ฟิลิปปินส์เร่งให้มีการสรุปหลักปฏิบัติในทะเลจีนใต้ (COC)

สำนักข่าว GMA รายงานเมื่อ 11 พ.ค.66 อ้างถ้อยแถลงของประธานาธิบดีเฟอร์ดินานด์ มาร์กอส จูเนียร์ ของฟิลิปปินส์ ต่อที่ประชุมสุดยอดอาเซียน ครั้งที่ 42 ที่อินโดนีเซียว่า หลักนิติธรรมจะเป็นเครื่องมือในการจำกัดอำนาจประเทศที่ปฏิบัติต่อประเทศอื่นอย่างก้าวร้าวในโลกที่มีความผันผวน โดยฟิลิปปินส์แสดงความมุ่งมั่นต่อการบังคับใช้ปฏิญญาว่าด้วยแนวปฏิบัติของภาคีในทะเลจีนใต้ (Declaration of the Conduct of Parties in the South China Sea – DOC) และจะผลักดันให้ทุกประเทศปฏิบัติตามอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยกฎหมายทะเล (United Nations Convention on the Law of the Sea – UNCLOS) เพื่อป้องกันไม่ให้ทะเลจีนใต้กลายเป็นพื้นที่ที่จะนำไปสู่ความขัดแย้งด้วยกำลังอาวุธ และย้ำข้อเรียกร้องให้มีการสรุปหลักปฏิบัติในทะเลจีนใต้ (Code of Conduct – COC) โดยเร็ว นอกจากนี้ ฟิลิปปินส์ยังเรียกร้องให้ยุติความรุนแรงในเมียนมาโดยทันที และสนับสนุนให้เมียนมาปฏิบัติและดำเนินการตามหลักฉันทามติ 5 ประการ

อาเซียนรับรองปฏิญญาว่าด้วยการพัฒนาวิสัยทัศน์ประชาคมอาเซียนภายหลังปี 2568

เว็บไซต์ asean.org เผยแพร่แถลงการณ์ เมื่อ 10 พ.ค.66 ว่า ผู้นำอาเซียนให้การรับรองปฏิญญาว่าด้วยการพัฒนาวิสัยทัศน์ประชาคมอาเซียนภายหลังปี 2568 (ASEAN Leaders’ Statement on the Development of the ASEAN Community’s Post-2025 Vision) ตามการเสนอของคณะทำงานระดับสูงว่าด้วยการจัดทำวิสัยทัศน์ประชาคมอาเซียนภายหลังปี 2568 (High-Level Task Force on ASEAN Community’s Post-2025 Vision-HLTF-ACV) เพื่อลดช่องว่างการพัฒนาในภูมิภาค และส่งเสริมวาระการพัฒนาที่ยั่งยืนของอาเซียน เพื่อให้อาเซียนเป็นประชาคมที่ครอบคลุม มีส่วนร่วม และร่วมมือกัน โดยไม่ถูกแบ่งแยกด้วยช่องว่างการพัฒนาระหว่างสมาชิก ทั้งนี้ HLTF-ACV จะเป็นกลไกหลักในการหารือระหว่างผู้มีส่วนได้ส่วนเสียและหุ้นส่วนที่เกี่ยวข้องของอาเซียน เพื่อประกอบการจัดทำวิสัยทัศน์ประชาคมอาเซียนภายหลังปี 2568 (ASEAN Post-2025 Vision) ซึ่งจะรับรองในหลักการภายในปี 2568

UAE กับไทย จะเริ่มเจรจาความตกลงหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจที่ครอบคลุมอย่างเป็นทางการ

สำนักข่าว WAM ของทางการสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (United Arab Emirates-UAE) รายงานเมื่อ 9 พ.ค.66 ว่า ในวันเดียวกันนี้ ดร.Thani bin Ahmed Al Zeyoudi รัฐมนตรีด้านกิจการการค้าระหว่างประเทศ UAE กับนายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รัฐมนตรีพาณิชย์ของไทย ลงนามในแถลงการณ์ร่วมริเริ่มการเจรจาจัดทำความตกลงหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจที่ครอบคลุม (Comprehensive Economic Partnership Agreement-CEPA) ระหว่าง UAE กับไทย ผ่านระบบการประชุมทางไกล โดยทั้งสองฝ่ายมีกำหนดจัดการเจรจารอบแรกที่ UAE ใน 16 พ.ค.66 รัฐมนตรีด้านกิจการการค้าระหว่างประเทศ UAE ระบุว่า ไทยซึ่งมีเศรษฐกิจเติบโตสูงในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เป็นหุ้นส่วนทางการค้าและการลงทุนที่สำคัญมากขึ้นสำหรับ UAE พร้อมเชื่อมั่นว่า CEPA จะสร้างโอกาสให้แก่ภาคส่วนต่าง ๆ ของทั้งสองประเทศ อาทิ การท่องเที่ยว ความมั่นคงทางอาหาร เทคโนโลยี โลจิสติกส์ และบริการทางการเงิน รวมทั้งจะช่วยส่งเสริมการค้าที่ไม่ใช่น้ำมันระหว่างสองประเทศให้เพิ่มขึ้น จากเมื่อปี 2565…

ทางการลาวจับกุมสมาชิกลาวเสรีซึ่งพำนักในไทยหลังเดินทางกลับลาว

วิทยุเอเชียเสรี (RFA) รายงานเมื่อ 9 พ.ค.66 อ้างบุคคลใกล้ชิดนาย Savang Phaleuth นักเคลื่อนไหวด้านสิทธิมนุษยชน/สมาชิกกลุ่มลาวเสรี (Free Laos) ที่พำนักอยู่ในไทย ว่า บุคคลดังกล่าวถูกจับกุมหลังเดินทางกลับไปเยี่ยมครอบครัวที่เมืองสองคอน แขวงสะหวันนะเขต เมื่อ 20 เม.ย.66 ด้านนาย Khoukham Keomanivong ผู้ร่วมก่อตั้งกลุ่มลาวเสรี เรียกร้องให้รัฐบาลลาวเคารพสิทธิประชาชน และไม่กระทำการต่อผู้เห็นต่างเยี่ยงศัตรู RFA รายงานด้วยว่า มีนักเคลื่อนไหวชาวลาวในไทยถูกจับกุมตัวอย่างต่อเนื่อง อาทิ การจับกุมนาย Somphone Pimmasone นาย Lodkham Thammavong และนาย Soukane Chaithad เมื่อ มี.ค.59 หลังกลับลาวเพื่อต่ออายุหนังสือเดินทาง/ใบอนุญาตทำงานในไทย และกรณีนายอ๊อด ไชยะวง อายุ 34 นักเคลื่อนไหวทางการเมืองชาวลาว ซึ่งหายตัวในไทยเมื่อ ส.ค.62

ผู้นำอาเซียนย้ำบทบาท AIPA ต่อกำหนดวาระอาเซียนปี 2588

สำนักข่าว Antara รายงานเมื่อ 10 พ.ค.66 อ้างถ้อยแถลงประธานาธิบดีโจโก วิโดโด ของอินโดนีเซีย ว่า ผู้นำอาเซียนและสมัชชารัฐสภาอาเซียน (ASEAN Inter-Parliamentary Assembly-AIPA) พบหารือในห้วงการประชุมสุดยอดอาเซียน ครั้งที่ 42 ประเด็นบทบาทของรัฐสภาต่อการกำหนดวาระอาเซียนปี 2588 (ASEAN 2045 agenda) เพื่อให้อาเซียนสามารถรับมือกับความท้าทายในภูมิภาค เป็นศูนย์กลางของการเติบโต และเป็นภูมิภาคที่ปลอดภัย มีเสถียรภาพ และเป็นประชาธิปไตย โดยอินโดนีเซียในฐานะประธานอาเซียน จะเร่งการเสริมสร้างศักยภาพและการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจในภูมิภาค เพื่อเป็นกลไกขับเคลื่อนการเติบโตอย่างยั่งยืน

จอร์แดนโจมตีทางอากาศต่อขบวนการค้ายาเสพติดทางตอนใต้ของซีเรีย

สำนักข่าว Al Arabiya ของซาอุดีอาระเบีย รายงานเมื่อ 8 พ.ค.66 ว่าในวันเดียวกัน จอร์แดนปฏิบัติการโจมตีทางอากาศ 2 ครั้งต่อจังหวัดทางตอนใต้ของซีเรีย ที่มีพรมแดนติดกับจอร์แดน โดยปฏิบัติการครั้งแรกมุ่งโจมตีโรงงานผลิตยาเสพติดในเมือง Kharab al Shahem จังหวัด Deraa ซึ่งเชื่อว่าเป็นจุดนัดพบของผู้ลักลอบค้ายาเสพติดจากกลุ่มฮิซบุลลอฮ์ของเลบานอน ที่อิหร่านให้การสนับสนุน ส่วนปฏิบัติการครั้งที่สองมุ่งโจมตีหมู่บ้าน Shaab จังหวัด Sweida สามารถสังหารนาย Marie al-Ramthan ซึ่งเชื่อว่าเป็นผู้ค้ายาเสพติดรายใหญ่ โดยชักชวนให้ชาวเบดูอิน (ชาวอาหรับที่ร่อนเร่ในทะเลทราย) ที่เข้าร่วมกับกลุ่มติดอาวุธที่เชื่อมโยงกับอิหร่าน หลายร้อยคนเป็นผู้ขนส่งยาเสพติดข้ามพรมแดนซีเรีย-จอร์แดน ด้านนาย Ayman Safadi รัฐมนตรีต่างประเทศจอร์แดน ปฏิเสธที่จะยืนยันว่ารัฐบาลจอร์แดนเป็นผู้อยู่เบื้องหลังการโจมตีครั้งนี้ แต่ก่อนหน้านี้เคยขู่ว่าจะโจมตีซีเรีย หากซีเรียไม่สามารถควบคุมปัญหาการลักลอบค้ายาเสพติดข้ามพรมแดนมายังจอร์แดนได้ ทั้งนี้ อิหร่าน รัฐบาลซีเรีย และกลุ่มฮิซบุลลอฮ์ ปฏิเสธอย่างต่อเนื่องว่าไม่มีความเกี่ยวข้องกับขบวนการค้ายาเสพติดในซีเรีย และกล่าวหาว่าข้อกล่าวหาดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งในแผนการบ่อนทำลายอิทธิพลของอิหร่านในภูมิภาคตะวันออกกลางของสหรัฐฯ และพันธมิตร

เวียดนามมีแผนควบคุมการใช้งาน Facebook Youtube และ Tiktok

สำนักข่าว Nikkei Asia รายงานเมื่อ 9 พ.ค.66 ว่า รัฐบาลเวียดนามเตรียมให้ผู้ใช้งาน Facebook Youtube และ Tiktok ในประเทศ ยืนยันบัญชีผู้ใช้งานเพื่อป้องกันกิจกรรมที่เป็นภัยคุกคามต่อชาติ อาทิ อาชญากรรมข้ามชาติ การค้ามนุษย์ และการแสวงประโยชน์ทางการเมืองของฝ่ายเห็นต่างรัฐบาล ขณะเดียวกัน รัฐบาลจะประสานความร่วมมือกับธนาคารในประเทศเพื่อระบุตัวตนและตรวจสอบผู้ใช้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ที่อยู่นอกฐานข้อมูล และจะสั่งปิดหมายเลขที่มีความเสี่ยง ด้านภาคประชาสังคมเวียดนามและต่างประเทศ รวมถึงสื่อมวลชน วิพากษ์วิจารณ์ว่าเป็นมาตรการที่รัฐบาลเวียดนามใช้เพื่อสอดแนมประชาชน ซึ่งละเมิดสิทธิมนุษยชน เช่นเดียวกับที่ฟิลิปปินส์ออกมาตรการลงทะเบียนซิมโทรศัพท์ใหม่ที่บังคับเก็บข้อมูลส่วนตัวของผู้ใช้งาน

ซาอุดีอาระเบียกับสหรัฐฯ ร่วมอำนวยความสะดวกจัดการหารือระหว่างตัวแทนคู่ขัดแย้งในซูดาน

สำนักข่าว Al Arabiya ของซาอุดีอาระเบีย รายงานเมื่อ 8 พ.ค.66 อ้างกระทรวงการต่างประเทศซาอุดีอาระเบีย ออกแถลงการณ์ว่า ซาอุดีอาระเบียกับสหรัฐฯ ร่วมอำนวยความสะดวกจัดการหารือระหว่างตัวแทนของกองทัพซูดานกับกองกำลังกึ่งทหาร Rapid Support Forces (RSF) ในซูดาน ที่เจดดาห์ ซาอุดีอาระเบีย เมื่อ 6 พ.ค.66 โดยทั้งสองประเทศต้องการให้กองทัพซูดานกับ RSF มีส่วนร่วมในการพูดคุยอย่างจริงจัง เพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ คือ การบรรลุข้อตกลงหยุดยิงชั่วคราวอย่างมีประสิทธิภาพ การอำนวยความสะดวกต่อการส่งมอบความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรม และกำหนดการเจรจาเพื่อบรรลุข้อตกลงหยุดยิงถาวร อีกทั้งยินดีที่คู่ขัดแย้งทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องต่อการใช้แนวทางสร้างสรรค์และให้ความเคารพระหว่างกัน พร้อมเรียกร้องให้ทั้งสองฝ่ายคงการหยุดยิงชั่วคราวและหลีกเลี่ยงการกระทำยั่วยุในพื้นที่สู้รบ เพื่อรักษาบรรยากาศเชิงบวกสำหรับการเจรจาข้อตกลงหยุดยิงถาวร ทั้งนี้ การหารือระหว่างตัวแทนคู่ขัดแย้งในซูดาน ยังดำเนินอยู่และไม่มีกำหนดชัดเจนว่าจะแล้วเสร็จเมื่อใด  

ลาวว่าจะบรรลุเป้าหมายการดึงดูดนักท่องเที่ยวต่างชาติในปี 2566

สำนักข่าวสารประเทศลาวและหนังสือพิมพ์เวียงจันทน์ไทม์ส รายงานระหว่าง 8-9 พ.ค.66 ว่า นางดาลานี พมมะวงสา หัวหน้ากรมคุ้มครองการท่องเที่ยว กระทรวงแถลงข่าว วัฒนธรรมและการท่องเที่ยวลาว เรียกร้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับรถไฟลาว-จีน หารือเกี่ยวกับวิธีการลดระยะเวลาการข้ามแดนของผู้โดยสาร รวมถึงการยกระดับโครงสร้างพื้นฐานและสิ่งอำนวยความสะดวกอื่น ๆ โดยเฉพาะนครหลวงพระบาง เพื่ออำนวยความสะดวกและรองรับนักท่องเที่ยว ทั้งนี้ รัฐบาลลาวตั้งเป้าหมายดึงดูดนักท่องเที่ยวต่างชาติจำนวน 1.4 ล้านคน ในปี 2566 และเมื่อไตรมาสที่ 1/2566 มีนักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางมาลาวมากกว่า 831,000 คน ส่วนใหญ่เป็นคนไทย เวียดนาม และจีนตามลำดับ

สิงคโปร์และอินโดนีเซียประณามเหตุโจมตีขบวนรถส่งความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมในเมียนมา

สำนักข่าว Aljazeera รายงานเมื่อ 8 พ.ค.66 ว่า สิงคโปร์และอินโดนีเซียประณามเหตุโจมตีขบวนรถส่งความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมในรัฐฉาน เมียนมา เมื่อ 7 พ.ค.66 ซึ่งมีเจ้าหน้าที่ประจำสถานเอกอัครราชทูตสิงคโปร์/ย่างกุ้ง ร่วมขบวนไปด้วย 2 คน อย่างไรก็ดี ทั้งสองคนไม่ได้รับบาดเจ็บและเดินทางกลับย่างกุ้งอย่างปลอดภัยแล้ว โดยกระทรวงการต่างประเทศสิงคโปร์ แสดงความไม่พอใจอย่างมาก พร้อมกับย้ำถึงการปกป้องคุ้มครองความปลอดภัยของบุคลากรด้านมนุษยธรรมและการทูตเป็นสิ่งสำคัญ และเรียกร้องทุกฝ่ายยุติการใช้ความรุนแรงและปฏิบัติตามฉันทามติอาเซียน ขณะที่กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ ระบุว่า ขบวนรถดังกล่าวอยู่ภายใต้การรักษาความปลอดภัยของกองทัพเมียนมา และแสดงความกังวลต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ส่วนรัฐบาลทหารเมียนมาโจมตีว่าเป็นการก่อเหตุของกองกำลังป้องกันประชาชน แม้ว่ารัฐบาลเอกภาพแห่งชาติ จะยืนยันว่าไม่มีส่วนเกี่ยวข้องและร่วมประณามเหตุดังกล่าว ซึ่งเกิดขึ้นก่อนที่อินโดนีเซียจะเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมสุดยอดอาเซียน ครั้งที่ 42 ระหว่าง 9-11 พ.ค.66