กลุ่ม G7 กังวลการฝึกซ้อมทางทหารครั้งใหญ่ของจีนบริเวณรอบไต้หวัน

รมว.กต.กลุ่ม G7 ออกแถลงการณ์เมื่อ 6 เม.ย.68 กังวลอย่างยิ่งต่อการยั่วยุของจีน เฉพาะอย่างยิ่งการฝึกซ้อมทางทหารครั้งใหญ่บริเวณรอบไต้หวันเมื่อ 1 เม.ย.68 ซึ่งส่งผลให้สถานการณ์ช่องแคบไต้หวันทวีความตึงเครียด และทำให้ความมั่นคงและความรุ่งเรืองของโลกตกอยู่ในความเสี่ยง ทั้งนี้ กลุ่ม G7 คัดค้านการกระทำใด ๆ เพียงฝ่ายเดียวที่คุกคามสันติภาพและเสถียรภาพ ซึ่งรวมถึงการใช้กำลังหรือการบังคับขู่เข็ญ กลุ่ม G7 สนับสนุนการแก้ไขปัญหาอย่างสันติผ่านการเจรจาอย่างสร้างสรรค์

OPEC+ ย้ำให้สมาชิกยึดมั่นการผลิตน้ำมันตามโควตาอย่างเคร่งครัด

ที่ประชุม Joint Ministerial Monitoring Committee (JMMC) ครั้งที่ 59 ของ OPEC+ เมื่อ 5 เม.ย.68 ย้ำให้สมาชิกยึดมั่นการผลิตน้ำมันตามโควตาอย่างเคร่งครัด และกำหนดให้สมาชิกที่ผลิตน้ำมันเกินโควตาส่งแผนการดำเนินการเพื่อชดเชยการผลิตส่วนเกิน ภายใน 15 เม.ย.68 ก่อนจะจัดการประชุม JMMC ครั้งต่อไป (ครั้งที่ 60) ใน 28 พ.ค.68 เพื่อพิจารณาทบทวนแผนการผลิตน้ำมัน ก่อนหน้านี้ สมาชิก OPEC+ 8 ประเทศ ได้แก่ ซาอุดีอาระเบีย รัสเซีย อิรัก สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ คูเวต คาซัคสถาน แอลจีเรีย และโอมาน ประกาศเมื่อ 3 เม.ย.68 ว่า จะปรับเพิ่มปริมาณการผลิตน้ำมันในห้วง พ.ค.68 เป็น 411,000 บาร์เรลต่อวัน ส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกตกต่ำที่สุดในรอบ 4 ปี

ลมช.ไต้หวันนำคณะเยือนสหรัฐฯ

สนข.Reuters อ้างรายงานของ Financial Times เมื่อ 5 เม.ย.68 ว่า นาย Joseph Wu เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติไต้หวัน นำคณะเยือนสหรัฐฯ เพื่อพบหารือด้วยช่องทางพิเศษ (special channel) กับทีมบริหารของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ หลังจากจีนเพิ่งเสร็จสิ้นการซ้อมรบรอบเกาะไต้หวันเมื่อ 2 เม.ย.68 และสหรัฐฯ ประกาศดำเนินมาตรการภาษีตอบโต้สินค้านำเข้าจากไต้หวัน ขณะที่ไต้หวันแสดงความเสียใจต่อมาตรการดังกล่าว โดยนาย Wu เคยกล่าวย้ำว่า ไต้หวันยังคงได้รับการสนับสนุนอย่างแข็งแกร่งจากสหรัฐฯ

อาเซียนเตรียมจัดประชุม รมว.ศก. วาระพิเศษ หารือรับมือผลกระทบมาตรการภาษีสหรัฐฯ

อาเซียนจะจัดการประชุม รมว.ศก.อาเซียน วาระพิเศษ (Special ASEAN Economic Ministers’ Meeting) ใน 10 เม.ย. 68 โดยดาโต๊ะ ซรี เติงกู ซาฟรูล อับดุล อาซิซ รมว.การลงทุน การค้าและอุตสาหกรรมระหว่างประเทศของมาเลเซียเป็นประธาน เพื่อหารือเกี่ยวกับผลกระทบจากดำเนินมาตรการทางภาษีของสหรัฐฯ ต่อการค้าและการลงทุนในภูมิภาค เสถียรภาพเศรษฐกิจในระดับมหภาค และการตอบสนองร่วมกันของอาเซียน เพื่อรักษาผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจของภูมิภาค รวมถึงความมุ่งมั่นในระยะยาวต่อระบบการค้าที่เปิดกว้าง ยุติธรรม และมีกฎเกณฑ์เป็นพื้นฐาน ทั้งนี้ การประชุมดังกล่าว จะมุ่งเน้นแสวงหาแนวทางการแก้ไขและบรรเทาผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นต่อการค้าในภูมิภาค ห่วงโซ่อุปทาน และการลงทุนระหว่างประเทศ เพื่อให้อาเซียนยังคงเป็นศูนย์กลางทางการค้าและการลงทุนระดับโลกต่อไป

อิหร่านไม่ต้องการทำสงคราม แต่พร้อมปกป้องตนเอง

ประธานาธิบดีมัสอูด ปิซิซกียอน ของอิหร่าน หารือทางโทรศัพท์กับเจ้าชายมุฮัมมัด บิน ซัลมาน (MbS) มกุฎราชกุมารและ นรม.ซาอุดีอาระเบีย เมื่อ 3 เม.ย.68 โดยแสดงความยินดีเนื่องในโอกาสเฉลิมฉลองวันอีดิลฟิฏริ (Eid al-Fitr) หลังสิ้นสุดเดือนรอมฎอน ขณะเดียวกันก็ระบุว่าพร้อมที่จะมีส่วนร่วมในการเจรจาที่ตั้งอยู่บนพื้นฐานของการเคารพและยึดหลักผลประโยชน์ร่วมกัน เพื่อผ่อนคลายความตึงเครียดเกี่ยวกับโครงการพัฒนานิวเคลียร์ของอิหร่าน อิหร่านไม่ต้องการทำสงคราม แต่ไม่ลังเลที่จะปกป้องตนเอง อิหร่านมีความพร้อมและศักยภาพที่จะป้องกันตนเองในระดับสุงสุด  การแสดงท่าทีดังกล่าวเกิดขึ้นหลังจากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ระบุเมื่อ 30 มี.ค.68 ว่า อาจตัดสินใจส่งเครื่องบินทิ้งระเบิดเข้าไปโจมตีอิหร่าน หากไม่ยอมเข้าสู่การเจรจาเพื่อยุติปัญหาเกี่ยวกับโครงการพัฒนานิวเคลียร์กับสหรัฐฯ

นรม.กัมพูชาทำพิธีเปิดใช้งานฐานทัพเรือเรียม

สนข.AKP ของทางการกัมพูชา รายงานเมื่อ 5 เม.ย.68 อ้างถ้อยแถลงของสมเด็จฯ ฮุน มาแนต นรม.กัมพูชา ในพิธีเปิดใช้งานฐานทัพเรือเรียม จ.พระสีหนุ ในวันเดียวกัน ว่า ฐานทัพเรือเรียมที่ปรับปรุงภายในตั้งแต่ปี 2565 เสร็จแล้วและพร้อมเปิดรับความร่วมมือจากทุกประเทศผ่านการประสานงานล่วงหน้า ยกเว้นกรณีฉุกเฉิน โดยสามารถรองรับเรือขนาดไม่เกิน 20,000 ตัน นรม.กัมพูชาย้ำว่าการพัฒนาฐานทัพเรือเรียมมีเป้าหมายพัฒนาขีดความสามารถของ ทร. ในการปกป้องอธิปไตยและรักษาความมั่นคงทางทะเล ป้องกันประเทศจากสงครามและอาชญากรรมทุกรูปแบบ รวมทั้งไม่อนุญาตให้ต่างประเทศตั้งกองกำลังในพื้นที่ดังกล่าว ขณะที่ พล.อ.เตีย เซยฮา รอง นรม.และ รมว.กห.กัมพูชา ระบุว่า การปรับปรุงฐานทัพเรือเรียมครอบคลุมพื้นที่ 787,673 ตร.ม. ประกอบด้วยท่าเรือ อู่แห้ง อาคารสำนักงาน อาคารที่พัก และโครงสร้างพื้นฐานด้านโลจิสติกส์

AI เรียกร้องให้อิหร่านงดโทษตัดนิ้วนักโทษ

Amnesty International (AI) ออกแถลงการณ์เมื่อ 4 เม.ย.68 เรียกร้องให้อิหร่านงดใช้โทษตัดนิ้วนักโทษ 3 คน ที่อยู่ที่เรือนจำกลางอูรูเมีย (Urumieh Central Prison) จ.อาเซอร์ไบจานตะวันตก ได้แก่ นาย Hadi Rostami นาย Mehdi Sharfian และนาย Mehdi Shahivand หลังจะต้องถูกลงโทษตัดนิ้วใน 11 เม.ย.68 นอกจากนี้ AI ยังเรียกร้องอิหร่านให้แก้ไขกฎหมายเพื่อยกเลิกการลงโทษทางกาย (Corporal punishment) และขอให้ประชาคมระหว่างประเทศร่วมกันกดดันอิหร่านในประเด็นดังกล่าว เนื่องจากนักโทษทั้ง 3 คน ถูกตัดสินโทษอย่างไม่เป็นธรรม และการลงโทษตัดนิ้วเป็นการก่ออาชญากรรมและละเมิดศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ตามกฎหมายระหว่างประเทศ ก่อนหน้านี้ อิหร่านลงโทษตัดนิ้วนักโทษ 2 คน ที่ถูกคุมขังอยู่ที่เรือนจำเดียวกันเมื่อ ต.ค.67 ทำให้ประชาคมระหว่างประเทศกังวลว่าอิหร่านจะบังคับใช้โทษตัดนิ้วนักโทษรายอื่นเพิ่มเติม

จีนประกาศขึ้นภาษีสินค้านำเข้าจากสหรัฐฯ เท่ากับภาษีตอบโต้จากสหรัฐฯ

สนข.Reuters รายงานเมื่อ 5 เม.ย.68 ว่า จีนประกาศมาตรการตอบโต้สหรัฐฯ ที่กำหนดเพิ่มอัตราภาษีสินค้านำเข้าจากจีนอีกร้อยละ 34 ตามมาตรการภาษีตอบโต้ที่เริ่มขึ้นเมื่อ 2 เม.ย.68 โดยจะเพิ่มอัตราภาษีสินค้านำเข้าจากสหรัฐฯ ทุกประเภทอีกร้อยละ 34 เช่นเดียวกัน ซึ่งนักวิชาการด้านเศรษฐศาสตร์ของมหาวิทยาลัยเศรษฐศาสตร์และธุรกิจในกรุงปักกิ่งให้ความเห็นว่า การตัดสินใจตอบโต้ทันทีแทนที่จะใช้การเจรจาอาจเป็นสัญญาณว่าจีนเปลี่ยนกลยุทธ์ที่เคยใช้ในสมัยของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ สมัยแรก ซึ่งจีนอาจประเมินว่าการเจรจาไม่ได้ประโยชน์ และการที่จีนเป็นประเทศแรกที่ประกาศมาตรการตอบโต้สหรัฐฯ อาจะเป็นสัญญาณว่าสงครามการค้าจะรุนแรงขึ้น โดยอาจมีมาตรการตอบโต้อื่น ๆ อีก เช่น การคว่ำบาตรบริษัทของสหรัฐฯ และการจำกัดการส่งออกแร่ธาตุสำคัญ

ความขัดแย้งในทะเลจีนใต้เป็นความกังวลทางภูมิรัฐศาสตร์ของ ISEAS ประจำปี 2568

สถาบัน ISEAS Yusof-Ishak Institute เผยแพร่รายงานสภาวะของเอเชีย ตอ.ต.  (The State of Southeast Asia) ประจำปี 2568 เมื่อ 3 เม.ย.68 จากการสอบถามความเห็นกลุ่มตัวอย่าง (นักวิชาการ สถาบันคลังสมอง จนท.ภาครัฐ นักธุรกิจ ภาคประชาสังคม และองค์กรระหว่างประเทศ) ในประเทศสมาชิกอาเซียน 10 ประเทศ จำนวน 2,023 คน ระหว่าง 3 ม.ค.-15 ก.พ.68 พบว่า ความกังวลด้านภูมิรัฐศาสตร์ที่สำคัญที่สุด 3 อันดับแรก คือ ความขัดแย้งในทะเลจีนใต้ การหลอกลวงทั่วโลก (Global scam) และผู้นำคนใหม่ของสหรัฐ ฯ ขณะที่ความท้าทายในภูมิภาคที่สำคัญ ได้แก่ การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ปัญหาการว่างงานและเศรษฐกิจที่ซบเซา และความตึงเครียดทางเศรษฐกิจระหว่างมหาอำนาจ นอกจากนี้ ผู้ตอบร้อยละ 52.3 เลือกที่จะสนับสนุนสหรัฐฯ ในกรณีให้เลือกข้าง ผลการสำรวจยังพบว่า…

กรอบความร่วมมือทางเศรษฐกิจต่าง ๆ จะช่วยลดแรงกดดันจากการขึ้นภาษีของสหรัฐฯ

สนข. Vietnam Plus รายงานเมื่อ 4 เม.ย.68 อ้างศาสตราจารย์ Phar Kim Beng นักวิชาการด้านอาเซียนศึกษาจากมหาวิทยาลัยอิสลามนานาชาติมาเลเซีย (International Islamic University of Malaysia-IIUM) ว่า มาตรการภาษีใหม่ของสหรัฐฯ จะส่งผลกระทบต่อสมาชิกอาเซียนที่พึ่งพาการส่งออกไปยังสหรัฐฯ และทำให้เกิดภาวะเงินเฟ้อทั่วโลก แต่กรอบการทำงานของอาเซียน เช่น ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (AEC) จะช่วยรักษาความยืดหยุ่นของภูมิภาคได้ อีกทั้งแนะนำให้อาเซียนเสริมสร้างความร่วมมือทางการค้าผ่านความตกลงหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจระดับภูมิภาค (RCEP) ความตกลงที่ครอบคลุมและก้าวหน้าสำหรับหุ้นส่วนทางการค้าภาคพื้นเอเชียแปซิฟิก (CPTPP) และความร่วมมือระหว่างประเทศซีกโลกใต้ รวมถึงขยายการค้ากับสหภาพยุโรป (EU) และคณะมนตรีความร่วมมืออ่าวอาหรับ (GCC) เพื่อลดผลกระทบจากมาตรการภาษีศุลกากรของสหรัฐฯ