ญี่ปุ่นสนับสนุนสหรัฐฯ อียิปต์ และกาตาร์ ในการแก้ไขสถานการณ์ความขัดแย้งในฉนวนกาซา

นางคามิกาวะ โยโกะ รัฐมนตรีต่างประเทศญี่ปุ่น ออกแถลงการณ์เมื่อ 9 ส.ค.67 ว่า ญี่ปุ่นสนับสนุนการแสดงบทบาททางการทูตของสหรัฐฯ อียิปต์ และกาตาร์ ในการแก้ไขสถานการณ์ความขัดแย้งในฉนวนกาซา ตามแถลงการณ์ร่วมของผู้นำสามประเทศที่เสนอเป็นผู้ไกล่เกลี่ยความขัดแย้งระหว่างอิสราเอลกับกลุ่มฮะมาส และขอให้ทั้งสองฝ่ายพิจารณาเข้าร่วมการหารือเป็นการเร่งด่วนใน 15 ส.ค.67 ที่กรุงโดฮา กาตาร์ หรือกรุงไคโร อียิปต์ เพื่อบรรลุข้อตกลงหยุดยิงและปล่อยตัวประกันทั้งหมดตามกรอบข้อตกลงที่ประธานาธิบดีสหรัฐฯ เสนอเมื่อ 31 พ.ค.67 และคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ (United Nations Security Council-UNSC) รับรองเมื่อ 10 มิ.ย.67 ตามข้อมติ UNSC ที่ 2735 โดยญี่ปุ่นเรียกร้องให้ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องใช้โอกาสดังกล่าวในการแก้ไขปัญหาความขัดแย้ง พร้อมย้ำว่าจะร่วมมือกับประเทศที่เกี่ยวข้องผ่านช่องทางทางการทูตอย่างต่อเนื่อง เพื่อผลักดันให้มีการปล่อยตัวประกัน การแก้ไขสถานการณ์ด้านมนุษยธรรม การป้องกันการเพิ่มความตึงเครียดของสถานการณ์ และการระงับข้อพิพาทโดยเร็ว

อินเดียจัดตั้งคณะกรรมาธิการติดตามสถานการณ์บริเวณพรมแดนระหว่างอินเดียกับบังกลาเทศ

เว็บไซต์ The Economic Times รายงานเมื่อ 9 ส.ค.67 ว่า นายอามิต ซาห์ รัฐมนตรีมหาดไทยอินเดียประกาศจัดตั้งคณะกรรมาธิการติดตามสถานการณ์บริเวณพรมแดนระหว่างอินเดียกับบังกลาเทศ สำหรับเป็นช่องทางประสานงานกับรัฐบาลรักษาการของบังกลาเทศ เพื่อให้มั่นใจถึงความปลอดภัยของชาวอินเดียและชาวฮินดูซึ่งเป็นชนกลุ่มน้อยในบังกลาเทศ จากการที่กระแสต่อต้านชาวฮินดูในบังกลาเทศรุนแรงขึ้น คณะกรรมาธิการดังกล่าวประกอบด้วยผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจ กองกำลังความมั่นคงชายแดน (Border Security Force-BSF) กองกำลังภาคตะวันออก กองทัพบกอินเดีย จเรตำรวจ และกรมการบริหารจัดการโครงสร้างพื้นฐานชายแดน กระทรวงมหาดไทยอินเดีย นอกจากนี้ สถานการณ์ความไม่สงบในบังกลาเทศและกระแสต่อต้านชาวฮินดูทำให้มีชาวบังกลาเทศหลบหนีข้ามพรมแดนเข้ามาในอินเดียมากกว่า 500 คน

อดีตผู้สมัคร ส.ส. อิสระของไต้หวันถูกตัดสินจำคุกฐานขายข้อมูลลับให้จีน

Teipei Times รายงานเมื่อ 9 ส.ค.67 ว่า สำนักงานศาลเขตเถาหยวน เมืองเถาหยวน ไต้หวัน พิพากษาจำคุก น.ส.Ma Chih Wei อดีต ส.ส.พรรคประชาชนไต้หวัน (Taiwan People’s Party-TPP) และเป็นอดีตผู้สมัคร ส.ส.อิสระ เป็นเวลา 8 เดือน พร้อมกับยึดทรัพย์ที่ได้มาโดยมิชอบ ในความผิดฐานละเมิดกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (The Personal Data Protection Act) จากการนำข้อมูลส่วนบุคคลของเจ้าหน้าที่หน่วยงานรัฐไต้หวันมอบให้แก่ชาวจีน 2 ราย แลกกับการรับเงินสนับสนุนการเลือกตั้งจากจีน เป็นเงินคริปโตมูลค่ารวมประมาณ 1.05 ล้านดอลลาร์ไต้หวัน (30,000 ดอลลาร์สหรัฐ) เพื่อใช้ในการเลือกตั้งไต้หวันเมื่อ ม.ค.67 ทั้งนี้ ศาลตัดสินว่า น.ส.Ma มีเจตนากระทำการละเมิดกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล แต่ไม่มีหลักฐานว่ากระทำการละเมิดกฎหมายต่อต้านการแทรกซึม (Anti-Infiltration Act) เนื่องจากขาดหลักฐานที่พิสูจน์ได้ว่า บุคคลที่ น.ส.Ma นำข้อมูลไปมอบให้ มีความเกี่ยวข้องกับกองกำลังหรือองค์กรการเมืองต่างชาติที่เป็นปฏิปักษ์กับไต้หวัน ด้านสำนักงานอัยการเขตเถาหยวน ซึ่งเคยยื่นต่อศาลขอให้พิจารณาโทษจำคุก…

ปาเลสไตน์เรียกร้องให้ ICC ออกหมายจับ รมว.กค.อิสราเอล ในข้อหาสนับสนุนการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ในฉนวนกาซา

กระทรวงการต่างประเทศปาเลสไตน์ ออกแถลงการณ์ เมื่อ 8 ส.ค.67 เรียกร้องให้ศาลอาญาระหว่างประเทศ (International Criminal Court-ICC) ออกหมายจับนาย Bezalel Smotrich รัฐมนตรีคลังอิสราเอล ในข้อหาสนับสนุนการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ชาวปาเลสไตน์ในฉนวนกาซา หลังจากนาย Smotrich ระบุเมื่อ 5 ส.ค.67 ว่า อิสราเอลอนุญาตให้ส่งความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมไปยังฉนวนกาซา เนื่องจากไม่มีทางเลือกและต้องรักษาความชอบธรรมระหว่างประเทศในภาวะสงคราม ทั้งที่ในส่วนตัว เห็นว่าควรการปิดกั้นความช่วยเหลือจนกว่ากลุ่มฮะมาสจะปล่อยตัวประกันชาวอิสราเอล แม้ว่าการกระทำดังกล่าว อาจทำให้ชาวปาเลสไตน์มากกว่า 2 ล้านคน ต้องเผชิญความอดอยากก็ตาม ปาเลสไตน์ประณามถ้อยแถลงดังกล่าวว่าเป็นการสนับสนุนการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ รวมทั้งละเมิดกฎหมายและฉันทามติระหว่างประเทศในการปกป้องพลเรือนและสิทธิขั้นพื้นฐานด้านมนุษยธรรมของชาวปาเลสไตน์ นอกจากนี้ยังเรียกร้องให้ประเทศต่าง ๆ ทั่วโลก ประณามนาย Smotrich และออกคำสั่งห้ามเดินทางเข้าประเทศของตน

นรม.ญี่ปุ่นยกเลิกการเยือนคาซัคสถาน อุซเบกิสถาน และมองโกเลีย

สำนักข่าว Japan News รายงานเมื่อ 9 ส.ค.67 อ้างถ้อยแถลงของนายคิชิดะ ฟูมิโอะ นายกรัฐมนตรีญี่ปุ่น ว่ายกเลิกการเยือนคาซัคสถาน อุซเบกิสถาน และมองโกเลีย อย่างเป็นทางการ ระหว่าง 9-12 ส.ค.67 เพื่อเฝ้าระวังสถานการณ์ในญี่ปุ่น หลังเกิดเหตุแผ่นดินไหวขนาด 7.1 และแผ่นดินไหวตาม (Aftershock) หลายครั้ง บริเวณนอกชายฝั่ง จ.มิยาซากิ ทางใต้ของประเทศ เมื่อ 8 ส.ค.67 โดยเบื้องต้นมีผู้บาดเจ็บ 16 คน และสิ่งปลูกสร้างได้รับความเสียหาย (ข้อมูลเมื่อ 09 ส.ค.67) ก่อนหน้านี้ นายคิชิดะมีกำหนดเยือนคาซัคสถาน อุซเบกิสถาน และมองโกเลีย เพื่อเข้าร่วมการประชุมสุดยอดเอเชียกลาง+ญี่ปุ่น (Central Asia plus Japan) ซึ่งจะจัดขึ้นเป็นครั้งแรกที่คาซัคสถาน ใน 9 ส.ค.67 ก่อนเดินทางต่อไปยังอุซเบกิสถานและมองโกเลียใน 10 ส.ค.67 และ 11 ส.ค.67 ตามลำดับ

ฟิจิเป็นเจ้าภาพจัดการประชุม รมว.กต. Pacific Islands Forum

ฟิจิเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมระดับรัฐมนตรีต่างประเทศ องค์กรการประชุมหมู่เกาะแปซิฟิก (Pacific Islands Forum-PIF) ที่กรุงซูวา ใน 9 ส.ค.67 โดยจะหารือในประเด็นสันติภาพและความมั่นคงระดับภูมิภาค การดำเนินงานตามยุทธศาสตร์ภาคพื้นแปซิฟิก ปี 2593 (2050 Strategy for the Blue Pacific Continent) การทบทวนโครงสร้างสถาปัตยกรรมภูมิภาค และการพิจารณาเกี่ยวกับกลไกความร่วมมือขององค์กรการประชุมฯ นอกจากนี้ ออสเตรเลียจะหารือข้อเสนอเป็นเจ้าภาพจัดการประชุม COP31 ร่วมกับประเทศหมู่เกาะแปซิฟิกใต้ เพื่อเรียกร้องให้นานาชาติกลับมาสนใจผลกระทบที่เกิดจากวิกฤตการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศต่อภูมิภาคแปซิฟิกใต้ ทั้งนี้ การประชุมผู้นำ PIF ครั้งที่ 53 มีกำหนดจัดระหว่าง 26-30 ส.ค.67 ที่ตองกา

ผู้บริหารแคว้นลีเปตสค์ของรัสเซียประกาศภาวะฉุกเฉินหลังยูเครนส่ง UAV โจมตีหลายพื้นที่

นาย Igor Artamonov ผู้บริหารแคว้นลีเปตสค์ของรัสเซียประกาศภาวะฉุกเฉิน และสั่งประชาชนให้อพยพออกจาก 4 หมู่บ้านในช่วงเช้าของ 9 ส.ค.67 ภายหลังยูเครนส่งอากาศยานไร้คนขับ (UAV) โจมตีทำลายโครงสร้างพื้นฐานทางพลังงานและระบบส่งไฟฟ้า ซึ่งรัสเซียสามารถยิงทำลายโดรนได้ 19 ลำ ก่อนหน้านี้ นางมาเรีย ซาคาโรวา โฆษกกระทรวงการต่างประเทศรัสเซีย ประณามยูเครนเมื่อ 7 ส.ค.67 ที่โจมตีพลเรือนในแคว้นคุสค์ว่าเป็นการก่อการร้าย มีผู้เสียชีวิตจำนวน 5 คน ได้รับบาดเจ็บจำนวน 28 คน ซึ่งส่วนใหญ่เป็นผู้อยู่อาศัยในเขต Sudzha และ Korenevo ซึ่งกระทรวงกลาโหมรัสเซีย อ้างว่าสามารถสกัดกั้นกองทัพยูเครนภาคพื้นดินที่พยายามแทรกซึมพื้นที่ในเขตชายแดนดังกล่าว โดยใช้ปืนใหญ่ เครี่องบินรบ และโดรนจู่โจม ทำลายรถหุ้มเกราะยูเครนได้จำนวน 16 คัน

หน่วยความมั่นคงไนจีเรียจับกุมชาวโปแลนด์ 7 คน ชูธงชาติรัสเซียระหว่างร่วมการประท้วงรัฐบาล

โฆษกหน่วยรักษาความมั่นคงแห่งชาติไนจีเรีย แถลงเมื่อ 7 ส.ค.67 ว่าเจ้าหน้าที่รักษาความมั่นคงจับกุมพลเรือนสัญชาติโปแลนด์ 7 คน (ประกอบด้วยนักวิชาการและนักศึกษา) ในความผิดข้อหาชูธงชาติรัสเซียระหว่างการร่วมประท้วงรัฐบาลไนจีเรียในรัฐ Kano ทางตอนเหนือของประเทศ เมื่อ 6 ส.ค.67 และจะส่งตัวผู้ต้องหามากรุงอาบูจาใน 8 ส.ค.67 เพื่อดำเนินการสอบสวนเพิ่มเติม ขณะที่สถานเอกอัครราชทูตโปแลนด์ ณ กรุงอาบูจา รับทราบการจับกุม และยืนยันว่าโปแลนด์ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับเหตุดังกล่าว ทั้งนี้ ชาวไนจีเรียทางตอนเหนือของประเทศประมาณ 10,000 คน เริ่มประท้วงต่อต้านรัฐบาลตั้งแต่ 1 ส.ค.67 เพื่อเรียกร้องให้ประธานาธิบดีทิโนลา ทินูบู ลาออกจากตำแหน่ง เนื่องจากไม่พอใจนโยบายปฏิรูปเศรษฐกิจ ที่ทำให้ค่าครองชีพสูงและเงินเฟ้อรุนแรงที่สุดในรอบ 30 ปี (ร้อยละ 33.95) ในการประท้วงพบว่ามีชาวไนจีเรียหลายร้อยคนโบกธงชาติรัสเซีย และเรียกร้องให้กองทัพก่อรัฐประหาร ขณะที่สถานเอกอัครราชทูตรัสเซีย ณ กรุงอาบูจา ปฎิเสธความเกี่ยวข้องกับการประท้วงดังกล่าว และยืนยันว่าเป็นการแสดงออกส่วนบุคคล

นรม.ญี่ปุ่น จะเยือนคาซัคสถาน อุซเบกิสถาน และมองโกเลีย อย่างเป็นทางการ

กระทรวงการต่างประเทศญี่ปุ่น ออกแถลงการณ์เมื่อ 8 ส.ค.67 ว่า นายคิชิดะ ฟูมิโอะ นายกรัฐมนตรีญี่ปุ่น จะเยือนคาซัคสถาน อุซเบกิสถาน และมองโกเลีย อย่างเป็นทางการระหว่าง 9-12 ส.ค.67 โดยจะเข้าร่วมการประชุมสุดยอดเอเชียกลาง+ญี่ปุ่น (Central Asia plus Japan) ซึ่งจัดขึ้นเป็นครั้งแรกที่คาซัคสถาน ใน 9 ส.ค.67 และเข้าร่วมการประชุมระดับทวิภาคีกับประเทศในภูมิภาคเอเชียกลางใน 10 ส.ค.67 ก่อนเดินทางต่อไปยังอุซเบกิสถานและมองโกเลียใน 10 ส.ค.67 และ 11 ส.ค.67 ตามลำดับ เพื่อเข้าร่วมการประชุมระดับทวิภาคีและกิจกรรมต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง (ยังไม่เปิดเผยรายละเอียด) ทั้งนี้ การประชุมสุดยอด Central Asia plus Japan ครั้งแรก จัดขึ้นตรงกับโอกาสครบรอบ 20 ปี ที่ญี่ปุ่นริเริ่มความร่วมมือระหว่างญี่ปุ่นกับประเทศในภูมิภาคเอเชียกลางภายใต้กรอบ Central Asia plus Japan เมื่อปี 2547

จีนสำรวจพบแหล่งก๊าซธรรมชาติขนาดใหญ่ในทะเลจีนใต้

สำนักข่าว Xinhua และ South China Morning Post รายงานเมื่อ 8 ส.ค.67 อ้างข้อมูลจากบริษัท China National Offshore Oil Corporation (CNOOC) ซึ่งเป็นผู้ประกอบการด้านน้ำมันและก๊าซธรรมชาตินอกชายฝั่งรายใหญ่ที่สุดของจีนว่า เมื่อ มิ.ย.67 บริษัทสำรวจพบแหล่งก๊าซธรรมชาติขนาดใหญ่ที่แหล่ง Lingshui 36-1 ทางตะวันออกเฉียงใต้ของมณฑลไหหลำ ทางตะวันตกของทะเลจีนใต้ (ไม่เปิดเผยพิกัดที่ชัดเจน) ซึ่งมีระดับน้ำลึกเฉลี่ย 1,500 เมตร โดยประเมินในเบื้องต้นว่ามีปริมาณก๊าซธรรมชาติมากกว่า 100,000 ลูกบาศก์เมตร การสำรวจพบดังกล่าวจะช่วยเพิ่มความมั่นคงด้านพลังงานให้แก่จีน แต่มีแนวโน้มจะทำให้จีนเผชิญกระแสต่อต้านจากประเทศที่ร่วมอ้างสิทธิในทะเลจีนใต้เพิ่มขึ้น เนื่องจากจีนก็พยายามสกัดกั้นประเทศคู่ขัดแย้งในการพัฒนาด้านน้ำมันและก๊าซธรรมชาติแต่เพียงฝ่ายเดียว อนึ่ง จีนเป็นผู้นำเข้าก๊าซธรรมชาติรายใหญ่ที่สุดของโลก โดยนำเข้ารวม 120 ล้านตัน มูลค่าประมาณ 64,300 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เมื่อปี 2566