ผู้นำตุรกีเยือนซาอุดีอาระเบียอย่างเป็นทางการและมีการลงนามความตกลงระหว่างกันหลายฉบับ

สำนักข่าว Al Arabiya รายงานเมื่อ 18 ก.ค.66 อ้างสำนักข่าว SPA ของทางการซาอุดีอาระเบียว่า ประธานาธิบดี Recep Tayyip Erdogan ของตุรกี เดินทางเยือนซาอุดีอาระเบียอย่างเป็นทางการเมื่อ 17 ก.ค.66 โดยมกุฎราชกุมารมุฮัมมัด บิน ซัลมาน นายกรัฐมนตรีซาอุดีอาระเบีย ทรงให้การต้อนรับและหารืออย่างเป็นทางการกับผู้นำตุรกี เกี่ยวกับการกระชับความสัมพันธ์และการพัฒนาความร่วมมือระดับทวิภาคี ที่พระราชวัง al-Salam ในเมืองเจดดาห์ นอกจากนี้ นายกรัฐมนตรีซาอุดีอาระเบียและประธานาธิบดีตุรกียังร่วมเป็นสักขีพยานการลงนามความตกลงและบันทึกความเข้าใจหลายฉบับด้าน คลอบคลุมด้านพลังงาน อุตสาหกรรมป้องกันประเทศ การวิจัยและพัฒนา การลงทุนโดยตรง และด้านสื่อ รวมถึงการลงนามสัญญาซื้อกิจการ (acquisition contract) จำนวน 2 ฉบับ ระหว่างกระทรวงกลาโหมซาอุดีอาระเบียกับบริษัท Baykar ผู้ผลิตอากาศยานไร้คนขับ (โดรน) รายใหญ่ของตุรกี เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการป้องกันประเทศและการผลิตโดรนของซาอุดีอาระเบีย ทั้งนี้ ประธานาธิบดีตุรกีซึ่งชนะการเลือกตั้งรอบใหม่เมื่อ พ.ค.66 มีกำหนดเดินทางเยือนซาอุดีอาระเบีย กาตาร์ และสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ อย่างเป็นทางการ เพื่อกระชับความสัมพันธ์ทุกรูปแบบระหว่าง 17-19 ก.ค.66

UNSC จัดการประชุมประเด็นความเสี่ยงของการใช้ AI ครั้งแรก

คณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ (United Nations Security Council-UNSC) จัดประชุมในประเด็นความเสี่ยงของการใช้ปัญญาประดิษฐ์ (Artificial Intelligence-AI) ครั้งแรก เมื่อ 18 ก.ค.66 ที่นครนิวยอร์ก สหรัฐ ฯ โดยสหราชอาณาจักร ในฐานะประธานการประชุมเห็นควรให้กำหนดรูปแบบการกำกับดูแลการเปลี่ยนแปลงเทคโนโลยีอย่างเร่งด่วน ด้านสหรัฐ ฯ เห็นว่าประเทศสมาชิกไม่ควรใช้ AI เพื่อปิดกั้น บังคับ กดขี่ หรือลดอำนาจของประชาชน ขณะที่จีนเห็นว่าต้องสร้างสมดุลระหว่างการพัฒนาและความปลอดภัย ส่วนรัสเซียตั้งคำถามถึงความเหมาะสมในการนำประเด็น AI ขึ้นหารือในที่ประชุม UNSC ทั้งนี้ นายอันโตนิอู กุแตเรซ เลขาธิการสหประชาชาติ (United Nations-UN) นาย Jack Clark ผู้ร่วมก่อตั้ง Anthropic บริษัทสตาร์ทอัพด้าน AI และ ศ. Zeng Yi ผู้อำนวยการร่วมศูนย์วิจัยจริยธรรมและธรรมาภิบาล AI จีน-สหราชอาณาจักร ซึ่งเข้าร่วมอภิปรายในที่ประชุม เห็นสอดคล้องกันว่า AI มีทั้งคุณประโยชน์ต่อมนุษยชาติ และผลกระทบต่อความมั่นคงของโลก…

นายกรัฐมนตรีญี่ปุ่นจะเยือนซาอุดีอาระเบีย สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ และกาตาร์อย่างเป็นทางการ

กระทรวงการต่างประเทศญี่ปุ่น ออกแถลงการณ์เมื่อ 13 ก.ค.66 ว่า นายคิชิดะ ฟูมิโอะ นายกรัฐมนตรีญี่ปุ่น จะเยือนซาอุดีอาระเบีย สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ และกาตาร์อย่างเป็นทางการ ระหว่าง 16-18 ก.ค.66 โดยมีกำหนดจะพบหารือกับผู้นำของทั้งสามประเทศในหลายประเด็น เช่น สถานการณ์ในภูมิภาค สถานการณ์ระหว่างประเทศ สถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างรัสเซียกับยูเครน และความสัมพันธ์ระดับทวิภาคี นอกจากนี้ นายคิชิดะมุ่งหวังจะใช้โอกาสนี้เพื่อยืนยันถึงความร่วมมืออย่างรอบด้านกับทั้งสามประเทศ รวมถึงด้านพลังงาน และส่งเสริมการสร้างระเบียบระหว่างประเทศที่เสรีและเปิดกว้างบนพื้นฐานของหลักนิติธรรมตามมติที่ประชุมสุดยอดกลุ่ม G7 เมื่อ พ.ค.66 ที่ จ.ฮิโรชิมะ ญี่ปุ่น อีกทั้งมีเป้าหมายด้านเศรษฐกิจ โดยตั้งเป้าหมายขยายโอกาสทางธุรกิจให้กับบริษัทญี่ปุ่น

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศกลุ่ม G7 ประณามเกาหลีเหนือที่ยิงขีปนาวุธข้ามทวีป

กระทรวงการต่างประเทศญี่ปุ่น เผยแพร่แถลงการณ์ของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศกลุ่ม G7 และผู้แทนระดับสูงของสหภาพยุโรปด้านการต่างประเทศและนโยบายความมั่นคง (EU High Representative for Foreign Affairs and Security Policy) เมื่อ 13 ก.ค.66 ประณามเกาหลีเหนือที่ยิงขีปนาวุธข้ามทวีป (Intercontinental Ballistic Missile-ICBM) เมื่อ 12 ก.ค.66 เนื่องจากเป็นภัยคุกคามต่อสันติภาพและความมั่นคงของประชาคมระหว่างประเทศ บั่นทอนหลักการไม่แพร่ขยายอาวุธนิวเคลียร์ และละเมิดมติคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ (United Nations Security Council-UNSC) พร้อมย้ำถึงข้อเรียกร้องของกลุ่ม G7 ให้เกาหลีเหนือยุติการพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์และอาวุธที่มีอานุภาพทำลายล้างสูง และตอบรับการจัดการเจรจาทางการทูตที่เกาหลีใต้ ญี่ปุ่น และสหรัฐฯ ร่วมกันผลักดัน นอกจากนี้ ยังเรียกร้องให้ UNSC มีมาตรการตอบโต้เกาหลีเหนืออย่างเป็นเอกภาพโดยเร็วต่อกรณีดังกล่าว เนื่องจากเกาหลีเหนือแสดงให้เห็นเจตนาละเมิดมติ UNSC อย่างต่อเนื่อง แต่ที่ผ่านมา UNSC ไม่สามารถดำเนินการต่อเกาหลีเหนือได้จากการที่ประเทศสมาชิกบางส่วนคัดค้าน

ญี่ปุ่นยินดีต่อการที่ EU ยกเลิกมาตรการจำกัดการนำเข้าผลิตภัณฑ์อาหาร

นายฮายาชิ โยชิมาซะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศญี่ปุ่น แถลงเมื่อ 13 ก.ค.66 ว่า รัฐบาลญี่ปุ่นยินดีต่อการที่สหภาพยุโรป (European Union-EU) ประกาศจะยกเลิกมาตรการจำกัดการนำเข้าผลิตภัณฑ์อาหารจากญี่ปุ่น ซึ่ง EU บังคับใช้หลังเหตุการณ์อุบัติเหตุทางนิวเคลียร์ที่โรงไฟฟ้านิวเคลียร์ฟุกุชิมะที่ 1 (Fukushima Daiichi Nuclear Power Station-FDNPS) เมื่อปี 2554 และรัฐบาลญี่ปุ่นเรียกร้องให้ EU ยกเลิกมาตรการดังกล่าวอย่างต่อเนื่อง ซึ่งการยกเลิกมาตรการดังกล่าวจะช่วยส่งเสริมการฟื้นฟูพื้นที่ของญี่ปุ่นที่ได้รับผลกระทบจากเหตุแผ่นดินไหวใหญ่ทางฝั่งตะวันออกของญี่ปุ่น (Great East Japan Earthquake) เมื่อปี 2554

AMRO ประเมินการเติบโตทางเศรษฐกิจของอาเซียน+3 ปี 2566 อยู่ที่ร้อยละ 4.6

เว็บไซต์ของสำนักงานวิจัยเศรษฐกิจมหภาคของภูมิภาคอาเซียน+3 (ASEAN+3 Macroeconomic Research Office-AMRO) เผยแพร่รายงานประเมินเศรษฐกิจประจำไตรมาสฉบับล่าสุดเมื่อ 11 ก.ค.66 ว่า AMRO คาดการณ์เศรษฐกิจของภูมิภาคอาเซียน+3 จะขยายตัวร้อยละ 4.6 ในปี 2566 เพิ่มขึ้นจากปี 2565 ที่ร้อยละ 3.2 แม้ว่าการค้าโลกที่อ่อนแอต่อเนื่องจะส่งผลให้การเติบโตทางเศรษฐกิจของอาเซียนอยู่ที่ร้อยละ 4.5 ในปี 2566 ปรับลดเล็กน้อยจากการประเมินเมื่อ เม.ย.66 ที่ร้อยละ 4.9 แต่จะได้รับแรงหนุนจากแนวโน้มเศรษฐกิจที่ดีของกลุ่มประเทศบวกสาม (จีนรวมฮ่องกง เกาหลีใต้ ญี่ปุ่น) AMRO ยังปรับลดประมาณการอัตราเงินเฟ้อของภูมิภาค (ไม่รวมลาวและเมียนมา) ในปี 2566 เป็นร้อยละ 3 จากเดิมที่ร้อยละ 3.4 ขณะที่การคาดการณ์เศรษฐกิจของภูมิภาคในปี 2567 จะหดตัวเล็กน้อยที่ร้อยละ 4.5 เช่นเดียวกับอัตราเงินเฟ้อที่ลดลงเหลือร้อยละ 2.4

มาเลเซียส่งสัญญาณจะรื้อฟื้นโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อมกัวลาลัมเปอร์-สิงคโปร์

  สำนักข่าว The Star รายงานเมื่อ 11 ก.ค.66 ว่า บริษัท MyHSR Corporation (MyHSR Corp) รัฐวิสาหกิจภายใต้กระทรวงการคลังมาเลเซีย เตรียมออกหนังสือขอข้อมูลเพิ่มเติมแก่ภาคเอกชน ทั้งภายในและภายนอกประเทศ ที่สนใจจะยื่นข้อเสนอดำเนินโครงการรถไฟความเร็วสูง กัวลาลัมเปอร์-สิงคโปร์ (KL-SG HSR) ภายใน ก.ค.66 เพื่อประเมินความพร้อมและศักยภาพของภาคเอกชน ในการรองรับการพัฒนาโครงการรถไฟความเร็วสูง KL-SG เป็นเส้นทางแรกของมาเลเซีย ซึ่งจะสอดคล้องกับเป้าหมายการยกระดับการคมนาคมระหว่างเมือง ตลอดจนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคม ผ่านโครงการรถไฟความเร็วสูงที่เชื่อมต่อกับเมืองรอง (Second-tier) และเมืองรองระดับ 3 (Third-tier) ทั้งนี้ มาเลเซียและสิงคโปร์เคยมีแผนจะก่อสร้างโครงการรถไฟความเร็วสูง KL-SG เมื่อปี 2556 แต่มาเลเซียประสบปัญหาการคลังจึงเป็นฝ่ายขอยกเลิกโครงการเมื่อปี 2564 และต่อมาเปลี่ยนมาเสนอแผนโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อมกัวลาลัมเปอร์-กรุงเทพฯ ซึ่งยังไม่มีความชัดเจนจนปัจจุบัน

จีนระงับการนำเข้าผลิตภัณฑ์เนื้อหมูจากบอสเนีย-เฮอร์เซโกวีนา และโครเอเชีย

สำนักข่าว Global times รายงานอ้างกรมศุลกากรและกระทรวงเกษตรและกิจการชนบทของจีนเมื่อ 10 ก.ค.66 ที่ประกาศระงับการนำเข้าผลิตภัณฑ์จากเนื้อหมูที่ผลิตในบอสเนีย-เฮอร์เซโกวีนา และโครเอเชีย หลังรายงานขององค์กรโรคระบาดสัตว์ระหว่างประเทศระบุว่า พบการแพร่ระบาดของไวรัสโรคอหิวาต์แอฟริกาในสุกรที่ประเทศดังกล่าวห้วง 21-23 และ 27 มิ.ย.66 ตามลำดับ โดยระงับการนำเข้าผลิตภัณฑ์เนื้อหมู หมูป่า และผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้อง ย้อนหลังไปถึง 6 ก.ค.66

ECOSOC จัดการประชุมการเมืองระดับสูงด้านการพัฒนาที่ยั่งยืน

คณะมนตรีเศรษฐกิจและสังคมแห่งสหประชาชาติ (Economic and Social Council-ECOSOC) จัดการประชุมการเมืองระดับสูงเกี่ยวกับการพัฒนาที่ยั่งยืน (High-Level Political Forum on Sustainable Development-HLPF) ระหว่าง 10-19 ก.ค.66 ที่นิวยอร์ก สหรัฐฯ โดยมีผู้แทนจากภาครัฐ ประชาสังคม และภาคเอกชนจากประเทศต่าง ๆ เข้าร่วม จุดประสงค์เพื่อติดตามและทบทวนการดำเนินการตามวาระการพัฒนาที่ยั่งยืนปี 2573 (2030 Agenda) รวมทั้งเร่งขับเคลื่อนเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (Sustainable Development Goals-SDGs) ที่หยุดชะงักภายหลังการแพร่ระบาดของโรค COVID-19 เฉพาะอย่างยิ่งประเด็นน้ำสะอาดและสุขอนามัย (SDG 6) พลังงานสะอาดที่เข้าถึงได้ (SDG 7) อุตสาหกรรม นวัตกรรม และโครงสร้างพื้นฐาน (SDG 9) เมืองและชุมชนที่ยั่งยืน (SDG 11) และความร่วมมือเพื่อบรรลุเป้าหมาย (SDG 17) ซึ่งการประชุม HLPF ในครั้งนี้ เป็นการเตรียมความพร้อมสำหรับการประชุมสุดยอดด้านการพัฒนาที่ยั่งยืนประจำปี 2566 (2023…

อิตาลี โครเอเชีย และสโลวีเนีย ลงนามปฏิญญาร่วมยกระดับความร่วมมือในทะเลเอเดรียติก

สำนักข่าว Anadolu Agency ของตุรกี รายงานเมื่อ 11 ก.ค.66 ว่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของอิตาลี สโลวีเนีย และโครเอเชีย ประชุมไตรภาคีและลงนามปฏิญญาร่วมเพื่อยกระดับความร่วมมือระหว่างกัน ที่เมือง Ancona อิตาลี เมื่อ 10 ก.ค.66 โดยปฏิญญาดังกล่าวมุ่งเน้นเสริมสร้างความเชื่อมโยงในพื้นที่ทะเลเอเดรียติก โดยเฉพาะการรับมือการค้ามนุษย์ การอพยพผิดกฎหมาย และปรับปรุงการขนส่งระหว่างกัน ทั้งนี้ นาย Antonio Tajani รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศอิตาลี ระบุว่า การแก้ไขปัญหาผู้อพยพและการค้ามนุษย์ต้องใช้มุมมองกว้างของสหภาพยุโรป (European Union-EU) รวมถึงต้องพิจารณาสถานการณ์ในแอฟริกาเพื่อหาทางแก้ไขปัญหาการอพยพผิดกฎหมายได้ อีกทั้งเสริมว่าภูมิภาคบอลข่านตะวันตกสำคัญต่อสหภาพยุโรป จึงจำเป็นต้องผลักดันกระบวนการเข้าเป็นสมาชิก EU ของรัฐต่าง ๆ