คณะผู้แทนกองบัญชาการยุทธบริเวณภาคตะวันออกของจีนจะเยือนญี่ปุ่นกลาง ม.ค.68

กห.จีน แถลงเมื่อ 13 ม.ค.68 ว่า คณะผู้แทนกองบัญชาการยุทธบริเวณภาคตะวันออกของจีนจะเยือนญี่ปุ่นกลาง ม.ค.68 โดยจะพบกับ จนท.ระดับสูงของ กห.ญี่ปุ่น คณะเสนาธิการร่วมของกองกำลังป้องกันตนเองญี่ปุ่น (Japan Self-Defense Forces-JSDF) และเยี่ยมชมหน่วยงานทหาร ซึ่งจะช่วยยกระดับความเข้าใจและความไว้วางใจกัน การเยือนญี่ปุ่นดังกล่าวเป็นการแลกเปลี่ยนครั้งที่ 2 ระหว่าง กห.ของทั้งสองประเทศภายในห้วง 2 เดือน ก่อนหน้านี้ คณะผู้แทนเจ้าหน้าที่รุ่นเยาว์และวัยกลางคนของกองทัพจีนได้เยือนญี่ปุ่นระหว่าง 14-20 พ.ค.67 ซึ่งเป็นการเยือนญี่ปุ่นครั้งแรกของ จนท.กองทัพจีน ตั้งแต่ปี 2562

กัมพูชา-สหรัฐฯ ส่งเสริมความร่วมมือระหว่างกันด้านความมั่นคง

นสพ. Khmer Times รายงานเมื่อ 13 ม.ค.68 อ้างผลการพบหารือระหว่าง พล.อ. วงษ์ ปิเซน ผบ.ทสส.กัมพูชา กับ พ.ท. Kyle Saltzman ผชท.สหรัฐฯ ประจำกัมพูชา ณ ราชธานีพนมเปญ ในวันเดียวกัน ทั้งสองฝ่ายเชื่อมั่นว่า จะสามารถสานต่อและส่งเสริมความร่วมมือที่มีมาอย่างยาวนาน เฉพาะอย่างยิ่ง การขยายความร่วมมือผ่านการฝึกร่วม การแลกเปลี่ยนการเยือนระดับคณะทำงานและผู้นำระดับสูง รวมถึงการแลกเปลี่ยนข้อมูล ป้องกันการก่อการร้ายและปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติ ซึ่ง พล.ร.อ. ซามูเอล ปาปาโร ผบ.กองเรือภาคพื้นแปซิฟิกของสหรัฐฯ มีกำหนดเยือนกัมพูชาห้วง ก.พ.68 โดยจะหารือแนวทางความร่วมมือและการจัดฝึกร่วมระหว่างกองทัพแห่งชาติกัมพูชา-สหรัฐฯ รหัส Angkor Guardian ด้านโฆษก สอท.สหรัฐฯ ระบุว่า สหรัฐฯ ต้องการฟื้นฟูความสัมพันธ์ด้านการป้องกันประเทศกับรัฐบาลและกองทัพแห่งชาติกัมพูชา ส่วนนาย Kin Phea ผอ.สถาบันความสัมพันธ์ระหว่างประเทศกัมพูชา เห็นว่าท่าทีดังกล่าวส่งสัญญาณการฟื้นฟูความสัมพันธ์ทวิภาคีระหว่างกัน

เกาหลีเหนือยิงทดสอบขีปนาวุธเป็นครั้งที่ 2 ของปี 2568

สำนักข่าว Yonhap รายงานเมื่อ 14 ม.ค. 2568 ว่า คณะเสนาธิการทหารร่ม (Joint Chiefs of Staff-JCS) ของเกาหลีใต้ ตรวจพบเกาหลีเหนือยิงขีปนาวุธนำวิถีพิสัยใกล้ (Short-Range Ballistic Missiles-SRBM) จำนวนหลายลูก จากจังหวัดกานังเหนือ เมื่อเวลา 09.30  น. ตามเวลาท้องถิ่น (ตรงกับเวลา 07.30 น. ของไทย) ขีปนาวุธเคลื่อนที่เป็นระยะทางประมาณ 250 กิโลเมตร ก่อนตกในทะเลตะวันออก (ทะเลญี่ปุ่น) นับเป็นการยิงขีปนาวุธครั้งที่ 2 ของปี 2568 ด้าน JCS เตรียมความพร้อมทางทหารระหว่างติดตามสถานการณ์ดังกล่าวอย่างใกล้ชิด และแบ่งปันข้อมูลกับกระทรวงกลาโหมสหรัฐฯและกระทรวงกลาโหมญี่ปุ่น

รมว.กต. กลุ่ม Quad จะพบหารือที่สหรัฐฯ

เว็บไซต์ nippon.com รายงานเมื่อ 13 ม.ค.68 อ้างแหล่งข่าวในรัฐบาลญี่ปุ่น ว่า รมว.กต. กลุ่ม Quad (ญี่ปุ่น สหรัฐฯ ออสเตรเลีย และอินเดีย) จะพบหารือกันใน 21 ม.ค.68 ที่กรุงวอชิงตัน ดี.ซี. สหรัฐฯ เพื่อยืนยันว่า รัฐบาลใหม่ของสหรัฐฯ ภายใต้การนำของนายโดนัลด์ ทรัมป์ ที่จะสาบานตนเข้ารับตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐฯ ใน 20 ม.ค.68 จะให้ความสำคัญต่อการส่งเสริมความร่วมมือของกลุ่ม Quad ในห้วงที่การแข่งขันในภูมิภาคอินโด-แปซิฟิกระหว่างสหรัฐฯ กับจีนรุนแรงขึ้น พร้อมหารือถึงการจัดการประชุมผู้นำกลุ่ม Quad ในห้วงต่อไป

ฟิลิปปินส์ยื่นประท้วงกรณีหน่วยยามฝั่งจีนรุกล้ำทะเลอาณาเขต

สภาการเดินเรือแห่งชาติฟิลิปปินส์ (National Maritime Council-NMC) เผยแพร่แถลงการณ์เมื่อ 13 ม.ค.68 ว่า ได้ประท้วงเพื่อตอบโต้จีนกรณีเรือหน่วยยามฝั่งจีนหมายเลข 5901 หรือ Monster ship ซึ่งเป็นเรือหน่วยยามฝั่งที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลกเดินเรือ ในเขตเศรษฐกิจจำเพาะ (Exclusive Economic Zone-EEZ) และทะเลอาณาเขตของฟิลิปปินส์ ซึ่ง NMC ระบุว่าละเมิดกฎหมายเขตการเดินเรือฟิลิปปินส์ และกฎหมายระหว่างประเทศ เฉพาะอย่างยิ่ง อนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยกฎหมายทางทะเล ค.ศ.1982 (United Nations Convention on the Law of the Sea-UNCLOS) รวมถึงคำตัดสินของอนุญาโตตุลาการเมื่อปี 2559  การกระทำของจีนยังไม่สอดคล้องกับการใช้เสรีภาพการเดินเรือ และการผ่านแดน ตลอดจนสิทธิและการปฏิบัติตามหน้าที่ของรัฐอื่น ๆ ใน EEZ

ฟิลิปปินส์จะหารือประเด็นทะเลจีนใต้และค้ามนุษย์ในการประชุมสุดยอดอาเซียน

จนท.กต.ฟิลิปปินส์ แถลงเมื่อ 4 ต.ค.67 ว่า ประธานาธิบดีเฟอร์ดินานด์ มาร์กอส จูเนียร์ จะหยิบยกสถานการณ์ในทะเลฟิลิปปินส์ตะวันตก (ทะเลจีนใต้) และการค้ามนุษย์ ซึ่งเป็นข้อห่วงกังวลร่วมของสมาชิกในการประชุมสุดยอดอาเซียน ที่นครหลวงเวียงจันทน์ ลาว ระหว่าง 8-11 ต.ค.67 และจะหารือนอกรอบกับผู้นำแคนาดา นิวซีแลนด์ เวียดนาม และญี่ปุ่น ทั้งนี้  ฟิลิปปินส์จะยังคงรักษาและส่งเสริมผลประโยชน์ของฟิลิปปินส์ในอาเซียน และใช้เวทีดังกล่าวแลกเปลี่ยนมุมมองเกี่ยวกับประเด็นสำคัญระดับภูมิภาคและระหว่างประเทศ

สหรัฐฯ จะเพิ่มงบประมาณเพื่อรับมือกับอิหร่านและกลุ่ม Houthi

สนข.บลูมเบิร์ก รายงานเมื่อ 4 ต.ค.67 อ้างเอกสารงบประมาณของ กห.สหรัฐฯ ที่ยื่นต่อฝายนิติบัญญัติ เมื่อ 6 ก.ย.67 ว่า เตรียมเพิ่มงบประมาณด้านการทหาร จำนวน 1,200 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพื่อบำรุงรักษากองเรือที่ประจำการในทะเลแดงและเติมคลังยุทโธปกรณ์ที่ใช้สกัดกั้นการโจมตีด้วยขีปนาวุธและโดรนของอิหร่านและกลุ่ม Houthi  งบดังกล่าวรวมค่าจัดหาขีปนาวุธในการสกัดกั้นการโจมตี  และค่าบำรุงรักษากองเรือที่ปฏิบัติภารกิจในทะเลแดง กับทั้งเปิดเผยว่า เรือพิฆาตของสหรัฐฯ ในบริเวณดังกล่าวได้ยิงขีปนาวุธประมาณ 12 ลูก เพื่อสกัดกั้นการโจมตีของอิหร่านที่มุ่งเป้าต่ออิสราเอล เมื่อ 1 ต.ค.67

อินโดนีเซียเรียกร้องให้ EU แก้ไขกฎระเบียบว่าด้วยสินค้าที่ปลอดจากการตัดไม้ทำลายป่า

รมว.ประสานงานฝ่ายกิจการเศรษฐกิจของอินโดนีเซีย แถลงเมื่อ 3 ต.ค.67 ว่า ได้เรียกร้องให้ EU ทบทวนและแก้ไขกฎระเบียบว่าด้วยสินค้าที่ปลอดจากการตัดไม้ทำลายป่า (EUDR) แม้เลื่อนการบังคับใช้ออกไป 1 ปี จากบังคับใช้ใน 30 ธ.ค.67 ทั้งนี้ อินโดนีเซียหกังวลใน 3 ประเด็น ได้แก่ 1) อินโดนีเซียต้องเปิดเผยตำแหน่งทางภูมิศาสตร์โดยละเอียด 2) บทบาทของ EU ที่ทำหน้าที่เปรียบเสมือนสถาบันจัดอันดับ 3) EUDR ไม่รับรองมาตรฐานอื่นนอกเหนือจาก Roundtable on Sustainable Palm Oil (RSPO) ซึ่งเป็นมาตรฐานเฉพาะของ EU ขณะที่อินโดนีเซียมีมาตรฐานความยั่งยืนที่เรียกว่า Indonesia Sustainable Palm Oil (ISPO)

อินโดนีเซียไม่อนุญาตให้ Temu ดำเนินธุรกิจ

สนข. CNA รายงานเมื่อ 3 ต.ค.67 อ้างการเปิดเผยของ รมว.กระทรวงการสื่อสารและสารสนเทศ ของอินโดนีเซีย ว่า รัฐบาลจะไม่อนุญาตให้แพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซ Temu ของจีน เปิดให้บริการในประเทศ เนื่องจากอาจกระทบต่อระบบเศรษฐกิจ เฉพาะอย่างยิ่งกับธุรกิจขนาดย่อมและขนาดกลาง ด้านอธิบดีกรมการค้าภายในระบุว่า รูปแบบธุรกิจการขายสินค้าจากผู้ผลิตถึงผู้บริโภคโดยตรง ขัดต่อกฎระเบียบการค้าที่กำหนดให้ต้องมีตัวกลางหรือผู้จัดจำหน่าย ปัจจุบัน ประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่อนุญาตให้ Temu เปิดบริการ ได้แก่ ฟิลิปปินส์ มาเลเซีย และไทย

อิสราเอลโจมตีทางอากาศในเลบานอนมุ่งเป้าฐานที่มั่นของกลุ่มฮิซบุลลอฮ์

สนข. Al Arabiya และ Al Jazeera รายงานเมื่อ 4 ต.ค.67 ว่า อิสราเอลโจมตีทางอากาศระลอกใหม่ในพื้นที่ภาคใต้และชานกรุงเบรุตของเลบานอน ตั้งแต่ 3 ก.ย.67 ถึงห้วงเช้าวันเดียวกัน รวม 20 ครั้ง โดยใช้ระเบิดอานุภาพสูงที่สามารถทำลายบังเกอร์และทำลายอาคารทั้งหลัง รวมถึงเจาะลึกไปถึงอุโมงค์ใต้ดิน โจมตีอาคารและฐานที่มั่นของกลุ่มฮิซบุลลอฮ์ เชื่อว่าต้องการสังหารนาย Hashem Safieddine หัวหน้าสภาบริหารของกลุ่มฮิซบุลลอฮ์ซึ่งมีการคาดการณ์ว่าจะขึ้นดำรงตำแหน่งผู้นำกลุ่มฮิซบุลลอฮ์คนใหม่  เลบานอนระบุว่าการโจมตีทางอากาศในเลบานอน ในช่วง 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา ทำให้มีผู้เสียชีวิต 37 ราย และบาดเจ็บ 151 ราย