โฆษก กต.เวียดนามวิจารณ์จีนและฟิลิปปินส์กรณีมีกิจกรรมรุกล้ำพื้นที่พิพาททะเลจีนใต้

สำนักข่าว The Diplomat รายงานเมื่อ 19 พ.ค.66 อ้างถ้อยแถลงของนาง Pham Thu Hang โฆษกกระทรวงการต่างประเทศเวียดนาม เมื่อ 18 พ.ค.66 วิพากษ์วิจารณ์จีนและฟิลิปปินส์ว่าละเมิดสิทธิ์เหนืออธิปไตยของเวียดนามในทะเลจีนใต้ โดยย้ำว่าเวียดนามมีหลักฐานทางประวัติศาสตร์ยืนยันกรรมสิทธิ์เหนือพื้นที่ที่เวียดนามอ้างสิทธิ์ เวียดนามต่อต้านกิจกรรมรุกล้ำพื้นที่ของเวียดนามทุกกรณี พร้อมขอให้ทุกประเทศเคารพกฎระเบียบระหว่างประเทศ และปฏิญญาว่าด้วยแนวปฏิบัติของภาคีในทะเลจีนใต้  รวมทั้งขอให้ประเทศคู่พิพาทร่วมกันสร้างบรรยากาศแห่งความเชื่อใจเพื่อผลักดันการจัดทำประมวลการปฏิบัติในทะเลจีนใต้ (Code of Conduct – COC) ให้แล้วเสร็จโดยเร็ว ท่าทีของเวียดนามมีขึ้นหลังตรวจพบจีนส่งเรือสำรวจรุกล้ำเขตเศรษฐกิจจำเพาะ  ตามแนวโขดหิน Vanguard Bank หลายครั้งเมื่อกลาง พ.ค.66 ซึ่งพื้นที่ดังกล่าวเวียดนามให้สัมปทานบริษัทเอกชนของรัสเซียสำรวจก๊าซและน้ำมัน ขณะที่ฟิลิปปินส์ เปิดเผยว่าได้วางทุนแสดงร่องน้ำ 6 ทุ่น ในทะเลจีนใต้

ดัชนีการพัฒนาของระเบียงการค้าระหว่างอาเซียนกับจีนปี 2565 เพิ่มขึ้นร้อยละ 10.3

สำนักข่าว China Daily รายงานเมื่อ 19 ก.พ. 66 อ้างดัชนีการพัฒนาประจำปี 2565 (2022 Development Index)ของ ILSTC Coordination Center for Logistics and Operation ว่า ดัชนีการพัฒนาของระเบียงการค้าเชื่อมทางบกและทางทะเลระหว่างประเทศสายใหม่ (New International Land-Sea Trade Corridor – ILSTC) ระหว่างอาเซียนกับภาคตะวันตก ของจีนปี 2565 อยู่ที่ 135.2 เพิ่มขึ้นร้อยละ 10.3 จากปี 2564 ซึ่งอยู่ที่ 122.6 บ่งชี้ถึงประสิทธิภาพการดำเนินงาน ความสามารถในการให้บริการ และระดับการพัฒนาของโครงการที่เพิ่มขึ้น ทั้งนี้ ในปัจจุบัน ILSTC เชื่อมโยง 13 ภูมิภาคของจีนกับภูมิภาคยุโรปและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ทั้งทางทะเลและทางรถไฟ ที่เชื่อมโยงกับท่าเรือ 393 แห่งทั่วโลก รวมถึงทุกท่าเรือสำคัญในอาเซียน และมีนครฉงชิ่งเป็นศูนย์กลางทางรถไฟที่สำคัญ

นรม.อินเดียให้คำมั่นช่วยคลี่คลายวิกฤตรัสเซีย-ยูเครน

สำนักข่าว South China Morning Post รายงานเมื่อ 20 พ.ค.66 ว่า นายกรัฐมนตรีนเรนทรา โมดิ ของอินเดีย พบหารือกับประธานาธิบดีโวโลดีมีร์ เซเลนสกี ของยูเครน นอกรอบการประชุมสุดยอดกลุ่ม G7 ที่ จ.ฮิโรชิมะ ญี่ปุ่น ประเด็นสถานการณ์ในยูเครน โดย นายกรัฐมนตรีโมดิ ยืนยันสนับสนุนการเจรจาและการดำเนินการทางการทูตเพื่อคลี่คลายวิกฤตยูเครนอย่างเต็มที่ พร้อมทั้งเพิ่มความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมแก่ยูเครน ในโอกาสนี้ ประธานาธิบดีเซเลนสกีเชิญนายกรัฐมนตรีโมดิเข้าร่วมแผนสันติภาพของยูเครน ทั้งนี้ ผู้นำทั้งสองพบหารือร่วมกันครั้งแรก เนื่องจากในห้วงที่ผ่านมาเป็นการหารือผ่านทางโทรศัพท์เท่านั้น

กลุ่มมิตรภาพสมาชิกรัฐสภาของซาอุดีอาระเบียและไทยหารือการส่งเสริมความร่วมมือระหว่างกัน

เว็บไซต์หนังสือพิมพ์ Arab news ของซาอุดีอาระเบีย รายงานเมื่อ 19 พ.ค.66 อ้าง สำนักข่าว SPA ของทางการซาอุดีอาระเบีย ว่า นาย Osama bin Abdulaziz Al-Rabiah สมาชิกสภานิติบัญญัติหรือสภาที่ปรึกษา (Shura Council) ซาอุดีอาระเบีย และประธานกลุ่มมิตรภาพสมาชิกรัฐสภาซาอุดีอาระเบีย-ไทย และ พล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง สมาชิกวุฒิสภา  ไทย และประธานกลุ่มมิตรภาพสมาชิกรัฐสภาไทย–ซาอุดีอาระเบีย ร่วมประชุมผ่านระบบวิดีโอคอนเฟอร์เรนส์ เกี่ยวกับแนวทางการทำงานและการส่งเสริมความร่วมมือระหว่างรัฐสภาซาอุดีอาระเบีย-ไทย ตลอดจนการเสริมสร้างบทบาทของกลุ่มมิตรภาพสมาชิกรัฐสภา เพื่อสนับสนุนความสัมพันธ์ในระดับทวิภาคี ทั้งนี้ กลุ่มมิตรภาพสมาชิกรัฐสภา จัดตั้งขึ้นเพื่อเสริมสร้างความสัมพันธ์ระหว่างรัฐสภาในระดับภูมิภาคและระดับนานาชาติ

กต.จีนออกรายงานวิจารณ์บทบาททางการทูตของสหรัฐฯ

สำนักข่าวซินหัวและGlobaltimes รายงานเมื่อ 18 พ.ค. 66 อ้างกระทรวงการต่างประเทศจีน เผยแพร่รายงานเรื่อง “America’s Coercive Diplomacy and Its Harm,” วิจารณ์บทบาทและการใช้การทูตเชิงบังคับ (Coercive Diplomacy) ของสหรัฐฯ โดยแบ่งเนื้อหาเป็น 3 ส่วน ดังนี้ 1) นิยามและประวัติการใช้การทูตเชิงบังคับของสหรัฐฯ ต่อลาว คิวบา เวียดนาม เวเนซูเอลา เกาหลีเหนือ อิหร่าน รัสเซีย เบลารุส จีน อินเดีย และประเทศในแอฟริกาตั้งแต่ปี 2513 ถึงปัจจุบัน 2) รูปแบบการทูตเชิงบังคับของสหรัฐฯ ที่พยายามควบคุมระบบการเงินโลก การได้รับสิทธิวีโต้ในที่ประชุมกองทุนการเงินระหว่างประเทศและธนาคารโลก การใช้มาตรการทางเศรษฐกิจเพื่อกีดกันทางการค้า การใช้อำนาจรัฐนอกดินแดน (Long-arm jurisdiction) เพื่อรักษาผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจ การใช้มาตรการคว่ำบาตรฝ่ายเดียว และการใช้ Soft power รวมทั้งการนำประเด็นประชาธิปไตยและสิทธิมนุษยชนมาเป็นเครื่องมือโจมตีฝ่ายตรงข้าม และการแทรกซึมเข้าไปในองค์กรต่าง ๆ โดยหน่วยความมั่นคงของสหรัฐฯ และ 3)…

นรม.อินเดียพอใจผลการเยือนญี่ปุ่นเพื่อเข้าร่วมประชุมสุดยอด G7 และ QUAD

นายกรัฐมนตรีนเรนทรา โมดิ ของอินเดีย ทวีตข้อความเมื่อ 21 พ.ค.66 ว่า การเยือนญี่ปุ่นอย่างเป็นทางการ เพื่อเข้าร่วมการประชุมสุดยอดกลุ่ม G7 และกลุ่มพันธมิตรความมั่นคง 4 ฝ่าย (QUAD) ระหว่าง 19-21 พ.ค.66 ที่ จ.ฮิโรชิมะ ประสบความสำเร็จอย่างยิ่ง โดยได้พบหารือกับผู้นำญี่ปุ่น เกาหลีใต้ สหราชอาณาจักร ฝรั่งเศส ยูเครน บราซิล ออสเตรเลีย หมู่เกาะคุก และเลขาธิการสหประชาชาติ ประเด็นความสัมพันธ์ทวิภาคี และการเพิ่มพูนความร่วมมือในหลากหลายมิติ ในโอกาสนี้ นายกรัฐมนตรีโมดิ ในฐานะแขกรับเชิญของ นายกรัฐมนตรีคิชิดะ ฟูมิโอะ ของญี่ปุ่น กล่าวต่อที่ประชุมสุดยอดกลุ่ม G7 โดยเสนอแนวคิดในการทำงานร่วมกันเพื่อพัฒนาโลกให้ดียิ่งขึ้น และรับมือกับความท้าทายที่ทั่วโลกกำลังเผชิญอยู่ เช่น การดูแลสุขภาพ และความมั่นคงทางอาหาร รวมทั้งการให้ความสำคัญและความช่วยเหลือประเทศกำลังพัฒนา