ความขัดแย้งรัสเซีย-ยูเครน ผลกระทบราคาพลังงานโลก

ตลอดเดือนเต็มที่ผ่านมากับการเดินหน้ารบของรัสเซียในยูเครนได้สร้างผลกระทบอย่างมากมายมหาศาลไม่เฉพาะกับประเด็นด้านมนุษยธรรมในประเทศยูเครนเท่านั้น แต่วิกฤตนี้ยังส่งผลกระทบโดยตรงต่อความผันผวนของราคาพลังงานโลกด้วย โดยเฉพาะในฝั่งยุโรปที่พึ่งพิงการนำเข้าพลังงานจากรัสเซียจำนวนมหาศาล

ผลสำรวจของสิงคโปร์ระบุชาวสิงคโปร์ จีน อินเดีย และออสเตรเลียส่วนใหญ่สนับสนุนและเห็นใจยูเครน

หนังสือพิมพ์ The Straits Times รายงานเมื่อ 18 มี.ค.65 อ้างสำนักวิจัย Blackbox Research ของสิงคโปร์ ซึ่งเผยแพร่ผลสำรวจความเห็นจากประชาชนกลุ่มตัวอย่าง 6,920 คน ในสิงคโปร์ อินเดีย ออสเตรเลีย และจีน ระหว่าง 9-10 มี.ค.65 พบว่าร้อยละ 95 ในสิงคโปร์ และร้อยละ 90 ในอินเดียและออสเตรเลีย สนับสนุนและเห็นใจยูเครน และเห็นสมควรตำหนิรัสเซีย ขณะที่ร้อยละ 71 ในจีน แม้จะเห็นใจยูเครนแต่มากกว่าร้อยละ 50 ไม่ทราบว่าควรตำหนิฝ่ายใด และร้อยละ 3 ตำหนิสหรัฐฯ นอกจากนี้ ผู้ตอบแบบสำรวจส่วนใหญ่มีทัศนคติเชิงบวกหรือเป็นกลางต่อยูเครนและผู้นำยูเครนมากกว่าฝ่ายรัสเซียค่อนข้างชัดเจน เว้นแต่จีนที่เสียงก้ำกึ่ง โดยร้อยละ 46 มีทัศนคติเป็นกลางต่อรัสเซีย ซึ่งใกล้เคียงกับทัศนคติเชิงลบที่คิดเป็นร้อยละ 45

เดนมาร์กปฏิเสธการเป็นประเทศทางผ่านสำหรับผู้ลี้ภัยชาวยูเครน

ตำรวจตระเวนชายแดน เมือง Jutland ของเดนมาร์ก ออกแถลงการณ์เมื่อ 15 มี.ค.65 ไม่อนุญาตให้ผู้ลี้ภัยชาวยูเครนที่ลี้ภัยในเยอรมนีและต้องการเดินทางไปสวีเดนและนอร์เวย์ ใช้เดนมาร์กเป็นทางผ่าน โดยเดนมาร์กดำเนินการส่งตัวผู้ลี้ภัยชาวยูเครนกลับไปยังเยอรมนีแล้วอย่างน้อย 250 ราย พร้อมทั้งยืนยันว่าเดนมาร์กจะเปิดรับเฉพาะผู้ลี้ภัยที่ขึ้นทะเบียนและแจ้งความประสงค์ขอลี้ภัยอย่างถูกต้องเท่านั้น เนื่องจากการอนุญาตให้ผู้ลี้ภัยใช้เดนมาร์กเป็นประเทศทางผ่านจะยิ่งเพิ่มความเสี่ยงด้านความมั่นคง ทั้งนี้ สำนักงานข้าหลวงใหญ่ผู้ลี้ภัยแห่งสหประชาชาติ (UNHCR) ประเมินว่ามีจำนวนผู้ลี้ภัยจากยูเครนแล้วอย่างน้อย 3 ล้านคน

นายกรัฐมนตรี 3 ประเทศสมาชิก EU เดินทางเยือนยูเครน

สำนักข่าว Reuters รายงานเมื่อ 15 มี.ค.65 ว่า นายกรัฐมนตรีจากประเทศสมาชิกสหภาพยุโรป (EU) จำนวน 3 ประเทศ ได้แก่ นายกรัฐมนตรี Petr Fiala ของสาธารณรัฐเช็ก นายกรัฐมนตรี Mateusz Morawiecki ของโปแลนด์ และนายกรัฐมนตรี Janez Jansa ของสโลวีเนีย เป็นผู้แทนของคณะกรรมาธิการยุโรป (EC) เดินทางเยือนกรุงเคียฟ ยูเครน เพื่อหารือกับประธานาธิบดี Volodymyr Zelenskyy ของยูเครน และแสดงจุดยืนว่า EU ยังคงสนับสนุนอธิปไตยและอิสรภาพของยูเครน โดยทั้งสามประเทศจะเพิ่มความช่วยเหลือให้ยูเครน ทั้งด้านการเมือง การเงิน ยุทโธปกรณ์ และด้านมนุษยธรรม

“ยูเครนในวันนี้คือ ไต้หวันวันพรุ่งนี้” จริงมั้ยนะ?

สถานการณ์รัสเซียและยูเครน ทำให้หลายๆ คนกลัวกันว่า “ไต้หวันในวันพรุ่งนี้ จะเป็นอย่างยูเครนวันนี้” เพราะทั้งสองกำลังเผชิญชะตากรรมแบบเดียวกัน โดยต้องเผชิญหน้ากับประเทศขนาดใหญ่อย่างจีนกับรัสเซีย แต่รู้มั้ยว่า ที่จริงแล้วสถานการณ์ของยูเครนและไต้หวันมีจุดแตกต่างกันอยู่มาก!! วันนี้ขอหยิบยกความต่างใน 4 ประเด็นที่เห็นได้ชัด มาเล่าก่อนนะ ประการแรก เทคโนโลยีทางการทหารและภูมิศาสตร์ ยูเครนมีไม้เด็ดสำคัญคือ กองกำลังป้องกันตนเอง (Civilian Defense Force) นอกเหนือจากกองทัพยูเครนแล้ว ชาวยูเครนส่วนใหญ่ยังมีทักษะทางทหารและการใช้อาวุธเบื้องต้น โดยเฉพาะในช่วงปลายปี 2564 ที่สถานการณ์รัสเซีย-ยูเครนตึงเครียดสุดๆ ชาวยูเครนร่วมฝึกซ้อมการใช้ Man-portable air defence systems & anti-tank weapons ซึ่งเป็นอาวุธป้องกันการโจมตีทางอากาศจากภาคพื้นดิน น้ำหนักประมาณ 20 กิโลกรัม ยาว 180 เซนติเมตร (จำลองภาพผู้ชายใส่ชุดทหารพาดปืนใหญ่บนไหล่ แล้วเล็งไปบนฟ้า) และยูเครนมีพรมแดนเชื่อมต่อกับรัสเซียทางบก ทำให้ถูกบุกยึดได้ง่าย ส่วนไต้หวันนั้น มีหน่วยงานทหารเพียงหน่วยเดียวที่รับผิดชอบด้านการป้องปราม ขณะที่ชาวไต้หวันยังไม่คุ้นมือกับการฝึกรบมากนักเมื่อเทียบกับชาวยูเครน แต่ไต้หวันมีช่องแคบไต้หวันเป็นพรมแดนป้องปรามตามธรรมชาติ หากจีนบุกยึดไต้หวันการเคลื่อนกำลังพลของจีนเป็นไปได้ยาก และจะต้องทำสงครามสะเทินน้ำสะเทินบกเท่านั้น ทำให้ไม่สามารถบุกยึดไต้หวันอย่างรวดเร็ว ซึ่งจะทำให้ไต้หวันใช้จังหวะนี้ร้องขอความช่วยเหลือจากสหรัฐฯ ได้ทันการณ์ ประการที่สอง การทำโฆษณาชวนเชื่อ…

สหราชอาณาจักรสนับสนุนค่าใช้จ่ายให้ที่พักพิงแก่ผู้ลี้ภัยชาวยูเครน

สำนักข่าว Reuters รายงานเมื่อ 13 มี.ค.65 ว่า สหราชอาณาจักรประกาศแผน Homes for Ukraine หรือบ้านเพื่อชาวยูเครนที่ต้องการลี้ภัยมายังสหราชอาณาจักร แม้จะไม่มีครอบครัวหรือญาติอาศัยอยู่ก่อน โดยรัฐบาลจะสนับสนุนค่าใช้จ่ายมูลค่า 350 ปอนด์สเตอริง/เดือน (ประมาณ 15,230 บาท) ให้กับครัวเรือนที่สามารถให้ที่พักพิงแก่ผู้ลี้ภัยเป็นเวลาอย่างน้อย 6 เดือน ซึ่งผู้ที่จะให้ที่พักพิงจะต้องแสดงหลักฐานยืนยันว่าที่พักได้ตามมาตรฐานและผ่านการตรวจสอบประวัติอาชญากรรม ทั้งนี้ สำนักงานข้าหลวงใหญ่ผู้ลี้ภัยแห่งสหประชาชาติ (UNHCR) ประเมินว่ามีจำนวนผู้ลี้ภัยจากยูเครนแล้วอย่างน้อย 4 ล้านคน

อินเดียจะย้ายที่ทำการสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงเคียฟไปโปแลนด์ชั่วคราว

กระทรวงการต่างประเทศของอินเดีย ออกแถลงการณ์เมื่อ 13 มี.ค.65 ว่า จะย้ายที่ทำการสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงเคียฟ ไปที่โปแลนด์เป็นการชั่วคราว เนื่องจากสถานการณ์ในยูเครนรุนแรงขึ้น โดยมีการโจมตีพื้นที่ทางตะวันตกของยูเครนต่อเนื่อง ซึ่งกระทรวงการต่างประเทศของอินเดียจะติดตามและประเมินสถานการณ์เพิ่มเติมเป็นระยะ

NATO กังวลว่ารัสเซียอาจใช้อาวุธเคมี

นาย Jens Stoltenberg เลขาธิการองค์การสนธิสัญญาแอตแลนติกเหนือ (NATO) ระบุเมื่อ 13 มี.ค.65 ว่า รัสเซียอาจหยิบยกประเด็นห้องปฏิบัติการอาวุธชีวภาพในยูเครนเป็นข้ออ้างใช้อาวุธเคมีโจมตียูเครน ซึ่งจะถือเป็นการก่ออาชญากรรมทางสงคราม นอกจากนี้ NATO เน้นย้ำการปฏิเสธข้อเรียกร้องของยูเครนในการประกาศเขตห้ามบิน เนื่องจากกังวลว่าจะทำให้เกิดการเผชิญหน้าระหว่างประเทศตะวันตกกับรัสเซียโดยตรง ซึ่งจะส่งผลให้สถานการณ์ตึงเครียดและรุนแรงขึ้นจนไม่สามารถควบคุมได้ ขณะที่ประธานาธิบดี Andrzej Duda ของโปแลนด์ ระบุว่า NATO อาจแทรกแซงทางทหารในยูเครนหากรัสเซียใช้อาวุธเคมี

เลขาธิการ UN เรียกร้องประชาคมระหว่างประเทศร่วมรับมือการละเมิดกฎหมายระหว่างประเทศของรัสเซีย

นายอันโตนิอู กุแตเรซ เลขาธิการองค์การสหประชาชาติ (United Nations-UN) ระบุเมื่อ 10 มี.ค.65 เรียกร้องประชาคมระหว่างประเทศร่วมกันรับมือการละเมิดกฎหมายระหว่างประเทศของรัสเซีย และปกป้องประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากการใช้ความรุนแรง การโจมตีทางไซเบอร์ และการบิดเบือนข้อมูลข่าวสาร นอกจากนี้ ยังวิตกกับการบุกยูเครนของรัสเซียที่ทำให้ราคาพลังงานและราคาอาหารโลกสูงขึ้น รวมทั้งเกิดภาวะอดอยากทั่วโลก เนื่องจากรัสเซียและยูเครนมีความได้เปรียบทางภูมิรัฐศาสตร์ด้านความมั่นคงทางเศรษฐกิจและพลังงาน เฉพาะอย่างยิ่ง เป็นหนึ่งในแหล่งผลิตธัญพืชที่ใหญ่ที่สุดของโลก ประกอบกับปัญหาอัตราเงินเฟ้อและอัตราดอกเบี้ยที่เพิ่มขึ้น ยิ่งส่งผลกระทบต่อการฟื้นฟูเศรษฐกิจของประเทศต่าง ๆ ในห้วงหลังการแพร่ระบาดโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19)

กาชาดสิงคโปร์จะบริจาคเงินช่วยเหลือยูเครนเพิ่มเติม

กาชาดสิงคโปร์ (Singapore Red Cross-SRC) แถลงเมื่อ 10 มี.ค.65 ว่า เตรียมบริจาคเงินเพื่อช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมแก่ชาวยูเครนและผู้ที่ได้รับผลกระทบประเทศข้างเคียง อาทิ ชาวโปแลนด์ ชาวฮังการี ชาวลิทัวเนีย ชาวสโลวะเกีย ชาวมอลโดวา และชาวโรมาเนีย เพิ่มอีก 2.4 ล้านดอลลาห์สิงคโปร์ (ประมาณ 58 ล้านบาท) ผ่านสภากาชาดยูเครน (Ukrainian Red Cross Society-URCS) สหพันธ์สภากาชาดและสภาเสี้ยววงเดือนแดงระหว่างประเทศ (The International Federation Of Red Cross And Red Crescent Societies-IFRC) เพื่อนำไปใช้ในการจัดหาอุปกรณ์บรรเทาทุกข์ รวมถึงตอบสนองความต้องการขั้นพื้นฐานของผู้ที่ได้รับผลกระทบโดยเฉพาะกลุ่มเปราะบาง อาทิ การสร้างที่พักพิงฉุกเฉิน การส่งเสริมด้านสุขอนามัย และการสนับสนุนด้านจิตสังคม