E-commerce ศึกพ่อค้าคนกลาง

ในยุคที่การซื้อขายสินค้าและบริการส่วนใหญ่เกิดขึ้นในตลาดออนไลน์ มูลค่าการซื้อขายอยู่ที่ 1.5 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ สินค้าและบริการทั้งหลายจะต้องมีทั้งหน้าร้าน และออนไลน์บนแฟลตฟอร์มต่างๆ หรือบางร้านมีสินค้าและบริการขายในตลาดออนไลน์เท่านั้น ทำให้ธุรกิจ E-commerce เติบโตเป็นอย่างมาก จนคาดว่าจะมีผู้ซื้อและผู้ขายอยู่ในธุรกิจนี้ไม่ต่ำกว่า 2.5 พันล้านคน รวมทั้งมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทำให้เกิดธุรกิจที่ทำหน้าที่เป็นตัวกลางระหว่างการซื้อขายและให้บริการนี้ เช่น บริการขนส่ง แพลตฟอร์มหน้าร้านต่างๆ …..และนั่นคือการทำธุรกิจแบบ B to B (Business to Business) ………..“B to B บนโลกออนไลน์” เปรียบเสมือนพ่อค้าคนกลางที่ช่วยอำนวยความสะดวกการเชื่อมต่อระหว่างผู้ผลิตกับลูกค้า เป็นผู้รู้ข้อมูลความต้องการของตลาด จึงสามารถชี้นำสินค้าและบริการให้กับผู้บริโภคได้ด้วยการเพิ่มหรือปิดช่องทางการมองเห็นหรือเข้าถึงร้านค้า ….ดังนั้น บทบาทของ “พ่อค้าคนกลาง” ในโลกออนไลน์จึงมีอำนาจในการต่อรองสูงมากขึ้น แต่นั่นก็ทำให้เกิดการแข่งขันของกลุ่มแฟลตฟอร์มหรือบริการที่จะดึงดูดลูกค้าเข้าใช้บริการของตน ตามมาด้วยโปรโมชั่นพิเศษ ลด แลก แจก แถม ฟรี ที่เป็นประโยชน์ต่อผู้ซื้อ แต่การแข่งขันเพื่อดึงดูดลูกค้าอย่างบ้าคลั่ง อาจกลายเป็นภาวะที่เรียกว่า “การเผาเงินทุน” ที่จะเป็นสาเหตุให้การคืนทุนของธุรกิจแบบ B to B ช้าลง เนื่องจากไม่สามารถสร้างกำไรและฐานลูกค้าได้ทันจุดคุ้มทุน จนต้องยอมแพ้ หรือปิดกิจการไป…

“ลิเทียม” จะนำไปสู่พลังงานสะอาดหรือทำลายโลก

………..บนพื้นที่ราบเกลืออันกว้างใหญ่ในทะเลทรายอาตากามา ประเทศชิลี จะมีบ่อน้ำสีฟ้าขนาดใหญ่จำนวนมาก นั่นคือแหล่งสกัดลิเทียม(Lithium)ที่ใหญ่ที่สุดของภูมิภาคละตินอเมริกา ในบ่อน้ำเหล่านี้จะมีลิเทียมในรูปแบบของเกลือซึ่งถูกสกัดมาจากการระเหยของน้ำด้วยลักษณะที่เป็นผงสีขาว ทำให้ได้รับการขนานนามว่าเป็นทองคำขาวในโลกปัจจุบัน…ที่ถูกเรียกเช่นนี้เพราะลิเทียมเป็นทรัพยากรที่ตลาดโลกกำลังต้องการอย่างมาก ในช่วงเวลาที่โลกกำลังเผชิญปัญหาภาวะโลกร้อนและ หลายประเทศพยายามจะลดเชื้อเพลิงฟอสซิลที่ก่อมลพิษอย่างมหาศาล ด้วยการผลักดันการใช้รถยนต์ไฟฟ้าแทนรถยนต์ที่ใช้เชื้อเพลิงน้ำมัน ความต้องการลิเทียมซึ่งเป็นส่วนประกอบสำคัญของแบตเตอรี่สำหรับรถยนต์ไฟฟ้าจึงพุ่งสูงขึ้น ในปี 2564 มีการผลิตลิเทียมทั่วโลกเกิน 100,000 ตัน เพิ่มถึง 4 เท่า จากปีก่อนหน้านั้น ปัจจุบันลิเทียมราวร้อยละ 70 มาจากเกลือ ส่วนอีกร้อยละ 30 สกัดมาจากแร่ แหล่งสกัดลิเทียมที่ใหญ่ที่สุดคือสามเหลี่ยมลิเทียมในพื้นที่ราบเกลือภูมิภาคละตินอเมริกา ได้แก่ ชิลี โบลิเวีย และอาร์เจนตินา ..ราว 2 ใน 3 ของแร่ลิเทียมทั้งหมดอยู่ที่นี่ โดยชิลีเป็นผู้ส่งออกลิเทียมมากเป็นอันดับ 2 ของโลกรองจากออสเตรเลีย ส่วนอาร์เจนตินาเป็นหนึ่งในผู้ผลิตที่เติบโตเร็วที่สุด ขณะที่โบลิเวียหลายคนเชื่อว่ามีแหล่งทรัพยากรลิเทียมมากที่สุด อย่างไรก็ตามแม้ว่าลิเทียมถือเป็นทรัพยากรที่สำคัญในการเปลี่ยนผ่านพลังงานเชื้อเพลิงเป็นพลังงานสะอาดในประเทศต่างๆ และเป็นปัจจัยสำคัญในการจะช่วยให้บรรลุการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ที่เป็นศูนย์ แต่การสกัดลิเทียมหรือทำเหมืองแร่ลิเทียมกลับส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและชุมชนที่อาศัยอยู่ในบริเวณนั้น โดยเฉพาะในภูมิภาคอเมริกาใต้เนื่องจากการสกัดลิเทียมด้วยการระเหยของเกลือจำเป็นต้องใช้น้ำในปริมาณมาก แค่การผลิตลิเทียม 1 ตัน ก็จำเป็นต้องใช้น้ำถึง 2.2 ล้านลิตร ส่งผลให้ระดับน้ำหลายแหล่งลดลง จึงพบปัญหาความแห้งแล้งและการขาดแคลนน้ำก็ตามมา นำไปสู่ผลกระทบต่อชุมชนในบริเวณใกล้เคียง หลายครัวเรือนไม่สามารถทำการเกษตรได้ ขณะที่หลายคนต้องหาแหล่งน้ำที่ไกลออกไปจากชุมชน…

วิเคราะห์ความพร้อมของอินโดนีเซียด้านความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์

            ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ภัยคุกคามทางไซเบอร์กำลังเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว เนื่องจากความก้าวหน้าของการพัฒนาทางเทคโนโลยีและการใช้อินเทอร์เน็ตที่แพร่หลาย ซึ่งจากการใช้อินเทอร์เน็ตที่เพิ่มขึ้นของประชากรในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ทำให้ภูมิภาคนี้สามารถกลายเป็นเป้าหมายสำคัญของการถูกโจมตีทางไซเบอร์… และอินโดนีเซียก็ได้รับการจัดอันดับให้เป็นหนึ่งในประเทศที่มีผู้ใช้อินเทอร์เน็ตรายใหญ่ที่สุดในโลกอันดับที่ 4 รองจากจีน อินเดีย และสหรัฐอเมริกา การเติบโตของจำนวนผู้ใช้อินเทอร์เน็ตในอินโดนีเซียมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นทุกปี ซึ่งในขณะเดียวกันภัยคุกคามและความเสี่ยงต่อความปลอดภัยทางไซเบอร์ของอินโดนีเซียก็เพิ่มสูงขึ้นเช่นกัน ปัจจัยที่ส่งผลให้อินโดนีเซียเผชิญกับภัยคุกคามทางไซเบอร์มีอยู่ 3 ปัจจัยหลัก ได้แก่ (1) ปัจจัยด้านภูมิศาสตร์ของประเทศ เนื่องจากอินโดนีเซียมีพื้นที่ขนาดใหญ่และเป็นหมู่เกาะ ส่งผลให้การบริหารจัดการต่าง ๆ โดยเฉพาะในเรื่องโครงสร้างพื้นฐานของแต่ละพื้นที่สำหรับรัฐบาลเป็นเรื่องยาก (2) ปัจจัยด้านเทคโนโลยี การพัฒนาที่รวดเร็วของเทคโนโลยีนำมาซึ่งภัยคุกคามทางไซเบอร์ในรูปแบบต่าง ๆ ซึ่งถือเป็นความท้าทายใหม่ในสังคม เพราะการพัฒนาอย่างรวดเร็วของเทคโนโลยีนั้น ถือเป็นเครื่องมือสำคัญสำหรับการก่อให้เกิดภัยคุกคามทางไซเบอร์ในรูปแบบใหม่ ๆ ซึ่งหากตามไม่ทันการพัฒนาเทคโนโลยีเหล่านี้ การจัดการหรือการรับมือเพื่อป้องกันภัยคุกคามก็จะเป็นเรื่องที่ยากยิ่งขึ้น และ (3) ปัจจัยด้านประชาชน ประชาชนถือเป็นส่วนสำคัญสำหรับการเผชิญภัยคุกคามทางไซเบอร์ ความตระหนักรู้ของประชาชนคือหลักการสำคัญในการป้องกันการเกิดภัยคุกคาม หากประชาชนมีความตระหนักรู้ในเรื่องนี้ ความเสี่ยงในการเผชิญภัยคุกคามทางไซเบอร์ก็จะลดน้อยลง อีกเหตุผลสำคัญที่ทำให้อินโดนีเซียยังมีความเสี่ยงในการเผชิญกับการโจมตีทางไซเบอร์ ก็อาจเป็นเพราะมาตรการหรือนโยบายในการรับมือของภัยคุกคามทางไซเบอร์ของอินโดนีเซียในปัจจุบันนั้นยังไม่มีความแน่ชัด เนื่องจากลักษณะของมาตรการหรือนโยบายที่เกี่ยวข้องกับภัยคุกคามทางไซเบอร์ของอินโดนีเซีย…. เรียกได้ว่า “แก้ตามเกิด” กล่าวคือ เมื่อมีภัยคุกคามทางไซเบอร์อย่างหนึ่งเกิดขึ้น มาตรการหรือนโยบายที่เข้ามารับมือกับภัยนั้น ๆ จะเป็นในลักษณะที่แก้ไขเฉพาะเหตุการณ์นั้นโดยเฉพาะ จึงทำให้การรับมือกับภัยคุกคามทางไซเบอร์ในรูปแบบอื่น…

จีนติดอาวุธเลเซอร์ต่อต้านโดรนในเรือรบรุ่น Type-071

South China Morning Post รายงานเมื่อ 21 ส.ค.67 อ้างการรายงานจากบัญชี X ของเว็บไซต์ The War Zone ซึ่งรายงานข่าวด้านความมั่นคง เผยแพร่ภาพเรือสะเทินน้ำสะเทินบก Type-071 ของจีน ซึ่งจอดอยู่ในอู่แห้งว่า พบการติดตั้งอุปกรณ์เลเซอร์ที่มีลักษณะคล้ายโดม (หมุนได้) หลังปืนอเนกประสงค์ขนาด 76 มิลลิเมตรที่ตัวเรือ โดยคาดว่า อาวุธเลเซอร์ดังกล่าวอาจถูกติดตั้งเพื่อใช้ต่อต้านโดรน ซึ่งมีความสำคัญมากขึ้นในการปฏิบัติการทางทหารในปัจจุบัน ทั้งนี้ รายงานของ The War Zone ระบุว่า Type 071 จะเป็นเรือรบลำแรกของจีนที่ติดตั้งระบบดังกล่าว เพื่อทดสอบระบบก่อนจะนำอาวุธดังกล่าวไปใช้งานบนเรือลำอื่นในอนาคต

รัฐบาลเกาหลีใต้ผลักดันนโยบายส่งเสริมการแข่งขันของภาคเอกชนในตลาดโลก

สำนักข่าวยอนฮับของเกาหลีใต้ รายงานเมี่อ 22 ส.ค.67 ว่า นายฮัน ด็อก-ซู นรม.เกาหลีใต้ เปิดเผยแผนขยายการจัดทำความตกลงการค้าเสรี (Free Trade Agreement-FTA) กับกลุ่มประเทศตลาดเกิดใหม่ (Emerging Markets) อาทิ ประเทศในเอเชียและแอฟริกา เพื่อส่งเสริมการดำเนินธุรกิจของภาคเอกชนในตลาดโลก โดยรัฐบาลจะศึกษาแนวทางรักษาเสถียรภาพของห่วงโซ่อุปทานของสินค้าสำคัญผ่านการเจรจาภายใต้กรอบความร่วมมือทางเศรษฐกิจอินโด-แปซิฟิก (Indo-Pacific Economic Framework-IPEF) และการจัดทำความร่วมมือทวิภาคีกับประเทศหุ้นส่วน ผลักดันโอกาสทางธุรกิจใหม่ เฉพาะอย่างยิ่งด้านดิจิทัลและสภาพภูมิอากาศ นอกจากนี้นายกรัฐมนตรีเกาหลีใต้กล่าวถึงมาตรการส่งเสริมผู้ส่งออกด้านธุรกิจซื้อขายออนไลน์ (E-Commerce) ในตลาดโลก อาทิ การลดขั้นตอนยื่นใบขนสินค้า และขยายการคืนอากรศุลกากร

จีน-รัสเซียบรรลุข้อตกลงร่วมสำรวจเส้นทางเดินเรือใหม่ในเขตอาร์กติก

South China Morning Post รายงานเมื่อ 22 ส.ค.67 ว่านายกรัฐมนตรีหลี่ เฉียง ของจีน ซึ่งอยู่ระหว่างการเยือนรัสเซีย ได้ลงนามร่วมกับนายมิคาอิล มิชูสติน นายกรัฐมนตรีรัสเซีย เมื่อ 21 ส.ค.67 เกี่ยวกับการผลักดันโครงการสำรวจเส้นทางเดินเรือและทรัพยากรธรรมชาติในเขตอาร์กติกร่วมกัน เพื่อเพิ่มความร่วมมือและความเป็นหุ้นส่วนระหว่างจีนกับรัสเซีย ด้านการผลิตน้ำมันและก๊าซธรรมชาติ วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และเศรษฐกิจดิจิทัล โดยโครงการดังกล่าวเป็นผลจากระหว่างประธานาธิบดีจีนกับประธานาธิบดีรัสเซีย ซึ่งเยือนกรุงปักกิ่ง เมื่อ พ.ค.67 นอกจากนี้ ทั้งสองฝ่ายจะร่วมกันต่อต้านการขัดขวางการพัฒนาความสัมพันธ์ตามปกติ และการแทรกแซงกิจการภายในเพื่อจำกัดพื้นที่ทางเศรษฐกิจ เทคโนโลยี และบทบาทระหว่างประเทศของจีนและรัสเซีย ทั้งยังเห็นพ้องที่จะให้มีการหารือเชิงสร้างสรรค์ในประเด็นการอนุญาตให้เรือสินค้าจีนสามารถแล่นเรือผ่านแม่น้ำทูเมนตอนล่าง ซึ่งเป็นเส้นแบ่งพรมแดนระหว่างจีน รัสเซีย และเกาหลีเหนือ ออกสู่ทะเลญี่ปุ่น

ฟิลิปปินส์-สหรัฐฯ เตรียมจัดประชุมประจำปีด้านกลาโหม

พ.อ. Francel Margareth Padilla โฆษกกองทัพฟิลิปปินส์  เปิดเผยเมื่อ 22 ส.ค.67 ว่าเตรียมเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมประจำปี  กับกองบัญชาการภาคพื้นอินโด-แปซิฟิก ของสหรัฐฯ ภายใต้กรอบ Mutual Defense Board and Security Engagement Board (MDB-SEB) ใน 29 ส.ค.67 ที่เมือง Baguio โดยมุ่งเน้นการกำหนดทิศทาง การวางแผนนโยบายด้านการป้องกันและความมั่นคง และการฝึกระหว่างกองกำลัง รวมทั้งการอนุมัติกิจกรรมที่จะจัดขึ้นในปี 2568 ทั้งนี้ การประชุม MDB-SEB เป็นการกระชับความร่วมมือระหว่างฟิลิปปินส์กับสหรัฐฯ ให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น รวมถึงย้ำความมุ่งมั่นของทั้งสองฝ่ายต่อสนธิสัญญาป้องกันร่วม  การส่งเสริมภูมิภาคอินโด-แปซิฟิกที่เปิดกว้างและเสรี ตลอดจนความสัมพันธ์อันยาวนานระหว่างกองทัพฟิลิปปินส์กับสหรัฐฯ

จนท.ระดับสูงของไต้หวันจะเข้าร่วมประชุมลับที่กรุงวอชิงตัน ดีซี สหรัฐฯ

สำนักข่าว Taiwan News รายงานเมื่อ 23 ส.ค.67 อ้างรายงานจาก The Financial Times (FT) เมื่อ 22 ส.ค.67 ว่า ประธานาธิบดีไล่ ชิงเต๋อ ของไต้หวัน มอบหมายให้นายโจเซฟ วู เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติไต้หวัน และนาย Lin Chia-Lung รัฐมนตรีต่างประเทศไต้หวัน เข้าร่วมการประชุมลับที่กรุงวอชิงตัน ดีซี สหรัฐฯ ในสัปดาห์นี้ แต่  FT ไม่ได้เปิดเผยรายละเอียดเกี่ยวกับเวลาและสถานที่จัดการประชุม ขณะที่ทำเนียบประธานาธิบดีสหรัฐฯ และสำนักงานเศรษฐกิจและวัฒนธรรมไต้หวันปฏิเสธที่จะแสดงความคิดเห็น การประชุมดังกล่าวจะเป็นช่องทางพิเศษระหว่างสหรัฐฯ กับไต้หวันสำหรับการหารือเชิงลึกระหว่างเจ้าหน้าที่ระดับสูงในประเด็นต่าง ๆ ซึ่งครั้งนี้นับเป็นครั้งแรกที่ไต้หวันส่งผู้แทนเข้าร่วม นับตั้งแต่นายไล่ ชิงเต๋อ เข้าดำรงตำแหน่งประธานาธิบดี รวมทั้งยังเป็นครั้งแรกที่เจ้าหน้าที่ระดับเลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติและรัฐมนตรีต่างประเทศเดินทางไปร่วมการประชุมในพื้นที่กรุงวอชิงตัน ดีซี ซึ่งไม่เคยปรากฏมาก่อน

รัสเซียเชิญอุปทูตสหรัฐฯ ประจำรัสเซียเข้าพบเพื่อประท้วงกรณีนักข่าวอเมริกันลักลอบเข้าแคว้นคุสค์

สำนักข่าว Tass รายงานเมื่อ 20 ส.ค.67 ว่ากระทรวงการต่างประเทศรัสเซีย เชิญ Ms.Stephanie Holmes อุปทูตสหรัฐฯ ประจำรัสเซีย เข้าพบเพื่อประท้วงอย่างรุนแรง กรณีนักข่าวอเมริกันลักลอบเข้าแคว้นคุสค์อย่างผิดกฎหมาย เพื่อจัดทำโฆษณาชวนเชื่อเกี่ยวกับการก่ออาชญากรรม และรัสเซียพบหลักฐานใหม่ที่บ่งชี้ทหารรับจ้างจาก PMC สหรัฐฯ เข้าร่วมกับกองทัพยูเครนบุกโจมตีดินแดนรัสเซีย บ่งชี้ว่าการกระทำดังกล่าวขัดแย้งกับที่ประธานาธิบดีโจเซฟ ไบเดน ของสหรัฐฯ ระบุว่าสหรัฐฯ ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับแผนการบุกโจมตีของยูเครน ซึ่งรัสเซียจะดำเนินการสอบสวนเพื่อจับกุมนักข่าวอเมริกันมาลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญาของรัสเซีย รวมถึงชาวต่างชาติและทหารรับจ้างทุกคนที่ข้ามพรมแดนรัสเซียอย่างผิดกฎหมายจะเป็นเป้าหมายทางทหารของรัสเซีย

อิสราเอลประกาศชัยชนะเหนือกองกำลังติดอาวุธของกลุ่มฮะมาสในเมือง Rafah

นายโยอาฟ กัลป์ลันต์ รัฐมนตรีกลาโหมอิสราเอล แถลงเมื่อ 21 ส.ค.67 ว่า กองพลที่ 162 ของกองกำลังป้องกันอิสราเอล (IDF) มีชัยชนะเหนือ Rafah Brigade กองกำลังติดอาวุธของกลุ่มฮะมาสในเมือง Rafah ทางตอนใต้ของฉนวนกาซา หลังจากเริ่มปฏิบัติการทางทหารเต็มรูปแบบ รวมถึงปฏิบัติการภาคพื้นดิน ตั้งแต่ พ.ค.67 โดย IDF สามารถทำลายอุโมงค์ใต้ดินในพื้นที่ 150 แห่ง เป็นอุโมงค์ที่มีลักษณะสนามเพลาะลึก 2 เมตร กว่า 100 แห่ง นอกจากนี้ นายกัลป์ลันต์ แสดงทัศนะว่า อิสราเอลจะมุ่งบรรลุวัตถุประสงค์ในการทำสงครามทั้งหมด ทั้งการทำลายกลุ่มฮะมาส และการช่วยเหลือตัวประกันที่ยังถูกควบคุมในฉนวนกาซา รวมทั้งจะให้ความสำคัญกับสถานการณ์สู้รบกับกลุ่มฮิซบุลลอฮ์ บริเวณพรมแดนทางเหนือของอิสราเอล ติดกับเลบานอน