อิหร่านเรียกร้องให้ UNSC ดำเนินมาตรการต่ออิสราเอลกรณีสังหารผู้นำกลุ่มฮะมาส

นาย Amir-Saeed Iravani เอกอัครราชทูตผู้แทนถาวรอิหร่านประจำสหประชาชาติกล่าวในที่ประชุมฉุกเฉินคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ (UNSC) เมื่อ 31 ก.ค.67 เรียกร้องให้ UNSC ดำเนินมาตรการเด็ดขาดและทันทีต่ออิสราเอล ซึ่งอิหร่านเชื่อว่าเป็นผู้บงการสังหารนาย Ismail Haniyeh ผู้นำฝ่ายการเมืองกลุ่มฮะมาส ที่กรุงเตหะราน อิหร่าน เมื่อเวลา 02.00 น.ของวันเดียวกันนี้ (ตามเวลาท้องถิ่นอิหร่าน) โดยอิสราเอลต้องถูกคว่ำบาตร เพื่อรับผิดชอบต่อการก่ออาชญากรรมและการก่อการร้ายต่อบุคคลซึ่งเป็นแขกของเจ้าหน้าที่ระดับสูงของอิหร่าน การละเมิดกฎหมายระหว่างประเทศ อำนาจอธิปไตยและบูรณภาพแห่งดินแดนของอิหร่าน รวมถึงเลบานอนและซีเรีย ทั้งนี้ อิหร่านเห็นว่าอิสราเอลมีเป้าหมายจะยกระดับความขัดแย้งและขยายสงครามไปทั่วภูมิภาคตะวันออกกลาง ด้วยการสังหารผู้นำกลุ่มฮะมาส การโจมตีในเลบานอนและซีเรีย ซึ่งเป็นภัยคุกคามสันติภาพและความมั่นคงระหว่างประเทศ

อาเซียนหารือแนวทางการพัฒนาเมืองอัจฉริยะในภูมิภาค

สำนักเลขาธิการอาเซียน รายงานเมื่อ 30 ก.ค.67 ว่า ที่ประชุมเครือข่ายเมืองอัจฉริยะอาเซียน (ASEAN Smart Cities Network-ASCN) ครั้งที่ 7 จัดขึ้นระหว่าง 30 ก.ค.-1 ส.ค.67 ที่แขวงหลวงพระบาง ลาว แลกเปลี่ยนประสบการณ์และหารือแนวทางการพัฒนาโครงการเมืองอัจฉริยะในระดับภูมิภาค อาทิ การจัดตั้งกองทุน Smart City การสนับสนุนทางเทคนิค และการเสริมสร้างขีดความสามารถของประเทศในภูมิภาค เพื่อให้สอดคล้องกับวิสัยทัศน์ของอาเซียนภายหลังปี 2568 พร้อมทั้งดึงพันธมิตรที่เกี่ยวข้องเข้ามามีส่วนร่วม

มาเลเซียจะเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุภายในปี 2573

สำนักงานสถิติแห่งชาติมาเลเซีย เผยแพร่รายงานคาดการณ์แนวโน้มประชากร ประจำปี 2567 เมื่อ 31 ก.ค.67 ระบุว่า มาเลเซียจะมีประชากร ประมาณ 34.1 ล้านคน (เพิ่มขึ้นจากปี 2566 ที่ 33.4 ล้านคน คิดเป็นร้อยละ 1.9) โดยมีสัดส่วนประชากรที่มีอายุ 65 ปี ขึ้นไป เพิ่มขึ้นร้อยละ 7.7 หรือจำนวน 2.6 ล้านคน ซึ่งถือว่ากำลังเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ ตามคำนิยามขององค์การสหประชาชาติ และคาดว่ามาเลเซียจะเป็นประเทศผู้สูงอายุอย่างสมบูรณ์ในปี 2573 ทั้งนี้ จากการศึกษาพบว่า รัฐเประเป็นรัฐที่มีประชากรสูงอายุมากที่สุด โดยประชากรที่มีอายุ 65 และ 60 ปี ขึ้นไป ร้อยละ 9.9 และ 14.9 ตามลำดับ อย่างไรก็ตาม การศึกษาดังกล่าวเป็นการคาดการณ์ภาพรวมทั้งประเทศ แต่ในบางรัฐ เช่น รัฐซาบาห์ กลับมีสัดส่วนประชากรวัยรุ่น อายุระหว่าง 15-30 ปี…

สหรัฐฯ ประเมินว่ารัสเซียพยายามเผยแพร่ข่าวเท็จเพื่อแทรกแซงการเลือกตั้งสหรัฐฯ มากที่สุด

สำนักข่าว AP รายงานเมื่อ 30 ก.ค.67 ว่า สำนักงานผู้อำนวยการข่าวกรองแห่งชาติของสหรัฐฯ (Office of the Director of National Intelligence-ODNI) จัดการบรรยายให้กับสื่อมวลชนสหรัฐฯ ให้เพิ่มความระมัดระวังกรณีประเทศคู่ขัดแย้งสหรัฐฯ ปฏิบัติการข่าวกรองเพื่อแทรกแซงการเลือกตั้งสหรัฐฯ โดยพบว่า รัสเซียพยายามแทรกแซงการเลือกตั้งสหรัฐฯ มากที่สุด ด้วยการจ้างสื่อมวลชนและบริษัทเอกชนให้ผลิตเนื้อหาข้อมูลที่บิดเบือนและชักจูงความคิดของชาวอเมริกันที่มีสิทธิลงคะแนนเสียง โดยเน้นการโจมตีผู้ชิงตำแหน่งประธานาธิบดีจากพรรคเดโมแครต การประชันวิสัยทัศน์ และนโยบายที่สำคัญ อาทิ นโยบายผู้อพยพ และความขัดแย้งในฉนวนกาซา โดย ทั้งนี้สหรัฐฯ คว่ำบาตรบริษัทรัสเซีย 2 แห่ง เมื่อ มี.ค.67 เนื่องจากจัดทำเว็บไซต์และสื่อสังคมออนไลน์ปลอม เพื่อเผยแพร่ข่าวเท็จเกี่ยวกับสหรัฐฯ เช่นเดียวกับอิหร่าน ที่เพิ่มความแข็งกร้าวต่อสหรัฐฯ มากขึ้น อาทิ สนับสนุนงบประมาณให้กับผู้ชุมนุมต่อต้านอิสราเอลในสหรัฐฯ ขณะที่ยังไม่พบความพยายามของจีนในการแทรกแซงการเลือกตั้งสหรัฐฯ ในปัจจุบัน อย่างไรก็ดี ODNI เตือนให้ชาวอเมริกันตรวจสอบและประเมินเนื้อหาของข่าวในสื่อสังคมออนไลน์ เพื่อป้องกันการตกเป็นเหยื่อโฆษณาชวนเชื่อจากต่างประเทศ แม้ว่าจะเป็นข่าวที่เขียนโดยชาวอเมริกันหรือเผยแพร่ในสหรัฐฯ ก็ตาม

ผู้นำฝ่ายการเมืองกลุ่มฮะมาสถูกสังหารที่อิหร่าน

กองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลาม (IRGC) ของอิหร่าน ออกแถลงการณ์เมื่อ 31 ก.ค.67 ว่าในช่วงเช้าของวันเดียวกัน นาย Ismail Haniyeh ผู้นำฝ่ายการเมืองของกลุ่มฮะมาส เสียชีวิตจากการถูกลอบสังหารพร้อมเจ้าหน้าที่อารักขา 1 คน ที่บ้านพักในกรุงเตหะราน อิหร่าน โดยนาย Haniyeh เดินทางมาจากกรุงโดฮา กาตาร์ เพื่อร่วมพิธีเข้าร่วมพิธีสาบานตนเข้ารับตำแหน่งประธานาธิบดีคนใหม่ของอิหร่านเมื่อ 30 ก.ค.67 การสังหารเกิดขึ้นหลังจากเข้าร่วมพิธีสาบานตน ด้านกลุ่มฮะมาสออกแถลงการณ์ กล่าวหาอิสราเอลว่าเป็นผู้อยู่เบื้องหลัง

มาเลเซียเพิ่มงบยกระดับความมั่นคงชายแดนตอนเหนือด้านติดกับไทย

นายกรัฐมนตรีอันวาร์ อิบราฮิม ของมาเลเซีย เปิดเผยเมื่อ 30 ก.ค.67 ว่า รัฐบาลมาเลเซียจะสนับสนุนงบประมาณเพิ่มเติม 100 ล้านริงกิต (ประมาณ 776 ล้านบาท) สำหรับยกระดับด้านความมั่นคงบริเวณชายแดนทางตอนเหนือของมาเลเซียด้านติดกับไทย (รัฐเกดะห์ กลันตัน และปะลิส) เนื่องจากเครื่องมือและสิ่งจำเป็นสำหรับการรักษาความมั่นคงชายแดนในปัจจุบันอยู่ในสภาพไม่พร้อมใช้งาน ทั้งยังสั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องพิจารณาปรับลดความซับซ้อนของมาตรการด้านความมั่นคงชายแดน และจัดหาเครื่องมือหรืออุปกรณ์จำเป็นใหม่ เพื่อให้การทำงานมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น ทั้งนี้ นายกรัฐมนตรีมาเลเซียมีกำหนดพบกับ นายกรัฐมนตรีเศรษฐา ทวีสิน ของไทย ที่ด่านสุไหงโก-ลก จ.นราธิวาส – ด่านรันเตาปันยัง รัฐกลันตัน ใน 3 ส.ค.67 เพื่อหารือประเด็นการรักษาความปลอดภัยและการกระตุ้นด้านเศรษฐกิจบริเวณชายแดน

อิหร่านเตือนอิสราเอลจะเผชิญกับผลลัพธ์ที่ร้ายแรงหากโจมตีเลบานอน

นายมัสอูด ปิซิชกียาน ว่าที่ประธานาธิบดีอิหร่าน หารือทางโทรศัพท์กับนายเอ็มมานูเอล มาครง ประธานาธิบดีฝรั่งเศส เมื่อ 29 ก.ค.67 เกี่ยวกับการปรับปรุงความสัมพันธ์ระหว่างอิหร่านกับฝรั่งเศส และสถานการณ์ต่าง ๆ ในโลก โดยนายปิซิชกียานแสดงความกังวลต่อสถานการณ์ตึงเครียดระหว่างเลบานอนกับอิสราเอลที่เพิ่มมากขึ้น หลังอิสราเอลอ้างว่ากลุ่มฮิซบุลลอฮ์ส่งจรวดโจมตีเขตที่ราบสูงโกลันซึ่งเป็นพื้นที่ที่อิสราเอลยึดครองมาจากซีเรีย จนส่งผลให้มีเยาวชนเสียชีวิต 12 คน เมื่อ 28 ก.ค.67 พร้อมระบุว่า หากอิสราเอลโจมตีเลบานอน จะส่งผลให้อิสราเอลเผชิญกับผลลัพธ์ที่ร้ายแรง ในโอกาสนี้ นายปิซิชกียานยังแสดงความพร้อมต่อการปรับปรุงความสัมพันธ์ระหว่างอิหร่านกับฝรั่งเศส ทั้งนี้ นายปิซิชกียานจะเข้าพิธีสาบานตนรับตำแหน่งประธานาธิบดีอิหร่านต่อรัฐสภาใน 30 ก.ค.67 หลังผู้นำสูงสุดอิหร่านให้การรับรองนายปิซิชกียานเป็นประธานาธิบดีอย่างเป็นทางการเมื่อ 28 ก.ค.67

ทบ. กัมพูชาและฟิลิปปินส์จะส่งเสริมความร่วมมือระหว่างกัน

หนังสือพิมพ์ Khmer Times และพนมเปญโพสต์ รายงานเมื่อ 30 ก.ค.67 ถึงผลการหารือระหว่างสมเด็จฯ ฮุน มาแนต นายกรัฐมนตรีกัมพูชา กับ พล.ท. Roy M Galido ผู้บัญชาการทหารบก(ผบ.ทบ.)ฟิลิปปินส์ ณ พระราชวังสันติภาพ ราชธานีพนมเปญ ในวันเดียวกัน โดยผบ.ทบ.ฟิลิปปินส์ กล่าวชื่นชมความสัมพันธ์อันดีระหว่าง ทบ.ทั้งสองประเทศ และให้คำมั่นจะส่งเสริมและขยายความร่วมมือ อาทิ การฝึกร่วม การพัฒนาบุคลากร การแลกเปลี่ยนข้อมูลและประสบการณ์ การปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีและการก่อการร้าย การรับมือภัยพิบัติ การให้ความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรม และการรักษาสันติภาพ นอกจากนี้ทั้งสองฝ่ายยังหารือเกี่ยวกับการประชุม Asian Defense & Security (ADAS) 2024 และการประชุมประจำปี ทบ.อาเซียน (ASEAN Armies Annual Meet-AAAM) ซึ่งจะจัดที่กรุงมะนิลา ฟิลิปปินส์ อนึ่งก่อนหน้านี้ เมื่อ 28 ก.ค.67 ทบ.กัมพูชาและ ทบ.ฟิลิปปินส์ ปิดการฝึกร่วมทางทหารครั้งแรก…

จักรพรรดิกวงสู : จักรพรรดิหัวสมัยใหม่ที่สุดเท่าที่จีนเคยมี

          เมื่อคริสต์ศักราช 1898 ได้เกิดความเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในจักรวรรดิจีน ถือเป็นปีสำคัญที่ฮ่องเต้กวงสู จักรพรรดิของประเทศจีนได้เริ่มการปฏิรูปรื้อระบบและโครงสร้างของอำนาจการบริหารประเทศ ท่ามกลางสังคมที่มีระเบียบแบบแผนตามคติขงจื้ออันมีสัมพันธ์เกี่ยวข้องกับอำนาจและผลประโยชน์มหาศาลของชนทุกชั้น ก่อนที่การปฏิรูปดังกล่าวจะถูกยกเลิกด้วยการรัฐประหารยึดอำนาจจักรพรรดิโดยพระนางซูสีไทเฮา โดยมีช่วงเวลาแห่งการปฏิรูปการปกครองรูปแบบใหม่เพียง 103 วัน (ตั้งแต่วันที่ 11 มิถุนายน –21 กันยายน) จักรพรรดิกวงสูได้มีบทบาทสำคัญในประวัติศาสตร์การปฏิรูป พระองค์ขึ้นครองราชย์ในขณะที่มีพระชนม์เพียง 3 พรรษา จึงมีพระนางซูสีและพระนางซูอันเป็นผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ จนภายหลังจากที่จักรพรรดิบรรลุนิติภาวะ ก็เริ่มดำเนินพระราชกรณียกิจด้วยตัวพระองค์เอง แต่กระนั้นพระนางซูสียังคงดึงอำนาจในการตัดสินพระทัยและดำเนินกรณีกิจแทนองค์จักรพรรดิอยู่เสมอ            พระองค์มีหัวสมัยใหม่และมีความสนใจใคร่รู้ ในช่วงที่มีการดำเนินการวางแผนการปฏิรูป จักรพรรดิกวงสูได้มีบรรดานักคิดคนสำคัญคอยช่วยเหลือเสนอแนวคิด ซึ่งได้แก่ คังโหย่วเว่ย เหลียงฉีเฉา ถานซื่อถง และนักคิดหลักอีก 4 ท่านที่ช่วยกันทำให้การปฏิรูปนี้เป็นรูปร่างขึ้นมาได้ โดยมีเป้าหมายเพื่อพัฒนาประเทศจีนให้มีความก้าวหน้าทัดเทียมอารยธรรมตะวันตกและต้องการจะเปลี่ยนแปลงการปกครองประเทศเพื่อให้จีนรอดพ้นภัยที่ชาติมหาอำนาจคุกคาม ดังนั้นบทบาทของจักรพรรดิกวงสูจึงมีความสำคัญต่อประเทศจีนอย่างมาก และอาจเรียกได้ว่าเป็นผู้ปฏิรูปจีนคนแรก ๆ ที่ยังไม่ค่อยเป็นที่รู้จัก จึงอยากจะแนะนำให้ผู้ที่สนใจประวัติศาสตร์และการพัฒนาของประเทศจีน เข้าใจบทบาทของอดีตผู้นำจีนคนนี้ และศึกษารูปแบบแนวคิดการปฏิรูปจากอดีตจักรพรรดิจีน ที่ทำให้เห็นพัฒนาการการปฏิรูปของประเทศจีน ที่มีทั้งประสบความสำเร็จและล้มเหลว    …

GCC และซาอุดีอาระเบียแสดงความยินดีต่อข้อตกลงผ่อนปรนความตึงเครียดระหว่างกลุ่มกบฎ Houthi และรัฐบาลเยเมน

เลขาธิการคณะมนตรีความร่วมมือรัฐอ่าวอาหรับ (GCC) และกระทรวงการต่างประเทศซาอุดีอาระเบีย ออกแถลงการณ์ร่วม เมื่อ 24 ก.ค.67 แสดงความยินดีที่รัฐบาลเยเมน (ที่ได้ยอมรับจากนานาชาติ )กับกลุ่มกบฎชาวชีอะฮ์เผ่า Houthi ในเยเมน บรรลุข้อตกลงผ่อนปรนความตึงเครียดทางภาคการธนาคารและการบินระหว่างกัน โดย GCC และซาอุดีอาระเบียยืนยันสนับสนุนความพยายามสร้างสันติภาพและความมั่นคงในเยเมน พร้อมหวังว่าข้อตกลงครั้งนี้จะช่วยสร้างบรรยากาศเชิงบวกต่อการแก้ไขปัญหาความขัดแย้งทางการเมืองในเยเมน ก่อนหน้านี้ รัฐบาลเยเมนใช้มาตรการคว่ำบาตรทางการเงินกลุ่มกบฎ Houthi ด้วยการเพิกถอนใบอนุญาตและห้ามการทำธุรกรรมกับธนาคาร 6 แห่งในกรุงซานา ซึ่งเป็นพื้นที่ที่อยู่ภายใต้การควบคุมของกลุ่ม Houthi ส่งผลให้กลุ่ม Houthi ตอบโต้ด้วยการยึดเครื่องบินและควบคุมเที่ยวบินจากกรุงซานาเพื่อกดดันรัฐบาลเยเมน