ญี่ปุ่นตรวจพบเรือสำรวจของจีนประกอบกิจกรรมอันน่าสงสัยในเขต EEZ

แถลงการณ์ บก.รักษาชายฝั่งภาค 10 หน่วยยามฝั่งญี่ปุ่น (Japan Coast Guard-JCG) เมื่อ 30 ก.ย.68 ระบุว่า เรือตรวจการณ์ของ JCG ตรวจพบเรือสำรวจของจีนปล่อยวัตถุซึ่งมีลักษณะคล้ายท่อลงในทะเล ห่างจากเกาะอามามิโอชิมะ จ.คาโกชิมะ ไปทาง ตต. เป็นระยะทาง 385 กม. เมื่อ 300700 ก.ย.68 จึงแจ้งให้เรือลำดังกล่าวยุติการสำรวจ ก่อนที่เรือลำดังกล่าวจะเดินเรือออกจากเขตเศรษฐกิจจำเพาะ (Exclusive Economic Zone-EEZ) ของญี่ปุ่น เมื่อ 301325 ก.ย.68 ก่อนหน้านี้ JCG ตรวจพบเรือสำรวจของจีนปล่อยวัตถุซึ่งมีลักษณะคล้ายเส้นลวดหรือสายลงในทะเลที่บริเวณเดียวกันเมื่อ 28 ก.ย.68

แคนาดาขึ้นบัญชีกลุ่ม Bishnoi ของอินเดียว่าเป็นกลุ่มก่อการร้าย

นายแกรี อานันดาซังกาเร รมว.ความมั่นคงสาธารณะแคนาดาแถลงเมื่อ 30 ก.ย.68 ว่าแคนาดาขึ้นบัญชีกลุ่ม Bishnoi ของอินเดียและ เครือข่ายที่เกี่ยวข้องเป็นกลุ่มก่อการร้าย ซึ่งจะทำให้รัฐบาลแคนาดาอายัดเงิน ยานพาหนะและทรัพย์สินของสมาชิกกลุ่มที่อาศัยอยู่ในแคนาดาได้ โดยรัฐบาลแคนาดาระบุว่าสมาชิกกลุ่มดังกล่าวก่อเหตุฆาตกรรม ขู่กรรโชก ค้าอาวุธและยาเสพติดทั้งในอินเดียและต่างประเทศ ซึ่งสร้างบรรยากาศของความหวาดกลัวและการข่มขู่แก่ชาวแคนาดา นอกจากนี้ สมาชิกกลุ่มยังมีความเคลื่อนไหวในชุมชนที่มีชาวต่างชาติจำนวนมากในแคนาดา

ปากีสถานอาจใช้กำลังตอบโต้ อัฟกานิสถาน หากการก่อร้ายพรมแดนไม่สงบ

เว็บไซต์ สนข.The Khaama Press ของอัฟกานิสถาน รายงานเมื่อ 28 ก.ย.68 อ้างถ้อยแถลงของนาย Talal Chaudhry รมว.มท.ปากีสถาน เตือนรัฐบาลตอลิบันของอัฟกานิสถาน ว่า ปากีสถานอาจเลือกใช้กำลังทหารในการตอบโต้กลุ่มก่อการร้าย หากการเจรจาด้านความมั่นคงระหว่างปากีสถานกับอัฟกานิสถานยังไม่สามารถยับยั้งกิจกรรมก่อการร้ายข้ามพรมแดนได้ โดยนาย Chaudhry อ้างว่า ผู้ก่อการร้ายร้อยละ 80 ที่ก่อเหตุในปากีสถานมีต้นทางจากอัฟกานิสถาน พร้อมกล่าวหารัฐบาลตอลิบัน ว่า ให้ที่พักพิงแก่กลุ่ม Tehreek e Taliban Pakistan (TTP) ซึ่งเป็นภัยคุกคามต่อความมั่นคงของปากีสถาน อย่างไรก็ตาม รัฐบาลอัฟกานิสถานปฏิเสธข้อกล่าวหาดังกล่าว พร้อมวิจารณ์นโยบายของปากีสถาน เฉพาะอย่างยิ่งการเนรเทศผู้อพยพและการปิดชายแดน ทั้งนี้ ความตึงเครียดระหว่าง 2 ประเทศได้กระตุ้นให้หลายฝ่ายเรียกร้องให้ปากีสถานและอัฟกานิสถานเปิดการเจรจาอย่างสร้างสรรค์ เพื่อหลีกเลี่ยงความรุนแรงและรักษาเสถียรภาพในภูมิภาค

MRC หารือแนวทางส่งเสริมความร่วมมือด้านการจัดการแม่น้ำโขงกับประเทศคู่เจรจา

การประชุมระหว่างคณะกรรมาธิการแม่น้ำโขง (Mekong River Commission – MRC)  กับประเทศคู่เจรจา ครั้งที่ 29 (Dialogue Partners Meeting) ที่สำนักเลขาธิการ MRC นครหลวงเวียงจันทน์ ลาว มื่อ 29 ก.ย.68 ได้หารือถึงแนวทางการเสริมสร้างความร่วมมือด้านการจัดการและการพัฒนาแม่น้ำโขงอย่างยั่งยืน รวมถึงแลกเปลี่ยนความคิดเห็นและข้อมูล และสำรวจโอกาสในการทำงานร่วมกันในด้านน้ำและทรัพยากรที่เกี่ยวข้อง เพื่อประโยชน์ของประชาชน โดย สมาชิก MRC 4 ประเทศ ได้แก่ กัมพูชา ลาว ไทย เวียดนาม และประเทศคู่เจรจา 2 ประเทศ คือ จีน และเมียนมา เข้าร่วมการประชุม นอกจากนี้ MRC จะจัดการประชุมคณะกรรมการร่วม (MRC Joint Committee) ครั้งที่ 60 ใน 30 ก.ย.68 เพื่อหารือความคืบหน้าของความร่วมมือต่าง ๆ ระหว่างประเทศสมาชิก รวมทั้งกระบวนการแจ้งการปรึกษาหารือล่วงหน้าและข้อตกลงของโครงการเขื่อนสานะคามและพูงอยในลาว…

กระแสการประท้วงในประเทศต่าง ๆ : ความคาดหวังให้เกิดการเปลี่ยนแปลง

โลกกำลังถูกปัญหาถาโถมเข้ามาในแทบทุกด้าน ทั้งการขึ้นภาษีของสหรัฐฯ ที่กดดันให้หลายประเทศต้องเปลี่ยนนโยบายภาครัฐและภาคธุรกิจใหม่ การตอบโต้ทางการค้าระหว่างมหาอำนาจโลกอย่างจีนกับสหรัฐฯ สงครามรัสเซีย-ยูเครน รวมถึงความขัดแย้งในตะวันออกกลาง ที่กำลังพยายามหาทางออก แต่ยังไม่บรรลุผล  สภาพการเมืองระหว่างประเทศและเศรษฐกิจโลกที่กำลังคุกรุ่นนี้เอง เป็นแรงกดให้ประชาชนที่ประสบปัญหาเลี้ยงชีพและคนรุ่นใหม่เริ่มตั้งคำถามว่า หรือแนวทางแบบเดิม ๆ จะไม่ใช่ทางออกอีกต่อไป ?  จึงมาถึงจุดรวมตัวกันออกเดินบนถนน เพื่อสร้างความเปลี่ยนแปลงในประเทศของตัวเอง เหตุการณ์ลักษณะนี้เกิดขึ้นพร้อม ๆ กันในหลายประเทศทั่วโลกอย่างมีนัยสำคัญ การประท้วงในเนปาลเป็นตัวอย่างที่โดดเด่นที่สุดจนทำให้เกิดการเปลี่ยนรัฐบาล ความรุนแรงถึงจุดสูงสุดเมื่อ 8 กันยายน 2568  มีการบุกรุกและเผาทำลายสถานที่หน่วยงานรัฐ เผาที่พักอาศัยกลุ่มชนชั้นนำของรัฐบาลเนปาล การรุมทำร้ายร่างกายเจ้าหน้าที่ และบุคคลที่เกี่ยวข้องกับรัฐบาล หลังการชุมนุมครั้งนี้ มีรายงานผู้เสียชีวิตไม่น้อยกว่า 72 รายและบาดเจ็บมากกว่า 2,000 คน โดยสาเหตุมาจากการที่รัฐบาลระงับการเข้าถึงแพลตฟอร์มออนไลน์ ซึ่งสร้างความไม่พอใจแก่ประชาชน โดยเฉพาะกลุ่ม GEN Z ที่ไม่พอใจรัฐบาลมานานจากปัญหาการทุจริต การใช้ชีวิตหรูหราของรัฐบาลและเครือญาติ ซึ่งทำให้ประชาชนรู้สึกถึงความไม่เท่าเทียมกัน ก่อนหน้านี้ ก็เกิดการประท้วงในอินโดนีเซียที่มาจากความไม่พอใจนโยบายแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจของรัฐบาล เช่น การตัดงบประมาณด้านการศึกษา เพิ่มเงินสวัสดิการของสมาชิกรัฐสภา และการเพิ่มบทบาทของกองทัพทางการเมือง โดยประชาชนส่วนหนึ่งมองว่ารัฐบาลเอื้อประโยชน์นายทุน และไม่ได้มีสวัสดิการสำหรับกลุ่มแรงงานจากรัฐที่เพียงพอ จนกระทั่งกรณีการปราบปรามผู้ชุมนุมของเจ้าหน้าที่รัฐ เมื่อ 29 สิงหาคม 2568…

เมียนมาขยายความร่วมมือด้านพลังงานนิวเคลียร์กับรัสเซีย

พล.อ.อาวุโส มินอองไลง์ รักษาการประธานาธิบดีเมียนมา และประธานคณะกรรมาธิการความมั่นคงและสันติภาพแห่งรัฐ (State Security and Peace Commission-SSPC) เดินทางเยือนกรุงมอสโก รัสเซีย เพื่อเข้าร่วมงาน World Atomic Week Forum 2025 ซึ่งจัดขึ้นระหว่าง 25 – 28 ก.ย.68 โดยผู้นำเมียนมาย้ำบทบาทของพลังงานนิวเคลียร์ในฐานะพลังงานที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและปล่อยคาร์บอนต่ำ ซึ่งสามารถตอบสนองต่อปัญหาการขาดแคลนพลังงานและเอื้อต่อการพัฒนาเศรษฐกิจเมียนมา พร้อมกล่าวถึงการประยุกต์ใช้นิวเคลียร์ในภาคเกษตรและการแพทย์ ระหว่างการเยือนรัสเซียครั้งนี้ กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีเมียนมา และกระทรวงการไฟฟ้าเมียนมา ได้ลงนามความร่วมมือกับบริษัท ROSATOM รัฐวิสาหกิจด้านพลังงานนิวเคลียร์ของรัสเซีย ครอบคลุมการฝึกอบรมทรัพยากรมนุษย์ การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน และการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีนิวเคลียร์เพื่อสันติภาพ และได้พบหารือกับผู้อำนวยการใหญ่บริษัท ROSATOM เกี่ยวกับแผนการสร้างเครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์ขนาดเล็ก (Small Modular Reactor-SMR) ในเมียนมา

ประธานาธิบดีสหรัฐฯ จะร่วมประชุมฉุกเฉินกับ กห.สหรัฐฯ ที่รัฐเวอร์จิเนีย

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ จะเข้าร่วมการประชุม จนท.ระดับสูง กห.สหรัฐฯ วาระฉุกเฉิน ที่ฐานทัพนาวิกโยธินควอนติโก เมืองควอนติโก รัฐเวอร์จิเนีย ใน 30 ก.ย.68 หลังนายปีเตอร์ เฮกเซธ รมว.กห.สหรัฐฯ มีคำสั่งเรียกตัว จนท.ระดับสูง กห.สหรัฐฯ จากทั่วโลก เพื่อเข้าร่วมการประชุมดังกล่าว การประชุมคาดว่าจะเป็นการปรับเปลี่ยนทิศทางและแนวดำเนินนโยบายด้านความมั่นคงของกองทัพสหรัฐฯ ซึ่งจะมุ่งเน้นการเตรียมพร้อมรับมือกับจีนและใช้กำลังทหารรักษาความมั่นคงในประเทศมากขึ้น อย่างไรก็ดี การเรียกประชุมดังกล่าวก่อให้เกิดข้อกังวลเกี่ยวกับความปลอดภัยของ จนท.ที่มารวมตัวกัน ความคุ้มค่าในการใช้จ่ายงบประมาณ เพื่อระดมพลกลับสหรัฐฯ ตลอดจนความเป็นไปได้ที่อาจเกิดการสั่งปลด จนท.ระดับสูง กห.สหรัฐฯ ครั้งใหญ่ ซึ่ง รมว.กห.สหรัฐฯ เคยให้คำมั่นว่าจะลดจำนวนนายทหารชั้นนายพลลงกว่าร้อยละ 20

จีนและเกาหลีเหนือเห็นพ้องต่อต้านลัทธิอำนาจนิยม

นายหวัง อี้ รมว.กต.จีน พบหารือกับนาย Choe Son Hui รมว.กต.เกาหลีเหนือ ที่กรุงปักกิ่ง เมื่อ 28 ก.ย.68 โดยเห็นพ้องในการต่อต้านลัทธิอำนาจนิยม  และเอกภาคีนิยม  ในกิจการระหว่างประเทศ ซึ่งมีนัยหมายถึงสหรัฐฯ นายหวังระบุว่า จีนพร้อมกระชับความร่วมมือกับเกาหลีเหนือในทุกระดับ ต่อต้านอำนาจนิยมทุกรูปแบบ พร้อมปกป้องผลประโยชน์ร่วม ความยุติธรรมและความเป็นธรรมระหว่างประเทศ ขณะที่นาย Choe กล่าวสนับสนุนแนวคิดประชาคมที่มีอนาคตร่วมกันเพื่อมนุษยชาติ และข้อริเริ่มธรรมาภิบาลโลก (Global Governance Initiative-GGI) ของจีน เนื่องจากมีส่วนสำคัญในการส่งเสริมโลกแบบหลายขั้วอำนาจ

รมว.กต.ญี่ปุ่นพบหารือกับ รมว.กต.ไทย

นายอิวายะ ทาเกชิ รมว.กต.ญี่ปุ่น ซึ่งเข้าร่วมการประชุมสมัชชาสหประชาชาติ (United Nations General Assembly-UNGA) ได้พบหารือกับนายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รมว.กต.ไทย เมื่อ 26 ก.ย.68 ที่สหรัฐฯ นายอิวายะยินดีที่นายสีหศักดิ์ ดำรงตำแหน่ง รมว.กต.รวมทั้งเสียใจต่อเหยื่อที่ได้รับผลกระทบจากความขัดแย้งทางทหารกับกัมพูชา พร้อมกับคาดหวังให้ไทยและกัมพูชาปฏิบัติตามข้อตกลงหยุดยิง และมีการเจรจา  และยืนยันว่าญี่ปุ่นจะยังคงส่งเสริมการลดความตึงเครียดของสถานการณ์  อีกทั้งจะกระชับความสัมพันธ์ระหว่างญี่ปุ่นกับไทยให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น รวมถึงความสัมพันธ์ด้านเศรษฐกิจ ภายใต้ความเป็นหุ้นส่วนเชิงยุทธศาสตร์แบบรอบด้าน  และการครบรอบ 140 ปีแห่งการสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างกันในปี 2570  นอกจากนี้ ญี่ปุ่นจะให้การสนับสนุนไทยที่สมัครเข้าเป็นสมาชิกองค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา (Organisation for Economic Co-operation and Development-OECD) และสนับสนุน OECD ในการจัดการประชุมเชิงปฏิบัติการด้านปัญญาประดิษฐ์สำหรับประเทศในภูมิภาคเอเชีย ตอ.ต. ครั้งที่ 2 หลัง OECD ประสบความสำเร็จในการจัดประชุมครั้งแรกที่กรุงเทพฯ

UN ร่วมหารือกับไทยเสริมสร้างความร่วมมือระหว่าง ASEAN กับ UN และการพัฒนาที่ยั่งยืน

นายอันโตนิอู กุแตเรซ เลขาธิการองค์การสหประชาชาติ (United Nations – UN) แถลงเมื่อ 26 ก.ย. 68 ภายหลังการหารือกับ นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รมว.กต.ไทย ว่า UN ยินดีให้ความร่วมมือใกล้ชิดกับไทยในหลายมิติ โดยเฉพาะการพัฒนาที่ยั่งยืน และการรับมือการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ รวมถึงยังร่วมหารือในประเด็นสถานการณ์ระดับภูมิภาค และแนวทางส่งเสริมความร่วมมือระหว่าง ASEAN กับ UN เพื่อเสริมสร้างเสถียรภาพและการพัฒนาร่วมกันในภูมิภาค