จีนอาจใช้ บ.รบรุ่น J-16D เป็นหลักในการทำสงครามอิเล็กทรอนิกส์ในอนาคต

นสพ.Global Times รายงานเมื่อ 22 มิ.ย.68 อ้างนาย Wang Yongqing ผู้เชี่ยวชาญประจำสถาบันออกแบบและวิจัยอากาศยานเสินหยาง (Shenyang Aircraft Design and Research Institute) ในเครือของ บ.อุตสาหกรรมการบินแห่งชาติจีน (Aviation Industry Corporation of China-AVIC) ว่า ทอ.จีน มีแนวโน้มจะใช้ บ.รบรุ่น J-16D ซึ่งพัฒนามาจาก บ.รบรุ่น J-16 เป็นกำลังหลักในการทำสงครามอิเล็กทรอนิกส์ (Electronics Warfare)  โดย J-16D เปิดตัวเมื่อปี 2564  J-16D ยังสามารถสนับสนุนภารกิจ บ.รบอื่น อาทิ เพิ่มขีดความสามารถของ บ.รบรุ่น J-20 (ซึ่งสามารถหลบการตรวจจับได้) ด้วยการทำลายระบบตรวจจับของฝ่ายตรงข้าม สนับสนุนภารกิจแบบฝูงบินด้วยการแจ้งเตือน/ทำลายระบบตรวจจับของฝ่ายตรงข้าม เพื่อให้เครื่องบินรบหลักของภารกิจนั้น ๆ สามารถโจมตีเป้าหมายได้โดยไม่ถูกต่อต้าน

ผู้นำรัสเซียมีกำหนดการเยือนจีนระหว่าง 31 ส.ค.-3 ก.ย.68

  สนข.Tass รายงานเมื่อ 22 มิ.ย.68 อ้างการให้สัมภาษณ์ของนาย Yury Ushakov ผู้ช่วยประธานาธิบดีรัสเซียต่อ สนข. GTRK ว่า ประธานาธิบดีวลาดีมีร์ ปูติน ของรัสเซีย จะเยือนเมืองเทียนจิน ของจีน เพื่อเข้าร่วมการประชุมสุดยอดผู้นำองค์การความร่วมมือเซี่ยงไฮ้ (Shanghai Cooperation Organisation-SCO) ระหว่าง 31 ส.ค.-1 ก.ย.68 และจะเข้าร่วมการหารือรัสเซีย-จีน ใน 2 ก.ย.68 รวมถึงงานเฉลิมฉลองครบรอบ 80 ปีแห่งชัยชนะของกองทัพจีนต่อญี่ปุ่นห้วงสงครามโลกครั้งที่ 2 ที่กรุงปักกิ่ง ใน 3 ก.ย.68

รัสเซียระบุยังไม่มีการหารือเกี่ยวกับการพบปะระหว่างผู้นำรัสเซียกับสหรัฐฯ

สนข. Tass รายงานเมื่อ 22 มิ.ย.68 อ้างสัมภาษณ์ของนาย Yuri Ushakov ที่ปรึกษาประจำทำเนียบประธานาธิบดีรัสเซียว่า ปัจจุบัน ยังไม่มีการหารือเกี่ยวกับการพบปะระหว่างประธานาธิบดีวลาดีมีร์ ปูติน ของรัสเซียกับประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ ไม่ว่าจะเป็นการเยือนอย่างเป็นทางการ หรือการประชุมในประเทศที่สาม อย่างไรก็ดี ภายหลังประธานาธิบดีทรัมป์ เข้ารับตำแหน่งผู้นำสหรัฐฯ ทั้งสองฝ่ายสนทนาทางโทรศัพท์อย่างต่อเนื่องถึง 5 ครั้ง ทำให้คงรักษาช่องทางติดต่อระหว่างกัน  ฝ่ายรัสเซียเน้นย้ำว่าการประชุมระหว่างผู้นำรัสเซียกับสหรัฐฯ เป็นสิ่งสำคัญที่จะทำให้การหารือระหว่างกันเกิดผลอย่างเป็นทางการ

AEOI ระบุสหรัฐฯ โจมตีโรงงานนิวเคลียร์ 3 แห่งของอิหร่านขัดต่อ NPT

  องค์การพลังงานปรมาณูอิหร่าน (Atomic Energy Organization of Iran – AEOI) ออกแถลงการณ์เมื่อ 22 มิ.ย.68 ว่า การที่สหรัฐฯ โจมตีโรงงานนิวเคลียร์ของอิหร่าน 3 แห่ง ในเมืองฟอรโด (Fordow) เมืองนะฏันซ์ (Natanz) และเมืองอิศฟะฮาน (Isfahan) ช่วงเช้าวันเดียวกันนี้ ขัดต่อกฎหมายระหว่างประเทศ เฉพาะอย่างยิ่งสนธิสัญญาห้ามแพร่ขยายอาวุธนิวเคลียร์ (NPT) โดยเกิดขึ้นภายใต้การเมินเฉยหรือสมรู้ร่วมคิดกับทบวงการพลังงานปรมาณูระหว่างประเทศ (International Atomic Energy Agency-IAEA) นอกจากนี้ AEOI เรียกร้องให้ประชาคมระหว่างประเทศประณามการกระทำที่ขัดต่อกฎหมายดังกล่าวและสนับสนุนอิหร่านในการยืนยันสิทธิที่ชอบธรรมตามกฎหมาย รวมถึงยืนยันว่าเหตุที่เกิดขึ้นจะไม่ทำให้อิหร่านยุติการพัฒนาอุตสาหกรรมนิวเคลียร์ของอิหร่าน  

สหรัฐฯ ประสบความสำเร็จการโจมตีทางอากาศโรงงานผลิตอาวุธนิวเคลียร์ของอิหร่าน

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เผยแพร่ข้อความทาง truth social เมื่อ 21 มิ.ย.68 ว่า สหรัฐฯ ประสบความสำเร็จในการโจมตีทางอากาศต่อเป้าหมายโรงงานผลิตอาวุธนิวเคลียร์ของอิหร่าน 3 แห่ง ในเมือง Fordow Natanz และ Esfahan และเตรียมแถลงข่าวอย่างเป็นทางการในเวลา 22.00 น. (ตามเวลาสหรัฐฯ)

เลขาธิการ UN วิตกกังวลที่สหรัฐฯ โจมตีโรงงานนิวเคลียร์ของอิหร่าน

นายอันโตนิโอ กุแตเรซ เลขาธิการสหประชาชาติ (United Nations-UN) ระบุผ่านทางบัญชี X เมื่อ 21 มิ.ย.68 ว่า กังวลอย่างยิ่งต่อกรณีสหรัฐฯ โจมตีทางอากาศต่อเป้าหมายโรงงานนิวเคลียร์ของอิหร่าน โดยเป็นการยกระดับความขัดแย้งที่อันตรายในภูมิภาคที่กำลังอยู่ในภาวะตึงเครียดสูงอยู่แล้ว และเป็นภัยคุกคามโดยตรงต่อเสถียรภาพและความมั่นคงของโลก กับทั้งเรียกร้องให้ประเทศสมาชิกสมาชิกลดระดับความรุนแรงลงและยึดมั่นตามพันธกรณีที่มีอยู่ตามพันธกรณีกฎบัตรสหประชาติและกฎหมายระหว่างประเทศ

มาเลเซียอยู่ระหว่างทบทวนการสร้างกำแพงตามแนวชายแดนไทย-รัฐกลันตัน

สนข.แห่งชาติมาเลเซีย (เบอร์นามา) รายงานเมื่อ 20 มิ.ย.68 ว่า Datuk Seri Shamsul Anuar Nasarahi รมช.กระทรวงความมั่นคงภายในประเทศ มาเลเซีย เปิดเผยว่า รัฐบาลมาเลเซียอยู่ระหว่างทบทวนโครงการเสริมความมั่นคงบริเวณชายแดนอย่างเช่นการนำเทคโนโลยีมาใช้ รวมถึงการสร้างกำแพงตลอดแนวชายแดนมาเลเซีย-ไทย เฉพาะอย่างยิ่งบริเวณรัฐกลันตัน ซึ่งเป็นพื้นที่มีความเสี่ยงสูงด้านความมั่นคง เนื่องจากพื้นที่ดังกล่าวมีการลักลอบสิ่งของผิดกฎหมาย และยาเสพติด ซึ่งหากไม่มีมาตรการป้องกันอาจขยายเป็นภัยคุกคามในวงกว้างได้ โดยขณะนี้ได้มอบหมายให้ตำรวจและหน่วยความมั่นคงลงสำรวจพื้นที่ เพื่อระบุตำแหน่งที่ต้องเพิ่มการรักษาความปลอดภัยเป็นพิเศษแล้ว ทั้งนี้ เมื่อ 11 มิ.ย.68 ดาโต๊ะ โมฮาหมัด ยูซฟ มามัต ผบ.ตร.รัฐ กลันตัน แสดงจุดยืนสนับสนุนการสร้างกำแพงหรือรั้วตามแนวชายแดนด้านรัฐกลันตัน เพื่อสกัดกั้นขบวนการลักลอบขนย้ายสิ่งผิดกฎหมายข้ามแดนเช่นกัน

การเจรจาภาษีระหว่างมาเลเซียกับสหรัฐฯ เป็นไปอย่างราบรื่น

เว็บไซต์ The Business Times รายงานอ้างคำสัมภาษณ์ของ นรม.อันวาร์ อิบราฮิม เมื่อ 19 มิ.ย.68 ว่า การเจรจาภาษีระหว่างมาเลเซียและสหรัฐฯ นำโดย เติงกู ซาฟรุล อับดุล อาซิซ รมว.กระทรวงการลงทุน การค้า และอุตสาหกรรมของมาเลเซีย กับนาย Howard Lutnick รมว.พาณิชย์สหรัฐฯ ดำเนินไปอย่างราบรื่น เป้าหมายของมาเลเซีย คือ เจรจาขอลดภาษีจากร้อยละ 24 เหลือร้อยละ 10 อย่างไรก็ดีประเด็นที่สหรัฐฯ จะพิจารณาให้แก่มาเลเซีย ก็ควรให้สมาชิกอาเซียนในแนวทางเดียวกัน นรม.อันวาร์ ยังยอมรับว่าการเรียกเก็บภาษีตอบโต้ของสหรัฐฯ ทำให้เกิดความตึงเครียดทางเศรษฐกิจ แต่ความสัมพันธ์ระหว่างกันยังคงแข็งแกร่ง

อาเซียนและจีนหารือแลกเปลี่ยนระดับผู้เชี่ยวชาญด้านการป้องกันประเทศ

สนข.ซินหัว รายงานเมื่อ 20 มิ.ย.68 ว่า การประชุมแลกเปลี่ยนระดับผู้เชี่ยวชาญด้านการป้องกันประเทศระหว่างจีน-อาเซียน (China-ASEAN Think Tank Exchange) ครั้งที่ 3 จัดขึ้นที่กุ้ยหยาง จีน เมื่อ 19 มิ.ย .68 โดยวิทยาลัยวิทยาศาสตร์การทหาร กองทัพปลดปล่อยประชาชนจีน (People’s Liberation Army-PLA) ภายใต้แนวคิด “Jointly Promote Regional Peace and Build a Safe and Secure Home” การประชุมดังกล่าว มุ่งส่งเสริมความร่วมมือระหว่าง PLA กับกองทัพของกลุ่มประเทศสมาชิกอาเซียน ด้านการป้องกันประเทศ รวมถึงความมั่นคงทางทะเลและการจัดการภาวะวิกฤต

ญี่ปุ่นเตรียมส่งเครื่องบินไปจิบูตีเพื่ออพยพชาวญี่ปุ่นออกจากอิสราเอลและอิหร่าน

นายนากาทานิ เก็น รมว.กห.ญี่ปุ่น ได้สั่งการมื่อ 19 มิ.ย.68 ตามคำร้องขอของ กต.ญี่ปุ่น ให้หัวหน้าหน่วยปฏิบัติการร่วมกองกำลังป้องกันตนเองญี่ปุ่น ส่งเครื่องบินลำเลียง ASDF C-2 ของกองกำลังป้องกันตนเองทางอากาศ (Air Self-Defense Force-ASDF) จำนวน 2 ลำ พร้อมกำลังพลประมาณ 120 นาย ไปยังจิบูตี เพื่อเตรียมอพยพชาวญี่ปุ่นออกจากอิสราเอลและอิหร่าน เครื่องบินจะออกจากฐานทัพอากาศ Miho ใน จ.ทตโทริ ของญี่ปุ่น ภายใน 21 มิ.ย.68 ทั้งนี้ กต.ญี่ปุ่นระบุว่า มีชาวญี่ปุ่นอาศัยอยู่ในอิสราเอลประมาณ 1,000 คน และในอิหร่านประมาณ 280 คน