ภาคเอกชนสหรัฐฯ ในจีนห่วงกังวลมากขึ้นต่อความสัมพันธ์ระหว่างสองประเทศหลังประธานาธิบดีทรัมป์รับตำแหน่ง

นสพ. South China Morning Post รายงานเมื่อ 23 ม.ค.68 อ้างผลการสำรวจประจำปีของหอการค้าอเมริกันในจีน (American Chamber of Commerce-AMCHAM) ระหว่าง 21 ต.ค.-15 พ.ย.67 ว่า บริษัทของสหรัฐฯ ในจีนร้อยละ 51 ที่เป็นสมาชิก AMCHAM ทั้งหมด 368 บริษัท กังวลเพิ่มขึ้นต่อความสัมพันธ์ระหว่างสหรัฐฯ กับจีนที่จะเสื่อมทรามลงหลังการเข้ารับตำแหน่งของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ จำนวนบริษัทดังกล่าว เป็นอัตราที่สูงที่สุดในรอบ 5 ปี นอกจากนี้ สัดส่วนของบริษัทที่มองว่าจีนไม่ใช่พื้นที่ที่น่าสนใจเข้าไปลงทุนเพิ่มขึ้นจากร้อยละ 10 ในช่วงก่อนการระบาดของ COVID-19 เป็นร้อยละ 21 ขณะที่บริษัทที่มีความคิดจะย้ายฐานการผลิตออกจากจีนเพิ่มขึ้นจากร้อยละ 11 เป็นร้อยละ 17 เหตุผลหลักมาจากความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์ ความกังวลต่อความไม่แน่นอนด้านนโยบาย มาตรการของสหรัฐฯ ที่จะขึ้นภาษีสินค้าส่งออกจากจีน และต้นทุนค่าแรงในจีนสูงขึ้น โดยปลายทางการลงทุนที่ได้รับความสนใจเป็นกลุ่มประเทศกำลังพัฒนาในเอเชีย เช่น อินเดีย เวียดนาม ไทย รวมถึงย้ายกลับสหรัฐฯ

เสนาธิการกองกำลังป้องกันอิสราเอลจะลาออกเพื่อรับผิดชอบต่อเหตุโจมตีจากกลุ่มฮะมาส

พล.ท. Herzi Halevi เสนาธิการ กองกำลังป้องกันอิสราเอล (Israel Defense Forces-IDF) แถลงเมื่อ 21 ม.ค.68 ว่า จะลาออกจากตำแหน่งใน 6 มี.ค.68 เพื่อรับผิดชอบต่อกรณีที่ IDF ไม่สามารถปกป้องประเทศและพลเมืองอิสราเอลจากเหตุโจมตีของกลุ่มฮะมาสเมื่อ 7 ต.ค.66 จนทำให้มีผู้เสียชีวิต บาดเจ็บ และถูกจับเป็นตัวประกันเป็นจำนวนมาก พร้อมให้คำมั่นว่าจะมีการสอบสวนเหตุการณ์ดังกล่าวอย่างจริงจังและโปร่งใสเพื่อนำเสนอต่อ รมว.กห.อิสราเอล และจะเปิดเผยรายละเอียดต่อสาธารณชนเท่าที่เป็นไปได้ นอกจากนี้ จะเสริมสร้างขีดความสามารถทางทหารของกองทัพให้พร้อมรับมือกับภัยคุกคามในอนาคต อย่างไรก็ดี ยังไม่ทราบแน่ชัดว่าอิสราเอลจะแต่งตั้งบุคคลใดเป็นเสนาธิการ IDF คนใหม่ ทั้งนี้ พล.ต. Yaron Finkelman ผบ.กกล.กำลังภาคใต้ (Southern Command) ของอิสราเอล ประกาศว่า จะลาออกเพื่อแสดงความรับผิดชอบต่อเหตุโจมตีของกลุ่มฮะมาสเมื่อ ต.ค.66 เช่นกัน

เมียนมาขอให้ประเทศเพื่อนบ้านร่วมปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติตามแนวชายแดน

สนข. Irrawaddy รายงานเมื่อ 21 ม.ค.68 อ้างแถลงของรัฐบาลเมียนมา เมื่อ 20 ม.ค.68 ว่า รัฐบาลเมียนมาจับกุมและส่งตัวชาวต่างชาติที่เกี่ยวข้องกับอาชญากรรมออนไลน์กลับประเทศได้ 55,711 คน เป็นชาวจีนกว่า 53,000 คน โดยรัฐบาลยอมรับว่า ขาดการควบคุมในพื้นที่แหล่งอาชญากรรมจากความไร้เสถียรภาพในพื้นที่ และมีองค์กรชาติพันธุ์ติดอาวุธ (Ethnic Armed Organisations-EAOs) รวมถึงกองกำลังที่เข้าร่วมลงนามข้อตกลงหยุดยิงทั่วประเทศ (Nationwide Ceasefire Agreement-NCA) เข้ามาเกี่ยวข้องในพื้นที่ พร้อมขอให้ประเทศเพื่อนบ้านมีส่วนร่วมในการปราบปรามการหลอกลวงทางออนไลน์และการพนันออนไลน์ เพราะกลุ่มอาชญากรรมใช้ไฟฟ้าและอินเทอร์เน็ตจากประเทศเพื่อนบ้านในการดำเนินกิจกรรมผิดกฎหมาย ขณะที่รัฐบาลเอกภาพแห่งชาติ (National Unity Government-NUG) สหภาพแห่งชนชาติกะเหรี่ยง (Karen National Union-KNU) ออกแถลงการณ์ร่วมว่า ทหารเมียนมา กองกำลัง BGF และกลุ่มพันธมิตรที่สนับสนุนรัฐบาลเมียนมาเป็นผู้ที่ดูแลรักษาความปลอดภัยให้กลุ่มอาชญากรรมตามแนวชายแดน และเรียกร้องให้ประเทศเพื่อนบ้านอย่างจีน อินเดีย บังกลาเทศ ลาว และไทย ร่วมมือกันสร้างช่องทางการสื่อสารและแลกเปลี่ยนข้อมูลเพื่อต่อสู้กับอาชญากรรมข้ามชาติ โดยทางกลุ่มพร้อมที่จะร่วมมือกับประชาคมระหว่างประเทศต่อสู้กับอาชญากรรมทางออนไลน์

กัมพูชาและจีนจะจัดการฝึกร่วมทางทหารภายใต้รหัส Golden Dragon ประจำปี 2568

สนข. Fresh News อ้างการเปิดเผยของโฆษก กห.กัมพูชา เมื่อ 23 ม.ค.68 ว่า พล.อ.เอ็ด ซารัด รอง ผบ.ทสส.และเสธ.ร่วมกองทัพแห่งชาติกัมพูชา และนายทหารระดับสูงกัมพูชา พบหารือกับผู้แทนกองทัพปลดปล่อยประชาชนจีน (People’s Liberation Army-PLA) ซึ่งเยือนกัมพูชาเมื่อ 19 ม.ค.68 เพื่อทบทวนและหารือเกี่ยวกับการจัดฝึกร่วมทหารระหว่างกัมพูชากับจีน ภายใต้รหัส Golden Dragon ประจำปี 2568 โดยทั้งสองฝ่ายจะยังคงจัดฝึกร่วมทางทหารทั้งทางบกและทางทะเล มุ่งเน้นปฏิบัติการต่อต้านการก่อการร้ายและความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรม แต่จะมีรูปแบบ กำลังพล และเครื่องมือทันสมัยมากกว่าการฝึกร่วมครั้งที่ผ่านมา ทั้งนี้ กัมพูชาและจีนจัดการฝึกร่วมทางทหาร ภายใต้รหัส Golden Dragon แล้ว 6 ครั้ง ครั้งล่าสุดที่ จ.พระสีหนุ และ จ.กัมปงชนัง ระหว่าง 16-30 พ.ค.67

กัมพูชาและญี่ปุ่นลงนามความร่วมมือว่าด้วยญี่ปุ่นจะให้เงินช่วยเหลือกัมพูชา

กต.กัมพูชา เผยแพร่ข่าวสารนิเทศเมื่อ 23 ม.ค.68 ว่า ในวันเดียวกัน นายปร๊ะ สุคน รอง นรม.และ รมว.กต.กัมพูชา กับนาย Ueno Atsushi ออท.ญี่ปุ่นประจำกัมพูชา ลงนามหนังสือแลกเปลี่ยนว่าด้วยรัฐบาลญี่ปุ่นจะให้เงินช่วยเหลือจำนวน 750 ล้านเยน (ประมาณ 5.4 ล้านดอลลาร์สหรัฐ) เพื่อใช้ปรับปรุงการประมวลผลของ กกต.กัมพูชา ด้วยการจัดหาเครื่องมือสนับสนุนการลงทะเบียนและจัดการข้อมูลผู้มีสิทธิ์เลือกตั้ง ทดแทนระบบเดิมที่รัฐบาลญี่ปุ่นจัดหาให้แก่กัมพูชาเมื่อปี 2559 ซึ่งนายปร๊ะ สุคน กล่าวขอบคุณและว่าญี่ปุ่นเป็นประเทศที่ให้ความช่วยเหลือด้านการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมในกัมพูชามากที่สุด

จีน เมียนมา และไทยบรรลุฉันทามติร่วมกันปราบปรามแก๊งคอลเซ็นเตอร์

สพ. Global Times รายงานเมื่อ 21 ม.ค.68 ว่า จีน เมียนมา และไทย บรรลุฉันทามติในการปราบปรามศูนย์ฉ้อโกงทางโทรคมนาคม หรือคอลเซ็นเตอร์ในเมืองเมียวดี เมียนมา ในห้วงการประชุม จนท.อาวุโสของกลุ่มประเทศสมาชิกล้านช้าง-แม่โขง 6 ประเทศ ที่เมืองคุนหมิง มณฑลยูนนาน โดยเห็นพ้องกระชับความร่วมมือภายใต้กรอบการบังคับใช้กฎหมายและกลไกความร่วมมือด้านความมั่นคง อาทิ เพิ่มการแบ่งปันข้อมูลข่าวกรอง การปฏิบัติการร่วม การเสริมสร้างขีดความสามารถ การประสานและการสื่อสารเพื่อรับมือกับเหตุฉุกเฉิน ร่วมกันทำงานเพื่อปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติ ด้านศูนย์ความร่วมมือและบูรณาการการบังคับใช้กฎหมายล้านช้าง-แม่โขง (Lancang-Mekong Integrated Law Enforcement and Security Cooperation Center-LMLECC) เปิดเผยว่า ปฏิบัติการร่วมในการบังคับใช้กฎหมายระหว่าง 6 ประเทศสมาชิกในห้วง ส.ค.- ธ.ค.67 มีการจับกุมผู้ต้องสงสัยเกี่ยวข้องกับการฉ้อโกงทางโทรคมนาคม 70,000 คน และมีเหยื่อที่ได้รับการช่วยเหลือมากกว่า 160 คน

สหรัฐฯ จะถอนตัวจากการเป็นสมาชิก WHO

ทำเนียบประธานาธิบดีสหรัฐฯ ออกแถลงการณ์เมื่อ 20 ม.ค.68 (21 ม.ค.68 ตามเวลาท้องถิ่นไทย) ว่า นายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ลงนามคำสั่งของฝ่ายบริหาร (Executive Order) เรื่อง การถอนตัวของสหรัฐฯ จากการเป็นสมาชิกองค์การอนามัยโลก (World Health Organization-WHO) โดยสั่งการให้ รมว.กต.สหรัฐฯ แจ้งให้เลขาธิการองค์การสหประชาชาติ (United Nations-UN) ผู้บริหาร WHO และผู้ที่เกี่ยวข้องทราบทันที พร้อมระงับการสนับสนุน WHO และเรียก จนท.ของรัฐที่ปฏิบัติงานให้ WHO กลับประเทศ เนื่องจากเห็นว่า WHO จัดการวิกฤตสาธารณสุขระหว่างประเทศ รวมถึงวิกฤตโควิด-19 (COVID-19) อย่างไม่มีประสิทธิภาพ ล้มเหลวในการปฏิรูปองค์การ ไม่สามารถดำเนินการอย่างอิสระโดยปราศจากอิทธิพลทางการเมืองของประเทศสมาชิก และเรียกร้องการสนับสนุนงบประมาณจากสหรัฐฯ มากกว่าประเทศอื่นอย่างไม่เป็นธรรม เฉพาะอย่างยิ่งจีนที่มีประชากรมากกว่าสหรัฐฯ แต่สนับสนุนงบประมาณน้อยกว่าสหรัฐฯ

กองทัพจีนประจำการเรือฟริเกตรุ่นใหม่

หนังสือพิมพ์ Global Times รายงานเมื่อ 22 ม.ค.68 ว่า กองทัพเรือจีน เผยแพร่ภาพเรือฟริเกตลั่วเหอ (Luohe Type-054B) เลขประจำเรือ 545 เป็นเรือฟริเกตรุ่นใหม่ที่จีนนำเข้าประจำการ โดยเรือรุ่นดังกล่าวได้รับการติดตั้งเทคโนโลยีหลบเลี่ยงการตรวจจับ (Stealth Technology) และติดตั้งระบบควบคุมเรือ รวมถึงระบบปฏิบัติการรุ่นใหม่ เพื่อบูรณาการระบบปฏิบัติการของเรือ เพื่อให้สามารถปฏิบัติภารกิจได้หลายรูปแบบ และมีประสิทธิภาพมากขึ้น

อิสราเอลปฏิบัติการต่อต้านการก่อการร้ายในปาเลสไตน์

  นสพ. Times of Israel รายงานเมื่อ 21 ม.ค.68 ว่า ทหารกองกำลังป้องกันอิสราเอล (Israel Defense Forces-IDF) จนท.ตร.ชายแดนอิสราเอล (Israel Border Police) และ จนท.สำนักงานรักษาความปลอดภัยอิสราเอล (Israel Security Agency-ISA) หรือ Shin Bet สนธิกำลังปฏิบัติการต่อต้านการก่อการร้ายที่เมืองเจนิน ในเขตเวสต์แบงก์ของปาเลสไตน์ ภายใต้รหัส Iron Wall เพื่อทำลายสิ่งปลูกสร้างของกลุ่มก่อการร้ายและขจัดภัยคุกคามต่ออิสราเอล โดยนำกำลังเข้าควบคุมพื้นที่และใช้อากาศยานไร้คนขับ (โดรน) โจมตีสิ่งปลูกสร้างที่เชื่อว่ากลุ่มก่อการร้ายใช้ประโยชน์ เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิต 8 คน และบาดเจ็บ 35 คน

จีนจะกระชับความร่วมมือกับรัสเซียมากขึ้นในปี 2568

สนข. Xinhua รายงานเมื่อ 21 ม.ค.68 ว่า นายสี จิ้นผิง ประธานาธิบดีจีน พบหารือกับนายวลาดีมีร์ ปูติน ประธานาธิบดีรัสเซีย ผ่านระบบประชุมทางไกลในวันเดียวกัน โดยนายสี จิ้นผิงเห็นว่า จีนและรัสเซียควรกระชับความร่วมมือระหว่างกัน และผลักดันการพัฒนารูปแบบความร่วมมือเชิงลึกให้เป็นรูปธรรมมากขึ้น พร้อมจะยกระดับความสัมพันธ์กับรัสเซียให้มีเสถียรภาพและยั่งยืนมากขึ้นในปี 2568 เพื่อรับมือกับความไม่แน่นอนของสถานการณ์ระหว่างประเทศ รักษาไว้ซึ่งผลประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมายของสองประเทศ และธำรงไว้ซึ่งความเป็นธรรมและความยุติธรรมของประชาคมระหว่างประเทศ ส่วนนายปูตินเห็นว่า ความสัมพันธ์อันแน่นแฟ้นระหว่างรัสเซียกับจีนมีบทบาทสำคัญในการรักษาเสถียรภาพของความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ ทั้งนี้ การหารือดังกล่าวมีขึ้นในวันเดียวกับพิธีสาบานตนเข้ารับตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐฯ ของนายโดนัลด์ ทรัมป์