ทำความรู้จัก “มูลค่าแฝงในบริษัท” ที่ทำให้ธุรกิจเติบโต

“บริษัทจะเข้าสู่ตลาดหลักทรัพย์ได้ ต้องมีกำไรสุทธิไม่ต่ำกว่า 50 ล้านบาท” นั่นเป็นทั้งเป้าหมาย และมูลค่าของบริษัทที่จะต้องก้าวผ่านให้ได้เพื่อเข้าสู่ตลาด ซึ่งเป็นผลดีต่อการสร้างความน่าเชื่อถือ จนไปสู่การระดมทุนที่จะทำให้การเติบโตของบริษัทพุ่งทะยานสู่ความสำเร็จได้ย่างรวดเร็ว อย่างไรก็ตาม มูลค่าของบริษัทไม่ได้เกิดขึ้นจากเพียงกำไรที่ได้จากการค้าขายหรือค่าจ้างเพียงอย่างเดียว ยกตัวอย่างเช่น แพลตฟอร์มโซเชียลชื่อดังอย่าง Twitter แม้จะมี User จำนวนมากอยู่ในอันดับ 6 ของแพลตฟอร์มประเภทใกล้เคียงกัน แต่สามารถทำมูลค่าบริษัทได้ 1.6 ล้านล้านบาท หรือธุรกิจขนส่ง Kerry มีผลประกอบการติดลบไม่ต่ำกว่า 1,500 ล้านบาท แต่ธุรกิจยังคงดำเนินการต่อได้ และได้รับความน่าเชื่อถือ พิสูจน์ได้จากการได้รับรางวัล Brand Impact Award 2022 …..นั่นเพราะมูลค่าของธุรกิจเหล่านั้นไม่ได้ขึ้นอยู่กับกำไรที่ได้เพียงอย่างเดียว แต่ยังมี “มูลค่าทางด้านอื่น ๆ” ที่กลายเป็นสิ่งดึงดูดหรืออำนาจทางการตลาดและการค้า ซึ่งทำให้บริษัทเหล่านั้นมีมูลค่าสูงมากกว่าที่คิด โดยมูลค่ามหาศาลเหล่านั้นเกิดขึ้นได้หลายรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็น Brand, Technology, Property, Market Share และ License บทความนี้จะมาชวนดู “มูลค่าแฝง” ในบริษัทต่าง ๆ ที่จะทำให้ธุรกิจเติบโตได้ดี เพื่อทำความเข้าใจการดำเนินธุรกิจในปัจจุบันว่าทำไมถึงต้องให้ความสำคัญกับการพัฒนามูลค่าแฝงเหล่านี้!! อันดับแรก…

การใช้ประโยชน์จากกัญชงเพื่อการผลิตอย่างยั่งยืน

หลังจากที่กระทรวงสาธารณสุขของไทยได้ประกาศให้กัญชาออกจากบัญชียาเสพติดโดยมีผลเมื่อ 9 มิถุนายน 2565 ทำให้เกิดการเคลื่อนไหวในการปลูกและการขายกัญชามากขึ้น แต่เส้นทางของกัญชาในตลาดประเทศไทยยังคงไม่ชัดเจน และอาจกลายเป็นเรื่องซับซ้อนทางการเมืองและสังคม เพราะพืชชนิดนี้มีมูลค่าทางเศรษฐกิจที่สูงจนทำให้มีผลประโยชน์ที่เกี่ยวข้องหลายฝ่าย ในขณะที่พืชในตระกูลกัญชาอย่าง “กัญชง” กลับมีอนาคตที่สดใสกว่า “กัญชง” เป็นพืชที่มีการใช้อยู่แล้วในสังคม แม้จะอยู่ในบัญชียาเสพติดประเภทที่ 5 ตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522 เพราะมีปริมาณ THC หรือ Tetrahydrocannabinol ที่มีฤทธิ์มึนเมาเช่นเดียวกับกัญชา แต่กัญชงมีประโยชน์ได้มากกว่า…หากนำไปใช้ในด้านอื่น ๆ ที่ผ่านมา มีการนำกัญชงไปใช้ประโยชน์ในหลากหลายด้านที่ไม่เกี่ยวข้องกับยาเสพติด ได้แก่ สิ่งทอ กระดาษ สารสกัดในอุตสาหกรรมอาหาร เป็นต้น แต่ในปัจจุบัน กัญชงสามารถไปต่อได้ดีมากกว่านั้น!! ไม่ว่าจะเป็นการเป็นแหล่งโปรตีนที่สำคัญ หรือการใช้ทำเป็นวัสดุปิดผิวที่แข็งแรง ซึ่งจะเป็นวัสดุทดแทนที่จะตอบโจทย์ความยั่งยืน เมื่อพูดถึงประโยชน์ของกัญชง เราพบว่า “เส้นใยในลำต้นของกัญชง” เมื่อนำไปชุบสารเสริมความแข็งแรงจะสามารถรับแรงกระแทกได้ดีกว่าเหล็กถึง 10 เท่า ทำให้เกิดวัสดุทอที่มีคุณสมบัติในการควบคุมอุณหภูมิ ดูดซับความชื้นได้ ทนต่อรังสียูวี และต้านทานไฟฟ้าสถิต นอกจากนี้ ด้วยความเป็นเส้นใยไฟเบอร์ จึงเป็นวัสดุทอที่มีความแข็งแรงและมีน้ำหนักเบา สามารถขึ้นรูปได้อย่างอิสระ และสามารถนำไปใช้แทนพลาสติก หรือเหล็กได้ บริษัทรถยนต์ เช่น…

American Airlines และ Southwest Airlines เปิดเผยการละเมิดข้อมูลที่ส่งผลกระทบต่อนักบิน

เมื่อ 23 มิถุนายน 2566 American Airlines และ Southwest Airlines  ได้เปิดเผยว่า ข้อมูลหนังสือรับรองของนักบิน ที่ประกอบไปด้วย ข้อมูลส่วนบุคคล ใบสมัครนักบิน และข้อมูลเว็บไซต์การรับสมัครของหลายสายการบิน ได้ถูกแฮ็กเกอร์เข้าถึงข้อมูลโดยไม่ได้รับอนุญาต ทั้งสองสายการบินได้รับแจ้งเกี่ยวกับเหตุการณ์ดังกล่าว เมื่อวันที่ 3 พฤษภาคม 2566 ที่ผ่านมา

ไมโครซอฟต์ถูกโจมตีจากเทคนิคการปฏิเสธการให้บริการ DDoS

บริษัทไมโครซอฟท์เปิดเผยความคืบหน้ากรณี Microsoft 365 รวมถึงผลิตภัณฑ์อื่น ๆ ประกอบด้วย Azure Outlook และ OneDrive  ไม่สามารถให้บริการได้ชั่วคราว  เมื่อต้นเดือนมิถุนายน 2566

สถานการณ์กัมพูชาหลังเหตุพบโดรนและเตรียมการเลือกตั้ง | The Intelligence Updates 29/06/2023

พบกับรายการ The Intelligence Updates อัปเดตสถานการณ์ต่างประเทศที่น่าสนใจ ซึ่งเราจะรวบรวมสถานการณ์น่าสนใจทั่วทุกมุมโลกมาอัปเดตให้ท่านผู้ฟังแบบเรียลไทม์ วันนี้เราจะมาพูดคุยเรื่อง “สถานการณ์กัมพูชาหลังเหตุพบโดรนและเตรียมการเลือกตั้ง”

ความมั่นคงภายในรัสเซีย หลังความเคลื่อนไหวของกลุ่ม Wagner

ความมั่นคงหรือความอยู่รอดปลอดภัยของระบบการเมืองและสังคมภายในรัสเซีย กลายเป็นประเด็นที่ทั่วโลกให้ความสนใจอย่างใกล้ชิด หลังเกิดเหตุการณ์ระทึก…เมื่อผู้นำกลุ่มทหารรับจ้างมือดีของรัสเซีย หรือ Wagner Group ประกาศผ่านแอปพลิเคชันเทเลแกรมเมื่อ 23 มิถุนายน 2566 ว่าจะก่อการปฏิวัติและเดินขบวนเพื่อทวงคืนความยุติธรรม เพื่อต่อต้านอำนาจของกระทรวงกลาโหมรัสเซีย

จีนจะทำอย่างไร…เมื่อเศรษฐกิจไม่ขยายตัวตามที่คาด!?

ปัจจุบันเริ่มมีสื่อหลายสำนักรายงานเกี่ยวกับทิศทางเศรษฐกิจของ “จีน” ประเทศเศรษฐกิจขนาดใหญ่อันดับ 2 ของโลก ที่ดูเหมือนว่าการฟื้นฟูเศรษฐกิจหลังการเปิดประเทศหลังการแพร่ระบาดของโรค COVID-19 เริ่มเข้าสู่ภาวะชะลอตัวเข้าแล้ว และตัวเลขทางเศรษฐกิจของจีนเริ่มกลายเป็นประเด็นที่หลายฝ่ายห่วงกังวล เพราะจีนคือประเทศที่เข้าไปมีบทบาทขับเคลื่อนการค้าและการลงทุนในหลาย ๆ พื้นที่… ดังนั้น ถ้าเศรษฐกิจจีนเผชิญความท้าทายหรือไม่สดใสเท่าที่ควร ก็ย่อมส่งผลกระทบต่อทิศทางเศรษฐกิจโลก และการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจของหลาย ๆ ประเทศด้วย บทความนี้จึงจะชวนพิจารณาที่มาของความท้าทายทางเศรษฐกิจที่จีนกำลังเจอ คาดการณ์แนวทางที่จีนจะใช้เพื่อแก้ไขปัญหา และประเมินแนวโน้มเศรษฐกิจจีนในช่วง 6 เดือนสุดท้ายของปี 2566 สำหรับสัญญาณล่าสุดที่อาจทำให้ทั่วโลกเริ่มกังวลเกี่ยวกับเศรษฐกิจจีน ก็คือเมื่อปลาย มิถุนายน 2566 ที่ ธนาคารกลางจีนต้องเดินหน้านโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจต่อไป โดยการปรับลดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ลูกหนี้ชั้นดี หรือ Loan Prime Rate เพื่อผ่อนคลายนโยบายการเงิน การตัดสินใจของธนาคารกลางจีนครั้งนี้มีขึ้นหลังจากตัวเลขเศรษฐกิจของจีนเมื่อ พฤษภาคม 2566 ไม่เป็นไปตามคาด เช่น ยอดขายปลีกขยายตัวต่ำกว่าที่คาดไว้ อัตราการผลิตในอุตสาหกรรมสำคัญ ๆ ก็ลดลง อัตราการบริโภคของชาวจีนตกต่ำลง จนเสี่ยงเกิดภาวะเงินฝืด และอัตราว่างงานของคนรุ่นใหม่ในจีนยังเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทำให้จีนขาด “ขุมพลัง” ในการบริโภคที่เป็นดัชนีขับเคลื่อนเศรษฐกิจที่สำคัญ นอกจากนี้ แม้ว่าจีนจะรอดจากวิกฤตธนาคารล้มละลายที่หลายประเทศในโลกตะวันตกต้องเจอ และว่ากันว่าปัญหาอสังหาริมทรัพย์ของจีนก็ยังทรงตัว ซบเซาลงและไม่ได้ส่งผลกระทบต่อทิศทางการเติบโตของจีนมากขนาดนั้น…

ญี่ปุ่นซ้อมรบร่วมทางทะเลกับออสเตรเลีย ภายใต้รหัส Trident23

กองกำลังป้องกันตนเองทางทะเลญี่ปุ่น (Japan Maritime Self-Defense Force-JMSDF) ออกแถลงการณ์เมื่อ 27 มิ.ย.66 ว่า JMSDF ส่งเรือบรรทุกเฮลิคอปเตอร์ JS Izumo และเรือพิฆาต JS Samidare ของหมู่เรือผิวน้ำที่ 1 หน่วยเรือ ฉก. Indo-Pacific Deployment 2023 (IPD23) ซ้อมรบร่วมทางทะเลกับเรือฟริเกต HMAS Anzac ของกองทัพเรือออสเตรเลีย และเครื่องบินลาดตระเวน P-8A ของกองทัพอากาศออสเตรเลีย ภายใต้รหัส Trident23 ระหว่าง 24-25 มิ.ย.66 ที่บริเวณทะเลจีนใต้ เพื่อยกระดับความร่วมมือระหว่างกัน และส่งเสริมแนวคิดอินโด-แปซิฟิกที่เสรีและเปิดกว้าง (Free and Open Indo-Pacific-FOIP) โดยมีการซ้อมรบทางยุทธวิธีในรูปแบบต่าง ๆ เช่น การรบผิวน้ำ การต่อสู้อากาศยาน และ Photo Exercise (PHOTOEX)

ญี่ปุ่นชี้แจงเกาหลีใต้เกี่ยวกับการจัดการน้ำเสียจากโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ฟุกุชิมะที่ 1

กระทรวงการต่างประเทศญี่ปุ่น ออกแถลงการณ์เมื่อ 27 มิ.ย.66 ว่า รัฐบาลญี่ปุ่นจัดการประชุมชี้แจงเกาหลีใต้เกี่ยวกับการจัดการน้ำเสียที่ผ่านการบำบัดด้วยระบบบำบัดน้ำเสียขั้นสูง (Advanced Liquid Processing System-ALPS) จากโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ฟุกุชิมะที่ 1 (Fukushima Daiichi Nuclear Power Station-FDNPS) ของบริษัท Tokyo Electric Power Company Holdings (TEPCO) เมื่อ 26 มิ.ย.66 ผ่านระบบประชุมทางไกล โดยฝ่ายญี่ปุ่นชี้แจงข้อมูลทางเทคนิคเพิ่มเติมจากข้อมูลที่บรรยายให้กับคณะผู้เชี่ยวชาญจากเกาหลีใต้ซึ่งเยือนญี่ปุ่นเพื่อเยี่ยมชม FDNPS เมื่อ พ.ค.66 พร้อมย้ำว่า ญี่ปุ่นจะประสานงานกับเกาหลีใต้อย่างใกล้ชิด เพื่อชี้แจงข้อมูลบนพื้นฐานของหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ นอกจากนี้ ทุกหน่วยงานของรัฐบาลญี่ปุ่นที่เกี่ยวข้องกับประเด็นดังกล่าวจะร่วมมือกันชี้แจงต่อประชาคมระหว่างประเทศถึงความปลอดภัยของน้ำเสียที่ผ่านการบำบัดด้วยระบบ ALPS รวมทั้งสถานการณ์ของ FDNPS อย่างโปร่งใส ทั้งนี้ ญี่ปุ่นส่งผู้แทนจากกระทรวงการต่างประเทศ กระทรวงเศรษฐกิจ การค้า และการลงทุน กระทรวงสิ่งแวดล้อม สำนักงานกำกับดูแลนิวเคลียร์ (Nuclear Regulation Authority-NRA) สำนักงานประมง และบริษัท TEPCO เข้าร่วมการประชุมครั้งนี้…

นายกรัฐมนตรีญี่ปุ่นต้อนรับคณะกรรมาธิการสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐฯ

กระทรวงการต่างประเทศญี่ปุ่น ออกแถลงการณ์เมื่อ 27 มิ.ย.66 ว่า นายคิชิดะ ฟูมิโอะ นายกรัฐมนตรีญี่ปุ่น ต้อนรับคณะกรรมาธิการพลังงานและพาณิชย์ สภาผู้แทนราษฎรสหรัฐฯ ซึ่งเข้าเยี่ยมคารวะในโอกาสเยือนญี่ปุ่นอย่างเป็นทางการ โดยนายคิชิดะระบุว่า ความร่วมมือด้านพลังงานเป็นเสาหลักความร่วมมือที่สำคัญของความร่วมมือระหว่างญี่ปุ่นกับสหรัฐฯ พร้อมคาดหวังให้การเยือนครั้งนี้เป็นโอกาสที่ทั้งสองประเทศจะยกระดับความสัมพันธ์ระหว่างกันในด้านดังกล่าว อีกทั้งย้ำถึงความร่วมมืออย่างใกล้ชิดระหว่างสองประเทศ เฉพาะอย่างยิ่งการจัดตั้งคณะกรรมการที่ปรึกษานโยบายเศรษฐกิจ (Economic Policy Consultative Committee-EPCC) หรือ Economic 2+2 เมื่อปี 2565 และความร่วมมือภายใต้กรอบความร่วมมือทางเศรษฐกิจในภูมิภาคอินโด-แปซิฟิก (Indo-Pacific Economic Framework for Prosperity-IPEF) ทั้งนี้ ทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องยกระดับความร่วมมือระหว่างกันอย่างรอบด้าน รวมถึงภาคพลังงาน