อิสราเอลโจมตีตอนใต้ของซีเรีย การแลกเปลี่ยนตัวประกันอาจมีความคืบหน้า

กองทัพอิสราเอลเมื่อ 26 ก.พ.68 ยืนยันว่าได้ปฏิบัติการทางทหารโจมตีพื้นที่ตอนใต้ของซีเรีย เนื่องจากมีความเคลื่อนไหวที่เป็นอันตรายและภัยคุกคามต่ออิสราเอล อิสราเอลระบุว่าในพื้นที่ดังกล่าวมีที่ตั้งคลังอาวุธและกำลังทหาร ซึ่งมีโอกาสเป็นภัยคุกคามต่อความมั่นคงอิสราเอล ดังนั้นจึงต้องป้องกันไว้ก่อนเพื่อให้มั่นใจว่าซีเรียจะไม่เป็นภัยคุกคามต่ออิสราเอล พื้นที่ดังกล่าว คือ เมือง Kisweh อยู่ห่างจากกรุงดามัสกัส เมืองหลวงของซีเรียประมาณ 20 กิโลเมตร มีรายงานผู้เสียชีวิตจากการโจมตีของอิสราเอลอย่างน้อย 2 คน แม้จำนวนไม่มาก แต่เหตุการณ์นี้ทำให้ผู้เชี่ยวชาญวิตกว่าจะส่งผลกระทบต่อความมั่นคงในซีเรีย โดยเฉพาะกระบวนการเปลี่ยนผ่านทางการเมือง หลังจากสิ้นสุดยุคของอดีตประธานาธิบดีอัล อะซัด

อิสราเอลตั้งฐานทัพในเขตเวสต์แบงก์ บุกโจมตีและจับกุมชาวปาเลสไตน์

กองทัพอิสราเอลขยายปฏิบัติการทางทหารในเขตเวสต์แบงก์ โดยมีรายงานเมื่อ 25 ก.พ.68 ว่า อิสราเอลลาดตระเวนและโจมตีประชาชนในค่ายผู้ลี้ภัย Jenin ในเขตเวสต์แบงก์ รวมทั้งมีคาวมพยายามจะตั้งฐานทัพประจำการในพื้นที่ดังกล่าวด้วย พิจารณาจากการส่งและคงกำลังทหารและรถถังไว้ในพื้นที่ ซึ่งเป็นการวางกำลังครั้งแรกใน 20 ปี และสร้างเส้นทางที่อาจใช้สำหรับลำเลียงอาวุธและกองกำลังในอนาคต ทั้งนี้ กลุ่มติดอาวุธในพื้นที่เขตเวสต์แบงก์ประเมินว่า อิสราเอลตั้งใจวางกำลังในเขตเวสต์แบงก์เพื่อยึดครองพื้นที่ นอกจากนี้ การที่กองทัพอิสราเอลจับกุมประชาชนในพื้นที่จำนวนมากเท่ากับเป็นการข่มขู่คุกคาม และทำให้ชาวปาเลสไตน์ในเขตเวสต์แบงก์รู้สึกไม่ปลอดภัย ปัจจุบันมีชาวปาเลสไตน์อยู่ในเขตเวสต์แบงก์ประมาณ 3.3 ล้านคน

กลุ่มฮะมาสยกเลิกข้อตกลงหยุดยิงเพราะอิสราเอลไม่ปล่อยนักโทษชาวปาเลสไตน์

กลุ่มฮะมาสประกาศเมื่อ 23 ก.พ.68 ยกเลิกข้อตกลงหยุดยิงชั่วคราว เนื่องจากอิสราเอลไม่ปฏิบัติข้อตกลง โดยเลื่อนการปล่อยนักโทษชาวปาเลสไตน์จำนวน 620 คน  ทำให้กลุ่มฮะมาสไม่พอใจ และไม่ต้องการเจรจาต่อไป ด้าน นรม.เบนจามิน เนทันยาฮู ของอิสราเอลส่งสัญญาณว่าอิสราเอลพร้อมปฏิบัติการทางทหารอีกครั้งทุกเวลา เพื่อให้บรรลุเป้าหมายในการทำสงคราม คือการกวาดล้างกลุ่มฮะมาสในฉนวนกาซา และสร้างความมั่นคงให้อิสราเอลในระยะยาว นอกจากนี้ นรม.เนทันยาฮูระบุว่า การแลกเปลี่ยนตัวประกันกับนักโทษชาวปาเลสไตน์เป็นกระบวนการที่น่าอับอาย กลุ่มฮะมาสใช้ตัวประกันเพื่อทำโฆษณาชวนเชื่อ ด้านกลุ่มฮะมาสปล่อยตัวประกันในฉนวนกาซาจำนวน 6 คน และคืนร่างผู้เสียชีวิตให้อิสราเอล 4 ราย

กลุ่มฮะมาสและอิสราเอลแลกเปลี่ยนตัวประกัน ประเทศอาหรับเสนอทางเลือกฟื้นฟูฉนวนกาซา

กลุ่มฮะมาสจะปล่อยตัวประกันจำนวน 6 คน แลกกับให้อิสราเอลปล่อยนักโทษชาวปาเลสไตน์จำนวน 602 คนใน 22 ก.พ.68 ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของข้อตกลงหยุดยิงระยะแรก นอกจากนี้ สื่อมวลชนให้ความสนใจกรณีกลุ่มฮะมาสจะคืนร่างของตัวประกันชาวอิสราเอลที่เสียชีวิต หรือ นาง Shiri Bibas ซึ่งถูกกลุ่มฮะมาสควบคุมตัวไปพร้อมกับสามีและลูก 2 คน เนื่องจากรัฐบาลอิสราเอลอาจพยายามทำให้เรื่องนี้เป็นประเด็นทางการเมือง และจุดประเด็นให้ชาวอิสราเอลแค้นกลุ่มฮะมาสมากขึ้น แต่ญาติและครอบครัวของนาง Bibas ไม่ต้องการแก้แค้น พร้อมกับระบุด้วยว่า การที่นาง Bibas และครอบครัวต้องเสียชีวิตเป็นผลจากความผิดพลาดของรัฐบาลอิสราเอลที่ช่วยเหลือล่าช้า และไม่ให้ความสำคัญกับการช่วยเหลือตัวประกัน ด้านกลุ่มฮะมาสประกาศว่า ครอบครัวของนาง Bibas เสียชีวิตจากการโจมตีของกองทัพอิสราเอลในฉนวนกาซา ท่าทีดังกล่าวสะท้อนว่าชาวอิสราเอลบางส่วนไม่พอใจแนวทางการทำสงครามในฉนวนกาซาที่ยืดเยื้อและไม่เป็นประโยชน์ต่อการช่วยเหลือตัวประกัน

กลุ่มฮะมาสพร้อมปล่อยตัวประกันชาวอิสราเอลทั้งหมดในข้อตกลงระยะที่ 2

กลุ่มฮะมาสประกาศเมื่อ 19 ก.พ.68 ว่าพร้อมจะปล่อยตัวประกันชาวอิสราเอลที่เหลือทั้งหมดจำนวน 6 คน เพื่อแลกกับนักโทษชาวปาเลสไตน์ใน 22 ก.พ.68 หากข้อตกลงหยุดยิงระยะที่ 2 บรรลุผล ซึ่งข้อตกลงดังกล่าวจะครอบคลุมเงื่อนไขการหยุดยิงถาวร และให้กองทัพอิสราเอลถอนกำลังทหารออกจากพื้นที่ทั้งหมดด้วย ท่าทีดังกล่าวมีขึ้นในช่วงที่ข้อตกลงหยุดยิงระยะที่ 1 ใกล้จะสิ้นสุดลง และยังไม่มีความคืบหน้าในการเจรจาข้อตกลงระยะต่อไป ทำให้นานาชาติกังวลว่าจะเกิดการปะทะและการตอบโต้ทางทหารอีก

อิสราเอลยืนยันจะคงทหารไว้ในเลบานอน เตรียมสนับสนุนการอพยพชาวปาเลสไตน์จากฉนวนกาซา

สถานการณ์ความขัดแย้งในภูมิภาคตะวันออกกลางที่มีอิสราเอลเกี่ยวข้องยังมีแนวโน้มตึงเครียด แม้ว่าปัจจุบันอิสราเอลจะทำข้อตกลงหยุดยิงกับกองกำลังติดอาวุธในพื้นที่แล้ว ทั้งกลุ่มฮะมาสในฉนวนกาซาและกลุ่มฮิซบุลลอฮ์ในเลบานอน แต่ล่าสุดเมื่อ 17 ก.พ.68 อิสราเอลประกาศว่าจะยังคงกำลังทหารไว้ในพื้นที่ตอนใต้ของเลบานอน 5 จุดยุทธศาสตร์สำคัญ เพื่อรักษาความมั่นคงต่อไป ท่าทีดังกล่าวเสี่ยงทำให้ข้อตกลงหยุดยิงระหว่างกลุ่มฮิซบุลลอฮ์กับอิสราเอลล้มเหลว เนื่องจากอิสราเอลต้องถอนทหารทั้งหมดออกจากพื้นที่ใน 18 ก.พ.68 รัฐบาลเลบานอนกังวลกับสถานการณ์ดังกล่าวอย่างมาก และเรียกร้องให้นานาชาติกดดันอิสราเอลให้ปฏิบัติตามข้อตกลงหยุดยิง และถอนทหารตามเงื่อนไข ก่อนหน้านี้ อิสราเอลไม่ถอนทหารตามกำหนดการเมื่อ ม.ค.68 มาแล้ว

การเจาจาหยุดยิงระยะที่ 2 อาจเริ่มในสัปดาห์นี้ขณะที่ชาวปาเลสไตน์กังวลแผนอพยพ

อิสราเอลและกลุ่มฮะมาสอาจเริ่มการเจรจาข้อตกลงหยุดยิงระยะที่ 2 ภายในสัปดาห์นี้ หลังจากที่ทั้ง 2 ฝ่าย ปฏิบัติตามข้อตกลงหยุดยิงระยะที่ 1 และมีความคืบหน้าแลกเปลี่ยนตัวประกันกับนักโทษระหว่างกัน นาย Steve Witkoff ผู้แทนพิเศษของรัฐบาลสหรัฐฯ ฝ่ายกิจการตะวันออกกลางเปิดเผยต่อสื่อมวลชนเมื่อ 17 ก.พ.68 ว่า การเจรจาจะมีขึ้นทันทีที่อิสราเอลส่งผู้แทนการเจรจาไปเยือนกรุงไคโร อิยิปต์ อย่างไรก็ดี มีรายงานว่าอิสราเอลคงกำลังทหารไว้ในพื้นที่ และทำลายอาคารในฉนวนกาซา ตลอดจนสั่งให้ชาวปาเลสไตน์ในค่ายผู้ลี้ภัยอพยพ ทำให้ชาวปาเสสไตน์ยังได้รับความเดือดร้อนและไม่มีพื้นที่ปลอดภัย ปัจจุบันมีการรายงานจำนวนผู้เสียชีวิตในฉนวนกาซาจากสงครามที่ยืดเยื้อกว่า 15 เดือน จำนวน 48,271 คน และคาดว่าจำนวนผู้เสียชีวิตอาจเพิ่มมากกว่า 60,000 คน เนื่องจากบางส่วนไม่สามารถเก็บกู้ได้ เพราะพื้นที่ได้รับความเสียหายจากปฏิบัติการทางทหารของอิสราเอล

อิสราเอล-กลุ่มฮะมาสแลกเปลี่ยนตัวประกันครั้งที่ 6

อิสราเอลและกลุ่มฮะมาสเมื่อ 15 ก.พ.68 เดินหน้าแลกเปลี่ยนตัวประกันและนักโทษระหว่างกันครั้งที่ 6 โดยกลุ่มฮะมาสปล่อยตัวประกันจำนวน 3 คน แลกกับชาวปาเลสไตน์ที่ถูกอิสราเอลควบคุมตัวจำนวน 369 คน นับว่าเป็นการลดระดับความตึงเครียด จากที่ก่อนหน้านี้ กลุ่มฮะมาสประกาศว่าจะไม่ปล่อยตัวประกัน เพราะเชื่อว่าอิสราเอลไม่ปฏิบัติตามข้อตกลงหยุดยิง และไม่พอใจท่าทีของผู้นำสหรัฐฯ ที่ประกาศว่าจะอพยพชาวปาเลสไตน์ออกจากฉนวนกาซาแบบถาวร

อิสราเอลจะยกเลิกข้อตกลงหยุดยิง หากกลุ่มฮะมาสไม่ปล่อยตัวประกันภายใน 15 ก.พ.68

นรม.เบนจามิน เนทันยาฮู ของอิสราเอลประกาศเมื่อ 12 ก.พ.68 ว่า จะยกเลิกข้อตกลงหยุดยิง และเริ่มใช้ปฏิบัติการทหารในฉนวนกาซาอีกครั้ง หากกลุ่มฮะมาสไม่ปล่อยตัวประกันภายในเที่ยงวันของ 15 ก.พ.68 และขณะนี้ได้สั่งการให้ทหารอิสราเอลเตรียมพร้อมปิดล้อมฉนวนกาซาแล้ว ท่าทีดังกล่าวมีขึ้นหลังจากกลุ่มฮะมาสประกาศว่าจะเลื่อนเวลาการปล่อยตัวประกันออกไปโดยไม่มีกำหนด โดยครั้งนี้ นรม.อิสราเอลยังไม่เปิดเผยรายละเอียดชัดเจนว่า ต้องการให้กลุ่มฮะมาสปล่อยตัวประกันทั้งหมดที่เหลืออยู่จำนวน 76 คน หรือทยอยปล่อยตัวประกันทีละ 3 คนตามข้อตกลงหยุดยิง อย่างไรก็ตาม คาดว่าอิสราเอลต้องการกดดันให้ปล่อยตัวประกันทั้ง 76 คน

กลุ่มฮะมาสปล่อยตัวประกันเพิ่ม และตัวประกันชาวไทยเดินทางกลับประเทศ

กลุ่มฮะมาส ปล่อยตัวประกันในฉนวนกาซาเพิ่มอีก 3 ราย เมื่อ 8 ก.พ.68 ทั้งหมดเป็นพลเรือนชาวอิสราเอล แลกกับให้อิสราเอลปล่อยนักโทษชาวปาเลสไตน์จำนวน 183 คน สรุปว่าปัจจุบันทั้ง 2 คู่ขัดแย้งยังปฏิบัติตามข้อตกลงหยุดยิงระยะแรก โดยกลุ่มฮะมาสปล่อยตัวประกันแล้ว 21 คน แบ่งเป็น 6 ครั้ง ส่วนอิสราเอลปล่อยนักโทษชาวปาเลสไตน์ 566 คน ตั้งแต่ข้อตกลงหยุดยิงเริ่มบังคับใช้เมื่อ 19 ม.ค.68

ตัวประกันและนักโทษชาวปาเลสไตน์ส่วนใหญ่ต้องการความช่วยเหลือด้านสาธารณสุขอย่างเร่งด่วน โดยองค์กรคณะกรรมการกาชาดระหว่างประเทศ หรือไอซีอาร์ซี (International Committee of the Red Cross – ICRC) เป็นหน่วยงานรับตัวประกันจากกลุ่มฮะมาส ขณะเดียวกันมีการเผยแพร่ภาพการปล่อยตัวประกันผ่านสื่อต่าง ๆ เพื่อให้ทั่วโลกเห็นว่ากลุ่มฮะมาสยังมีตัวตน และเข้มแข็ง รวมทั้งมีอำนาจควบคุมสถานการณ์ในฉนวนกาซา ส่วนนักโทษชาวปาเลสไตน์จำนวนมากได้เดินทางกลับเขตเวสต์แบงก์เพื่อพบกับครอบครัว