กองทัพเมียนมาเผชิญการโจมตีจากกลุ่มต่อต้านด้วยโดรนติดอาวุธมากขึ้น

สำนักข่าว Irrawaddy รายงานเมื่อ 27 เม.ย.66 ว่า กลุ่มต่อต้านรัฐบาลเมียนมามีศักยภาพในการพัฒนาโดรนติดอาวุธเพิ่มขึ้น หลังจากเริ่มต้นประดิษฐ์โดรนติดอาวุธเมื่อกลางปี 2565 และก่อตั้งกองพัน Federal Wings ที่อยู่ภายใต้การบังคับบัญชาของรัฐบาลเอกภาพแห่งชาติ (National Unity Government – NUG) โดยพื้นที่ที่พบการใช้โดรนติดอาวุธ ได้แก่ รัฐคะยา รัฐกะเหรี่ยง และรัฐชิน ซึ่งพื้นที่รัฐคะยามีการใช้มากที่สุด เฉพาะอย่างยิ่งพื้นที่เมืองดิมอโซและบอลาแค ทั้งนี้ กองพัน Federal Wings อ้างว่ามีปฏิบัติการโจมตีด้วยโดรน 437 ครั้งในห้วงปี 2565 ทำให้ทหารเมียนมาเสียชีวิตและบาดเจ็บรวมกว่า 200 คน

ลาววางศิลาฤกษ์โครงการโรงไฟฟ้าพลังงานลมแห่งแรกของประเทศ

สำนักข่าวสารประเทศลาว รายงานเมื่อ 27 เม.ย.66 อ้างถ้อยแถลงของนายโพไซ ไซยะสอน รัฐมนตรีพลังงานและบ่อแร่ลาว ขณะร่วมพิธีวางศิลาฤกษ์โครงการโรงไฟฟ้าพลังงานลม Monsoon Wind Power Project เมื่อ 25 เม.ย.66 สั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมส่งเสริมและสนับสนุนโครงการฯ ในทุกระดับ เนื่องจากจะยังประโยชน์ต่อการพัฒนาด้านพลังงานลม รวมถึงพัฒนาเศรษฐกิจและภาคพลังงานของลาว ส่วนนาย Yang Jian ผู้แทนของบริษัท Power Construction Corporation of China (PowerChina) ซึ่งเป็นบริษัทคู่สัญญา กล่าวว่า PowerChina จะช่วยเหลือและสนับสนุนด้านเทคโนโลยีอย่างเต็มที่ เพื่อสร้างโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานลมฯ ให้เป็นเกณฑ์มาตรฐานสำหรับโครงการพลังงานอื่นๆ ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ รวมถึงจะส่งเสริมความเข้มแข็งการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมในลาว ทั้งนี้ โครงการดังกล่าวเป็นโรงไฟฟ้าพลังงานลมแห่งแรกของประเทศ   ซึ่งพัฒนาโดยบริษัท Impact Energy Asia Development Limited ของไทย มีกำลังการผลิต 600 เมกะวัตต์ ตั้งอยู่ในแขวงเซกอง และแขวงอัตตะปือ ซึ่งอยู่ทางใต้ และจะขายไฟฟ้าให้แก่เวียดนาม

ซาอุดีอาระเบียอพยพพลเรือนต่างชาติหลายประเทศ รวมถึงไทย ออกจากซูดาน

เว็บไชต์หนังสือพิมพ์ Arab News และสำนักข่าว SPA ของทางการซาอุดีอาระเบีย รายงานเมื่อ 26 เม.ย.66 อ้างกระทรวงการต่างประเทศซาอุดีอาระเบีย ออกแถลงการณ์ว่า เรือโดยสาร Amanah ของซาอุดีอาระเบีย ช่วยอพยพพลเมืองซาอุดีอาระเบียและชาวต่างชาติ จำนวน 1,687 คน ออกจากซูดาน มายังฐานทัพเรือ King Faisal ที่เมืองเจดดาห์ ในวันเดียวกันนี้ โดยเป็นชาวซาอุดีอาระเบีย 13 คน และคนชาติอื่นจาก 56 ประเทศในภูมิภาคตะวันออกกลาง แอฟริกา ยุโรป อเมริกา และเอเชีย รวม 1,674 คน ในจำนวนนี้มีชาวไทยรวมอยู่ด้วย ทั้งนี้ ก่อนหน้านี้กองทัพเรือและกองทัพอากาศซาอุดีอาระเบีย มีบทบาทอย่างมากในการช่วยอพยพพลเมือง เจ้าหน้าที่ทางการทูต และชาวต่างชาติออกจากซูดาน ส่งผลให้ยอดผู้อพยพที่ได้รับความช่วยเหลือจากปฏิบัติการของซาอุดีอาระเบีย จนถึงขณะนี้มีจำนวนทั้งสิ้น 2,148 คน เป็นชาวซาอุดี 114 คน และคนชาติอื่น 2,034 คน จาก 62…

รัสเซียชื่นชมบทบาทจีนแต่ไม่เห็นว่ายูเครนให้ความสำคัญกับการหารือเกี่ยวกับวิกฤตยูเครนระหว่างผู้นำจีนกับยูเครน

สำนักข่าว Tass รายงานเมื่อ 26 เม.ย.66 อ้างถ้อยแถลงของกระทรวงการต่างประเทศรัสเซีย กรณีประธานาธิบดีสี จิ้นผิงของจีน หารือทางโทรศัพท์กับประธานาธิบดีโวโลดิมีร์ เซเลนสกีของยูเครน ในวันเดียวกันว่า รัสเซียแสดงความยกย่องจีนสำหรับความริเริ่มกระบวนการเจรจาเกี่ยวกับวิกฤตยูเครน อย่างไรก็ดี รัสเซียเห็นว่ายูเครนไม่ได้ให้ความสำคัญกับการหารือระหว่างผู้นำจีนกับยูเครนครั้งนี้ เนื่องจากแนวทางพื้นฐานสำหรับการแก้ปัญหาวิกฤตยูเครนของทั้งรัสเซียและจีนสอดคล้องกับเอกสารแสดงจุดยืน 12 ข้อ ที่ทางการจีนเผยแพร่เมื่อ 24 ก.พ.66 ซึ่งยืนยันว่าความขัดแย้งจะยุติได้ด้วยการเจรจาเท่านั้น แต่ฝ่ายยูเครนมีท่าทีปฏิเสธการเจรจามาโดยตลอด และประกาศอย่างเป็นทางการ เมื่อ 4 ต.ค.65 ว่าจะไม่มีการเจรจาใด ๆ เกิดขึ้นระหว่างยูเครนกับประธานาธิบดีวลาดิมีร์ ปูติน ทั้งนี้ ผู้นำจีนระบุจะส่งผู้แทนพิเศษด้านกิจการยูเรเซียเยือนยูเครน เพื่อประสานความร่วมมือเชิงลึกกับทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องเพื่อแก้ไขปัญหาวิกฤตยูเครน

ประธานาธิบดีจีนและยูเครนหารือกันทางโทรศัพท์เกี่ยวกับวิกฤตยูเครน

ประธานาธิบดีสี จิ้นผิงของจีน หารือทางโทรศัพท์กับประธานาธิบดีโวโลดิมีร์ เซเลนสกีของยูเครนเมื่อ 26 เม.ย.66 เกี่ยวกับความสัมพันธ์ทวิภาคีและวิกฤตยูเครน ซึ่งผู้นำจีนระบุจะส่งผู้แทนพิเศษด้านกิจการยูเรเซียเยือนยูเครน และประเทศอื่นๆ เพื่อประสานความร่วมมือเชิงลึกกับทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องเพื่อแก้ไขปัญหาวิกฤตยูเครน โดยย้ำว่าจีนจะไม่เป็นผู้ละเลยต่อวิกฤตยูเครนหรือเติมเชื้อไฟ หรือใช้วิกฤตครั้งนี้เพื่อแสวงประโยชน์ กับทั้งยืนยันจุดยืนที่ต้องการให้ทุกฝ่ายแก้ไขปัญหาอย่างสันติวิธี ขณะที่ประธานาธิบดียูเครนแสดงความยินดีต่อประธานาธิบดีสีที่ได้รับเลือกให้ดำรงตำแหน่งต่อ และเชื่อมั่นว่าภายใต้การนำของประธานาธิบดีสี จีนจะก้าวหน้าอย่างรวดเร็ว รวมทั้งระบุว่ายูเครนยึดมั่นในหลักการจีนเดียว และหวังจะขยายความร่วมมือกับจีนในทุกด้าน กับทั้งขอบคุณที่จีนให้ความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมแก่ยูเครน และยินดีที่จีนมีบทบาทสำคัญในการฟื้นฟูสันติภาพและหาแนวทางการทูตเพื่อแก้ไขวิกฤต

นรม.อันวาร์ อนุญาตให้ผู้แทนกลุ่มปกป้องสิทธิชาวอุยกูร์เข้าพบระหว่างงานเลี้ยง

สำนักข่าว RFA ของสหรัฐฯ รายงานเมื่อ 25 เม.ย.66 อ้างคำสัมภาษณ์ของนาย Abdulhakim Idris ผู้อำนวยการศูนย์อุยกูร์ศึกษาในกรุงวอชิงตัน ดี.ซี. สหรัฐฯ ว่า ได้เข้าพบดาโต๊ะ ซรี อันวาร์ อิบราฮิม นายกรัฐมนตรีมาเลเซีย ระหว่างงานเลี้ยงเทศกาลถือศีลอดที่ศูนย์อิสลามในกรุงกัวลาลัมเปอร์เมื่อ 19 เม.ย.66 เพื่อร้องขอให้สนับสนุนชาวอุยกูร์ที่ถูกกดขี่ในเขตปกครองตนเองซินเจียงของจีน พร้อมยื่นจดหมายอธิบายถึงสถานการณ์ปัจจุบันของชาวอุยกูร์ ซึ่งในระหว่างงานเลี้ยงนายกรัฐมนตรีมาเลเซียกล่าวสุนทรพจน์ว่า จะปกป้องชาวมุสลิมที่ถูกกดขี่ทั่วโลกและเห็นใจชาวอุยกูร์ ขณะที่นาย Erkin Ekrem รองประธานสภาอุยกูร์โลก ให้สัมภาษณ์ RFA โดยแสดงความเห็นว่านายกรัฐมนตรีอันวาร์ เป็นนักการเมืองที่ช่ำชอง จึงน่าจะกำลังเล่นเหรียญสองด้าน คือ เข้าข้างทั้งรัฐบาลจีนและชาวอุยกูร์ เพราะคำกล่าวสุนทรพจน์ข้างต้นขัดแย้งกับที่ระบุห้วงการเยือนจีนเมื่อปลาย มี.ค.66 ว่า ประเด็นชาวอุยกูร์เป็นเรื่องภายในของจีน ทั้งนี้ เมื่อปี 2561 ดาโต๊ะ ซรี อันวาร์ เคยเรียกร้องให้รัฐบาลจีนอนุญาตให้ชาวอุยกูร์มีเสรีภาพในการนับถือศาสนาและการเคลื่อนไหวรณรงค์

มาเลเซียอพยพชาวมาเลเซียและพลเมืองชาติอื่น รวมถึงไทย ออกจากกรุงคาร์ทูมของซูดานแล้ว

หนังสือพิมพ์เดอะสตาร์ของมาเลเซีย รายงานเมื่อ 26 เม.ย.66 อ้างถ้อยแถลงของดาโต๊ะ ซรี ซัมบรี อับดุล กาดีร์ รัฐมนตรีต่างประเทศมาเลเซีย ว่า กองกำลังปฏิบัติการพิเศษในซูดานของมาเลเซียได้อพยพชาวมาเลเซีย 30 ราย รวมถึงพลเมืองชาติอื่นอีก 26 ราย (ชาวสิงคโปร์ 14 ราย กัมพูชา 6 ราย อเมริกัน 2 ราย และฟิลิปปินส์ ไทย ปาเลสไตน์ และซูดานประเทศละ 1 ราย) ออกจากกรุงคาร์ทูมของซูดานไปยังท่าเรือซูดานใน จ.Red Sea แล้วเมื่อ 24 เม.ย.66 ส่วนชาวมาเลเซียอีก 2 ราย ที่ยังไม่ได้อพยพเป็นผู้ที่ทำงานให้ภารกิจขององค์การสหประชาชาติ (United Nations – UN) ในเขต Abyei ของซูดาน ซึ่ง UN จะเป็นฝ่ายดำเนินการอพยพต่อไป ปัจจุบัน อยู่ระหว่างพิจารณาเลือกวิธีการอพยพทั้ง 56…

รัฐบาลตอลิบันสังหารสมาชิกกลุ่ม IS ที่ก่อเหตุโจมตีสนามบินในกรุงคาบูลเมื่อปี 2564

เว็บไซต์สถานีโทรทัศน์ Ariana News รายงานเมื่อ 26 เม.ย.66 ว่า รัฐบาลตอลิบันได้สังหารสมาชิกกลุ่ม Islamic State (IS) ที่อยู่เบื้องหลังเหตุระเบิดฆ่าตัวตายที่สนามบินนานาชาติ ในกรุงคาบูล เมื่อ 26 ส.ค.64 ในช่วงที่กองทัพสหรัฐฯ กำลังอพยพพลเรือนอเมริกันและชาวอัฟกันบางส่วนออกจากอัฟกานิสถาน หลังจากกลุ่มตอลิบันเข้าควบคุมอำนาจ ซึ่งเหตุดังกล่าวส่งผลให้ทหารอเมริกันเสียชีวิต 13 นาย รวมถึงพลเรือนอีกจำนวนมาก นับเป็นความพ่ายแพ้ของสหรัฐฯ หลังจากประจำการกองกำลังในอัฟกานิสถานมานาน 20 ปี โดยหนึ่งในผู้ที่ถูกรัฐบาลตอลิบันสังหารเป็นบุคคลสำคัญของกลุ่ม Islamic State-Khorasan (ISIS-K)

รัฐบาลตอลิบันปฏิเสธเป็นศูนย์ประสานงานที่สำคัญของกลุ่ม ISIS ตามรายงานของ กห.สหรัฐฯ

เว็บไซต์ช่องข่าวโทรทัศน์ TOLOnews ของอัฟกานิสถาน รายงานเมื่อ 23 เม.ย.66 ว่า รัฐบาลตอลิบันปฏิเสธรายงานลับรั่วไหลของกระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ ซึ่งกล่าวหาอัฟกานิสถานเป็นศูนย์ประสานงานที่สำคัญของกลุ่ม ISIS ในการวางแผนก่อเหตุโจมตียุโรป เอเชีย และสหรัฐฯ (รายงานข่าวกรองสหรัฐฯ ระบุว่า พุ่งเป้าไปที่โบสถ์ สถานทูต ย่านธุรกิจ และสถานที่จัดการแข่งขันฟุตบอลโลก) โดยระบุว่า รายงานดังกล่าวไม่สอดคล้องกับความเป็นจริงที่เกิดขึ้นภายในอัฟกานิสถาน เนื่องจากปัจจุบันไม่มีภัยคุกคามความมั่นคงใด ๆ เกิดขึ้นภายในประเทศ รวมถึงประเทศรอบบ้าน พร้อมยืนยันว่าจะไม่ยินยอมให้กลุ่มใดใช้แผ่นดินอัฟกานิสถานเป็นฐานปฏิบัติการโจมตีประเทศอื่น

รัสเซียอาจไม่ต่ออายุข้อริเริ่ม Black Sea Grain Initiative ที่จะสิ้นสุดใน 18 พ.ค.66

สำนักข่าว Tass รายงานเมื่อ 24 เม.ย.66 อ้างถ้อยแถลงของนายเซอร์เกย์ ลาฟรอฟ รัฐมนตรีต่างประเทศรัสเซีย ซึ่งพบหารือกับนายอันโตนิโอ กูเตอร์เรส เลขาธิการสหประชาชาติ ที่นครนิวยอร์ก สหรัฐฯ ในวันเดียวกันว่า รัสเซียอาจไม่ต่ออายุข้อริเริ่ม Black Sea Grain Initiative เนื่องจากรัสเซียยังไม่เห็นความคืบหน้ากรณีที่รัสเซียได้เรียกร้องให้ชาติตะวันตกระงับมาตรการคว่ำบาตรการส่งออกออกธัญพืชและปุ๋ยของรัสเซีย ซึ่งเป็นข้อตกลงที่เกิดขึ้นพร้อมกับข้อริเริ่ม Black Sea Grain Initiative ที่อำนวยความสะดวกให้ยูเครนส่งออกธัญพืชผ่านทะเลดำเมื่อ 22 ก.ค.65 และจะสิ้นสุดลงใน 18 พ.ค.66 หลังจากต่ออายุมาแล้ว 2 ครั้ง กับทั้งระบุว่ารัสเซียกำลังพิจารณาจดหมายที่ได้รับจากเลขาธิการสหประชาชาติก่อนหน้านี้ที่มีข้อเสนอแนะเกี่ยวกับการดำเนินการตามข้อริเริ่ม Black Sea Grain Initiative อย่างเต็มรูปแบบ