นรม.อินเดียพบหารือกับประธานาธิบดียูเครน นอกรอบการประชุม UNGA

เว็บไซต์ The Hindu รายงานเมื่อ 24 ก.ย.67 อ้างถ้อยแถลงของนาย Vikram Misri ปลัดกระทรวงการต่างประเทศอินเดีย ว่า นายกรัฐมนตรีนเรนทรา โมดิ ของอินเดีย หารือกับประธานาธิบดีโวโลดีมีร์ เซเลนสกี ของยูเครน นอกรอบการประชุม UNGA เมื่อ 23 ก.ย.67 ตามคำขอของฝ่ายยูเครน ประเด็นสถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างรัสเซียกับยูเครน และความสัมพันธ์ทวิภาคีระหว่างอินเดียกับยูเครน โดยไม่มีการกล่าวถึงกรณีที่อินเดียยังคงซื้อน้ำมันดิบจากรัสเซีย ในโอกาสนี้ ประธานาธิบดีเซเลนสกี กล่าวขอบคุณนายกรัฐมนตรีโมดิ ที่สนับสนุนกระบวนการมุ่งสู่สันติภาพและเสถียรภาพ อย่างไรก็ดี ปลัดกระทรวงการต่างประเทศอินเดีย ย้ำว่านายโมดิห่วงกังวลต่อสถานการณ์ความขัดแย้งที่เกิดขึ้น และมุ่งมั่นที่จะแก้ไขสถานการณ์ดังกล่าว สะท้อนจากการหารือกับประธานาธิบดีวลาดิมีร์ ปูติน ของรัสเซีย และประธานาธิบดีโจเซฟ ไบเดน ของสหรัฐฯ ห้วงที่ผ่านมา

ญี่ปุ่นลดระดับความสัมพันธ์ทางการทูตกับเมียนมา

The Irrawaddy รายงานเมื่อ 24 ก.ย.67 ว่า ญี่ปุ่นปรับลดระดับความสัมพันธ์ทางการทูตกับเมียนมาโดยจะไม่ส่งเอกอัครราชทูต เข้าไปประจำการในเมียนมา หลังจากที่นาย Ichiro Maruyama เอกอัครราชทูตญี่ปุ่น ณ กรุงย่างกุ้ง หมดวาระ โดยจะมอบหมายให้อุปทูตรักษาการสถานเอกอัครราชทูตเป็นผู้แทนทางการทูตระดับสูงที่สุดของญี่ปุ่นในเมียนมา ทั้งนี้ หลังเกิดเหตุรัฐประหารเมื่อปี 2564 หลายประเทศ โดยเฉพาะชาติตะวันตก ปรับลดระดับผู้แทนทางการทูตในเมียนมาเหลือเพียงอุปทูต เช่น สหรัฐฯ สหราชอาณาจักร และออสเตรเลีย หนึ่งในสาเหตุสำคัญคือเพื่อหลีกเลี่ยงการรับรองสถานะรัฐบาลเมียนมา เนื่องจากเอกอัครราชทูตต้องยื่นสาส์นตราตั้งแต่ พล.อ.อาสุโส มินอองไลง์

รัสเซียยังไม่ยอมรับแผนชัยชนะของผู้นำยูเครน

โฆษกทำเนียบประธานาธิบดีรัสเซียแถลงเมื่อ 23 ก.ย.67 ว่า รัสเซียไม่ยอมรับแผนชัยชนะ (Victory Plan) ของประธานาธิบดีโวโลดีมีร์ เซเลนสกี ของยูเครน เว้นหากมีที่มาอย่างเป็นทางการ เนื่องจากข้อมูลจากสื่อไม่น่าเชื่อถือและขัดแย้งกันในหลายประเด็น ทั้งนี้ ประธานาธิบดียูเครนประกาศการจัดทำแผนชัยชนะที่อาจยุติความขัดแย้งรัสเซีย-ยูเครนได้ภายในสิ้นปี 2567 และจะเสนอต่อประธานาธิบดี สมาชิกรัฐสภา และผู้ชิงตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐฯ ในห้วง 24-26 ก.ย.67 หนังสือพิมพ์ The Times รายงานเมื่อ 22 ก.ย.67 ว่าแผนชัยชนะของยูเครนมีสาระสำคัญ 4 ประเด็น คือ 1) การรับประกันความมั่นคงของยูเครนที่คล้ายกับหลักการป้องกันร่วมของเนโต 2) การใช้การยึดครองแคว้นคุสค์ของรัสเซียเป็นข้อต่อรองแลกเปลี่ยนดินแดนคืนจากรัสเซีย 3) การส่งมอบอาวุธขั้นสูงแก่ยูเครน และ 4) การให้ความช่วยเหลือทางการเงินแก่ยูเครน

บราซิลต้องการผลักดันกฎระเบียบด้าน AI ให้เป็นวาระการประชุมกลุ่ม G20

นางลูเซียน่า ซานโตส รัฐมนตรีวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีของบราซิลกล่าวให้สัมภาษณ์เมื่อ 23 ก.ย.67 ว่าบราซิลต้องการผลักดันกฎระเบียบด้านปัญญาประดิษฐ์ (Artificial Intelligence-AI) ให้เป็นวาระการประชุมกลุ่ม G20 ที่บราซิลเป็นเจ้าภาพในพ.ย.67 ซึ่งบราซิลต้องการให้ที่ประชุมหาแนวทางลดความเหลื่อมล้ำด้านการพัฒนา AI ระหว่างประเทศมหาอำนาจกับกลุ่มประเทศกำลังพัฒนา โดยเฉพาะการกำหนดกฎระเบียบด้าน AI หรือการระงับการใช้ AI ในบางกรณี

นักศึกษาจีน: อีกเหยื่อของการแข่งขันระหว่างจีนกับสหรัฐฯ

เมื่อมองบรรยากาศการเมืองระหว่างประเทศ แน่นอนว่าปกคลุมด้วยคำว่าการแข่งขันระหว่างมหาอำนาจ ซึ่งก็ไม่พ้นสหรัฐฯ กับจีน และมีรัสเซียเข้ามาแซมบ้างบางสถานการณ์ การแข่งขันที่เกิดขึ้นครอบงำในทุกมิติและทุกวงการ ไม่เว้น แม้แต่วงการการศึกษา…และนักศึกษา ท่ามกลางข่าวสารที่ปรากฏเป็นระยะเกี่ยวกับการใช้สายลับ การสอดแนม และการจารกรรม ซึ่งไม่เพียงย้ำภาพการเมืองโลก

ชวนรู้จักอาชญากรรม (เงียบ) ระดับโลก Ecocide การฆ่าล้างสิ่งแวดล้อม

             เมื่อต้นกันยายน 2567 กลุ่มประเทศหมู่เกาะแปซิฟิกจำนวน 3 ประเทศ ได้แก่ วานูอาตู ฟิจิ และซามัว ร่วมมือกันยื่นคำร้องต่อศาลอาญาระหว่างประเทศ หรือ International Criminal Court (ICC) ให้รับรอง “การฆ่าล้างสิ่งแวดล้อม” หรือ Ecocide เป็นอาชญากรรมระหว่างประเทศ เพื่อให้บุคคล ประเทศ หรือบริษัทที่เกี่ยวข้องกับการกระทำที่นำไปสู่การทำลายสิ่งแวดล้อมหรือระบบนิเวศอย่างรุนแรง หรือการสร้างความเสียหายต่อธรรมชาติในระดับที่รุนแรง ต้องถูกสอบสวนหรือลงโทษ รวมทั้งต้องรับผิดชอบต่อการซ้ำเติมวิกฤตด้านสภาพอากาศโลกที่แปรปรวนอย่างหนักในปัจจุบันนี้ โดยทั้ง 3 ประเทศเห็นพ้องกันว่า การทำลายสิ่งแวดล้อมนั้นควรมีความผิดเท่ากับการก่ออาชญากรรมที่โหดร้ายตามกฎหมายระหว่างประเทศ (Atrocity Crime) ซึ่งปัจจุบันมีอยู่ 4 ฐานความผิดอาญาระหว่างประเทศร้ายแรงที่อยู่ในเขตอำนาจของ ICC ได้แก่ อาชญากรรมสงคราม การฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ (Genocide) อาชญากรรมต่อมนุษยชาติ และอาชญากรรมรุกราน (Crime of Aggression) ความเคลื่อนไหวของกลุ่มประเทศหมู่เกาะแปซิฟิกครั้งนี้ อาจจะยังไม่ได้รับการตอบรับในทันที เพราะอาจถูกมองว่าเป็นการผลักดันจากประเทศเล็ก ๆ…

รัสเซียจะใช้มาตรการตอบโต้สหรัฐฯ กรณีติดตั้งขีปนาวุธในเอเชีย-แปซิฟิก

นายเซอร์เกย์ รียาคอฟ รัฐมนตรีช่วยต่างประเทศรัสเซีย แถลงเมื่อ 23 ก.ย.67 ว่า รัสเซียอยู่ระหว่างพิจารณามาตรการที่จำเป็นเพื่อตอบโต้อย่างสมดุลต่อกรณีสหรัฐฯ มีแผนจะติดตั้งขีปนาวุธพิสัยใกล้และกลางในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก โดยรัสเซียจะประเมินจากฉากทัศน์ที่เลวร้ายที่สุด เนื่องจากรัสเซียไม่สามารถคาดการณ์สถานการณ์เชิงบวกจากพฤติกรรมของสหรัฐฯ อีกทั้งนักการเมืองและผู้นำของสหรัฐฯ มุ่งมั่นดำเนินนโยบายที่จะยกระดับความรุนแรง ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อความสัมพันธ์กับรัสเซีย รวมถึงจีน ทั้งนี้ ท่าทีดังกล่าวเกิดขึ้นหลังจากที่สื่อรายงานถึงความเป็นไปได้ที่สหรัฐฯ จะติดตั้งระบบยิงขีปนาวุธพิสัยกลางไทฟอน (Typhon systems) บนเกาะลูซอน ทางเหนือของฟิลิปปินส์ อย่างถาวร หลังติดตั้งชั่วคราวตั้งแต่ เม.ย.64 ในห้วงฝึกร่วมทางทหารระหว่างสหรัฐ-ฟิลิปปินส์ และนายเอดูอาร์โด อาโน ที่ปรึกษาด้านความมั่นคงแห่งชาติฟิลิปปินส์ ระบุเมื่อ 20 ก.ย.67 ว่า สหรัฐฯ และฟิลิปปินส์ยังไม่มีแผนจะถอนการติดตั้งขีปนาวุธดังกล่าวออกจากดินแดนฟิลิปปินส์ เนื่องจากยังจำเป็นต่อการฝึกร่วมทางทหาร สำหรับขีปนาวุธดังกล่าวมีพิสัยการโจมตีถึงชายฝั่งของจีน และสิ่งอำนวยความสะดวกในทะเลจีนตะวันออกและทะเลจีนใต้

ประธานาธิบดีสีแสดงความยินดีและหวังกระชับความร่วมมือใน BRI กับประธานาธิบดีศรีลังกาคนใหม่

สำนักข่าว AFP รายงานอ้างสถานีโทรทัศน์ CCTV ของจีน เมื่อ 23 ก.ย.67 ว่า ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ของจีน แสดงความยินดีต่อนาย Anura Kumara Dissanayake ที่ได้รับเลือกเป็นประธานาธิบดีศรีลังกาคนใหม่เมื่อ 22 ก.ย.67 โดยแสดงความพร้อมที่จะทำงานร่วมกันเพื่อสานต่อมิตรภาพดั้งเดิม เสริมสร้างความไว้วางใจกันในทางการเมือง รวมถึงคาดหวังที่จะขยายความร่วมมือในข้อริเริ่ม Belt and Road Initiative (BRI) กับศรีลังกาให้ประสบความสำเร็จเพิ่มขึ้นต่อไป อนึ่ง จีนมีสถานะเป็นเจ้าหนี้รายใหญ่ที่สุดของศรีลังกาด้วยเงินกู้จำนวน 4,660 ล้านดอลลาร์สหรัฐ จากมูลค่าหนี้ทั้งหมด 10,580 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

สหรัฐฯ เตรียมคว่ำบาตรการนำเข้าชิ้นส่วนและระบบซอฟต์แวร์ยานยนต์จากจีนและรัสเซีย

สำนักข่าว VOA รายงานเมื่อ 23 ก.ย.67 ว่ากระทรวงพาณิชย์สหรัฐฯ เตรียมประกาศห้ามบริษัทผู้ผลิตหรือนำเข้าชิ้นส่วนยานยนต์ของสหรัฐฯ ใช้ซอฟต์แวร์และฮาร์ดแวร์ของจีนและรัสเซีย เพื่อปกป้องความมั่นคงของชาติ โดยจะเริ่มบังคับใช้มาตรการดังกล่าวสำหรับยานยนต์ทุกประเภทที่เชื่อมต่อกับซอฟต์แวร์ของจีนและรัสเซียรุ่นปี 2570 และฮาร์ดแวร์รุ่นปี 2573 โดยเฉพาะรถยนต์ที่ใช้ระบบคำสั่งการผ่านระบบบลูทูธ อินเทอร์เน็ต ดาวเทียม และไวไฟ รถยนต์ไร้คนขับ รถยนต์ที่ใช้เทคโนโลยีจีนหรือรัสเซีย แม้จะผลิตในสหรัฐฯ แต่จะยกเว้นยานยนต์ที่ไม่ได้ใช้ในถนนสาธารณะ เช่น ยานยนต์สำหรับการทำเกษตรกรรม และทำเหมือง การจะประกาศดังกล่าวเนื่องจากสหรัฐฯ เชื่อว่า จีนและรัสเซียอาจใช้ประโยชน์จากการเข้าถึงอุปกรณ์ต่าง ๆ ในรถ อาทิ ไมโครโฟน กล้อง ระบบติดตาม GPS ระบบดาวเทียม และบลูทูธ เพื่อแทรกแซงสหรัฐฯ และรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลของชาวอเมริกัน อีกทั้งยังอาจปิดระบบหรือควบคุมรถยนต์ไฟฟ้า ที่อาจก่อให้เกิดอุบัติเหตุหรือการก่อวินาศกรรมในสหรัฐฯ ทั้งนี้ มาตรการดังกล่าวเป็นแนวทางเพิ่มเติมจากการขึ้นภาษีนำเข้ายานยนต์ไฟฟ้าตอบโต้กรณีจีนผลิตและส่งออกยานยนต์ไฟฟ้าราคาถูกจำนวนมาก โดยมีเป้าหมายลดการพึ่งพาชิ้นส่วนจากจีน และสนับสนุนอุตสาหกรรมการผลิตยานยนต์ภายในสหรัฐฯ

ERIA จัดการประชุม East Asia Energy Forum ครั้งที่ 7 ที่ลาว

เว็บไซต์สถาบันวิจัยทางเศรษฐกิจเพื่ออาเซียนและเอเชียตะวันออก (Economic Research Institute for ASEAN and East Asia-ERIA) รายงานว่า ERIA เป็นเจ้าภาพร่วมกับกระทรวงพลังงานและบ่อแร่ของลาวจัดการประชุม East Asia Energy Forum ครั้งที่ 7 เมื่อ 23 ก.ย.67 ที่นครหลวงเวียงจันทน์ ภายใต้แนวคิด “Energy Policy Directions for Inclusive and Sustainable Development for ASEAN” เพื่อแลกเปลี่ยนความเห็นจากผู้เชี่ยวชาญด้านพลังงานจากประเทศต่าง ๆ ในอาเซียน เกี่ยวกับนโยบายความมั่นคงด้านพลังงาน สำหรับสนับสนุนแนวทางการพัฒนาที่ยั่งยืนของภูมิภาค