ว่าที่ที่ปรึกษาด้านความมั่นคงของผู้นำสหรัฐฯ เสนอวิสัยทัศน์สันติภาพยูเครน

นาย Mike Waltz วุฒิสมาชิกจากรัฐฟลอริดา ผู้ได้รับเสนอชื่อจากว่าที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ให้ดำรงตำแหน่งที่ปรึกษาด้านความมั่นคงของประธานาธิบดีสหรัฐฯ เมื่อ 24 พ.ย.67 เสนอวิสัยทัศน์และยุทธศาสตร์สร้างสันติภาพในยูเครนว่า รัฐบาลชุดใหม่จะเริ่มต้นการเจรจากับฝ่ายที่เกี่ยวข้องตั้งแต่ 20 ม.ค.68 (วันแรกที่รัฐบาลชุดใหม่เริ่มทำงาน) เน้นจัดให้มีการพูดคุยเรื่องข้อตกลงหยุดยิงและการสร้างสันติภาพระหว่างรัสเซียและยูเครน โดยมีสหรัฐฯ เป็นตัวกลาง ซึ่งกำลังพิจารณาว่าใครควรจะเป็นผู้แทนของทั้ง 3 ประเทศ

DOGE เปิดเผยร่างแผนการปฏิรูประบบราชการสหรัฐฯ

นาย Elon Musk และนาย Vivek Ramaswamy ว่าที่ผู้บริหารหน่วยงานใหม่ที่กำลังจะตั้งขึ้น หรือ Department of Government Efficiency (DOGE) เมื่อ 21 พฤศจิกายน 2567 เปิดเผยร่างแผนงานและเป้าหมายดำเนินการ เพื่อปฏิรูประบบราชการของสหรัฐฯ ให้มีประสิทธิภาพและคล่องตัวมากขึ้น โดยย้ำว่าทั้ง 2 คนจะดูแลทุกกระบวนการและขั้นตอนการเปลี่ยนแปลงอย่างใกล้ชิด

เผยรายชื่อทีมงานข่าวกรอง : ผอ. CIA และ DNI ของรัฐบาลว่าที่ประธานาธิบดีทรัมป์

งานข่าวกรองแห่งชาติ หรือ national intelligence เป็นหนึ่งในงานความมั่นคงที่สำคัญที่สุดของสหรัฐฯ เพราะงานข่าวกรองคือเครื่องมือที่จะช่วยให้รัฐบาลมี “ข้อมูล” ที่เชื่อถือได้มากพอต่อการดำเนินนโยบายและยุทธศาสตร์ความมั่นคงของชาติ รวมทั้งใช้ข้อมูลข่าวกรองในการปกป้องผลประโยชน์และความปลอดภัยของชาวอเมริกันด้วย …แน่นอนว่าการทำงานข่าวกรองจำเป็นต้องมีผู้บริหาร และผู้ดูแลภาพรวมในการประสานงานระหว่างหน่วยงานต่าง ๆ ที่มีภารกิจข่าวกรองในประเทศ โดยเฉพาะในสหรัฐฯ ที่ปัจจุบันมีหน่วยงานในประชาคมข่าวกรองมากถึง 18 หน่วยด้วยกัน

DOGE หน่วยงานแก้ไข หรือจับผิดของรัฐบาลประธานาธิบดีทรัมป์ 2.0

ว่าที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ประกาศตั้งหน่วยงานขึ้นมาใหม่ ชื่อ Department of Government Efficiency : DOGE เพื่อปรับและเปลี่ยนระบบและการทำงานของหน่วยงานของรัฐบาล ภารกิจกว้าง ๆ คือ จะมีเอกชนให้คำแนะนำ และชี้แนะให้กับหน่วยงานของรัฐบาล หากจะอธิบายง่าย ๆ ก็คือ DOGE จะทำให้หน่วยงานภาครัฐของรัฐบาลทรัมป์ 2.0 มีประสิทธิภาพดียิ่งขึ้น  โดยเมื่อ 12 พฤศจิกายน 2567 ว่าที่ประธานาธิบดีทรัมป์เสนอให้นายอีลอน มัสก์ ชาวอเมริกัน และเป็นบุคคลผู้ทรงอิทธิพลที่สุดในแวดวงธุรกิจ ประจำปี 2567 (การจัดอันดับของนิตยสาร ฟอร์จูน) เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวง และมีนายวิเวก รามสวามี นักเทคโนโลยีชีวภาพเป็นหัวหน้าทีมร่วม นายมัสก์ต้องไปปรับหรือเปลี่ยนแปลงอะไรบ้างในหน่วยงานของภาครัฐ ? หากพูดกันง่าย ๆ ก็คือ รื้อระบบที่มีอยู่เช่น ความยุ่งยาก ความซับซ้อน  กฎระเบียบที่มีมากเกินไป และใช้จ่ายเงินจำนวนมาก เป็นต้น นายมัสก์เคยบอกว่าสามารถจะตัดทอนค่าใช้จ่ายของหน่วยงานภาครัฐได้ประมาณร้อยละ 30  จากงบประมาณที่มีทั้งหมด 6.8 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ และหน่วยงานของภาครัฐ…

ประธานาธิบดีไบเดนและว่าที่ประธานาธิบดีทรัมป์รับประกันช่วงเปลี่ยนผ่านจะราบรื่น

ท่ามกลางกระแสข่าวการแต่งตั้งบุคคลใกล้ชิดขึ้นไปรับตำแหน่งสำคัญในทีมทำเนียบประธานาธิบดีและคณะรัฐมนตรีชุดใหม่ของว่าที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ที่จะเข้ารับตำแหน่งอีกครั้งใน 20 ม.ค.68 ช่วงนี้ประธานาธิบดีโจเซฟ ไบเดน ยังปฏิบัติหน้าที่ตามปกติ พร้อมหารือกับว่าที่ประธานาธิบดีทรัมป์ เพื่อให้ชาวอเมริกันเห็นว่าการเปลี่ยนผ่านทางการเมือง (transition period) จากผู้นำสังกัดพรรคเดโมแครต ไปเป็นพรรครีพับลิกัน จะราบรื่น ซึ่งจากการหารือกันเมื่อ 13 พ.ย.67 เป็นระยะเวลา 2 ชั่วโมง ที่ทำเนียบประธานาธิบดีสหรัฐฯ ในวอชิงตัน ดี.ซี. บรรยากาศเป็นไปด้วยดี รวมทั้งได้คุยกันเรื่องความมั่นคงของชาติ และนโยบายภายในประเทศที่สำคัญ

ว่าที่รองประธานาธิบดี JD Vance คือไคร

อยากจะชวนพูดคุยเรื่องการเมืองภายในของสหรัฐฯ ว่า ว่าที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์จะอยู่รอดปลอดภัยไปจนครบวาระ 4 ปี หรือไม่ หลังจากที่จะได้เป็นประธานาธิบดีตั้งแต่ 20 มกราคม 2568 ซึ่งเป็นวันที่ต้องทำพิธีสาบานตนเข้ารับตำแหน่;ง  ความกังวลใจเล็ก ๆ ของผู้เขียนเกิดขึ้นจากการที่มีข่าวถูกลอบสังหารในช่วงหาเสียงอย่างน้อย 2 ครั้ง ซึ่งครั้งแรก ครึกโครมมาก ถูกลอบยิงเฉี่ยวหูขวา เมื่อ13 กรกฎาคม 2567 ที่เมือง Butler รัฐเพนซิลเวเนีย และรอบที่ 2 ก็มีการจับได้กันเสียก่อนขณะที่เล่นกอล์ฟที่ Trump International Golf Club รัฐ Florida เมื่อ 15 กันยายน 2567 หากตั้งแต่ 20 มกราคม 2568 ประธานาธิบดีทรัมป์เป็นอะไรไป จนบริหารประเทศไม่ได้ รัฐบาลยังเดินหน้าต่อไปได้ เพราะระบบการเมืองของสหรัฐฯ กำหนดไว้ชัดเจนว่า คนที่จะเข้ามารับตำแหน่งต่อเป็นทอด ๆ ก็คือ รองประธานาธิบดี ซึ่งก็จะเป็นนาย JD Vance…

4 สัญญาณทิศทางการเมืองจากการฟอร์มทีมของอดีตประธานาธิบดีทรัมป์

เมื่อ 13 พ.ย. 67 เริ่มมีความชัดเจนว่า ใครจะได้อยู่ในรายชื่อบุคคลที่จะเข้ารับตำแหน่งสำคัญในทีมที่ปรึกษาและคณะรัฐมนตรีชุดใหม่ของอดีตประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ประกอบด้วยบุคคลใกล้ชิดที่ประกาศว่าสนับสนุนอดีตประธานาธิบดีทรัมป์มาโดยตลอด และนักการเมืองที่มีมุมมองในการบริหารประเทศเหมือนกับอดีตประธานาธิบดีทรัมป์

การกำหนดนโยบายของรัฐบาลสหรัฐฯ ชุดใหม่ดูจากรายชื่อบุคคลที่จะเข้ารับตำแหน่ง เป็นกลุ่มคนที่มีอิทธิพลต่อการตัดสินใจของว่าที่ประธานาธิบดีทรัมป์ ทั้งประเด็นในประเทศและต่างประเทศ สัญญาณทิศทางการเมืองและนโยบายสหรัฐฯ หลังจากผู้นำคนใหม่รับตำแหน่ง ได้แก่

อดีตประธานาธิบดีทรัมป์จะพบกับประธานาธิบดีไบเดนเพื่อเตรียม transition period และเลือก ครม.

อดีตประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ อายุ 78 ปี ที่จะดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีคนที่ 47 ของสหรัฐฯ จะพบกับประธานาธิบดีโจเซฟ ไบเดน ใน 13 พฤศจิกายน 2567 เพื่อหารือเกี่ยวกับการส่งมอบอำนาจบริหาร และการเตรียมความพร้อมในช่วงการเปลี่ยนผ่านสู่รัฐบาลชุดใหม่ หรือ transition period ซึ่งเป็นช่วงเวลา 75 วัน ก่อนที่อดีตประธานาธิบดีทรัมป์จะสาบานตนเพื่อรับตำแหน่งอย่างเป็นทางการใน 20 มกราคม 2568

นายทรัมป์เริ่มฟอร์มทีมงาน และมีกระแสบุคคลที่จะเข้ามาทำงานร่วมกัน

อดีตประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เริ่มประกาศตั้งทีมงานในทำเนียบประธานาธิบดีสหรัฐฯ หลังจากผลการเลือกตั้งเมื่อ 5 พฤศจิกายน 2567 บ่งชี้ว่าชนะการเลือกตั้ง สามารถกลับเข้าสู่ตำแหน่งครั้งที่ 2 และจะได้ดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐฯ คนที่ 47 ต่อจากประธานาธิบดีโจเซฟ ไบเดน หลังจากคณะผู้เลือกตั้งทั้งหมด 538 คะแนน ที่ได้รับเลือกตั้งเมื่อ 5 พฤศจิกายน 2567 ไปลงคะแนนว่าจะเลือกใครเป็นประธานาธิบดี ซึ่งก็ไม่น่าจะพลาด และจะเข้าพิธีสาบานตนรับตำแหน่งที่บริเวณอาคารรัฐสภาสหรัฐฯ ใน 20 มกราคม 2568

อดีตประธานาธิบดีทรัมป์ใช้ประเด็นจีนหาเสียงเข้มข้นกว่ารองประธานาธิบดีแฮร์ริส

ความยิ่งใหญ่ของจีนที่ก้าวขึ้นมาท้าทายสหรัฐฯ ได้อย่างสง่างามในทุกวันนี้ ทำให้ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ (พรรคเดโมแครต)  และรองประธานาธิบดีกมลา แฮร์ริส หยิบยกจีนขึ้นเป็นประเด็นหาเสียงกับชาวอเมริกันอยู่บ่อยครั้ง เพื่อแสดงให้เห็นว่าคนที่จะเป็นประธานาธิบดีคนใหม่ของสหรัฐ ฯ คนที่ 47 ที่จะเริ่มบริหารประเทศในมกราคม 2568 จะไม่ยอมอ่อนข้อให้กับจีน และจะไม่ยอมให้จีนก้าวเป็นมหาอำนาจอันดับ 1 แทนที่สหรัฐฯ ตามความฝัน (Chinese Dream) ของจีนในปี 2592 ในวาระครบรอบ 100 ปีการก่อตั้งสาธารณรัฐประชาชนจีน ในการเลือกตั้งทั่วไปของสหรัฐฯ ใน 5 พฤศจิกายน 2567 อดีตประธานาธิบดีทรัมป์ใช้ประเด็นจีนหาเสียงกับชาวอเมริกัน บ่อยครั้ง และเป็นเชิงลบมาก ๆ  มากกว่ารองประธานาธิบดีแฮร์ริส อย่างเห็นได้ชัด เพื่อให้โดนใจชาวอเมริกันที่เคยมีผลการสำรวจของ PEW ระบุว่า ชาวอเมริกันส่วนใหญ่เห็นว่าจีนเป็นศัตรูหรือคู่แข่งขัน และทัศนคตินี้ เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วในชาวอเมริกันที่นิยมพรรครีพับลิกัน  และหากย้อนกลับไปดูเมื่อครั้งอดีตประธานาธิบดีทรัมป์บริหารประเทศเมื่อปี 2560- 2564 โลกและภูมิภาคเอเชียของเราก็ปั่นป่วนเพราะสงครามการค้า (trade war) ที่อดีตประธานาธิบดีทรัมป์ใช้ตอบโต้จีนเป็นการเฉพาะด้วยการเพิ่มกำแพงภาษีนำเข้าสินค้าจากจีน การกล่าวหาจีนของอดีตประธานาธิบดีทรัมป์ในการหาเสียงครั้งนี้ มุ่งประเด็นที่จะทำให้เกิดความขัดแย้งกับจีน หากต้องดำรงตำแหน่งอีกวาระหนึ่ง เช่น จะปกป้องอุตสาหกรรมในสหรัฐฯ…