รมว.เศรษฐกิจอาเซียนหารือการส่งเสริมความร่วมมือทางเศรษฐกิจเพื่อรับมือกับความท้าทายที่เพิ่มขึ้นในภูมิภาค

สำนักเลขาธิการอาเซียน รายงานเมื่อ 17 ก.ย.67 ว่า ที่ประชุมรัฐมนตรีเศรษฐกิจอาเซียน (ASEAN Economic Ministers’ Meeting-AEM) ครั้งที่ 56 และการประชุมที่เกี่ยวข้อง จัดขึ้นที่นครหลวงเวียงจันทน์ ลาว ระหว่าง 15-22 ก.ย.67 ได้หารือความคืบหน้าของความร่วมมือภายใต้ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (ASEAN Economic Community-AEC) พร้อมกับยืนยันความมุ่งมั่นของอาเซียนในการบูรณาการเศรษฐกิจในภูมิภาค ท่ามกลางความท้าทายที่เพิ่มขึ้นจากการแบ่งขั้วทางเศรษฐกิจ ความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ และการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ นอกจากนี้ ประชุมยังเน้นย้ำยุทธศาสตร์ของอาเซียน โดยเฉพาะด้านเศรษฐกิจดิจิทัลและเศรษฐกิจสีเขียว เพื่อสนับสนุนให้อาเซียนเป็นศูนย์กลางความเจริญ

บริษัทแอร์บัสของฝรั่งเศสและบริษัทอุตสาหกรรมการบินจีน ถูกระบุว่าเชื่อมโยงอาชญากรรมสงครามในเมียนมา

สำนักข่าว Irrawaddy รายงานเมื่อ 16 ก.ย.67 ว่า กลุ่ม Justice for Myanmar และกลุ่ม Info Birmanie จัดทำรายงานเรื่อง “#Airbusted” เปิดเผยความเชื่อมโยงระหว่างบริษัทแอร์บัส กับบริษัท อุตสาหกรรมการบินแห่งประเทศจีน (Aviation Industry Corporation of China : AVIC) ของจีน พร้อมเรียกร้องให้บริษัทแอร์บัส ลดการเข้าไปข้องเกี่ยวกับบริษัท AVIC เนื่องจากมีความเกี่ยวข้องกับอาชญากรรมสงครามในเมียนมา โดย AVIC เป็นผู้จัดหาเครื่องบินทหารและอาวุธให้กับกองทัพเมียนมาเพื่อใช้โจมตีทางอากาศตอบโต้กลุ่มต่อต้าน แม้บทบาทของบริษัท AVIC จะชัดเจนว่ามีความสัมพันธ์กับกองทัพเมียนมา แต่บริษัทแอร์บัสยังคงรักษาความร่วมมือและเพิ่มการลงทุนกับ AVIC ซึ่งในห้วง พ.ย.66 – มี.ค.67 มีการโจมตีทางอากาศจากกองทัพเพิ่มขึ้น 5 เท่า ทั้งนี้ บริษัทแอร์บัสเป็นหุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์กับ AVIC และเป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่อันดับ 2 นอกจากการถือหุ้นยังมีความร่วมมือกับบริษัทในเครือของ AVIC รวมถึงบริษัทที่เกี่ยวข้องกับการจัดหาเครื่องบินทางทหารให้กับเมียนมา

ประธานาธิบดีสหรัฐฯ จะเข้าร่วมการประชุมสมัชชาใหญ่แห่งสหประชาชาติที่นิวยอร์กระหว่าง 23-25 ก.ย. 67

  ทำเนียบประธานาธิบดีสหรัฐฯ ประกาศเมื่อ 17 ก.ย. 67 ว่า ประธานาธิบดีโจเซฟ ไบเดน จะเดินทางไปนครนิวยอร์กเพื่อเข้าร่วมการประชุมสมัชชาใหญ่แห่งสหประชาชาติสมัยที่ 79 ระหว่าง 23-25 ​ก.ย. 67 ซึ่งนอกจากการปราศรัยต่อสมัชชาใหญ่ใน 24 ก.ย. 67 แล้ว ประธานาธิบดีไบเดนจะพบหารือนอกรอบกับผู้นำจากประเทศอื่น ๆ เกี่ยวกับความร่วมมือในการจัดการกับภัยคุกคามต่อสันติภาพและความมั่นคงระหว่างประเทศ การส่งเสริมความเจริญรุ่งเรืองของโลก และการปกป้องสิทธิมนุษยชน

มาเลเซียอายัดบัญชีเครือธุรกิจ GISB ที่เชื่อมโยงการทารุณกรรมเด็ก

สำนักข่าว New Straits Times เมื่อ 17 ก.ย.67 ว่า ตัน ศรี ราซารูดิน ฮูเซน ผู้บัญชาการตำรวจมาเลเซีย สั่งอายัดบัญชีธนาคาร 96 บัญชี ที่มีความเชื่อมโยงกับกลุ่มธุรกิจ Global Ikhwan Services and Business Holdings (GISB) มูลค่ารวม 581,552.31 ริงกิต และปิดบัญชีรับบริจาคอีก 4 บัญชี เพื่อสืบสวนหาหลักฐานการฟอกเงินและแสวงประโยชน์จากเด็ก จากกรณีสถานสงเคราะห์เด็กในเครือ GISB กว่า 20 แห่ง ในรัฐสลังงอร์และเนกรีเซมบิลัน แสวงประโยชน์ ทารุณกรรม ล่วงละเมิดทางเพศเด็ก และบิดเบือนคำสอนทางศาสนาอิสลาม โดยเหยื่อเป็นเด็กและเยาวชนอายุตั้งแต่ 1 ขวบ – 17 ปี จำนวน 402 คน ส่วนผู้ก่อเหตุเป็นครูสอนศาสนาและพี่เลี้ยง จำนวน 171 คน ด้านคณะกรรมาธิการการศาสนาอิสลาม…

เกิดเหตุเครื่องเพจเจอร์ของกลุ่มฮิซบุลลอฮ์ระเบิดพร้อมกันทั่วประเทศ

นาย Ziad Makary รัฐมนตรีกระทรวงข้อมูลข่าวสารของเลบานอน กล่าวหาอิสราเอลว่าอยู่เบื้องหลังเหตุเครื่องเพจเจอร์ของสมาชิกกลุ่มฮิซบุลลอฮ์ระเบิดพร้อมกันหลายพันเครื่องทั่วประเทศ เมื่อ 17 ก.ย.67 ทำให้มีผู้เสียชีวิต 9 ราย และบาดเจ็บกว่า 2,750 ราย รวมถึงนาย Mojtaba Amani เอกอัครราชทูตอิหร่าน/เลบานอน ซึ่งสอดคล้องกับสมาชิกกลุ่มฮิซบุลลอฮ์ในเลบานอนที่เชื่อว่าเหตุการณ์ครั้งนี้น่าจะมีความเชื่อมโยงกับอิสราเอล พร้อมกับประณามว่าเป็นการละเมิดด้านความมั่นคงและความปลอดภัยครั้งใหญ่ที่สุดนับตั้งแต่กลุ่มร่วมโจมตีอิสราเอลเพื่อสนับสนุนกลุ่มฮะมาส เมื่อ 8 ต.ค.66 และประกาศจะตอบโต้อิสราเอลต่อเหตุดังกล่าว ทั้งนี้ ผู้นำกลุ่มฮิซบุลลอฮ์มีคำสั่งให้สมาชิกยกเลิกการใช้สมาร์ทโฟนเมื่อต้นปี 2567 และสั่งซื้อเครื่องเพจเจอร์กว่า 5,000 เครื่อง จากบริษัท Gold Apollo ของไต้หวัน จัดสรรให้สมาชิกกลุ่มใช้สำหรับการรับและส่งข้อความแบบไร้สายเท่านั้น เพื่อป้องกันการดักฟังและหลีกเลี่ยงการติดตามตำแหน่งจากอิสราเอล ซึ่งผู้เชี่ยวชาญด้านความมั่นคงระบุถึงความเป็นไปได้ว่าหน่วยข่าวกรองอิสราเอล (Mossad) จะเข้าถึงอุปกรณ์ดังกล่าว และฝังวัตถุระเบิดขนาดเล็กในเครื่องเพจเจอร์ ที่สามารถจุดชนวนด้วยการเข้ารหัสและทำให้ระเบิดทำงานพร้อมกัน

กบฏ Houthi อ้างว่าสหรัฐฯ เสนอให้กบฏ Houthi ยุติการโจมตี แลกกับการรับรองรัฐบาลของกบฏ Houthi ในเยเมน

นาย Mohammed Al-Bukhaiti โฆษกและสมาชิกสภาการเมืองระดับอาวุโสของกบฏชาวชีอะฮ์เผ่า Houthi ในเยเมน ให้สัมภาษณ์สำนักข่าว Al Jazeera เมื่อ 16 ก.ย.67 อ้างว่าสหรัฐฯ ยื่นข้อเสนอให้กบฏ Houthi ยุติการโจมตีเป้าหมายในดินแดนอิสราเอล รวมถึงผลประโยชน์ของอิสราเอลและสหรัฐฯ ในภูมิภาค แลกกับการที่สหรัฐฯ จะให้การรับรองรัฐบาลของกบฏ Houthi ในกรุงซานาของเยเมนอย่างเป็นทางการ โดยนาย Bukhaiti ยังระบุด้วยว่า สหรัฐฯ ติดต่อกับกบฏ Houthi ผ่านคนกลางทุกครั้ง หลังจากกบฏ Houthi ปฏิบัติการโจมตีผลประโยชน์ของอิสราเอลและสหรัฐฯ ในภูมิภาค เพื่อข่มขู่และโน้มน้าวให้กบฏ Houthi ยุติการโจมตี อย่างไรก็ดี นาย Bukhaiti ไม่ได้ระบุถึงข้อมูลของคนกลาง ขณะที่ Reuters รายงานเมื่อ 17 ก.ย.67 ว่าสหรัฐฯ ปฏิเสธการกล่าวอ้างดังกล่าว โดยระบุว่าเป็นการโฆษณาชวนเชื่อ เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือของกบฏ Houthi ทั้งนี้ ความเคลื่อนไหวดังกล่าวของกบฏ Houthi มีขึ้นหลังจากกบฏ Houthi…

ประธานาธิบดีอิหร่านมีกำหนดจะเข้าร่วมการประชุมสุดยอดกลุ่ม BRICS ที่รัสเซีย ระหว่าง 22-24 ต.ค.67

นาย Kazem Jalali เอกอัครราชทูตอิหร่าน ณ กรุงมอสโก รัสเซีย ยืนยันเมื่อ 15 ก.ย.67 ว่า ประธานาธิบดีมัสอูด ปิซิชกียาน ของอิหร่าน จะเข้าร่วมการประชุมสุดยอดกลุ่ม BRICS ครั้งที่ 16 ที่เมือง Kazan รัสเซีย ระหว่าง 22-24 ต.ค.67 โดยระหว่างการเยือนรัสเซีย ประธานาธิบดีอิหร่านมีกำหนดจะพบหารือกับประธานาธิบดีวลาดีมีร์ ปูติน ของรัสเซีย และเป็นไปได้ว่าจะมีการลงนามในข้อตกลงความร่วมมือทวิภาคีระหว่างกันเพิ่มเติม ทั้งนี้ กำหนดการเยือนรัสเซียอย่างเป็นทางการของประธานาธิบดีอิหร่านครั้งนี้ เกิดขึ้นในห้วงที่ความตึงเครียดระหว่างอิหร่านกับสหรัฐฯ และชาติตะวันตกเพิ่มสูง หลังนายแอนโธนี บลิงเคน รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐฯ ระบุเมื่อ 10 ก.ย.67 ว่า อิหร่านจัดหาขีปนาวุธพิสัยใกล้ให้รัสเซีย และมีแนวโน้มจะนำขีปนาวุธดังกล่าวไปใช้ทำสงครามกับยูเครน พร้อมกับออกมาตรการคว่ำบาตรอิหร่านเพิ่มเติม

จีนปรับทิศทางการลงทุนในต่างประเทศเน้นตลาดเกิดใหม่และการสร้างกิจการตั้งแต่เริ่มต้น

สำนักข่าว Nikkei Asia รายงานเมื่อ 16 ก.ย.67 อ้างข้อมูลการวิจัยของกลุ่ม Rhodium Group ระบุว่า จีนปรับทิศทางการลงทุนในต่างประเทศ จากเดิมที่เน้นสหรัฐฯ และประเทศในยุโรป ไปยังตลาดเกิดใหม่และเป็นโครงการลงทุนแบบสร้างกิจการตั้งแต่จุดเริ่มต้น (Greenfield) ไม่ใช่การซื้อหรือควบรวมกับกิจการที่มีอยู่เดิม โดยจีนให้ความสำคัญกับตลาดใกล้บ้านมากขึ้น ทำให้ภูมิภาคเอเชียกลายเป็นปลายทางการลงทุนใหญ่ที่สุดของจีนนับตั้งแต่ปี 2560 โดยเฉพาะเวียดนาม มาเลเซีย และอินโดนีเซีย นอกจากนี้ จีนยังลงทุนในภูมิภาคอื่นเพิ่มขึ้น อาทิ แอฟริกา ละตินอเมริกา และตะวันออกกลาง ขณะที่การลงทุนในอเมริกาเหนือและยุโรปลดลง ปัจจัยสำคัญเกิดจากรัฐบาลจีนควบคุมการส่งออกแร่ธาตุสำคัญเมื่อ ก.ค.66 ผลกระทบจากมาตรการปราบปรามการทุจริตคอร์รัปชั่น วิกฤติในภาคอสังหาริมทรัพย์ในจีน ความสัมพันธ์กับสหรัฐฯ ที่เลวร้ายลง ซึ่งส่งผลให้สหรัฐฯ เข้มงวดต่อการลงทุนจากจีนด้วยข้อห่วงกังวลด้านความมั่นคง อนึ่ง การลงทุนในต่างประเทศของจีนเริ่มฟื้นตัวหลังการแพร่ระบาดของโควิด-19 มีมูลค่า 103,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เมื่อปี 2566

รมว.กต.สหรัฐฯ จะเยือนอียิปต์เพื่อขับเคลื่อนข้อตกลงหยุดยิงระหว่างอิสราเอล-ฮะมาส ระหว่าง 17-19 ก.ย.67

กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ เผยแพร่แถลงการณ์เมื่อ 16 ก.ย.67 ว่า นายแอนโทนี บลิงเคน รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐฯ จะเยือนกรุงไคโร อียิปต์ ระหว่าง 17-19 ก.ย.67 เพื่อขับเคลื่อนการเจรจาข้อตกลงหยุดระหว่างอิสราเอล-ฮะมาสและปล่อยตัวประกันทั้งหมดในฉนวนกาซา แนวทางบรรเทาความเสียหายแก่ประชาชนชาวปาเลสไตน์ รวมทั้งจะร่วมเป็นประธานเปิดการประชุมเชิงยุทธศาสตร์สหรัฐฯ-อียิปต์ (U.S.-Egypt Strategic Dialogue) ในประเด็นการขยายความร่วมมือทางเศรษฐกิจ และแลกเปลี่ยนทางวัฒนธรรมและการศึกษาในระดับประชาชนระหว่างกัน อย่างไรก็ดี ในวันเดียวกัน สำนักนายกรัฐมนตรีอิสราเอล เผยแพร่ถ้อยแถลงของนายเบนจามิน เนทันยาฮู นายกรัฐมนตรีอิสราเอล ระหว่างการพบหารือกับนาย Amos Hochstein ที่ปรึกษาอาวุโสด้านความมั่นคงทางพลังงานของสหรัฐฯ ซึ่งเยือนกรุงเทลอาวีฟ อิสราเอล อย่างเป็นทางการ ว่า อิสราเอลขอบคุณและชื่นชมการสนับสนุนของสหรัฐฯ แต่เน้นย้ำจะทำทุกวิถีทางเพื่อรักษาความมั่นคงและช่วยเหลือชาวอิสราเอลที่พลัดถิ่นจากการปะทะกับกลุ่มฮิซบุลลอฮ์บริเวณชายแดนทางตอนเหนือที่ติดกับเลบานอน ซึ่งนาย Yoav Gallant รัฐมนตรีกลาโหมอิสราเอล ยืนยันว่าปฏิบัติการทางทหารเป็นแนวทางเดียวที่จะสามารถช่วยเหลือชาวอิสราเอลที่พลัดถิ่นดังกล่าว

อินโดนีเซียสกัดจับแรงงานที่เตรียมลักลอบไปทำงานในกัมพูชา

สำนักข่าว Tempo รายงานเมื่อ 16 ก.ย.67 อ้างการเปิดเผยของนาย Reza Fahlevi หัวหน้าตำรวจสืบสวนสนามบินซูการ์โน-ฮัตตาและหน่วยอาชญากรรมว่า ในห้วง 11-14 ก.ย.67 เจ้าหน้าที่ประจำสนามบินสกัดจับแรงงานชาวอินโดนีเซียจำนวน 14 คน ก่อนเดินทางออกนอกประเทศไปทำงานในกัมพูชา โดยทั้งหมดไม่สามารถแสดงเอกสารสำหรับการไปทำงานได้ครบถ้วน ทั้งนี้ นาย Reza ระบุว่า เจ้าหน้าที่ได้รับแจ้งเบาะแสแผนการเดินทางดังกล่าวจนนำไปสู่การจับกุม และแรงงานดังกล่าวส่วนใหญ่ได้รับข้อเสนอจากแอปพลิเคชัน Telegram ให้ไปทำงานที่กัมพูชาในตำแหน่งพนักงานบริษัท พนักงานบริการในร้านอาหาร และพนักงานดูแลระบบเกมออนไลน์ที่มีเนื้อหาเกี่ยวกับการพนันผิดกฎหมาย นอกจากนี้เจ้าหน้าที่ยังสามารถจับกุมตัวผู้ต้องสงสัยว่าอาจเป็นนายหน้าจัดหาแรงงานได้จำนวน 2 คน