สหรัฐฯ ขึ้นบัญชีคว่ำบาตร จนท.ระดับสูงของจีนและฮ่องกง

กต.สหรัฐฯ เผยแพร่รายงานตามรัฐบัญญัติ Hong Kong Policy Act ประเมินสถานการณ์การเมืองในฮ่องกง ห้วง ม.ค.-ธ.ค.67 พร้อมกับขึ้นบัญชีคว่ำบาตร จนท.ระดับสูงของจีนและฮ่องกง จำนวน 6 ราย ประกอบด้วย 1) นาย Sonny Au Chi Kwong เลขาธิการใหญ่ประจำคณะกรรมาธิการปกป้องความมั่นคงแห่งชาติในเขตบริหารพิเศษฮ่องกง 2) นาย Dong Jingwei ผอ.สำนักงานปกป้องความมั่นคงแห่งชาติของรัฐบาลกลางประจำเขตบริหารพิเศษฮ่องกง 3)นาย Dick Wong Chung Chun ผู้ช่วย ผบ.ตร.ฮ่องกง ฝ่ายความมั่นคงแห่งชาติ 4) นาง Margaret Chiu Wing Lan ผู้ช่วย ผบ.ตร.ฮ่องกง ฝ่ายความมั่นคงแห่งชาติ 5) นาย Raymond Siu Chak Yee ผบ.ตร.ฮ่องกง และ 6) นาย Paul…

รัสเซียเริ่มการเจรจาเกี่ยวกับโครงการแร่หายากกับสหรัฐฯ

นายคิริลล์ ดมิทรีเยฟ ที่ปรึกษาประธานาธิบดีและหัวหน้ากองทุนความมั่งคั่งแห่งชาติรัสเซีย (RDIF) ให้สัมภาษณ์ นสพ. Izvestia ของรัสเซีย เมื่อ 31 มี.ค.68 ยืนยันว่า รัสเซียและสหรัฐฯ ได้เริ่มกระบวนการเจรจาเกี่ยวกับโครงการแร่หายาก รวมถึงความร่วมมืออื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง โดยมีบริษัทเอกชนของสหรัฐฯ สนใจจะร่วมลงทุนด้วย ส่วนประเทศตะวันตกอื่น ๆ อาจต้องพิจารณาผ่อนปรนมาตรการคว่ำบาตรต่อรัสเซีย เพื่อเป็นเงื่อนไขในการเข้าร่วมลงทุน ทั้งนี้ ประธานาธิบดีวลาดีมีร์ ปูติน ของรัสเซีย เสนอเมื่อ 24 ก.พ.68 ให้สหรัฐฯ และประเทศอื่น ๆ ร่วมลงทุนในโครงการเหมืองแร่หายากในรัสเซีย รวมถึงในดินแดนของยูเครนที่รัสเซียยึดครอง ขณะที่ยูเครนและสหรัฐฯ ยังไม่สามารถบรรลุข้อตกลงแร่หายากฉบับปรับปรุงใหม่ที่สหรัฐฯ เสนอเมื่อ 27 มี.ค.68 เนื่องจากยังมีรายละเอียดที่ไม่สอดคล้องกับร่างข้อตกลงฉบับก่อนหน้านี้

สหรัฐฯ จัดตั้งสำนักงานส่งเสริมและเร่งรัดการลงทุนในภาคธุรกิจ

คำสั่งฝ่ายบริหารของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เมื่อ 31 มี.ค. 68 ระบุการจัดตั้งสำนักงานส่งเสริมและเร่งรัดการลงทุนในภาคธุรกิจของสหรัฐฯ (United States Investment Accelerator) สังกัด พณ. สหรัฐฯ เพื่อเร่งเสริมสร้างศักยภาพให้บริษัทในการลงทุนขนาดใหญ่ในสหรัฐฯ ด้วยวงเงินมากกว่า 1,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 34,000 ล้านบาท  ด้วยการ (1) ลดภาระด้านกฎระเบียบ (2) เร่งรัดกระบวนการอนุญาตให้กับบริษัท (3) ประสานกับหน่วยงานของรัฐบาลกลาง เพื่อแก้ไขปัญหาของนักลงทุน (4) เพิ่มการเข้าถึงทรัพยากรของชาติให้กับภาคเอกชน (5) อำนวยความสะดวกในการทำงานร่วมกับห้องปฏิบัติการของประเทศ และ (6) ทำงานร่วมกับรัฐบาลท้องถิ่นทั้ง 50 รัฐพร้อมกับองค์กรพัฒนาเศรษฐกิจระดับรัฐ ตามอำนาจทางกฎหมาย ทั้งนี้ สำนักงานดังกล่าวจะทำหน้าที่กำกับดูแลภายใต้ข้อกำหนดของรัฐบัญญัติ “Chips and Science Act หรือ CHIPS Act” เพื่อจะสร้างผลประโยชน์แก่ผู้เสียภาษีทุกคนในสหรัฐฯ ที่ดีกว่าสมัยรัฐบาลประธานาธิบดีโจเซฟ ไบเดน ซึ่งประธานาธิบดีทรัมป์ เคยแสดงความเห็นว่าควรยกเลิกรัฐบัญญัติ CHIPS Act

แนวโน้มความต้องการน้ำมันดิบโลกปี 2568 ลดลง

สนข. Reuters รายงานเมื่อ 31 มี.ค. 68 คาดว่าความต้องการน้ำมันดิบของโลกในปี 2568 ลดลงจากการชะลอตัวของเศรษฐกิจจีนและอุปสงค์น้ำมันในอินเดียต่ำกว่าที่คาด ประกอบกับนโยบายเก็บภาษีเพิ่มของประธานาธิบดีสหรัฐฯ จะผลักดันให้อัตราเงินเฟ้อสูงขึ้น และอาจทำให้เศรษฐกิจชะลอตัว รวมถึงส่งผลให้ความต้องการน้ำมันทั่วโลกลดลง อย่างไรก็ดี กลุ่ม OPEC+ คาดว่าจะคงแผนการขยายกำลังการผลิตน้ำมันดิบต่อเนื่องใน เม.ย. และ พ.ค. 68 ตามเดิม แต่จะไม่ปรับเพิ่มขึ้นมากเกินไป เพื่อไม่ให้ราคาน้ำมันตกต่ำ ทั้งนี้ ผลสำรวจนักวิเคราะห์และนักเศรษฐศาสตร์ซึ่งจัดทำโดย Reuters ประเมินว่าราคาน้ำมันดิบ Brent ที่ตลาดลอนดอนห้วง มี.ค. 68 จะอยู่ที่ 72.94 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล ลดลงจากการประมาณการเมื่อ ก.พ. 68 ที่ 74.63 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล ส่วนราคาน้ำมันดิบ West Texas Intermediate (WTI) ที่ตลาดนิวยอร์ก จะอยู่ที่ 69.16 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล ลดลงจากการประมาณการเมื่อ ก.พ. 68 ที่ 70.66…

อินโดนีเซียส่งมอบความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมให้เมียนมา

พล.ท. Suharyanto หัวหน้าสำนักงานบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ (BNPB) อินโดนีเซีย แถลงเมื่อ 1 เม.ย.68 ที่ฐานทัพอากาศ Halim Perdanakusumah กรุงจาการ์ตา ระหว่างการส่งมอบความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมชุดที่สองไปยังเมียนมาที่ประสบเหตุแผ่นดินไหวรุนแรง ประกอบด้วยทีมแพทย์ฉุกเฉินและ จนท.กู้ภัย จำนวน 53 คน เพื่อเข้าสนับสนุนภารกิจกู้ภัย โดยคาดว่าจะอยู่ในเมียนมาเป็นเวลา 1 เดือน นอกจากนี้ ยังเตรียมส่งสิ่งของบรรเทาทุกข์เพิ่มเติม จำนวน 80 ตัน ใน 3 เม.ย.68 หลังจากเมื่อ 1 เม.ย.68 ได้จัดส่งความช่วยเหลือชุดแรกจำนวน 12 ตัน พร้อมกองกำลังจากกองทัพอินโดนีเซีย (TNI) ทั้งนี้ ไม่มีพลเมืองอินโดนีเซียที่ได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิตจากภัยพิบัติดังกล่าว

หน่วยยามฝั่งจีนจัดการลาดตระเวนในน่านน้ำล้อมรอบเกาะไต้หวัน

นสพ. Global Times รายงานเมื่อ 1 เม.ย.68 ว่า หน่วยยามฝั่งจีน (China Coast Guard-CCG) จัดการลาดตระเวนในน่านน้ำล้อมรอบเกาะไต้หวันในวันเดียวกัน พร้อมทั้งจัดการฝึกซ้อม อาทิ ปฏิบัติการตรวจสอบ จับกุม สกัดกั้น และควบคุมตัวผู้สนับสนุนการแบ่งแยกไต้หวันที่พยายามหลบหนีด้วยเส้นทางทางทะเล ซึ่งป็นการดำเนินการตามกฎหมายและสอดคล้องกับหลักการจีนเดียว ทั้งนี้ ปฏิบัติการลาดตระเวนครั้งนี้ มีเรือจากหน่วยยามฝั่งจากหลายจังหวัดชายฝั่งทะเลของจีนเข้าร่วม อีกทั้งเส้นทางลาดตระเวนเข้าใกล้เกาะไต้หวันมากกว่าเมื่อครั้งการฝึกห้วง พ.ค.-ต.ค.67 สะท้อนถึงความเข้มงวดจริงจังมากขึ้น ทั้งยังเป็นห้วงเวลาเดียวกับที่กองบัญชาการยุทธบริเวณภาค ตอ.ของกองทัพปลดปล่อยประชาชนจีน (PLA) เริ่มการซ้อมรบร่วมระหว่างเหล่าทัพต่าง ๆ รอบเกาะไต้หวัน

ญี่ปุ่นตั้งเป้าหมายลงทุนพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานเพื่อรับมือเหตุภัยพิบัติ

  สนข. Kyodo รายงานเมื่อ 1 เม.ย.68 ว่า ญี่ปุ่นเปิดเผยร่างแผนฟื้นฟูแห่งชาติระยะ 5 ปี (Five-year National Resilience Plan) เมื่อวันเดียวกัน โดยเตรียมใช้งบประมาณจำนวนกว่า 20 ล้านล้านเยน (ประมาณ 4.5 ล้านล้านบาท) ตั้งแต่ปีงบประมาณ 2569 (1 เม.ย.69-31 มี.ค.70) เพื่อเร่งพัฒนาและซ่อมแซมโครงสร้างพื้นฐาน เช่น ระบบน้ำ ระบบระบายน้ำเสีย ระบบไฟฟ้า ถนน และสะพาน เป็นต้น ให้มีความทนทานต่ออุทกภัยและแผ่นดินไหวขนาดใหญ่ที่อาจจะเกิดขึ้น โดยรัฐบาลญี่ปุ่นมีกำหนดสรุปรายละเอียดและอนุมัติแผนนี้ ใน มิ.ย.68 นอกจากนี้ อ้างอิงข้อมูลจากคณะทำงานเฉพาะกิจด้านแผ่นดินไหวของรัฐบาลญี่ปุ่น เมื่อ 31 มี.ค.68 ประเมินว่า อาจมีผู้เสียชีวิตจากแผ่นดินไหวขนาดใหญ่ที่อาจเกิดขึ้นบริเวณร่องลึกนันไก (Nankai Trough) มากถึง 298,000 คน

ญี่ปุ่นจำหน่ายข้าวสำรองในคลังครั้งที่ 2

เว็บไซต์ nippon.com รายงานเมื่อ 1 เม.ย.68 อ้างถ้อยแถลงของนายเอโต ทาคุ รมว.กระทรวงเกษตร ป่าไม้ และประมง ของญี่ปุ่นว่า กระทรวงเกษตร ป่าไม้ และประมง เปิดจำหน่ายข้าวสำรองในคลังเป็นครั้งที่ 2 ปริมาณ 70,336 ตัน ด้วยวิธีประกวดราคา ระหว่าง 26-28 เม.ย.68 โดยคาดหวังให้การจำหน่ายข้าวดังกล่าวช่วยแก้ไขปัญหาขาดแคลนข้าวและราคาข้าวที่เพิ่มสูงขึ้นทั่วประเทศ การประกวดราคาครั้งนี้มีผู้ชนะการเสนอราคา 4 ราย ซื้อข้าวไปในราคาเฉลี่ย 20,722 เยน (ประมาณ 4,700 บาท) ต่อ 60 กก. ทั้งนี้ ญี่ปุ่นจำหน่ายข้าวสำรองในคลังแล้วทั้งสิ้น 212,132 ตัน โดยเปิดจำหน่ายครั้งแรก ปริมาณ 141,796 ตัน เมื่อ มี.ค.68

คีร์กีซสถาน ทาจิกิสถาน และอุซเบกิสถาน จัดประชุมสุดยอดไตรภาคีและลงนามสนธิสัญญาเปิดพรมแดน

สนข. UZA รายงานเมื่อ 31 มี.ค. 68 ว่าประธานาธิบดีซาดีร์ จาปารอฟ ของคีร์กีซสถาน ประธานาธิบดีชาฟคาต มีร์ซิโยเยฟของอุซเบกิสถาน และประธานาธิบดีเอมอมาลี เราะห์มาน ของทาจิกิสถาน เข้าร่วมการประชุมสุดยอดไตรภาคี ที่เมือง Khujand ทาจิกิสถาน โดยหารือประเด็นพรมแดน พร้อมทั้งระบุถึงความสำเร็จทางของสนธิสัญญาพรมแดนระหว่างคีร์กีซสถาน-ทาจิกิสถานในเชิงการทูต รวมถึงหารือเกี่ยวกับการประชุมสุดเอเชียกลาง-EU ห้วง 3-4 เม.ย.68 การประชุมเอเชียกลาง-ประเทศอ่าวอาหรับห้วง พ.ค.68 และการประชุมสุดยอดผู้นำเอเชียกลางครั้งที่ 7 ห้วง ก.ย.68 ภายหลังการหารือ ผู้นำทั้งสามลงนามสนธิสัญญาเปิดสามเหลี่ยมพรมแดนคีร์กีซสถาน-ทาจิกิสถาน-อุซเบกิสถาน สาระสำคัญเกี่ยวกับการเสริมสร้างความมั่นคงบริเวณชายแดน การขนส่งสินค้าข้ามพรมแดน และการลงทุนร่วมกันในอุตสาหกรรมพลังงาน  ทุกฝ่ายเห็นพ้องว่า สนธิสัญญาเปิดสามเหลี่ยมพรมแดนของสามประเทศ ซึ่งเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ความสัมพันธ์กลุ่มประเทศเอเชียกลางที่เป็นก้าวสำคัญในการเสริมสร้างความร่วมมือในภูมิภาคและเชื่อมั่นว่าจะนำไปสู่ผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรม

กัมพูชา-อินเดีย หารือแนวทางขยายความร่วมมือด้าน กห.

สนข.AKP ของทางการกัมพูชา รายงานเมื่อ 31 มี.ค.68 อ้างผลการพบหารือระหว่าง พล.อ.เตีย เซยฮา รอง นรม.และ รมว.กห.กัมพูชา กับนาย Vanlalvawna Bawitlung ออท.อินเดียประจำกัมพูชา ในวันเดียวกัน ย้ำคำมั่นการส่งเสริมความเป็นหุ้นส่วนยุทธศาสตร์ด้านคการป้องกัน และส่งเสริมความร่วมมือในด้านดังกล่าว โดยฝ่ายกัมพูชาชื่นชมอินเดียที่สนับสนุนการพัฒนาขีดความสามารถการป้องกันประเทศ โดยเฉพาะการฝึกอบรมกำลังพลของกองทัพแห่งชาติกัมพูชา ส่วนฝ่ายอินเดียกล่าวว่ากัมพูชาเป็นหุ้นส่วนสำคัญในนโยบายปฏิบัติการตะวันออก (Act East Policy)  เฉพาะอย่างยิ่งจากการแลกเปลี่ยนระหว่างผู้นำทหารระดับสูง พร้อมกับระบุว่า อินเดียจะจัดตั้ง สนง.กห.ภายใน สอท.อินเดีย/ราชธานีพนมเปญ และอยู่ระหว่างการแต่งตั้ง ผชท.ทหาร เพื่ออำนวยความสะดวกและประสานงานความร่วมมือด้าน กห.ที่ใกล้ชิด ซึ่ง พล.อ.เตีย เซยฮา เห็นชอบการจัดตั้ง สนง.ดังกล่าว