เกาหลีเหนือเปิดร้านเบียร์ และร้านอาหารขนาดใหญ่ในประเทศ

เกาหลีเหนือเปิดธุรกิจการบริการ ได้แก่ ร้านอาหารขนาดใหญ่ และบาร์เบียร์ โดย Korean Central News Agency (KCNA) สำนักข่าวทางการของเกาหลีเหนือรายงานในห้วง กันยาย 2568 ว่า เกาหลีเหนือเปิดให้บริการทั้งร้านอาหารขนาดใหญ่ และบาร์เบียร์ เพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวต่างชาติ ซึ่งน่าจะเป็นจากรัสเซียและจีน เนื่องจากตั้งอยู่ที่ชายแดนของทั้งสองประเทศ ผู้นำสูงสุดของเกาหลีเหนือยังมีเป้าหมายให้เมืองที่อยู่ห่างไกลเกิดการพัฒนาตามมาด้วย  ด้วยการจะเปิดร้านเบียร์ตามเมืองต่าง ๆ มากขึ้น ร้านอาหารขนาดใหญ่ที่เกาหลีเหนือเพิ่งเปิดในกันยายน 2568 ชื่อ “Chongjingwan”  ในเมืองชองจิน จังหวัดฮัมกยองเหนือ ซึ่งอยู่ทางตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศ ใกล้ชายแดนจีนและรัสเซีย รวมทั้งอยู่ติดกับเมืองฮุนซุน ของจีน และเมืองคาซาน ของรัสเซีย เมืองชองจินเคยเป็นจุดหมายปลายทางยอดนิยมของชาวต่างชาติ  รวมทั้งเคยเป็นที่ตั้งของสถานกงสุลจีนและรัสเซียอีกด้วย  อาคารของร้านอาหารนี้ เป็นแบบเกาหลีดั้งเดิม มีห้องอาหาร และห้องจัดเลี้ยงที่กว้างขวาง อาหารมีความหลากหลาย ในรัสเซีย เกาหลีเหนือได้เปิดร้านอาหารแห่งใหม่ในเมืองหลวงมอสโก ในรอบ 16 ปี  เมื่อต้นกันยายน 2568 ด้วยเช่นกัน ชื่อ Pyongyang Restaurant ขณะที่ร้านเก่าชื่อ Koryo…

จีนเริ่มไต่สวนการทุ่มตลาดสินค้าพีแคนจากเม็กซิโกและสหรัฐฯ

โฆษก พณ.จีน แถลงเมื่อ 25 ก.ย.68 ประกาศเริ่มไต่สวนการทุ่มตลาดสินค้าพีแคน (pecan หรือ carya illinoensis) จากเม็กซิโกและสหรัฐฯ เนื่องจากมีหลักฐานบ่งชี้ว่าสินค้าดังกล่าวจากทั้งสองประเทศมีการทุ่มตลาดและสร้างความเสียหายต่ออุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องในจีน โดยทางการจีนจะดำเนินการไต่สวนตามกฎหมาย และจะพิจารณาผลการไต่สวนอย่างเป็นกลาง เพื่อคุ้มครองสิทธิของผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย ซึ่งคาดว่าการไต่สวนจะเสร็จสิ้นภายใน 25 ก.ย.69 และอาจขยายเวลาการไต่สวนได้อีก 6 เดือน ในกรณีมีเหตุพิเศษ

WHO ยืนยันไม่มีหลักฐานการใช้ยาพาราเซตามอลระหว่างตั้งครรภ์จะเกิดภาวะออทิสติก

องค์การอนามัยโลก (WHO) รายงานเมื่อ 24 ก.ย.68 ไม่มีหลักฐานชัดเจนทางวิทยาศาสตร์ที่ยืนยันการใช้ยา acetaminophen (พาราเซตามอล) ระหว่างตั้งครรภ์เป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดภาวะออทิสติก แม้มีการศึกษาเชิงลึกและครอบคลุมจำนวนมากในช่วงทศวรรษที่ผ่านมา แต่สาเหตุที่แท้จริงของภาวะออทิสติกยังไม่ทราบแน่ชัด และมีหลายตัวแปรที่เกี่ยวข้อง อย่างไรก็ดี WHO ระบุว่ามีหลักฐานที่น่าเชื่อถือว่าวัคซีนสำหรับเด็กไม่ก่อให้เกิดภาวะออทิสติก หรือความผิดปกติด้านพัฒนาการ ทั้งนี้ WHO แนะนำให้สตรีตั้งครรภ์ใช้ยาทุกชนิดด้วยความระมัดระวัง โดยเฉพาะในช่วงสามเดือนแรก และปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์หรือนักวิชาการด้านสุขภาพอย่างใกล้ชิด

สหรัฐฯ จะไม่ยินยอมให้อิสราเอลผนวกรวมเขตเวสต์แบงก์

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ระบุเมื่อ 25 ก.ย.68 ว่า จะไม่ยอมให้อิสราเอลผนวกดินแดนเขตเวสต์แบงก์ ซึ่งเป็นผลหลังจากการเจรจากับผู้นำชาติอาหรับ เกี่ยวกับแผนสันติภาพ 21 ข้อ เพื่อยุติสงครามในฉนวนกาซา และอยู่ระหว่างพิจารณาแผนในขั้นตอนสุดท้ายร่วมกัน คาดว่าประเทศอาหรับเรียกร้องให้ระบุถึงการฟื้นฟูฉนวนกาซา ซึ่งรวมถึงการคัดค้านกรณีอิสราเอลผนวกเขตเวสต์แบงก์ เพิ่มเติมจากกรอบข้อเสนออื่น ๆ ของสหรัฐฯ อาทิ การปล่อยตัวตัวประกันทั้งหมด การหยุดยิง แนวทางการปกครองฉนวนกาซา โดยปราศจากกลุ่มฮะมาส และข้อเสนอให้อิสราเอลถอนกองกำลังออกจากฉนวนกาซา โดยเจ้าชายฟัยศ็อล บิน ฟัรฮาน รมว.กต.ซาอุดีอาระเบีย ยืนยันกับประธานาธิบดีทรัมป์ว่า การผนวกรวมเขตเวสต์แบงก์จะบั่นทอนสันติภาพของฉนวนกาซา ตลอดจนสันติภาพโลก ส่วนประธานาธิบดีฝรั่งเศส ระบุว่า สหรัฐฯ และสหภาพยุโรป จะคัดค้านการผนวกเขตเวสต์แบงก์ของอิสราเอล เพื่อส่งเสริมสันติภาพในภูมิภาคตามข้อตกลงอับราฮัม (Abraham Accords)

ผู้นำสูงสุดเวียดนามมีแผนจะเยือนเกาหลีเหนือ

นสพ.The Straits Time รายงานเมื่อ 25 ก.ย.68 ว่า พล.ต.อ.โต เลิม เลขาธิการพรรคคอมมิวนิสต์ ผู้นำสูงสุดเวียดนาม จะเยือนเกาหลีเหนือใน ต.ค.68 ซึ่งเป็นครั้งแรกในรอบ 18 ปี นับตั้งแต่ผู้นำสูงสุดเวียดนามเยือนเกาหลีเหนือเมื่อปี 2550 ปัจจุบันทั้งสองประเทศมีความสัมพันธ์ใกล้ชิด แต่ไม่มีกิจกรรมการค้าระหว่างกัน

สหรัฐฯ เปลี่ยนท่าทีต่อสงครามรัสเซีย – ยูเครน

สนข.นิวยอร์กโพสต์ รายงานเมื่อ 23 ก.ย.68 ว่าสหรัฐฯ มีแนวโน้มจะเปลี่ยนท่าทีต่อการยุติความรุนแรงและความขัดแย้งในสงครามรัสเซีย – ยูเครน โดยประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ กล่าวระหว่างการหารือกับประธานาธิบดีโวโลดีมีร์ เซเลนสกี ของยูเครนว่า พันธมิตรเนโตควรโจมตีเครื่องบินรบของรัสเซียได้ หากมีการรุกล้ำน่านฟ้าของประเทศสมาชิก และระบุผ่าน Truth​ Social ว่า ได้รับทราบสถานการณ์ที่แท้จริงด้านการทหารและเศรษฐกิจของยูเครนกับรัสเซีย และเห็นว่าเศรษฐกิจรัสเซียกำลังอ่อนแอ่ลง ตลอดจนมองว่ายูเครนสามารถยึดดินแดนคืนจากรัสเซียได้ ด้วยการสนับสนุนทางการเงินจากยุโรป เฉพาะอย่างยิ่งจากเนโต

EU ผลักดันโครงการกำแพงโดรนเพื่อรับมือรัสเซีย

สนข.Euronews รายงานเมื่อ 24 ก.ย.68 ว่า สหภาพยุโรป (EU) จะเร่งเดินหน้าโครงการกำแพงโดรนตามแนวชายแดนด้านตะวันออกของประเทศสมาชิกเพื่อป้องกันการรุกล้ำน่านฟ้า หลังรัสเซียถูกกล่าวหาว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์โดรนปรากฏเหนือสนามบินโคเปนเฮเกน ในเดนมาร์ก จนทำให้ต้องปิดทำการเกือบ 4 ชั่วโมง และก่อนหน้านี้ยังมีการละเมิดน่านฟ้าในโปแลนด์ โรมาเนีย และเอสโตเนีย โดยคณะกรรมาธิการยุโรปย้ำว่า กำแพงโดรนจะมุ่งเน้นทั้งการตรวจจับและการตอบโต้ และอาจใช้งบประมาณจากกองทุนกู้ยืมด้านกลาโหมมูลค่า 150,000 ล้านยูโร ทั้งนี้ ปัจจุบันมี 7 ประเทศยุโรปตะวันออก ได้แก่ เอสโตเนีย ลัตเวีย ฟินแลนด์ ลิทัวเนีย โปแลนด์ โรมาเนีย บัลแกเรีย รวมถึงยูเครน และล่าสุดเดนมาร์ก เข้าร่วมโครงการดังกล่าว

ผู้นำเมียนมาจะเข้าร่วมงาน World Atomic Week Forum 2025 ที่รัสเซีย

นสพ. The Global New Light of Myanmar และ Mizzima รายงานเมื่อ 24 ก.ย.68 ว่า พล.อ.อาวุโส มินอองไลง์ รักษาการประธานาธิบดี ประธานคณะกรรมาธิการความมั่นคงและสันติภาพแห่งรัฐ (SSPC) และ ผบ.ทสส.เมียนมา จะเดินทางเยือนรัสเซีย ระหว่าง 25-28 ก.ย.68 ตามคำเชิญของนายวลาดิมีร์ ปูติน ประธานาธิบดีรัสเซีย เพื่อเข้าร่วมงาน World Atomic Week Forum 2025 หารือกับประธานาธิบดีปูติน ในประเด็นความร่วมมือด้านเศรษฐกิจ ความมั่นคง การทหาร พลังงาน และเทคโนโลยี

นรม.แคนาดาระบุว่าเตรียมพบหารือกับประธานาธิบดีจีนในเวลาที่เหมาะสม

นรม.มาร์ค คาร์นีย์ของแคนาดากล่าวให้สัมภาษณ์เมื่อ  23  ก.ย. 68  หลังการประชุมสมัชชาสหประชาชาติ   ที่นครนิวยอร์ก สหรัฐฯ  ว่าแคนาดามีโอกาสจะขยายความร่วมมือด้านการค้า พลังงานและเกษตรกรรมกับจีน  โดยจะพบกับประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ของจีน ในเวลาที่เหมาะสมภายในปี 2568 เพื่อหารือถึงการเพิ่มความร่วมมือในประเด็นดังกล่าวเพิ่มเติม หลังจากที่ตนสนทนาทางโทรศัพท์กับประธานาธิบดีจีนเกี่ยวกับมาตรการขึ้นภาษีเหล็กของสหรัฐฯ  และการเตรียมเยือนจีนของนางอานิตา อานัน รมว.กต.แคนาดาในเร็ว ๆ นี้

ประธานาธิบดีทรัมป์เข้าร่วมการประชุมสมัชชาใหญ่แห่งสหประชาชาติ ครั้งที่ 80

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ กล่าวสุนทรพจน์ระหว่างการเข้าร่วมการประชุมสมัชชาใหญ่แห่งสหประชาชาติ ครั้งที่ 80 เมื่อ 23 ก.ย.68   สาระสำคัญ คือ (1) การกลับเข้ามาดำรงตำแหน่งสมัยที่ 2  ทำให้สหรัฐฯ กลับมาเข้มแข็งอีกครั้ง ทั้งทางเศรษฐกิจ ทางการทหาร และพรมแดน  (2) วิจารณ์บทบาทของสหประชาชาติในการรักษาสันติภาพทั่วโลกที่สหรัฐฯ มีบทบาทนำมากกว่า พร้อมย้ำความเห็นต่างในประเด็นการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและไม่สนับสนุนการรับผู้อพยพย้ายถิ่นฐาน (3) ผลักดันให้เกิดสันติภาพในตะวันออกกลางโดยเฉพาะอย่างยิ่งความขัดแย้งอิสราเอล – กลุ่มฮะมาส และสงครามรัสเซีย – ยูเครนที่จีนและอินเดีย รวมถึงบางประเทศในยุโรปยังซื้อน้ำมันรัสเซีย และ (4) ผลักดันให้เกิดการขับเคลื่อนระหว่างประเทศว่าด้วยการบังคับใช้อนุสัญญาห้ามใช้อาวุธชีวภาพ ด้วยการใช้ระบบการตรวจสอบ พิสูจน์ทราบและยืนยันด้วยปัญญาประดิษฐ์  ประธานาธิบดีทรัมป์ยังได้หารือกับผู้นำและผู้แทนที่มาร่วมประชุมฯ รวมถึงการหารือกับประเทศมุสลิม ได้แก่ ซาอุดีอาระเบีย สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ กาตาร์ อียิปต์ จอร์แดน ตุรกี อินโดนีเซีย และปากีสถาน เพื่อหาแนวทางสันติภาพในฉนวนกาซา