สหรัฐฯ คว่ำบาตรหน่วยข่าวกรองอิหร่านจากเหตุโจมตีทางอินเทอร์เน็ตในแอลเบเนีย

สำนักงานควบคุมทรัพย์สินต่างประเทศของกระทรวงการคลังสหรัฐ (OFAC) ได้กำหนดมาตรการคว่ำบาตรต่อหน่วยข่าวกรองหลักของอิหร่านและเจ้าหน้าที่ระดับสูงของอิหร่านภายในเวลาไม่ถึงสองวันหลังจากแอลเบเนียตัดสัมพันธ์ทางการฑูตกับอิหร่านจากการโจมตีเว็บไซต์ของรัฐบาลแอลเบเนีย

สหรัฐฯ จะจัดการประชุมร่วมกับประเทศในยุโรปและ NATO ที่เยอรมนีเพื่อสนับสนุนอาวุธให้ยูเครน

สำนักข่าว VOA รายงานเมื่อ 25 เม.ย.65 ว่า สหรัฐฯ จะเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมร่วมกับประเทศในยุโรป รวมถึงองค์การสนธิสัญญาป้องกันแอตแลนติกเหนือ (North Atlantic Treaty Organisation-NATO) ที่เยอรมนีใน 26 เม.ย.65 เกี่ยวกับการสนับสนุนอาวุธให้กับยูเครนเพิ่มเติม เพื่อต่อสู้กับกองกำลังของรัสเซีย หลังจาก พล.อ. ลอยด์ ออสติน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ และนายแอนโทนี บลิงเคน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ ให้ค่ำมั่นกับผู้นำยูเครนระหว่างเยือนกรุงเคียฟ ยูเครน เมื่อ 25 เม.ย.65 ว่าจะสนับสนุนอาวุธเพิ่ม

NATO เตือนรัสเซียยกระดับการโจมตีในพื้นที่ภาคตะวันออกของยูเครน

นาย Jens Stoltenberg เลขาธิการองค์การสนธิสัญญาแอตแลนติกเหนือ (NATO) เปิดเผยเมื่อ 31 มี.ค.65 ว่า รัสเซียกำลังจัดกองกำลังใหม่เพื่อยกระดับการโจมตีเป็นสองเท่าในพื้นที่ภาคตะวันออกของยูเครน โดยมีรายงานการส่งเสบียง ยุทโธปกรณ์ และกำลังรบเข้าไปในพื้นที่ดังกล่าวอย่างต่อเนื่อง แม้รัสเซียจะประกาศถอนกำลังทหารบางส่วน ทั้งนี้ NATO ประเมินว่า เป้าหมายหลักของรัสเซียคือการปลดปล่อยภูมิภาคดอนบาส และสร้างแรงกดดันต่อกรุงเคียฟและเมืองสำคัญทางยุทธศาสตร์อื่น ๆ ซึ่งคาดเดายุทธวิธีได้ยาก

ยูเครนส่งเอกสารให้กับประเทศค้ำประกันความมั่นคงเพื่อแลกกับสถานะเป็นกลาง

สำนักข่าว Tass ของรัสเซีย รายงานเมื่อ 2 เม.ย.65 อ้างคำให้สัมภาษณ์สำนักข่าว Fox ของประธานาธิบดีโวโลดีมีร์ เซเลนสกี ของยูเครน ว่า ยูเครนส่งมอบร่างการค้ำประกันความมั่นคง ความปลอดภัย ไปยังสหรัฐฯ สหราชอาณาจักร เยอรมนี ฝรั่งเศส และตุรกี ซึ่งจะรวมถึงประเทศสมาชิกองค์การสนธิสัญญาแอตแลนติกเหนือ (NATO) และที่ไม่ใช่ NATO เช่น อิสราเอล ไอร์แลนด์ และจีน ในฐานะประเทศผู้ค้ำประกันความปลอดภัยให้กับยูเครน หากยูเครนรับสถานะเป็นกลางตามข้อเสนอของรัสเซีย เพื่อยุติสถานการณ์ในยูเครน โดยยูเครนต้องการให้เนื้อหาและรูปแบบคล้ายมาตรา 5 ของสนธิสัญญา NATO เฉพาะอย่างยิ่งการให้ความช่วยเหลือทางทหารและการจัดตั้งเขตห้ามบิน (no-fly area) เพื่อดำเนินการแก้ไขทางการทูต ทั้งนี้ รายชื่อประเทศผู้ค้ำประกันของยูเครน อาจรวมถึงสมาชิกถาวรคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ (UNSC) เยอรมนี อิสราเอล อิตาลี แคนาดา โปแลนด์ และตุรกี แต่การค้ำประกันจะไม่ครอบคลุมไครเมียและดอนบาส ขณะที่นายเซียร์เกย์ ลาฟรอฟ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศรัสเซีย กล่าวเมื่อ 1 เม.ย.65…

NATO จะเสริมกำลังทหารในพื้นที่ยุโรปตะวันออก

นาย Jens Stoltenberg เลขาธิการองค์การสนธิสัญญาแอตแลนติกเหนือ (NATO) เปิดเผยเมื่อ 23 มี.ค.65 ว่า NATO เตรียมเสริมกำลังทางทหารเพิ่มเติมในประเทศยุโรปตะวันออก เช่น ฮังการี สโลวะเกีย บัลแกเรีย และโรมาเนีย และจะจัดส่งยุทโธปกรณ์ป้องกันการโจมตีด้วยอาวุธเคมี อาวุธชีวภาพ อาวุธรังสี และอาวุธนิวเคลียร์จากรัสเซีย โดยปัจจุบัน NATO มีกองกำลังประจำการในพื้นที่ยุโรปตะวันออก ครอบคลุมพื้นที่ตั้งแต่ทะเลบอลติกจนถึงทะเลดำ ประกอบด้วยทหารบก 140,000 นาย เรือรบ 140 ลำ และเครื่องบินรบ 130 ลำ พร้อมทั้งเตือนว่า การโจมตีด้วยอาวุธนิวเคลียร์ถือเป็นการละเมิดกฎหมายระหว่างประเทศ และจะเผชิญผลลัพธ์ตอบโต้รุนแรง แต่หลีกเลี่ยงการกล่าวถึงความเป็นไปได้ที่ NATO จะส่งทหารเข้าพื้นที่ยูเครน หากรัสเซียโจมตีด้วยอาวุธนิวเคลียร์

NATO กังวลว่ารัสเซียอาจใช้อาวุธเคมี

นาย Jens Stoltenberg เลขาธิการองค์การสนธิสัญญาแอตแลนติกเหนือ (NATO) ระบุเมื่อ 13 มี.ค.65 ว่า รัสเซียอาจหยิบยกประเด็นห้องปฏิบัติการอาวุธชีวภาพในยูเครนเป็นข้ออ้างใช้อาวุธเคมีโจมตียูเครน ซึ่งจะถือเป็นการก่ออาชญากรรมทางสงคราม นอกจากนี้ NATO เน้นย้ำการปฏิเสธข้อเรียกร้องของยูเครนในการประกาศเขตห้ามบิน เนื่องจากกังวลว่าจะทำให้เกิดการเผชิญหน้าระหว่างประเทศตะวันตกกับรัสเซียโดยตรง ซึ่งจะส่งผลให้สถานการณ์ตึงเครียดและรุนแรงขึ้นจนไม่สามารถควบคุมได้ ขณะที่ประธานาธิบดี Andrzej Duda ของโปแลนด์ ระบุว่า NATO อาจแทรกแซงทางทหารในยูเครนหากรัสเซียใช้อาวุธเคมี

บุก… ไม่บุก ยูเครน (ภาคต่อ ครั้งที่ 1) สหรัฐอเมริกาบอกว่าอีก 2-3 วัน

เล่าเรื่องนี้ ได้อีกหลายครั้งแน่ ๆ เพราะข่าวสารที่เข้ามา ดูเหมือนจะวนกลับไปในจุดเดิมว่า “รัสเซียจะบุกยูเครน” ก็สหรัฐอเมริกาโดยคุณลุงโจ หรือประธานาธิบดีโจเซฟ ไบเดน ยืนกรานด้วยตนเองเมื่อวันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2565 อีกครั้งว่า ภายในไม่กี่วันนี้ รัสเซียจะบุกยูเครนแน่ ๆ และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของสหรัฐอเมริกาที่ตอนแรกจะไปยุโรปก็ต้องไปชี้แจงกับคณะมนตรีความมั่นคงของสหประชาชาติ (United Nations Security Council – UNSC) ก็บอกเช่นนี้ แล้วหลักฐานล่ะ… มีไหม? สหรัฐอเมริกาบอกว่ามี…. ภาพถ่ายดาวเทียมเช่นเคย แถมบอกว่า นอกจากรัสเซียจะไม่ได้ถอนทหารออกจากบริเวณชายแดนเบลารุส ที่นำไปฝึกซ้อมร่วมแล้ว กลับยิ่งเพิ่มจำนวน ยิ่งกว่านั้น เบลารุสบอกว่ารัสเซียไม่ต้องนำทหารและยุทโปกรณ์กลับนะ เอาไว้ที่นี่ก็ได้ หากเสร็จการซ้อมรบในวันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2565 เหนื่อยนะ…. จากการตามข้อมูลข่าวสาร ตามที่เคยเล่าไว้ในตอนที่แล้วว่า แยกไม่ค่อยออกว่าข่าวไหนเป็นปฏิบัติการข่าวสาร (Information Operation-IO) ของฝ่ายไหน แต่ที่เข้มข้นกว่านั้น คือ การตอบโต้ทางการทูตระหว่างสหรัฐอเมริกากับรัสเซียอยู่ในระดับที่สูสีกัน โดยสหรัฐอเมริกาบอกว่า เดี๋ยวจะขับนักการทูตรัสเซียออกจากสหรัฐอเมริกา หลังจากที่รัสเซียขับนักการทูตเบอร์ 2 ออกจากมอสโก…