฯ หลังตรวจพบตู้คอนเทนเนอร์ต้องสงสัยจำนวน 19 ตู้ บรรจุชิ้นส่วนคอมพิวเตอร์ที่เสียหายแล้ว ที่ท่าเรือ Batu Ampar เมืองบาตัม จังหวัดหมู่เกาะรีเยา ซึ่งอาจเข้าข่ายวัสดุอันตรายและเป็นพิษที่ต้องได้รับการควบคุมและกำจัดเป็นกรณีพิเศษ ทั้งนี้ องค์กรเฝ้าระวังด้านสิ่งแวดล้อมในสหรัฐฯ Basel Action Network (BAN)  แจ้งเตือนทางการอินโดนีเซียถึงการลักลอบขนส่งขยะผิดกฎหมาย ซึ่งนาย Hanif Faisol Nurofiq รมว.สิ่งแวดล้อมอินโดนีเซีย ออกแถลงการณ์ก่อนหน้านี้ว่า การนำเข้าดังกล่าวไม่ผ่านการแจ้งล่วงหน้าระหว่างประเทศผู้ส่งออกและประเทศผู้นำเข้า ซึ่งละเมิดกฎหมายสิ่งแวดล้อมอินโดนีเซีย มีโทษจำคุกตั้งแต่ 5-10 ปี และปรับตั้งแต่ 3-10 พันล้านรูเปียห์ (180,000 – 600,000 ดอลลาร์สหรัฐ) โดยบริษัทรีไซเคิลและนำเข้าส่งออก PT Esun International Utama Indonesia ต้องสงสัยว่ามีส่วนเกี่ยวข้อง