ฟิลิปปินส์ตั้งเป้าหมายให้ประธานาธิบดีจีนเข้าร่วมการประชุมสุดยอดอาเซียนปี 2569

ประธานาธิบดีเฟอร์ดินานด์ มาร์กอส จูเนียร์ ของฟิลิปปินส์แถลงต่อสื่อมวลชนฟิลิปปินส์หลังเสร็จสิ้นการประชุมสุดยอดอาเซียนที่มาเลเซียเมื่อ 28 ต.ค.68 ว่า ฟิลิปปินส์ในฐานะประธานอาเซียนปี 2569 จะทำทุกวิถีทางเพื่อเชิญประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ของจีน ให้เข้าร่วมประชุมสุดยอดอาเซียนที่ฟิลิปปินส์เป็นเจ้าภาพ  เพื่อพิสูจน์ความจริงใจในการแก้ไขข้อพิพาทในทะเลจีนใต้  อย่างไรก็ดี ประธานาธิบดีมาร์กอส จูเนียร์ เชื่อว่า  ประธานาธิบดีสี จะพิจารณาเยือนฟิลิปปินส์หากการเจรจาประมวลการปฏิบัติในทะเลจีนใต้ (Code of Conduct-COC) มีความคืบหน้าไปมากแล้ว  นอกจากนี้ ประธานาธิบดีฟิลิปปินส์ระบุว่า หากฟิลิปปินส์ไม่สามารถทำให้ COC สำเร็จตามเป้าหมาย ในวาระที่ดำรงตำแหน่งประธานอาเซียน ก็จะแสวงหาหนทางอื่นในการจัดการข้อพิพาท และจำกำหนดความสัมพันธ์กับจีนใหม่ในมิติอื่น นอกเหนือจากประเด็นทะเลจีนใต้   เช่น การค้า การแลกเปลื่ยน การเกี่ยวพันในประเด็นอื่นๆ

อินโดนีเซียระบุกัมพูชายังไม่ปลอดภัยสำหรับแรงงาน

นสพ.จาการ์ตาโกลบรายงานเมื่อ 28 ต.ค.68 อ้างถ้อยแถลงของนาย Abdul Muhaimin Iskandar รมว.ประสานงานด้านเสริมสร้างศักยภาพประชาชนของอินโดนีเซีย เตือนพลเมืองให้ระมัดระวังตอบรับข้อเสนอจากกัมพูชา ซึ่งยังเป็นสถานที่ไม่ปลอดภัยสำหรับแรงงานข้ามชาติ   เนื่องจากไม่มีข้อตกลงทวีภาคีที่เป็นกลไกการปกป้องแรงงาน ปัจจุบัน มีแรงงานอินโดนีเซียในกัมพูชามากกว่า 100,000 คน รวมทั้งผู้อยู่ในอุตสาหกรรมด้านอาหารและบริการ ซึ่งรองรับชุมชนชาวอินโดนีเซียที่ขยายตัว ที่ผ่านมาทางการอินโดนีเซียออกคำเตือนแรงงานข้ามชาติไม่ให้เลือกกัมพูชาเป็นปลายทางในการทำงาน โดยคำเตือนดังกล่าวมีขึ้นท่ามกลางความกังวลว่ามีชาวอินโดนีเซียเกี่ยวข้องกับเครือข่ายอาชญากรรมทางไซเบอร์ในกัมพูชาจำนวนมาก

สหรัฐฯ และญี่ปุ่นเสริมสร้างความมั่นคงและการทหารในภูมิภาคอินโด – แปซิฟิก

สนข.รอยเตอร์ส รายงานเมื่อ 29 ต.ค.68 ว่านายปีเตอร์ เฮ็กเซ็ธ รมว.กห.สหรัฐฯ พบหารือกับนายชินจิโร่ โคอิซุมิ รมว.กห.ญี่ปุ่น โดยได้แลกเปลี่ยนข้อมูลสภาพแวดล้อมทางความมั่นคงในภูมิภาคอินโด – แปซิฟิก พร้อมทั้งแนวทางในการเสริมสร้างความสามารถในการยับยั้งและตอบสนองของพันธมิตรให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้นผ่านการส่งเสริมกิจการทางการทหาร อาทิ การซ้อมรบ การใช้จ่ายงบประมาณการป้องกันประเทศเพื่อขยายขีดความสามารถทางความมั่นคงผ่านการลงทุน และสนับสนุนระบบการป้องกันภัยทางอากาศของญี่ปุ่นและขีดความสามารถทางความมั่นคงทางทะเลในมิติน่านฟ้าเหนือทะเล พื้นทะเลใต้น้ำ และการรบใต้น้ำ เพื่อเตรียมพร้อมและป้องปรามพฤติกรรมที่ก้าวร้าวจากจีน

สิงคโปร์ชื่นชมผลการหารือกับ นรม.ไทยนอกรอบการประชุมสุดยอดอาเซียน

นายลอว์เรนซ์ หว่อง นรม.สิงคโปร์ระบุผ่านเฟซบุ๊กและอินสตาแกรมส่วนตัวเมื่อ 27 ต.ค.68 ว่าได้พบหารือนอกรอบการประชุมสุดยอดอาเซียนกับ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นรม. โดยแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งต่อการสวรรคตของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง และชื่นชมความร่วมมืออย่างใกล้ชิดกับไทยที่มีมามากกว่า 60 ปี บนพื้นฐานของความไว้วางใจและเคารพกันและกัน โดยความร่วมมือมีความเข้มแข็งและหลากหลาย ครอบคลุมด้านการเงินดิจิทัลและคาร์บอนเครดิต ทั้งสองฝ่ายยังเห็นพ้องที่จะสานต่อความเป็นพันธมิตรผู้บุกเบิกในภาคส่วนใหม่ๆ และจะได้หารือมากขึ้นในโอกาสที่ นรม.อนุทินจะเยือนสิงคโปร์อย่างเป็นทางการต่อไป ขณะที่นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยรายละเอียดเพิ่มเติมว่า สิงคโปร์ยินดีที่จะส่งผู้แทนเข้าร่วมการประชุมปราบปรามอาชญากรรมออนไลน์ ที่ นรม.มีดำริจะจัดขึ้น ขณะที่ นรม.อนุทินตอบรับคำเชิญเยือนสิงคโปร์อย่างเป็นทางการใน 7 พ.ย.68  โดยสองฝ่ายเตรียมจะลงนาม MOU ระหว่างกันในเรื่องการค้าข้าวระหว่างการเยือนด้วย

เมียนมาจับกุมชาวต่างชาติ จากฐานอาชญากรรมข้ามชาติ

นสพ. The Global New Light of Myanmar รายงานเมื่อ 28 ต.ค.68 ว่า เมียนมาจับกุมชาวต่างชาติ 155 คน จากฐานอาชญากรรมข้ามชาติทางเทคโนโลยี จ.เมียวดี รัฐกะเหรี่ยง เมื่อ 27 ต.ค.68 เป็นชาวอินเดีย 104 คน อินโดนีเซีย 24 คน และฟิลิปปินส์ 27 คน ส่งผลให้ช่วงระหว่าง 30 ม.ค.-27 ต.ค.68  เมียนมาควบคุมตัวชาวต่างชาติที่ลักลอบเข้าเมืองและเข้าไปเกี่ยวข้องกับอาชญากรรมข้ามชาติทางเทคโนโลยี รวม 10,119 คน ส่งตัวกลับประเทศต้นทางผ่านชายแดนไทยแล้ว 9,339 คน และตกค้างในเมียนมาเพื่อรอส่งกลับประเทศอีก 780 คน

ญี่ปุ่น-สหรัฐฯ ลงนามข้อตกลงด้านการค้าและแร่หายาก

นางทาคาอิจิ ซานาเอะ นรม.ญี่ปุ่น ให้การต้อนรับและประชุมกับนายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ในโอกาสเดินทางเยือนญี่ปุ่น เมื่อ 28 ต.ค.68 ที่กรุงโตเกียว และได้ลงนามเอกสาร 2 ฉบับ ได้แก่ 1) ข้อตกลงการมุ่งสู่ยุคทองใหม่แห่งความเป็นพันธมิตรญี่ปุ่น-สหรัฐฯ ซึ่งจะเป็นการดำเนินการตามข้อตกลงเกี่ยวกับการค้าและการลงทุนที่ตกลงก่อนหน้านี้  และ 2) กรอบความร่วมมือด้านการจัดหาแร่ที่มีความสำคัญเป็นอย่างมาก (Critical Minerals) และแร่หายาก (Rare Earths)  โดยอาศัยเครื่องมือทางนโยบาย เช่น กลไกสนับสนุนทางการเงิน มาตรการทางการค้า และการสำรองแร่   ทั้งนี้ นรม.ญี่ปุ่น ได้กล่าวว่าจะสร้างยุคทองใหม่แห่งพันธมิตรญี่ปุ่น–สหรัฐฯ ร่วมกับประธานาธิบดีสหรัฐฯ  และความสัมพันธ์ทวิภาคีระหว่างสองฝ่ายในขณะนี้เป็นพันธมิตรที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลก

เลขาธิการ UN ยินดีกับการลงนามคำแถลงร่วมระหว่างกัมพูชากับไทย

นายอันโตนิอู กุแตเรซ เลขาธิการ UN แถลงเมื่อ 26 ต.ค.68 ยินดีต่อการลงนามคำแถลงร่วมระหว่างกัมพูชากับไทย (the Joint Declaration between Cambodia and Thailand) ซึ่งเป็นกลไกหนึ่งในการเสริมสร้างความเข้มแข็งให้กับข้อตกลงหยุดยิงเมื่อ ก.ค.68 อีกทั้งยินดีกับความพยายามเพื่อบรรเทาทุกข์ของพลเรือน และความร่วมมือในการกำจัดทุ่นระเบิดเพื่อมนุษยธรรม รวมทั้งหวังว่าคำแถลงร่วมฉบับนี้จะนำไปสู่สันติภาพที่ยั่งยืน นอกจากนี้ เลขาธิการ UN ยังชื่นชมบทบาทสำคัญของมาเลเซียในฐานะประธานอาเซียน และสหรัฐฯ ที่อำนวยความสะดวกในกระบวนการจัดทำคำแถลงร่วม โดย UN ย้ำถึงความมุ่งมั่นในการสนับสนุนความพยายามทุกด้านที่มุ่งส่งเสริมสันติภาพ เสถียรภาพ และการพัฒนาในภูมิภาค

สมาพันธ์ผู้สื่อข่าวนานาชาติเรียกร้องให้ปฏิเสธการจัดเลือกตั้งทั่วไปในเมียนมา

สมาพันธ์ผู้สื่อข่าวนานาชาติ (International Federation of Journalists-IFJ) ร่วมกับสหภาพแรงงาน องค์กรภาคประชาสังคม และองค์กรสิทธิมนุษยชนกว่า 300 แห่งทั่วโลก ออกแถลงการณ์เมื่อ 24 ต.ค.68 เรียกร้องให้รัฐบาลประเทศต่าง ๆ ปฏิเสธการเลือกตั้งที่รัฐบาลเมียนมาจะจัดขึ้นในห้วง ธ.ค.68-ม.ค.69 โดยระบุว่าเป็นความพยายามสร้างความชอบธรรมให้กับรัฐบาลที่ยังคงใช้ความรุนแรง กดขี่และละเมิดสิทธิมนุษยชนต่อประชาชนอย่างเป็นระบบ ซึ่งการเลือกตั้งที่แท้จริงไม่อาจเกิดขึ้นท่ามกลางการปราบปราม การสั่งห้ามพรรคการเมือง และการละเมิดสิทธิมนุษยชน พร้อมเตือนว่าหากอาเซียนไม่แสดงจุดยืนปฏิเสธการเลือกตั้งดังกล่าวอาจเข้าข่ายมีส่วนร่วมต่อการละเมิดสิทธิมนุษยชนกับรัฐบาลเมียนมา และเรียกร้องให้ประเทศสมาชิกยืนหยัดเคียงข้างประชาชนเมียนมา ทั้งนี้ สหภาพยุโรปประกาศไม่ส่งผู้สังเกตการณ์การเลือกตั้ง ขณะที่องค์กรติดตามการเลือกตั้งระหว่างประเทศ อาทิ สถาบันระหว่างประเทศเพื่อประชาธิปไตยและความช่วยเหลือการเลือกตั้ง (IDEA) และเครือข่ายเครือข่ายเอเชียเพื่อการเลือกตั้งเสรี (ANFREL) ไม่สนับสนุนการเลือกตั้งดังกล่าว

ประธานาธิบดีฟิลปปินส์ หารือผู้นำไทย กัมพูชา แคนาดา ญี่ปุ่น และ EU นอกรอบการประชุมสุดยอดอาเซียน

ประธานาธิบดีเฟอร์ดินานด์ มาร์กอส จูเนียร์ ของฟิลิปปินส์ ได้พบนอกรอบการประชุมสุดยอดอาเซียนครั้งที่ 47 กับผู้นำของกัมพูชา ไทย แคนาดา ญี่ปุ่น และสหภาพยุโรป (EU) เมื่อ 26 ต.ค.68  ซึ่งต่างแสดงท่าทีสนับสนุนต่อการที่ฟิลิปปินส์จะเป็นประธานอาเซียนในปี 2569 โดยระหว่างการพบหารือกับ นรม.ฮุน มาเนต ของกัมพูชา  ได้แสดงความยินดีกับความคืบหน้าในการแก้ไขข้อขัดแย้งไทย-กัมพูชา รวมทั้งสนับสนุนแนวทางแก้ปัญหาอย่างสันติ ขณะที่การพบหารือกับ นรม.อนุทิน ชาญวีรกูล  ทั้งสองฝ่ายได้ส่งเสริมความร่วมมือด้านการเกษตร ท่องเที่ยว การค้าและการลงทุน รวมทั้งแสดงความเสียใจต่อประชาชนชาวไทย กรณีการเสด็จสวรรคตของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ส่วนการพบกับ นรม.มาร์ค คาร์นีย์ ของแคนาดา มีการขยายความร่วมมือด้านพลังงาน การค้าและการลงทุน และได้ส่งเสริมความร่วมมือด้านการค้ากับ EU  ระหว่างการพบหารือกับ นาย Antonio Costa ประธานคณะมนตรียุโรป ประธานาธิบดีมาร์กอสจูเนียร์ยังได้หารือทวิภาคีเป็นครั้งแรกกับ นรม.ทาคาอิจิ ซานาเอะ นรม.คนใหม่ของญี่ปุ่น ซึ่งมีการเน้นย้ำความร่วมมือด้านการป้องกันประเทศที่สำคัญ โดยเฉพาะการบังคับใช้ข้อตกลงต่างตอบแทนทางทหาร   ระหว่างกัน รวมถึงความร่วมมือไตรภาคีฟิลิปปินส์-สหรัฐฯ-ญี่ปุ่น

เจ้าหน้าที่อาวุโสอาเซียนเสนอแนะเชิงนโยบายเพื่อส่งมอบแก่ผู้นำอาเซียน

นข.แห่งชาติมาเลเซีย รายงานว่า การประชุมเจ้าหน้าที่อาวุโสอาเซียน (SOM) ที่กัวลาลัมเปอร์ มาเลเซีย เมื่อ 24 ต.ค.68 หารือข้อเสนอแนะเชิงนโยบายสำหรับส่งมอบให้ที่ประชุมผู้นำอาเซียน ครั้งที่ 47 เพื่อเสริมสร้างวิสัยทัศน์ร่วมของภูมิภาคในการสร้างอนาคตที่ครอบคลุมและยั่งยืน พร้อมกันนี้ ได้ย้ำสองเหตุการณ์สำคัญที่ถือเป็นหมุดหมายสำคัญอาเซียน ได้แก่ การรับติมอร์-เลสเตเข้าเป็นสมาชิกอาเซียนลำดับที่ 11 และครบรอบ 20 ปีของการประชุมสุดยอดเอเชียตะวันออก (EAS) สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของอาเซียนในการส่งเสริมความเป็นหนึ่งเดียว ความร่วมมือ และการพัฒนาอย่างยั่งยืน ตลอดจนบทบาทศูนย์กลางของอาเซียนในการขับเคลื่อนเสถียรภาพและความมั่นคงในภูมิภาค