อิสราเอลยังโจมตีเลบานอนและฉนวนกาซา ขณะที่ นรม.อืสราเอลถูกกดดันอย่างหนัก

กองทัพอิสราเอลเมื่อ 11 มกราคม 2568 ปฏิบัติการโจมตีในพื้นที่ตอนใต้ของเลบานอน ทั้งที่ยังอยู่ในช่วงเวลาปฏิบัติตามข้อตกลงหยุดยิงชั่วคราว โดยอิสราเอลยืนยันว่า ยังดำเนินการตามข้อตกลงหยุดยิงระหว่างกลุ่มฮิซบุลลอฮ์ในเลบานอนกับอิสราเอลก่อนหน้านี้ แต่จำเป็นต้องโจมตีทางอากาศในพื้นที่ตอนใต้ เนื่องจากกลุ่มฮิซบุลลอฮ์ยังไม่ถอนกำลังออกจากพื้นที่ดังกล่าว ซึ่งเป็น 1 ในเงื่อนไขตามข้อตกลงหยุดยิงชั่วคราว ที่เริ่มต้นเมื่อ 27 พฤศจิกายน 2567 ระยะเวลานาน 60 วัน หรือจนถึง 26 มกราคม 2568

นรม.อิสราเอลส่งผู้แทนเจรจาไปกาตาร์ และทั่วโลกคาดหวังการหยุดยิงในฉนวนกาซา

เมื่อ 2 ม.ค.68 นรม.เบนจามิน เนทันยาฮู ของอิสราเอล อนุมัติส่งทีมผู้แทนการเจรจาหยุดยิงในฉนวนกาซา ประกอบด้วยผู้เชี่ยวชาญจากหน่วยข่าวกรอง กองทัพ และหน่วยความมั่นคงอิสราเอลเดินทางเยือนกาตาร์ เพื่อหารือเกี่ยวกับสถานการณ์และการดำเนินการตามข้อตกลงหยุดยิง 3 ขั้นตอน ที่ผู้นำสหรัฐฯ เคยเสนอ กรณีดังกล่าวทำให้ทั่วโลกมีความหวังว่าการเจรจายุติความรุนแรงในฉนวนกาซาจะเกิดขึ้น เพราะปัจจุบันชาวปาเลสไตน์ในฉนวนกาซาได้รับผลกระทบอย่างมากและเผชิญวิกฤตด้านมนุษยธรรม จากการต่อสู้ระหว่างอิสราเอลกับกลุ่มฮะมาส ซึ่งยังคงตอบโต้อิสราเอลด้วยขีปนาวุธเป็นระยะ ๆ

อิสราเอลโจมตีโรงพยาบาลในตอนเหนือของฉนวนกาซา

กองทัพอิสราเอลเมื่อ 28 ธ.ค.67 บุกโจมตีพื้นที่ตอนเหนือของฉนวนกาซา และมีรายงานว่าเข้ายึดโรงพยาบาล Kamal Adwan พร้อมกับควบคุมตัวผู้อำนวยการและเจ้าหน้าที่ของโรงพยาบาลเอาไว้ ทำให้องค์กรอนามัยโลก (WHO) ต้องประกาศปิดทำการโรงพยาบาลดังกล่าว เพื่อความปลอดภัยของเจ้าหน้าที่ พร้อมกับเรียกร้องให้อิราเอลปล่อยตัวเจ้าหน้าที่ด้านการแพทย์ ขณะที่กองทัพอิสราเอลระบุว่าจำเป็นต้องควบคุมตัว ดร.Abu Safiya ผู้อำนวยการโรงพยาบาลดังกล่าวไว้ เนื่องจากต้องสงสัยว่าเกี่ยวข้องกับการปฏิบัติการของกลุ่มฮะมาสในฉนวนกาซา พร้อมกับยืนยันว่าโรงพยาบาลดังกล่าวถูกใช้เป็นฐานที่มั่นของกลุ่มฮะมาส

อิสราเอลเผยแพร่รายงานเกี่ยวกับตัวประกันในฉนวนกาซา

กระทรวงสาธารณสุขอิสราเอลเมื่อ 29 ธ.ค.67 เผยแพร่รายงานเกี่ยวกับการควบคุมตัวประกันของกลุ่มฮะมาสในฉนวนกาซา โดยระบุว่ากลุ่มฮะมาสทรมานตัวประกัน ด้วยการทำร้ายร่างกาย ข่มขู่ คุมขังในความมืด และปล่อยให้หิวโหย ตัวประกันถูกควบคุมตัวตั้งแต่ 7 ต.ค.66 รวมทั้งเด็กและวัยรุ่น จะถูกทรมานทั้งร่างกายและจิตใจ แม้ว่าตัวประกันบางส่วนได้รับการปล่อยตัวแล้ว แต่ยังไม่สามารถช่วยเหลือจำนวนทั้งหมด 251 คนที่ถูกควบคุมตัวไว้

สถานการณ์ในฉนวนกาซาและเขตเวสต์แบงก์ยังไม่เกิดสันติภาพและจะเผชิญความอดอยาก

สถานการณ์ความรุนแรงในฉนวนกาซาและเขตเวสต์แบงก์ยังมีปฏิบัติการโจมตีจากอิสราเอลต่อเนื่อง ทำให้ผู้ที่นับถือศาสนาคริสต์ในทั้ง 2 พื้นที่ร่วมกันภาวนาเมื่อ 25 ธ.ค.67 ให้อิสราเอลยุติสงครามและเริ่มต้นสันติภาพระยะยาว ปัจจุบันมีรายงานว่าอิสราเอลโจมตีพื้นที่ฉนวนกาซาด้วยขีปนาวุธและอากาศยานไร้คนขับ (โดรน) พื้นที่เป้าหมายสำคัญ คือ ค่ายผู้อพยพและผู้ลี้ภัย ทั้งในเมือง Khan Younis ทางตอนใต้ เมือง Beit Hanoon ตอนเหนือ และเมือง Nuseirat ทางตอนกลางของฉนวนกาซา มีรายงานผู้เสียชีวิตและได้รับบาดเจ็บเพิ่มขึ้น

ฉนวนกาซาไม่มีพื้นที่ปลอดภัยขณะที่ความขัดแย้งอิสราเอล-กลุ่มฮูษีมีแนวโน้มรุนแรงขึ้น

กองทัพอิสราเอลระดมโจมตีทางอากาศต่อพื้นที่ในฉนวนกาซา เมื่อ 23 ธ.ค.67 โดยโจมตีโรงพยาบาล โรงเรียน และที่อยู่อาศัยของพลเรือนชาวปาเลสไตน์ทางตอนใต้ของฉนวนกาซาอย่างต่อเนื่อง ทำให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อยวันละ 50 คน รวมทั้งเด็ก ปัจจุบันยอดผู้เสียชีวิตในฉนวนกาซาอยู่ที่มากกว่า 45,200 คน การที่อิสราเอลไม่ยุติปฏิบัติการโจมตีทางทหารทำให้องค์กรระหว่างประเทศระบุว่าฉนวนกาซาไม่มีพื้นที่ปลอดภัยเลยในปัจจุบัน และความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมไม่สามารถเข้าถึงได้ด้วย

อิสราเอลยังไม่หยุดโจมตีฉนวนกาซาและเยเมนขณะที่องค์กรด้านมนุษยธรรมเพิ่มแรงกดดันอิสราเอล

นานาชาติวิตกว่าความขัดแย้งในภูมิภาคตะวันออกกลางจะรุนแรงขึ้น จากกรณีกองทัพอิสราเอลปฏิบัติการโจมตีทางอากาศต่อฉนวนกาซา และโครงสร้างพื้นฐานสำคัญในเยเมน เมื่อ 19 ธ.ค.67 ได้แก่ โรงงานผลิตไฟฟ้า ท่าเรือ และโรงกลั่นน้ำมัน เพื่อปราบปรามกลุ่มติดอาวุธในพื้นที่ที่เป็นภัยคุกคามต่ออิสราเอล ซึ่งปฏิบัติการในเยเมนส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 9 รายด้วย ก่อนหน้านี้ กลุ่มฮูษีในเยเมนประกาศว่ายิงขีปนาวุธโจมตีอิสราเอล เพื่อกดดันให้ยุติสงครามในฉนวนกาซา

อิสราเอลยังไม่หยุดรุกคืบที่ราบสูงโกลันและเพิ่มการสื่อสารกับรัฐบาลสหรัฐฯ ชุดใหม่

กองทัพอิสราเอลปฏิบัติการยึดพื้นที่บริเวณที่ราบสูงโกลัน ทางภาคตะวันออกของซีเรีย และมีแผนการขยายขอบเขตพื้นที่ยึดครอง เพื่อรักษาความปลอดภัยและป้องกันภัยคุกคามที่จะมาจากความไม่มั่นคงทางการเมืองในซีเรีย โดยมีรายงานเมื่อ 16 ธ.ค.67 ว่า อิสราเอลจะขยายพื้นที่ยึดครอง ด้วยการจะส่งทหารไปประจำการ และจะเพิ่มจำนวนชาวอิสราเอลที่อาศัยในพื้นที่ดังกล่าวเป็น 2 เท่า เพราะเป็นพื้นที่สำคัญทางยุทธศาสตร์ความมั่นคง ท่าทีดังกล่าวทำให้นานาชาติไม่พอใจ เนื่องจากละเมิดข้อตกลงระหว่างประเทศ โดยประเทศในภูมิภาคตะวันออกกลาง รวมทั้งยุโรป ร่วมกันประณามปฏิบัติการทางทหารของอิสราเอลในซีเรีย ได้แก่ กาตาร์ จอร์แดน ตุรกี ซาอุดีอาระเบีย อียิปต์ ฝรั่งเศส และเยอรมนี

UNGA มีมติเรียกร้องให้หยุดยิงโดยมีเงื่อนไขในฉนวนกาซาขณะที่อิสราเอลเพิ่มการโจมตีในซีเรีย

สมัชชาสหประชาชาติ (UNGA) ออกมติเมื่อ 11 ธ.ค.67 เรียกร้องให้มีการหยุดยิงถาวรในฉนวนกาซาทันที โดยไม่มีเงื่อนไข โดยสมาชิก 158 ประเทศ สนับสนุน อีก 11 ประเทศงดออกเสียง ขณะที่สหรัฐฯ อิสราเอล และอีก 7 ประเทศคัดค้านมติดังกล่าว  UNGA ยังเรียกร้องให้มีการปล่อยตัวประกันทั้งหมด โดยไม่มีเงื่อนไขด้วย พร้อมกันนี้ สมาชิก UNGA 159 ประเทศสนับสนุนการทำงานขององค์กรบรรเทาทุกข์และจัดหางานแห่งสหประชาชาติสำหรับผู้ลี้ภัยชาวปาเลสไตน์ในตะวันออกใกล้ (United Nations Relief and Works Agency for Palestine Refugees in the Near East-UNRWA) ซึ่งช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมในฉนวนกาซา แม้ว่าอิสราเอลจะคว่ำบาตร UNRWA เมื่อ ม.ค.67 เนื่องจากสงสัยว่า UNRWA สนับสนุนกลุ่มฮะมาส

อิสราเอลยึดที่ราบสูงโกลันของซีเรีย และแลกเปลี่ยนรายชื่อตัวประกันกับกลุ่มฮะมาส

ผู้นำอิสราเอลเมื่อ 8 ธ.ค.67 สั่งให้กองทัพบุกเข้ายึดครองพื้นที่บริเวณที่ราบสูงโกลัน ทางตอนใต้ของซีเรีย เพื่อควบคุมสถานการณ์ความมั่นคง หลังจากเกิดเหตุการณ์กลุ่มปฏิวัติมุสลิมโค่นล้มอำนาจทางการเมืองของรัฐบาลซีเรีย เนื่องจากพื้นที่ดังกล่าวเป็น buffer zone ตั้งแต่ปี 2517 ที่เป็นเขตปลอดทหาร อิสราเอลจึงเชื่อว่าพื้นที่นี้เสี่ยงถูกกองกำลังติดอาวุธอื่น ๆ ยึดครอง ท่าทีของอิสราเอลดังกล่าวเท่ากับว่า อิสราเอลใช้โอกาสการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองในซีเรียครั้งนี้ ยึดครองพื้นที่ของซีเรียเป็นครั้งแรก ซึ่งได้ประกาศเตือนให้ชาวซีเรียที่อยู่ในพื้นที่ใกล้เคียงอยู่ในความสงบ ห้ามต่อต้านกองทัพอิสราเอล นรม.เนทันยาฮูของอิสราเอลยังให้ความเห็นว่า การเปลี่ยนแปลงทางการเมืองในระดับประวัติศาสตร์ของซีเรียครั้งนี้ เป็นผลลัพธ์จากการปฏิบัติการทางหทารของอิสราเอลต่ออิหร่าน เลบานอน และกลุ่มฮิซบุลลอฮ์ อย่างไรก็ดี สถานการณ์ภายในซีเรียยังน่าห่วงกังวล แม้ว่าประชาชนจำนวนมากจะแสดงความยินดีที่ถึงจุดสิ้นสุดการปกครองโดยรัฐบาลประธานาธิบดีบะชาร์ อัล อะซัด ก็ตาม ซึ่งมีรายงานว่า หนีไปรัสเซีย ปัจจุบันอิสราเอลเฝ้าระวังความเคลื่อนไหวของกองทัพอิหร่าน ที่ก่อนหน้านี้ระบุว่าพร้อมจะเคลื่อนทัพไปช่วยรัฐบาลซีเรีย หากสถานการณ์การเมืองไม่มั่นคง อย่างไรก็ตาม ยังไม่มีความเคลื่อนไหวดังกล่าว สำหรับในฉนวนกาซา ยังคงมีรายงานความสูญเสียจากการโจมตีอย่างต่อเนื่อง ปัจจุบันจำนวนผู้เสียชีวิตอยู่ที่ประมาณ 44,700 ราย การโจมตีส่วนมากเกิดขึ้นในพื้นที่ตอนกลางและตอนเหนือ รวมทั้งโรงพยาบาลในพื้นที่ที่ได้รับการสนับสนุนจากต่างประเทศ ทำให้มีพลเรือนเสียชีวิตและได้รับบาดเจ็บจำนวนมาก โดยเฉพาะเด็กและสตรี ผู้แทนอิสราเอลและกลุ่มฮะมาสมีความคืบหน้าแลกเปลี่ยนรายชื่อตัวประกันและนักโทษการเมืองระหว่างกัน โดยไปหารือผ่านผู้แทนที่กรุงไคโร อียิปต์ เมื่อ 9 ธ.ค.67 ซึ่งข้อตกลงที่อียิปต์เป็นตัวกลางนั้นครอบคลุมถึงการให้ความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมในพื้นที่เป็นระยะเวลา…