หากความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีไม่เป็นผลดีต่อสันติภาพของโลก?

การแยกโลกเป็นสองข้าง (The Great Decoupling) เป็นเรื่องที่พูดถึงกันมาสักพักแล้ว โดยเฉพาะในมิติด้านเศรษฐกิจที่สหรัฐฯ กับจีนแข่งขันและขัดแย้งกันจนยกระดับเป็นสงครามการค้า สงครามดังกล่าวขัดแย้งกับความคิดความเชื่อของนักวิชาการสายเสรีนิยม ที่เชื่อว่ายิ่งโลกผูกกันพันเกี่ยวยิ่งขึ้น โอกาสที่จะเกิดความขัดแย้งแบบไม่เผาผีก็ยิ่งเป็นไปไม่ได้ เพราะต่างฝ่ายต่างต้องพึ่งพากันและกันในทางเศรษฐกิจ การแตกหักกันรังแต่จะสร้างผลเสียให้กับทุกฝ่าย

ประธานาธิบดีสหรัฐฯ จะประกาศมาตรการคว่ำบาตรต่อรัสเซียเพิ่มเติม

สำนักข่าว ABC News รายงานเมื่อ 23 มี.ค.65 ว่า นายเจคอบ ซัลลิแวน ที่ปรึกษาด้านความมั่นคงของประธานาธิบดีสหรัฐฯ แถลงว่า ประธานาธิบดีโจเซฟ ไบเดนจะประกาศมาตรการคว่ำบาตรเพิ่มเติมต่อรัสเซีย ใน 24 มี.ค.65 ระหว่างการเยือนกรุงบรัสเซลส์ เบลเยียม เพื่อประชุมในกรอบเนโตและสหภาพยุโรป รวมทั้งจะเพิ่มความเข้มงวดต่อมาตรการที่ดำเนินอยู่ และจะประกาศแนวปฏิบัติร่วมเพื่อเสริมความมั่นคงทางพลังงาน และลดการพึ่งพาก๊าซธรรมชาติจากรัสเซียของยุโรป

ประธานาธิบดีสหรัฐฯ เรียกร้องให้ภาคเอกชนเพิ่มการป้องกันทางไซเบอร์

ประธานาธิบดีโจเซฟ ไบเดนของสหรัฐฯ แถลงเมื่อ 21 มี.ค.65 เรียกร้องให้ภาคเอกชนเพิ่มการป้องกันทางไซเบอร์ทันที โดยอ้างถึงคำเตือนของฝ่ายข่าวกรองสหรัฐฯ ที่ระบุว่า รัสเซียกำลังพิจารณาทางเลือกที่เป็นไปได้ในการโจมตีทางไซเบอร์ พร้อมย้ำว่า สหรัฐฯ จะใช้ทุกเครื่องมือเพื่อยับยั้ง ขัดขวาง และตอบโต้การโจมตีทางไซเบอร์ต่อโครงสร้างพื้นฐานที่สำคัญ แต่รัฐบาลไม่สามารถดำเนินการได้เพียงลำพัง จึงต้องการให้ภาคเอกชนซึ่งเป็นเจ้าของกิจการโครงสร้างพื้นฐานสำคัญร่วมมือกับรัฐบาล

การเมืองมหาอำนาจ 101

“Great Power” หรือ “มหาอำนาจ” เป็นคำที่ใช้เรียกประเทศ ๆ หนึ่งที่มีศักยภาพทางเศรษฐกิจ ทหาร การเมือง และวัฒนธรรมที่เยอะกว่าประเทศอื่น จึงได้ชื่อนำหน้าว่า “มหา” หรือ “Great” แต่คำถามที่ตามมาก็คือว่าแล้วเรามีเกณฑ์อะไรที่จะเรียกประเทศ ๆ หนึ่งว่าเป็น “มหาอำนาจ” ขอบข่ายหรือศักยภาพทางอำนาจต่าง ๆ ขนาดไหน จึงจะเรียกประเทศนั้นได้ว่าเป็น “มหาอำนาจ” มากไปกว่านั้นคำถามที่ตามมาต่อคือ ทำไม “มหาอำนาจ” ถึงสำคัญ แล้วการเมืองมหาอำนาจคืออะไรและเป็นอย่างไร ภายใต้คำถามข้างต้น สถานการณ์ ณ รุ่งเช้าวันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2565 อาจช่วยทำให้เราพอเห็นได้ว่าคำตอบคืออะไร สำหรับรุ่งเช้าวันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2565 ดูเหมือนจะเป็นเช้าปกติของคนส่วนใหญ่ แต่สำหรับคนยูเครนและรัสเซียกลับเป็นเช้าที่แตกต่างไปจากหลาย ๆ ปีที่ผ่านมา เมื่อประธานาธิบดีวลาดิมีร์ ปูติน ของรัสเซียได้สั่งการ “ปฏิบัติการทางการทหารพิเศษ” หรือหากพูดทั่วไปแล้วก็คือการบุกยูเครนโดยรัสเซีย คำถามต่อมาก็คือเกิดอะไรขึ้น ? ทำไมปูตินถึงสั่งบุกยูเครน อะไรคือเบื้องหลังหรือบริบทที่นำไปสู่รุ่งเช้าที่แตกต่างในวันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2565 เพื่อที่จะสืบสวน…เพื่อหาเหตุที่นำไปสู่เหตุการณ์ครั้งนี้…

บุก… ไม่บุก (ภาคต่อ ครั้งที่ 2) รัสเซียตอบว่า……

หายไปหลายวัน จากที่ต้องลุ้นว่า รัสเซียจะแรงขนาดไหน ผลก็คือว่า แรงแบบไม่มีถอยหลัง ทั้งรับรองความเป็นรัฐอิสระของเขตปกครองตนเองโดเนตสค์ (Donetsk People’s Republic-DPR) และเขตปกครองตนเองลูฮานสค์ (Luhansk People’s Republic-LPR) ยังไม่พอ … ส่งทหารไปรักษาสันติภาพในภูมิภาคดอนบาสที่ DPR และ LPR อยู่ และอนุมัติให้กองทัพรัสเซียนอกประเทศ เพื่อสนับสนุน DPR และ LPR ต่อไปจะมีอะไรอีกไหมที่รัสเซียน่าจะทำ ! มีนะ… อาจส่งกองกำลังสันติภาพร่วมขององค์กรสนธิสัญญาความร่วมมือเพื่อความมั่นคงร่วม (Collective Security Treaty Organization-CSTO) ที่มีรัสเซีย อาร์เมเนีย เบลารุส คาซัคสถาน คีร์กิซสถาน และทาจิกิสถาน ก็ได้ ใครจะรู้….. ที่ทำมาทั้งหมด คำตอบก็อยู่ที่ประธานาธิบดีวลาดิมีร์ ปูตินที่เมื่อ 23 กุมภาพันธ์ 2565 บอกว่า “จะไม่มีการเจรจา หากเป็นผลประโยชน์ด้านความมั่นคง” สั้น ๆ ก็คือว่า ….หากยูเครนจะเป็นสมาชิกเนโต ไม่เจรจา…

ความขัดแย้งรัสเซีย-ยูเครน-สหรัฐฯ : มรดกของสงครามเย็น และผลสืบเนื่องของระบบโลกแบบขั้วเดียว

หากมองการเมืองโลกเป็นหนังเป็นละคร โดยยกเอาความอาทรต่อชีวิตมนุษย์ที่กำลังเสี่ยงอันตรายออกไปก่อน สถานการณ์ความตึงเครียดที่กำลังเกิดขึ้นระหว่างรัสเซีย-ยูเครน ก็เป็นเรื่องน่าตื่นเต้นมากสำหรับผู้ที่สนใจศาสตร์ด้านการระหว่างประเทศที่เกิดหลังทศวรรษที่ 1980 เป็นต้นมา ด้วยความที่ว่าคนรุ่นนี้เด็กเกินกว่าจะรู้ความในตอนที่สหภาพโซเวียตล่มสลายอันเป็นจุดจบของสงครามเย็นเมื่อปี 2534 จึงไม่มีประสบการณ์ร่วมโดยตรงกับ “สงครามเย็น” แต่ก็โตมากับช่วงรอยต่อที่สงครามเย็นยังไม่สิ้นกลิ่น จึงได้ยินคำว่า “สงครามเย็น” ลอยเข้าหูตั้งแต่เด็กยันโต จากที่เคยมีความสัมพันธ์แบบที่คุ้นเคยแต่ไม่เคยพบหน้า จึงเป็นความตื่นตาตื่นใจกับการได้พบเจอด้วยตนเองและติดตามสถานการณ์เรียลไทม์พร้อมกับคนทั้งโลกเกี่ยวกับความขัดแย้งรัสเซีย-ยูเครน ที่เป็นมรดกตกทอดจากสงครามเย็น และยังเป็นสถานการณ์ที่ชวนให้สำรวจถึงความพยายามสร้างดุลอำนาจ (balance of power) ของรัสเซีย เพื่อตอบสนองต่อบริบทเชิงโครงสร้างของประเทศหลังสงครามเย็นที่สหรัฐฯ ครอบครองความเป็นเจ้าในระบบโลกแบบขั้วเดียว รากฐานของความขัดแย้งที่มาจากความไม่สบายใจของรัสเซียต่อการแผ่ขยายอิทธิพลของสหรัฐฯ และพันธมิตรในพื้นที่ประเทศอดีตสหภาพโซเวียตซึ่งเป็นเขตอิทธิพลดั้งเดิมของรัสเซีย เห็นได้จากข้อเรียกร้องของรัสเซียที่ต้องการหลักประกันด้านความมั่นคง (security guarantee) ที่สำคัญคือการไม่ให้ NATO รับประเทศอดีตสหภาพโซเวียต (รวมทั้งยูเครน) เข้าเป็นสมาชิก จุดยืนของรัสเซียดังกล่าวชัดเจนมาโดยตลอดนับตั้งแต่เริ่มฟื้นสภาพความเป็นมหาอำนาจขึ้นมาได้ เห็นได้จากที่ประธานาธิบดีดมิทรี เมดเวเดฟ ประกาศหลักการ 5 ข้อ เมื่อปี 2551 ที่รวมถึงการจะสนใจเป็นพิเศษต่อภูมิภาคนี้ที่เป็นผลประโยชน์พิเศษ (privileged interests) ของรัสเซีย และรัสเซียก็เคยทำสงครามกับประเทศอดีตสหภาพโซเวียตที่เอาใจฝักใฝ่ตะวันตกและอยากเข้าร่วม NATO มาก่อนแล้ว (สงครามรัสเซีย-จอร์เจีย ปี 2551 และการผนวกเอาดินแดนไครเมียของยูเครน ปี 2557)…

สหรัฐฯ ประณามรัสเซียกรณีรับรองเอกราชในภูมิภาคดอนบาส

เว็บไซต์กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ เผยแพร่ถ้อยแถลงของกระทรวงต่างประเทศสหรัฐฯ เมื่อ 21 ก.พ.65 ระบุว่า สหรัฐฯ ประณามการตัดสินใจของประธานาธิบดีวลาดิมีร์ ปูติน ของรัสเซียที่ยอมรับสถานะของเขตปกครองตนเองโดเนตสค์ (Donetsk People’s Republic-DPR) และเขตปกครองตนเองลูฮานสค์ (Luhansk People’s Republic-LPR) ในภูมิภาคดอนบาสเป็นรัฐอิสระ ซึ่งแสดงถึงการปฏิเสธพันธกรณีของรัสเซียภายใต้ข้อตกลงมินส์ก (Minsk Agreements) และขัดต่อพันธกรณีทางการทูตของรัสเซีย ตลอดจนละเมิดอธิปไตยและบูรณภาพแห่งดินแดนของยูเครนอย่างชัดเจน ถือเป็นการตัดสินใจที่ไม่เคารพต่อบรรทัดฐานและกฎหมายระหว่างประเทศ พร้อมกันนี้ ประธานาธิบดีโจเซฟ ไบเดนจะลงนามคำสั่งผู้บริหาร (Executive Order) ซึ่งจะห้ามชาวอเมริกันเข้าไปลงทุนใหม่ ค้าขาย และสนับสนุนเงินทุนทั้งหมดกับ DPR และ LPR โดยสหรัฐฯ จะประสานงานกับยูเครนและพันธมิตรเพื่อดำเนินการที่เหมาะสมต่อการกระทำของรัสเซีย ทั้งนี้ สหรัฐฯ จะยังคงสนับสนุนอธิปไตยและบูรณภาพแห่งดินแดนของยูเครน ตลอดจนรัฐบาลและชาวยูเครนต่อไป

บุก… ไม่บุก ยูเครน (ภาคต่อ ครั้งที่ 1) สหรัฐอเมริกาบอกว่าอีก 2-3 วัน

เล่าเรื่องนี้ ได้อีกหลายครั้งแน่ ๆ เพราะข่าวสารที่เข้ามา ดูเหมือนจะวนกลับไปในจุดเดิมว่า “รัสเซียจะบุกยูเครน” ก็สหรัฐอเมริกาโดยคุณลุงโจ หรือประธานาธิบดีโจเซฟ ไบเดน ยืนกรานด้วยตนเองเมื่อวันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2565 อีกครั้งว่า ภายในไม่กี่วันนี้ รัสเซียจะบุกยูเครนแน่ ๆ และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของสหรัฐอเมริกาที่ตอนแรกจะไปยุโรปก็ต้องไปชี้แจงกับคณะมนตรีความมั่นคงของสหประชาชาติ (United Nations Security Council – UNSC) ก็บอกเช่นนี้ แล้วหลักฐานล่ะ… มีไหม? สหรัฐอเมริกาบอกว่ามี…. ภาพถ่ายดาวเทียมเช่นเคย แถมบอกว่า นอกจากรัสเซียจะไม่ได้ถอนทหารออกจากบริเวณชายแดนเบลารุส ที่นำไปฝึกซ้อมร่วมแล้ว กลับยิ่งเพิ่มจำนวน ยิ่งกว่านั้น เบลารุสบอกว่ารัสเซียไม่ต้องนำทหารและยุทโปกรณ์กลับนะ เอาไว้ที่นี่ก็ได้ หากเสร็จการซ้อมรบในวันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2565 เหนื่อยนะ…. จากการตามข้อมูลข่าวสาร ตามที่เคยเล่าไว้ในตอนที่แล้วว่า แยกไม่ค่อยออกว่าข่าวไหนเป็นปฏิบัติการข่าวสาร (Information Operation-IO) ของฝ่ายไหน แต่ที่เข้มข้นกว่านั้น คือ การตอบโต้ทางการทูตระหว่างสหรัฐอเมริกากับรัสเซียอยู่ในระดับที่สูสีกัน โดยสหรัฐอเมริกาบอกว่า เดี๋ยวจะขับนักการทูตรัสเซียออกจากสหรัฐอเมริกา หลังจากที่รัสเซียขับนักการทูตเบอร์ 2 ออกจากมอสโก…

สหรัฐฯ และสหภาพยุโรปเตรียมพร้อมรับการโจมตีทางไซเบอร์จากรัสเซีย

ธนาคารกลางของยุโรป (ECB)กำลังเตรียมความพร้อมในการรับมือการโจมตีทางไซเบอร์ที่อาจเกิดขึ้นจากแฮกเกอร์ที่ได้รับการสนับสนุนจากรัสเซีย อันเนื่องมาจากสถานการณ์ความตึงเครียดระหว่างรัสเซียและยูเครน

FBI สามารถเข้าถึงข้อความที่ถูกเข้ารหัสในแอปพลิเคชันยอดนิยมได้

ข้อมูลจากเอกสารการฝึกอบรมของสำนักงานสอบสวนกลาง (FBI) ของสหรัฐฯ แสดงให้เห็นว่า FBI สามารถเข้าถึงข้อความที่ถูกเข้ารหัสโดยแอปพลิเคชันยอดนิยมได้ อาทิ iMessage Line และ WhatsApp แต่ยังไม่สามารถเข้าถึงข้อความเข้ารหัสโดยแอปพลิเคชัน Signal Telegram Threema Viber WeChat และ Wickr