ลาวตั้งเป้าหมายดึงดูดนักท่องเที่ยวต่างชาติ 1.4 ล้านคนในปี 2566

  สำนักข่าว Laotian Times รายงานเมื่อ 16 ก.พ.66 อ้างรายงานจากกระทรวงแถลงข่าว วัฒนธรรมและการท่องเที่ยวลาว ว่า ลาวตั้งเป้าหมายดึงดูดนักท่องเที่ยวต่างชาติ 1.4 ล้านคนในปี 2566 คาดว่าจะมีรายได้ภาคการท่องเที่ยวประมาณ 340 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ทั้งนี้ เมื่อปี 2565 ลาวมีนักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางเข้าประเทศประมาณ 1.3 ล้านคน ประกอบด้วย คนไทย 731,754 คน เวียดนาม 359,721 คน จีน 45,573 คน เกาหลีใต้ 26,008 คน และสหรัฐฯ 18,447 คน อนึ่ง เว็บไซต์ Traveller ของออสเตรเลีย จัดอันดับให้ลาวเป็นหนึ่งในจุดหมายปลายทางที่ได้รับความสนใจในปี 2566 Credit Pic : internetlaos.com

ลาวอาจเผชิญการขาดแคลนแรงงาน หลังแรงงานลาวเดินทางกลับเข้ามาทำงานในไทย

เว็บไซต์หนังสือพิมพ์เวียงจันทน์ไทมส์ รายงานเมื่อ 31 มี.ค.65 ว่า ศูนย์กลางสหพันธ์กำมะบานลาว (Lao Federation of Trade Unions-LFTU) เรียกร้องให้ภาคธุรกิจต่าง ๆ รวมถึงโรงงานสิ่งทอ ขึ้นค่าแรงขั้นต่ำจากเดือนละ 1,100,000 กีบ เป็น 1,500,000 กีบ ภายในปี 2565 เนื่องจากค่าแรงขั้นต่ำในปัจจุบันไม่เพียงพอต่อค่าครองชีพที่เพิ่มขึ้น อีกทั้งลาวอาจขาดแคลนแรงงานภายในประเทศ เพราะแรงงานลาวเดินทางกลับเข้ามาทำงานในไทยซึ่งให้ค่าตอบแทนสูงกว่า โดยเมื่อ ม.ค.65 แรงงานลาวที่ทำงานในไทยร้อยละ 50 เดินทางกลับไทยแล้ว และอาจเพิ่มเป็นร้อยละ 70 ในปัจจุบัน หรือมีจำนวนประมาณ 200,000 คน ทั้งนี้ ข้อมูลจากกระทรวงแรงงานและสวัสดิการสังคมลาว ระบุว่า หลังการแพร่ระบาดของเชื้อ COVID-19 เมื่อปี 2563 มีแรงงานลาวเดินทางกลับจากไทย 246,000 คน

แขวงหลวงพระบาง ลาว ขยายระบบน้ำประปาโดยได้รับการสนับสนุนจากญี่ปุ่น

เว็บไซต์หนังสือพิมพ์ปะซาซน รายงานเมื่อ 24 มี.ค.65 ว่า นายเวียงสะหวัด สีพันดอน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงโยธาธิการและขนส่งลาว นายคำขัน จันทะวีสุก เจ้าแขวงหลวงพระบาง และนาย Kenichi Kobayashi เอกอัครราชทูตญี่ปุ่นประจำประเทศลาว เข้าร่วมพิธีวางศิลาฤกษ์โครงการขยายระบบน้ำประปาในนครหลวงพระบาง ที่โรงงานผลิตน้ำประปาบ้านผานม เมื่อ 23 มี.ค.65 ซึ่งองค์การความร่วมมือระหว่างประเทศของญี่ปุ่น (Japan International Cooperation Agency-JICA) ให้การสนับสนุนโครงการดังกล่าว โดยจะก่อสร้างและปรับปรุงโรงงานฯ เพื่อเพิ่มกำลังการผลิต 6,000 ลูกบาศก์เมตรต่อวัน ก่อสร้างอ่างเก็บน้ำเพิ่ม 1,500 ลูกบาศก์เมตร และวางท่อส่งและท่อแจกจ่ายน้ำอีก 58 กิโลเมตร ทั้งนี้ โครงการดังกล่าวจะช่วยให้ประชาชนและนักท่องเที่ยวในนครหลวงพระบาง ได้ใช้น้ำประปาที่สะอาด ปลอดภัย และมีคุณภาพ

ลาวและเวียดนามร่วมมือพัฒนาศูนย์บริการเทคนิคการเกษตร แขวงไซสมบูน

เว็บไซต์สำนักข่าวสารประเทศลาว รายงานเมื่อ 24 มี.ค.65 ว่า นายคำเจน วงโพสี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแผนการและการลงทุนลาว และนายงเหวียน จี๊ สุง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวางแผนและการลงทุนเวียดนาม เข้าร่วมพิธีวางศิลาฤกษ์โครงการก่อสร้างศูนย์บริการเทคนิคการเกษตร แขวงไซสมบูน ลาว เมื่อ 22 มี.ค.65 โดยรัฐบาลเวียดนามให้การสนับสนุนโครงการดังกล่าว ซึ่งจะช่วยให้ประชาชนได้เรียนรู้เทคนิคทางการเกษตร เพื่อนำไปใช้ในครัวเรือนหรือท้องถิ่น ในวันเดียวกัน ทั้งสองฝ่ายได้เข้าร่วมพิธีเปิดโรงงานผลิตสมุนไพร บนพื้นที่ 16,000 ตารางเมตร ที่บ้านออม เมืองอะนุวง แขวงไซสมบูน ซึ่งรัฐบาลเวียดนามให้ทุนสนับสนุนโรงงานดังกล่าวจำนวน 785,084 ดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 26 ล้านบาท)

โรงกลั่นน้ำมันในพื้นที่แขวงเชียงขวาง ลาว ก่อสร้างแล้วเสร็จพร้อมเปิดดำเนินการ

เว็บไซต์สำนักข่าว Laotian Times รายงานเมื่อ 21 มี.ค.65 อ้างคำกล่าวของนายอุทัน ไตลิดทิ รองประธานโรงกลั่นน้ำมันยอดงึ่มเพาเวอร์ ว่า โรงกลั่นน้ำมันยอดงึ่มเพาเวอร์ มูลค่า 30,000 ล้านกีบ (ประมาณ 87 ล้านบาท) ซึ่งตั้งอยู่ที่บ้านยอดงึ่ม เมืองแปก แขวงเชียงขวาง ก่อสร้างแล้วเสร็จและจะเปิดดำเนินการกลั่นน้ำมันดิบในอนาคตอันใกล้ โรงกลั่นดังกล่าวก่อสร้างเมื่อ ก.ย.64 มีความจุ 2.4 ล้านลิตร สามารถผลิตปิโตรเลียมได้ 100 ล้านลิตรต่อปี แบ่งเป็นกลั่นน้ำมันดีเซลร้อยละ 60 น้ำมันเครื่องร้อยละ 39 และผลิตสารเคมีร้อยละ 1 โดยจะจัดจำหน่ายผ่านรัฐวิสาหกิจน้ำมันเชื้อไฟลาว (Lao State Fuel Company-LSFC)

ลาวเปิดระบบการออกวีซาออนไลน์ “Lao Green Pass”

สำนักข่าว Laotian Times รายงานอ้างถ้อยแถลงของนางทิบพะกอน จันทะวงสา โฆษกรัฐบาล และรองรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรีลาว เมื่อ 2 มี.ค.65 ระบุว่า รัฐบาลลาวอนุญาตให้กระทรวงการต่างประเทศลาว ออกวีซาสำหรับนักการทูต พนักงานองค์กรระหว่างประเทศ นักธุรกิจ นักลงทุน ชาวต่างชาติที่มีถิ่นพำนักในลาว และชาวลาวที่อาศัยในต่างประเทศ ที่ต้องการเดินทางเข้าลาวผ่านเว็บไซต์ laogreenpass.gov.la โดยต้องปฏิบัติตามมาตรการดังนี้ 1) ตรวจหาเชื้อ COVID-19 แบบ RT-PCR พร้อมกับกักตัวเป็นเวลา 48 ชม. และ 2) เมื่อเดินทางถึงที่พักให้กักตัวต่อ 7 วัน โดยอนุญาตให้ไปเฉพาะที่ทำงาน อีกทั้งรัฐบาลลาวยกเลิกการใช้สายรัดข้อมือติดตาม ขณะที่เที่ยวบินนานาชาติทั้งขาเข้า-ขาออก ไม่จำเป็นต้องขออนุญาตจากคณะเฉพาะกิจป้องกันและควบคุมการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) ของลาวอีก

รัฐบาลลาวอนุมัติโครงการเหมืองทองในพื้นที่แขวงเชียงขวาง

เว็บไซต์หนังสือพิมพ์เวียงจันทน์ไทมส์ รายงานเมื่อ 15 ก.พ.65 ว่า นางคำจัน วงแสนบุน รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงแผนการและการลงทุนลาว ผู้แทนรัฐบาลลาว และผู้แทนบริษัทนิกสัน พัฒนาบ่อแร่ (เอกชนลาว) ร่วมลงนามข้อตกลงขุดค้น ปรุงแต่ง และส่งออกแร่ทอง ในแขวงเชียงขวาง โดยเหมืองดังกล่าวมีพื้นที่ 18.28 ตารางกิโลเมตร ระยะเวลาสัมปทาน 20 ปี ซึ่งบริษัทฯ จะลงทุนประมาณ 46 ล้านดอลลาร์สหรัฐ สำหรับการขุดค้นและสร้างโรงงานมาตรฐานสากล อีกทั้งบริษัทฯ ได้จ่ายเงินค่าธรรมเนียมล่วงหน้าให้รัฐบาลลาว 2 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และมอบเงิน 24,000 ล้านกีบ เพื่อก่อสร้างถนนระยะทาง 48 กิโลเมตร เชื่อมเมืองคำ แขวงเชียงขวาง กับเมืองเฮี้ยม แขวงหัวพัน ทั้งนี้ โครงการเหมืองทองจะช่วยสร้างการเติบโตทางเศรษฐกิจ สร้างรายได้ให้กับรัฐบาล และสร้างงานให้กับคนท้องถิ่น