สหภาพยุโรปจะยกระดับมาตรการคว่ำบาตรรัสเซีย

รัฐสภายุโรป (European Parliament-EP) มีมติเมื่อ 1 มี.ค.65 สนับสนุนให้สหภาพยุโรป (European Union-EU) ดำเนินมาตรการคว่ำบาตรต่อรัสเซียที่รุนแรงและเข้มงวดขึ้น ด้วยคะแนน 637 เสียง จากทั้งหมด 705 เสียง เพื่อตอบโต้กรณีรัสเซียใช้กำลังทหารรุกรานยูเครน ซึ่งขัดต่อหลักกฎหมายระหว่างประเทศอย่างร้ายแรง

จีนเริ่มอพยพพลเมืองออกจากยูเครน

สถานเอกอัครราชทูตจีน ณ กรุงเคียฟ ยูเครน ออกแถลงการณ์เมื่อ 28 ก.พ.65 ว่า อพยพพลเมืองชุดแรกออกจากยูเครนแล้วจำนวน 600 คน ในจำนวนนี้เป็นนักศึกษา 400 คน จากเมืองโอเดสซา และอีก 200 คน จากกรุงเคียฟ ซึ่งเดินทางข้ามพรมแดนไปยังมอลโดวาด้วยขบวนรถบัสภายใต้การคุ้มกันของตำรวจท้องถิ่น และเตรียมอพยพพลเมืองชุดที่ 2 อีก 1,000 คน ไปยังโปแลนด์และสโลวาเกียใน 1 มี.ค.65

อินเดียอพยพพลเมืองออกจากยูเครนแล้วมากกว่า 1,000 คน

สำนักประชาสัมพันธ์ (Press Information Bureau-PIB) ของอินเดีย รายงานเมื่อ 28 ก.พ.65 ว่า อพยพพลเมืองออกจากยูเครนผ่านชายแดนประเทศรอบยูเครน และเดินทางถึงอินเดียแล้ว 1,156 คน ผ่านเที่ยวบิน 5 เที่ยวบิน หลังรัสเซียปฏิบัติการพิเศษทางทหารในยูเครน (ข้อมูลเมื่อ 28 ก.พ.65 เวลา 12.00 น.)

อินเดียจะส่งผู้แทนพิเศษไปประเทศที่มีชายแดนติดกับยูเครน

กระทรวงการต่างประเทศของอินเดีย ออกแถลงการณ์เมื่อ 28 ก.พ.65 ว่า นายนเรนทรา โมดิ นายกรัฐมนตรี เป็นประธานการประชุมเจ้าหน้าที่ระดับสูงของรัฐบาลอินเดีย เพื่อติดตามความคืบหน้าการอพยพพลเมืองอินเดียออกจากยูเครน ภายใต้ปฏิบัติการคงคา (Operation Ganga) ครั้งที่ 2 ซึ่งนายกรัฐมนตรีมีข้อสั่งการให้ส่งรัฐมนตรี 4 คน ไปโปแลนด์ โรมาเนีย สโลวาเกีย และฮังการี ตามลำดับ ดังนี้ 1) พล.อ. Vijay Kumar Singh รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการบินพลเรือน และกระทรวงการขนส่งทางบกและทางหลวง 2) นาย Jyotiraditya M. Scindia รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการบินพลเรือน 3) นาย Kiren Rijiju รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกฎหมายและยุติธรรม และ 4) นาย Hardeep Singh Puri รัฐมนตรีว่าการกระทรวงปิโตรเลียมและก๊าซธรรมชาติ กระทรวงการเคหะและกิจการเมือง โดยจะเดินทางไปในฐานะผู้แทนพิเศษของนายกรัฐมนตรีอินเดีย เพื่อดูแลการอพยพพลเมืองอินเดียออกจากยูเครน นอกจากนี้ อินเดียจะเริ่มจัดส่งสิ่งของเพื่อให้ความช่วยเหลือทางมนุษยธรรมตามแนวชายแดนยูเครนใน 1…

อินเดียในวิกฤตรัสเซีย-ยูเครน

ณ วินาทีนี้คงไม่มีเรื่องราวต่างประเทศไหนจะร้อนแรงไปกว่าการเปิดปฏิบัติการทางการทหารของรัสเซียในยูเครน ที่ตึงเครียดกันตามแนวพรมแดนมาเป็นเวลาเดือนกว่า ๆ แล้ว กลายเป็นวาทกรรมและการต่อสู้ทางข้อมูลข่าวสารไปมาตลอดเดือนที่ผ่านมา โดยเฉพาะการเดินทางเยือนของหลายผู้นำชาติยุโรปเพื่อหาทางออกอย่างสันติให้กับวิกฤตในครั้งนี้ อันมีต้นสายปลายเหตุสำคัญมาจากความพยายามเข้าเป็นสมาชิกองค์การสนธิสัญญาแอตแลนติกเหนือ หรือ เนโต ทั้งนี้รัสเซียมองว่าการกระทำดังกล่าวหากปล่อยให้เกิดขึ้นจะกลายเป็นภัยคุกคามทางความมั่นคงอย่างยิ่งต่อรัสเซีย เปรียบเสมือนรัสเซียกำลังถูกปิดล้อมทางการทหารจากประเทศสมาชิกในกลุ่มเนโตเหล่านี้ ที่นับวันจะขยายตัวมากยิ่งขึ้น แน่นอนว่าภายใต้สถานการณ์ความตึงเครียดเช่นนี้ รวมถึงการเปิดปฏิบัติการทางการทหารในยูเครนของรัสเซีย จึงก่อให้เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนัก ไปจนถึงการออกมาตรการคว่ำบาตรรัสเซียของหลายประเทศ ทั้งในยุโรป รวมถึงสหรัฐอเมริกา ในขณะเดียวกันก็ยังมีอีกหลายประเทศที่ตัดสินใจอยู่ห่างจากวิกฤตนี้ หรือวางตัวนิ่งเฉยต่อการกระทำของรัสเซีย เพื่อรักษาผลประโยชน์ของตัวเองเอาไว้ หนึ่งในประเทศเหล่านั้นที่ดูเหมือนจะแสดงท่าทีเป็นกลางแบบนี้นั้น รวมถึงประเทศอินเดียด้วย น่าสนใจว่าตลอดวิกฤตความขัดแย้งระหว่างรัสเซียและยูเครนที่ผ่านมา อินเดียค่อนข้างมีท่าทีนิ่งเงียบอย่างยิ่ง และเลือกที่จะไม่วิพากษ์วิจารณ์ใด ๆ ต่อกรณีดังกล่าวมากนั้น แม้แต่ในคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ อินเดียแสดงท่าทีเพียงมุ่งหวังให้ทุกฝ่ายพูดคุยกัน และใช้ช่องทางการทูตเป็นสำคัญในการแก้ไขปัญหา ความเคลื่อนไหวที่ดูจะเห็นชัดเจนที่สุดของอินเดียในกรณีนี้ ดูเหมือนจะเป็นเมื่อวันพฤหัสบดีที่ 24 กุมภาพันธ์ 2565 ที่ผ่านมาภายหลังรัสเซียเปิดปฏิบัติการในยูเครน โดยนายกรัฐมนตรีนเรนทรา โมดีของอินเดียตัดสินใจต่อสายตรงกับประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูตินของรัสเซีย เพื่อพูดคุยเกี่ยวกับสิ่งที่กำลังเกิดขึ้น อย่างไรก็ตามเมื่ออ่านในเนื้อหารายละเอียดการสนทนาระหว่าง 2 ผู้นำ กลับแทบไม่พบการวิจารณ์รัสเซียของอินเดียเลย มากที่สุดเพียงเรียกร้องให้รัสเซียยุติความรุนแรงที่เกิดขึ้น แล้วหันกลับมาใช้ช่องทางการทูตในการแก้ไขปัญหา ยิ่งไปกว่านั้นโดยส่วนใหญ่การสนทนาจะมุ่งเน้นไปที่การรักษาผลประโยชน์ของประชาชนอินเดียที่อยู่ในยูเครนด้วยซ้ำ โดยเฉพาะการอพยพคนอินเดียออกจากยูเครนอย่างปลอดภัย สิ่งเหล่านี้ยังสะท้อนผ่านการประชุมคณะรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคงของอินเดียที่จัดขึ้นต่อจากนั้นเพื่อวางแผนช่วยเหลือคนอินเดียออกจากยูเครน ท่าทีของอินเดียที่ค่อนข้างนิ่งเฉยนี้ไม่ใช่รู้สึกได้จากสายตาคนนอกเท่านั้น แม้กระทั่งยูเครนเองยังเรียกร้องให้อินเดียแสดงบทบาทและท่าทีมากกว่านี้ โดยทั้งประธานาธิบดีของยูเครนและเอกอัครราชทูตยูเครนประจำอินเดีย ต่างเรียกร้องให้นายกรัฐมนตรีโมดี…

แคนาดาดำเนินมาตรการคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจต่อรัสเซีย

สำนักข่าว Reuters รายงานถ้อยแถลงของนายกรัฐมนตรีจัสติน ทรูโดของแคนาดาเมื่อ 22 ก.พ.65 ว่า แคนาดาดำเนินมาตรการคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจต่อรัสเซียเพื่อตอบโต้กรณีรัสเซียประกาศรับรองเอกราชของเขตปกครองตนเองโดเนตสค์ (Donetsk People’s Republic-DPR) และเขตปกครองตนเองลูฮานสค์ (Luhansk People’s Republic-LPR) ในภูมิภาคดอนบาสของยูเครน โดยแคนาดาไม่อนุญาตให้พลเมืองดำเนินธุรกรรมกับเขตปกครองตนเองโดเนตสค์และลูฮานสค์ รวมทั้งไม่อนุญาตให้พลเมืองซื้อขายตราสารหนี้ของรัฐบาลรัสเซีย นอกจากนี้ แคนาดาคว่ำบาตรธนาคารสองแห่งของรัสเซีย โดยไม่อนุญาตให้พลเมืองทำธุรกรรมใดๆ กับธนาคารทั้งสองแห่ง

ออสเตรเลียประกาศจะคว่ำบาตรรัสเซีย

สำนักข่าว ABC รายงานอ้างแถลงการณ์นายสกอตต์ มอร์ริสัน นายกรัฐมนตรีออสเตรเลีย เมื่อ 23 ก.พ.65 ระบุว่า รัฐบาลออสเตรเลียจะดำเนินการคว่ำบาตรต่อบุคคล องค์กร และธนาคาร ของรัสเซีย หากรัสเซียบุกรุกยูเครน โดยเบื้องต้นจะกำหนดมาตรการห้ามการเดินทางและคว่ำบาตรทางการเงินต่อสมาชิกของคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหพันธรัฐรัสเซีย จำนวน 8 คน  ซึ่งเป็นผู้รับผิดชอบให้คำแนะนำด้านนโยบายและการตัดสินใจในการบุกรุกยูเครนต่อประธานาธิบดีวลาดีมีร์ ปูติน มาตรการคว่ำบาตรทางการเงินจะมีผลกับ 5 ธนาคาร ได้แก่ ธนาคาร Rossiya ธนาคาร Promsvyazbank ธนาคาร IS Bank ธนาคาร Genbank และธนาคาร Black Sea Bank for Development and Reconstruction นอกจากนี้ ออสเตรเลียจะแก้ไขระเบียบการคว่ำบาตรรายบุคคล ปี 2554 ที่บังคับใช้กับไครเมียและเซวาสโตโพลในปัจจุบันให้ครอบคลุมเขตการปกครองตนเองโดเนตสค์และลูฮานสค์ ซึ่งกำหนดให้คว่ำบาตรทางเศรษฐกิจอย่างรุนแรง รวมถึงห้ามทำการค้าในภาคการขนส่ง พลังงาน โทรคมนาคม น้ำมัน ก๊าซ และแร่ธาตุ สำหรับพลเมืองยูเครนทุกคนในออสเตรเลียที่ถือวีซ่าที่จะหมดอายุใน 30…

บุก… ไม่บุก (ภาคต่อ ครั้งที่ 2) รัสเซียตอบว่า……

หายไปหลายวัน จากที่ต้องลุ้นว่า รัสเซียจะแรงขนาดไหน ผลก็คือว่า แรงแบบไม่มีถอยหลัง ทั้งรับรองความเป็นรัฐอิสระของเขตปกครองตนเองโดเนตสค์ (Donetsk People’s Republic-DPR) และเขตปกครองตนเองลูฮานสค์ (Luhansk People’s Republic-LPR) ยังไม่พอ … ส่งทหารไปรักษาสันติภาพในภูมิภาคดอนบาสที่ DPR และ LPR อยู่ และอนุมัติให้กองทัพรัสเซียนอกประเทศ เพื่อสนับสนุน DPR และ LPR ต่อไปจะมีอะไรอีกไหมที่รัสเซียน่าจะทำ ! มีนะ… อาจส่งกองกำลังสันติภาพร่วมขององค์กรสนธิสัญญาความร่วมมือเพื่อความมั่นคงร่วม (Collective Security Treaty Organization-CSTO) ที่มีรัสเซีย อาร์เมเนีย เบลารุส คาซัคสถาน คีร์กิซสถาน และทาจิกิสถาน ก็ได้ ใครจะรู้….. ที่ทำมาทั้งหมด คำตอบก็อยู่ที่ประธานาธิบดีวลาดิมีร์ ปูตินที่เมื่อ 23 กุมภาพันธ์ 2565 บอกว่า “จะไม่มีการเจรจา หากเป็นผลประโยชน์ด้านความมั่นคง” สั้น ๆ ก็คือว่า ….หากยูเครนจะเป็นสมาชิกเนโต ไม่เจรจา…

ความขัดแย้งรัสเซีย-ยูเครน-สหรัฐฯ : มรดกของสงครามเย็น และผลสืบเนื่องของระบบโลกแบบขั้วเดียว

หากมองการเมืองโลกเป็นหนังเป็นละคร โดยยกเอาความอาทรต่อชีวิตมนุษย์ที่กำลังเสี่ยงอันตรายออกไปก่อน สถานการณ์ความตึงเครียดที่กำลังเกิดขึ้นระหว่างรัสเซีย-ยูเครน ก็เป็นเรื่องน่าตื่นเต้นมากสำหรับผู้ที่สนใจศาสตร์ด้านการระหว่างประเทศที่เกิดหลังทศวรรษที่ 1980 เป็นต้นมา ด้วยความที่ว่าคนรุ่นนี้เด็กเกินกว่าจะรู้ความในตอนที่สหภาพโซเวียตล่มสลายอันเป็นจุดจบของสงครามเย็นเมื่อปี 2534 จึงไม่มีประสบการณ์ร่วมโดยตรงกับ “สงครามเย็น” แต่ก็โตมากับช่วงรอยต่อที่สงครามเย็นยังไม่สิ้นกลิ่น จึงได้ยินคำว่า “สงครามเย็น” ลอยเข้าหูตั้งแต่เด็กยันโต จากที่เคยมีความสัมพันธ์แบบที่คุ้นเคยแต่ไม่เคยพบหน้า จึงเป็นความตื่นตาตื่นใจกับการได้พบเจอด้วยตนเองและติดตามสถานการณ์เรียลไทม์พร้อมกับคนทั้งโลกเกี่ยวกับความขัดแย้งรัสเซีย-ยูเครน ที่เป็นมรดกตกทอดจากสงครามเย็น และยังเป็นสถานการณ์ที่ชวนให้สำรวจถึงความพยายามสร้างดุลอำนาจ (balance of power) ของรัสเซีย เพื่อตอบสนองต่อบริบทเชิงโครงสร้างของประเทศหลังสงครามเย็นที่สหรัฐฯ ครอบครองความเป็นเจ้าในระบบโลกแบบขั้วเดียว รากฐานของความขัดแย้งที่มาจากความไม่สบายใจของรัสเซียต่อการแผ่ขยายอิทธิพลของสหรัฐฯ และพันธมิตรในพื้นที่ประเทศอดีตสหภาพโซเวียตซึ่งเป็นเขตอิทธิพลดั้งเดิมของรัสเซีย เห็นได้จากข้อเรียกร้องของรัสเซียที่ต้องการหลักประกันด้านความมั่นคง (security guarantee) ที่สำคัญคือการไม่ให้ NATO รับประเทศอดีตสหภาพโซเวียต (รวมทั้งยูเครน) เข้าเป็นสมาชิก จุดยืนของรัสเซียดังกล่าวชัดเจนมาโดยตลอดนับตั้งแต่เริ่มฟื้นสภาพความเป็นมหาอำนาจขึ้นมาได้ เห็นได้จากที่ประธานาธิบดีดมิทรี เมดเวเดฟ ประกาศหลักการ 5 ข้อ เมื่อปี 2551 ที่รวมถึงการจะสนใจเป็นพิเศษต่อภูมิภาคนี้ที่เป็นผลประโยชน์พิเศษ (privileged interests) ของรัสเซีย และรัสเซียก็เคยทำสงครามกับประเทศอดีตสหภาพโซเวียตที่เอาใจฝักใฝ่ตะวันตกและอยากเข้าร่วม NATO มาก่อนแล้ว (สงครามรัสเซีย-จอร์เจีย ปี 2551 และการผนวกเอาดินแดนไครเมียของยูเครน ปี 2557)…

อินเดียเริ่มอพยพพลเมืองออกจากยูเครน

สำนักข่าว Times of India รายงานเมื่อ  22 ก.พ.65 ว่า สายการบิน Air India เริ่มอพยพชาวอินเดียที่พำนักอยู่ในยูเครนกลับประเทศเที่ยวบินแรกจำนวน 242 คน และเที่ยวต่อไปใน 24 และ 26 ก.พ.65 พร้อมยกเลิกข้อจำกัดการเดินทางทางอากาศในห้วง COVID-19 สำหรับสายการบินจากยูเครน เพื่ออำนวยความสะดวกในการอพยพชาวอินเดียกลับประเทศ นอกจากนี้ สถานเอกอัครราชทูตอินเดีย ณ กรุงเคียฟ ยังขอให้นักศึกษาและชาวอินเดียเร่งอพยพออกจากยูเครน เนื่องจากสถานการณ์มีความเสี่ยงสูง