MSS เตือน นศ.จีน ให้ระวังการถูกชักชวนเป็นสายลับ

กระทรวงความมั่นคงแห่งรัฐจีน (Ministry of State Security-MSS) เผยแพร่บทความเมื่อ 19 ก.ย.67 เตือนนักศึกษาจีนในต่างประเทศให้ระมัดระวังการถูกชักชวนหรือล่อลวงโดยหน่วยงานด้านการจารกรรมต่างชาติ ทั้งยังยังเตือนให้ปฏิบัติตามกฎหมายและระเบียบของท้องถิ่น โดยเฉพาะช่วงการเดินทางเข้า-ออกประเทศ เพราะอาจถูกลักลอบใส่สิ่งต้องห้ามในสัมภาระ เพื่อใช้เป็นเงื่อนไขความร่วมมือเพื่อแลกกับการไม่ถูกดำเนินการตามกฎหมาย หรืออาจถูกเข้าหาด้วยข้ออ้างเรื่องการวิจัยทางการศึกษา มุ่งเป้าหมายนักศึกษาจีนที่ศึกษาในสาขาสำคัญหรือเป็นโครงการที่รัฐบาลสนับสนุน อาทิ โครงการแลกเปลี่ยนระหว่างประเทศ โดยใช้การเข้าหาผ่านทางคนรู้จักเพื่อสร้างความไว้วางใจ อาจมีการชักชวนให้ไปสถานที่อ่อนไหว อาทิ คาสิโน หรือชักชวนให้ทำกิจกรรมที่มีความเสี่ยง เพื่อใช้เป็นเงื่อนไขบีบให้กระทำการจารกรรม ทั้งนี้ หากบุคคลใดถูกบังคับหรือล่อลวงให้กระทำการจารกรรมที่เป็นภัยต่อความมั่นคงของชาติ ให้รายงานต่อฝ่ายความมั่นคงหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อแสดงถึงความสำนึกผิด และอาจได้รับยกเว้นการลงโทษตามกฎหมายต่อต้านการจารกรรมของจีน

ฟิลิปปินส์ห่วงกังวลชาวต่างชาติแฝงเข้ามาเป็นพลเมืองฟิลิปปินส์

สำนักข่าว GMA รายงานเมื่อ 19 ก.ย.67 อ้างการเปิดเผยของนาย Adelio Cruz ผู้ช่วยเลขาธิการสำนักงานกงสุลฟิลิปปินส์ ในการชี้แจงต่อคณะอนุกรรมาธิการวุฒิสภา ว่า ตั้งแต่ พ.ย.66 ได้ปฏิเสธคำร้องขอมีหนังสือเดินทางจากบุคคลต้องสงสัยว่าไม่ใช่เป็นพลเมืองฟิลิปปินส์มากถึง 171 ราย และยกเลิกหนังสือเดินทางฟิลิปปินส์ 66 เล่ม ที่ออกให้กับชาวต่างชาติโดยทุจริต ทั้งนี้ คำร้องขอดังกล่าวเป็นการดำเนินการผ่านสำนักงานกงสุลที่ให้บริการนอกสถานที่ชั่วคราว ส่วนมากเป็นการขอมีหนังสือเดินทางครั้งแรก บางคนใช้สูติบัตรปลอม และทั้งหมดจดทะเบียนเกิดล่าช้า นอกจากนี้ นาย Cruz กล่าวเพิ่มเติมว่า สำนักงานกงสุลได้ประสานงานร่วมกับสำนักงานสอบสวนแห่งชาติ (NBI) สำนักงานสถิติ และสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง เพื่อยกระดับการตรวจสอบบุคคลให้ครอบคลุมมากขึ้น อีกทั้งยังยกตัวอย่างกรณีที่ NBI จับกุมชาวจีนอายุ 21 ปี ได้ที่เมืองดาเวา ขณะพยายามหลบหนีหลังถูกตรวจพบว่ายื่นเอกสารปลอม

ชาวสิงคโปร์ให้การสนับสนุนโทษประหารชีวิตเพิ่มมากขึ้น

กระทรวงมหาดไทยสิงคโปร์ เปิดเผยผลสำรวจความคิดเห็น เมื่อ 19 ก.ย.67 ว่า ชาวสิงคโปร์สนับสนุนการใช้โทษประหารชีวิตสำหรับอาชญากรรมที่ร้ายแรงที่สุดมากขึ้นอย่างมีนัย โดยร้อยละ 77.4 เห็นด้วยกับการใช้โทษประหารชีวิตสำหรับอาชญากรรมร้ายแรงที่สุด เช่น การฆาตกรรมและการค้ายาเสพติดในปริมาณมาก ซึ่งเป็นสัดส่วนที่เพิ่มขึ้นจากผลสำรวจล่าสุดเมื่อปี 2564 นอกจากนี้ สัดส่วนของจำนวนชาวสิงคโปร์ที่สนับสนุนโทษประหารชีวิตสำหรับการลักลอบขนยาเสพติดและความผิดเกี่ยวกับอาวุธปืน ยังปรับตัวเพิ่มขึ้นจากเมื่อปี 2566

ยุทธศาสตร์กองทัพเรือฉบับใหม่ของสหรัฐฯ มุ่งรับมือภัยคุกคามจากจีนภายในปี 2570

พลเรือเอกหญิง Lisa Franchetti ผู้บัญชาการกองทัพเรือสหรัฐฯ ประกาศยุทธศาสตร์กองทัพเรือฉบับใหม่หรือ Navigation Plan for America’s Warfighting Navy (Project 33) เมื่อ 19 ก.ย.67 เพื่อใช้เป็นแนวทางเสริมสร้างกองทัพเรือสหรัฐฯ ให้พร้อมรับมือกับความท้าทายต่าง ๆ ภายในปี 2570 เฉพาะอย่างยิ่งภัยคุกคามจากจีน โดยยุทธศาสตร์ดังกล่าวให้ความสำคัญกับการแก้ไขปัญหาเดิม เช่น ลดความล่าช้าในการซ่อมบำรุงยุทโธปกรณ์ ทั้งเรือรบ เรือดำน้ำ และเครื่องบิน ฟื้นฟูโครงสร้างพื้นฐานเพื่อส่งเสริมการวางแผนการต่อสู้จากชายฝั่ง ส่งเสริมการบูรณาการระหว่างศูนย์ปฏิบัติการทางทะเลของสหรัฐฯ กับกองกำลังร่วม รวมทั้งกองทัพเรือของประเทศพันธมิตร นอกจากนี้ ยังมุ่งส่งเสริมศักยภาพของกองทัพ เช่น เพิ่มจำนวนกำลังพล ควบคู่กับรักษากำลังพลสำรองที่ร้อยละ 80 เพื่อพร้อมต่อการเคลื่อนพล ฝึกฝนการต่อสู้ในโลกแห่งความเป็นจริงและในโลกเสมือน นำเทคโนโลยีขั้นสูงมาใช้เพื่อพัฒนาระบบอาวุธอัตโนมัติ ซึ่งจะทำให้สหรัฐฯ สามารถช่วยเหลือไต้หวันจากการบุกรุกของจีน พร้อมทั้งปฏิบัติการในพื้นที่ความขัดแย้งอื่นของโลกได้ เช่น ทะเลแดง และอ่าวเอเดน

MNDAA ประกาศไม่ร่วมมือกับ NUG ทั้งด้านการเมืองและการทหาร

สำนักข่าว Irrawaddy รายงานเมื่อ 19 ก.ย.67 อ้างแถลงการณ์ของกลุ่มโกกั้งเมืองเลาไกง์ (MNDAA) เผยแพร่บน Facebook ในวันเดียวกัน ระบุว่า จะไม่ร่วมมือกับรัฐบาลเอกภาพแห่งชาติ (NUG) ทั้งด้านการเมืองและการทหาร รวมถึงจะไม่ขยายดินแดนหรือโจมตีเมืองมัณฑะเลย์ เมืองตองจี รัฐฉานตอนใต้ และจะไม่ร่วมมือกับองค์กรระหว่างประเทศใด ๆ ที่ต่อต้านจีน พร้อมเรียกร้องให้จีนแทรกแซงแก้ไขปัญหาความขัดแย้งภายในเมียนมา โดย MNDAA พร้อมจะยุติการสู้รบโดยทันทีและให้ความร่วมมือกับจีนเพื่อแก้ไขปัญหาผ่านการเจรจา อย่างไรก็ดี MNDAA ยังคงยึดมั่นต่อการสถาปนาการปกครองตนเอง และรักษาสิทธิ์ในการป้องกันตัวเอง

รมว.กห.สหรัฐฯ และอิสราเอลหารือกันทางโทรศัพท์ เกี่ยวกับสถานการณ์ในตะวันออกกลาง

กระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ รายงานเมื่อ 18 ก.ย.67 ว่า ในวันเดียวกันนี้ พล.อ.ลอยด์ ออสติน รัฐมนตรีกลาโหมสหรัฐฯ หารือทางโทรศัพท์กับนายโยอาฟ กัลลันต์ รัฐมนตรีกลาโหมอิสราเอล เพื่อติดตามความคืบหน้าของสถานการณ์ด้านความมั่นคงในภูมิภาค โดยสหรัฐฯ ย้ำถึงการสนับสนุนอย่างไม่ลดละของสหรัฐฯ ต่ออิสราเอลเมื่อเผชิญกับภัยคุกคามจากอิหร่าน กลุ่มฮิซบุลลอฮ์ในเลบานอน และพันธมิตรในภูมิภาคอื่นๆ ของอิหร่าน กับทั้งเน้นย้ำถึงความมุ่งมั่นของสหรัฐฯ ที่จะขัดขวางฝ่ายตรงข้าม และความพยายามลดความตึงเครียดในภูมิภาค โดยให้ความสำคัญอย่างยิ่งต่อการบรรลุข้อตกลงหยุดยิงในฉนวนกาซาเพื่อนำตัวประกันที่ถูกกลุ่มฮะมาสจับตัวไว้กลับบ้าน และการแก้ไขปัญหาขัดแย้งบริเวณชายแดนอิสราเอล-เลบานอนด้วยวิธีทางการทูตอย่างถาวร

อินเดียส่งมอบความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมแก่ประเทศผู้ประสบภัยพิบัติไต้ฝุ่นยางิ

สำนักข่าว The Hindu รายงานเมื่อ 15 ก.ย.67 อ้างถ้อยแถลงของรัฐมนตรีต่างประเทศอินเดีย ที่เผยแพร่ผ่านแอปพลิเคชัน X ระบุว่า อินเดียส่งมอบความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมเพื่อฟื้นฟูเมียนมา เวียดนามและลาว ที่ประสบภัยพิบัติจากไต้ฝุ่นยางิ ซึ่งเรือ INS Satpura ของอินเดีย จะบรรทุกสิ่งของช่วยเหลือประเภทอาหารแห้ง เสื้อผ้า เวชภัณฑ์ และสิ่งของจำเป็น น้ำหนักรวม 10,000 กิโลกรัม เพื่อส่งมอบแก่เมียนมา ส่วนเครื่องบิน C-17 จะขนส่งสิ่งของช่วยเหลือ อาทิ เครื่องกรองน้ำ อุปกรณ์กักเก็บน้ำ ผ้าห่ม ไฟฉายพลังงานแสงอาทิตย์ น้ำหนักรวม 35,000 กิโลกรัม มูลค่า 1,000,000 ดอลลาร์สหรัฐ ส่งมอบให้กับเวียดนาม กับทั้งขนส่งสิ่งของช่วยเหลือประเภทเดียวกันน้ำหนักรวม 10,000 กิโลกรัม มูลค่า 100,000 ดอลลาร์สหรัฐ ให้กับลาว โดยความช่วยเหลือครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของนโยบายรุกตะวันออก (Act East) ของอินเดีย ที่มุ่งแสดงบทบาทนำให้ความช่วยเหลือแก่ประเทศผู้ประสบภัยพิบัติ

UNGA มีมติเห็นชอบให้อิสราเอลยุติการยึดครองดินแดนปาเลสไตน์

ข่าวสารนิเทศองค์การสหประชาชาติ  รายงานเมื่อ 18 ก.ย.67 ว่า ในวันเดียวกันสมัชชาสหประชาชาติ (United Nations General Assembly-UNGA) ลงมติเรียกร้องให้อิสราเอลถอนกำลังทหาร ยุติกิจกรรมการตั้งถิ่นฐานใหม่และอพยพผู้ตั้งถิ่นฐานทั้งหมดออกจากดินแดนปาเลสไตน์ รวมทั้งให้อิสราเอลส่งคืนที่ดินและทรัพย์สินทั้งหมดที่ครอบครองตั้งแต่ปี 2510 คืนแก่ปาเลสไตน์ ตลอดจนอนุญาตให้ชาวปาเลสไตน์ที่พลัดถิ่นกลับสู่ภูมิลำเนาและได้รับการชดเชยค่าเสียหายจากการยึดครองของอิสราเอล ทั้งนี้ มติดังกล่าวมีประเทศเห็นชอบ 124 ประเทศ รวมถึงไทย คัดค้าน 14 ประเทศ ได้แก่ อาร์เจนตินา สาธารณรัฐเช็ก ฟิจิ ฮังการี อิสราเอล มาลาวี ไมโครนีเซีย นาอูรู ปาเลา ปาปัวนิวกีนี ปารากวัย ตองกา ตูวาลู และสหรัฐฯ และงดออกเสียง 43 ประเทศ เช่น ออสเตรเลีย เยอรมนี อินเดีย เกาหลีใต้ ยูเครน และสหราชอาณาจักร

เกิดเหตุอุปกรณ์สื่อสารระเบิดเป็นวันที่สองในหลายพื้นที่ทั่วเลบานอน มีผู้เสียชีวิต 20 ราย

กระทรวงสาธารณสุขเลบานอน แถลงเมื่อ 18 ก.ย.67 ว่า ในวันเดียวกัน เกิดเหตุอุปกรณ์สื่อสารแบบไร้สายระเบิดเป็นวันที่สองในหลายพื้นที่ทั่วเลบานอน รวมถึงในฐานที่มั่นของกลุ่มฮิซบุลลอฮ์ทางตอนใต้และตะวันออกของกรุงเบรุต ทำให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 20 ราย และบาดเจ็บกว่า 450 ราย สื่อต่างประเทศหลายแห่งรายงานว่า เหตุระเบิดครั้งนี้ส่วนใหญ่มีชนวนเหตุจากวิทยุสื่อสารของกลุ่มฮิซบุลลอฮ์ คาดว่าเป็นวอล์คกี้ทอล์คกี้รุ่น IC-V82 ผลิตโดยบริษัท ICOM ของญี่ปุ่น รวมทั้งมีรายงานเหตุระเบิดจากอุปกรณ์ที่ใช้พลังงานแสงอาทิตย์และแบตเตอรี่รถยนต์ในหลายพื้นที่ โดยแตกต่างจากเหตุระเบิดครั้งแรก เมื่อ 17 ก.ย.67 ที่เป็นเหตุเครื่องเพจเจอร์ของสมาชิกกลุ่มฮิซบุลลอฮ์ระเบิดพร้อมกันหลายพันเครื่องทั่วประเทศ ทำให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 12 ราย และบาดเจ็บเกือบ 3,000 ราย

บริษัทผู้ผลิตเพจเจอร์ไต้หวันปฏิเสธความเกี่ยวข้องกรณีเหตุเพจเจอร์กลุ่มฮิซบอลเลาะห์ระเบิดทั่วเลบานอน

สำนักข่าว Reuters รายงานเมื่อ 18 ก.ย.67 อ้างนาย Hsu Ching-kuang ผู้ก่อตั้งและประธานบริษัท Gold Apollo ของไต้หวัน ปฏิเสธว่าบริษัทฯ ไม่ได้เป็นผู้ผลิตเพจเจอร์รุ่น AR-924 จากกรณีเพจเจอร์ของสมาชิกกลุ่มฮิซบอลเลาะห์ในเลบานอนระเบิดพร้อมกันทั่วประเทศเมื่อ 17 ก.ย.67 ขณะที่แถลงการณ์ของ Gold Apollo ระบุว่า เพจเจอร์รุ่นดังกล่าวผลิตโดยบริษัท BAC ในยุโรปที่ได้รับลิขสิทธิ์การใช้ตราสินค้าและจัดจำหน่ายเฉพาะในบางภูมิภาค ซึ่ง BAC เป็นผู้ออกแบบและผลิตเองทั้งหมด ด้านกระทรวงเศรษฐกิจไต้หวันระบุว่า ไม่พบข้อมูลการส่งออกเพจเจอร์จากไต้หวันไปยังเลบานอนโดยตรง และมีความเป็นไปได้ว่าอาจมีการปรับแต่งเพจเจอร์หลังการผลิต อนึ่ง เหตุระเบิดดังกล่าวทำให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 9 ราย และบาดเจ็บมากกว่า 2,700 คน โดยหน่วยความมั่นคงเลบานอนให้ข้อมูลแก่  Reuters ว่า กลุ่มฯ สั่งซื้อเครื่องเพจเจอร์จำนวน 5,000 เครื่องจากบริษัท Gold Apollo เพราะเชื่อว่าการใช้เพจเจอร์จะช่วยเลี่ยงไม่ให้อิสราเอลสามารถระบุพิกัดตำแหน่งของผู้ใช้งานได้