สหรัฐฯ จะขยายเวลาข้อตกลงด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีกับจีน

สำนักข่าว VOA รายงานเมื่อ 23 ส.ค.66 ว่า สหรัฐฯ จะขยายเวลาข้อตกลงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีสหรัฐฯ-จีน (U.S.-China Science and Technology Agreement-STA) ซึ่งกำหนดสิ้นสุดใน 27 ส.ค.66 อีก 6 เดือน เพื่อให้ข้อตกลง STA มีผลบังคับใช้จนกว่าสหรัฐฯ จะบรรลุการเจรจาเพื่อปรับปรุงข้อตกลง STA กับจีน ท่ามกลางกระแสต่อต้านจากพรรครีพับลิกันในรัฐสภาสหรัฐฯ ที่ห่วงกังวลว่า จีนแสวงประโยชน์จากข้อตกลง STA เพื่อพัฒนาเทคโนโลยีที่เป็นภัยคุกคามต่อผลประโยชน์แห่งชาติของสหรัฐฯ ทั้งนี้ ทั้งสองฝ่ายจัดทำข้อตกลง STA เมื่อปี 2522เพื่อเป็นส่งเสริมความร่วมมือด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี และการแลกเปลี่ยนด้านการศึกษาและวิชาการ โดยมีการต่ออายุข้อตกลงทุก 5 ปี ซึ่งครั้งล่าสุดเมื่อปี 2561

นรม.เวียดนามเชิญนายฮุน มาเนต นรม.กัมพูชาคนใหม่ เยือนเวียดนาม

สำนักข่าว AKP ของทางการกัมพูชา รายงานเมื่อ 23 ส.ค.66 ว่า นายฝั่ม มิญ จิ๊ญ นายกรัฐมนตรีเวียดนาม ส่งสาสน์แสดงความยินดีกับนายกรัฐมนตรีฮุน มาเนต ของกัมพูชา ในโอกาสเข้ารับตำแหน่งในคณะรัฐมนตรีกัมพูชา ชุดที่ 7 และเชิญให้นายกรัฐมนตรีกัมพูชาเดินทางเยือนเวียดนามในห้วงเวลาที่เหมาะสม พร้อมแสดงความเชื่อมั่นว่ากัมพูชาและเวียดนามที่มีพื้นฐานความสัมพันธ์เชิงบวก โดยเป็นเพื่อนบ้านที่ดี มิตรดั้งเดิม มีความร่วมมืออย่างรอบด้านอย่างมีเสถียรภาพ จะร่วมกันเสริมสร้างสันติภาพ เสถียรภาพ ความมั่งคั่ง และการพัฒนาในระดับภูมิภาคและระดับโลก

UNSC ประณามการสังหารพลเรือนของรัฐบาลทหารเมียนมา

สำนักข่าว AP รายงานเมื่อ 24 ส.ค.66 ว่า ประเทศสมาชิกคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ (United Nations Security Council-UNSC) 13 ประเทศจาก 15 ประเทศ (ยกเว้นจีนและรัสเซีย) เห็นชอบในแถลงการณ์ร่วมเมื่อ 23 ส.ค.66 ประณามรัฐบาลทหารเมียนมาที่ยังคงสังหารพลเรือนอย่างต่อเนื่อง และไม่ปฏิบัติตามมติ UNSC เมื่อ ธ.ค.65 ที่เรียกร้องให้รัฐบาลทหารเมียนมายุติการใช้ความรุนแรงและปล่อยตัวนักโทษทางการเมืองรวมถึงอองซานซูจี นอกจากนี้ UNSC ยังเรียกร้องให้อาเซียนเร่งผลักดันให้เมียนมาดำเนินการตามฉันทามติ 5 ข้อ (5 Point Consensus-5PC) ให้สำเร็จ ทั้งนี้ในแถลงการณ์ยังระบุว่า ประชาชนในเมียนมาราว 18 ล้านคนต้องได้รับการช่วยเหลือด้านมนุษยธรรม ในจำนวนนี้กว่า 15 ล้านคนประสบปัญหาไม่สามารถเข้าถึงอาหารได้อย่างเพียงพอ และกลายเป็นผู้พลัดถิ่นถึงราว 2 ล้านคน

ญี่ปุ่นส่งกำลังพลฝึกภาคสนามร่วมกับกองทัพบกฝรั่งเศสเป็นครั้งแรก

กองกำลังป้องกันตนเองภาคพื้นดินญี่ปุ่น (Japan Ground Self-Defense Force-JGSDF) ออกแถลงการณ์เมื่อ 24 ส.ค.66 ว่า JGSDF จะส่งกำลังพลเข้าร่วมการฝึกภาคสนามร่วมกับกองทัพบกฝรั่งเศสที่ดินแดนนิวแคลิโดเนียของฝรั่งเศสประจำปี 2566 ภายใต้รหัส Brunet-Takamori23 ระหว่าง 10-29 ก.ย.66 ซึ่งเป็นการฝึกร่วมระดับทวิภาคีเป็นครั้งแรกระหว่าง JGSDF กับกองทัพบกฝรั่งเศส เพื่อเสริมสร้างความไว้วางใจระหว่างกัน และยกระดับขีดความสามารถทางยุทธวิธี เช่น การจัดกำลังทำการรบขนาดเล็กกว่ากองร้อย การปฏิบัติการพิเศษ และการยิงปืนด้วยกระสุนจริง โดยมีกำลังพลจากหน่วยต่าง ๆ เข้าร่วม เช่น กรมทหารราบที่ 5 กองทัพภาคตะวันออกเฉียงเหนือ JGSDF และกองพันทหารราบนาวิกโยธินนิวแคลิโดเนีย กองทัพฝรั่งเศสในนิวแคลิโดเนีย (French Armed Forces in New Caledonia-FANC)

ญี่ปุ่น สหรัฐฯ และเกาหลีใต้ร่วมกันประณามเกาหลีเหนือที่ใช้เทคโนโลยีขีปนาวุธนำส่งดาวเทียมขึ้นสู่วงโคจร

กระทรวงการต่างประเทศญี่ปุ่น ออกแถลงการณ์เมื่อ 24 ส.ค.66 ว่า นายฮายาชิ โยชิมาซะ รัฐมนตรีต่างประเทศญี่ปุ่น หารือทางโทรศัพท์กับนายแอนโทนี บลิงเคน รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐฯ และนายพัก จิน รัฐมนตรีต่างประเทศเกาหลีใต้ โดยร่วมกันประณามเกาหลีเหนือที่ใช้เทคโนโลยีขีปนาวุธในภารกิจนำส่งดาวเทียมขึ้นสู่วงโคจรเมื่อ 24 ส.ค.66 ซึ่งเป็นภัยคุกคามต่อความมั่นคงในภูมิภาคและประชาคมระหว่างประเทศ พร้อมให้คำมั่นว่า ทั้งสามประเทศจะร่วมมือกันอย่างใกล้ชิดต่อไปเพื่อปลดอาวุธนิวเคลียร์เกาหลีเหนือให้สำเร็จตามมติคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ (United Nations Security Council-UNSC) รวมถึงยกระดับการดำเนินมาตรการป้องปรามในภูมิภาคผ่านกรอบความร่วมมือด้านความมั่นคงระดับไตรภาคีระหว่างญี่ปุ่น สหรัฐฯ และเกาหลีใต้ การตอบโต้ภายใต้กรอบ UNSC และความร่วมมือกับประเทศที่มีแนวคิดคล้ายกัน

กองทัพเรืออินเดียฝึกลาดตระเวนร่วมทางทะเล Malabar ครั้งที่ 27 กับสมาชิก QUAD

สำนักข่าว India Today รายงานเมื่อ 22 ส.ค.66 ว่า กองทัพเรืออินเดียกับกองทัพเรือประเทศสมาชิกกลุ่ม QUAD (สหรัฐฯ ญี่ปุ่น และออสเตรเลีย) ฝึกลาดตระเวนร่วมทางทะเลภายใต้รหัส Malabar ครั้งที่ 27 โดยออสเตรเลียเป็นเจ้าภาพจัดฝึกบริเวณชายฝั่งตะวันออกของเมืองซิดนีย์ ออสเตรเลีย มีกำหนดฝึก 10 วัน แบ่งเป็น 2 ห้วงฝึก คือ 1) การฝึกซ้อมบนชายฝั่ง ห้วง 11-15 ส.ค.66 และ 2) การฝึกซ้อมทางทะเล ห้วง 16-21 ส.ค.66 วัตถุประสงค์ของการฝึกดังกล่าวเพื่อเน้นย้ำศักยภาพของกองทัพเรือทั้ง 4 ประเทศ ในการปฏิบัติการร่วม และแสดงความมุ่งมั่นที่จะรักษาความมั่นคงทางทะเล รวมทั้งเสถียรภาพของภูมิภาคภายใต้ยุทธศาสตร์อินโด-แปซิฟิกที่เปิดกว้างและเสรี การฝึกครั้งนี้กองทัพเรืออินเดียนำเรือพิฆาต INS Kolkata เรือฟริเกต INS Sahyadri และเครื่องบินลาดตระเวนทางทะเล P8I ซึ่งผลิตขึ้นเองภายในประเทศเข้าร่วมฝึกด้วย

ติดตามผลการประชุม BRICS 2023 | The Intelligence Updates 24/08/2023

พบกับรายการ The Intelligence Updates อัปเดตสถานการณ์ต่างประเทศที่น่าสนใจ ซึ่งเราจะรวบรวมสถานการณ์น่าสนใจทั่วทุกมุมโลกมาอัปเดตให้ท่านผู้ฟังแบบเรียลไทม์ วันนี้เราจะมาพูดคุยเรื่อง “ติดตามผลการประชุม BRICS 2023”

โปแลนด์กับอนาคตการเป็นมหาอำนาจทางทหารในยุโรป!?

เมื่อ 16 สิงหาคม 2566 โปแลนด์จัดพาเหรดแสดงแสนยานุภาพทางการทหารครั้งยิ่งใหญ่ เนื่องในโอกาสครบรอบ 103 ปีชัยชนะจากการสู้รบกับสหภาพโซเวียต ในสงครามวอร์ซอ เมื่อปี 2463 หรือเรียกอีกอย่างว่า Armed Forces Day Parade โดยครั้งนี้เป็นข่าวใหญ่ เพราะเป็นการแสดงพลังอำนาจทางการทหารครั้งใหญ่ที่สุดของโปแลนด์ ตั้งแต่สิ้นสุดสงครามเย็น นอกจากนี้ พาเหรดครั้งนี้ยังจัดขึ้นในช่วงที่สถานการณ์ด้านความมั่นคงทางการทหารของโปแลนด์ค่อนข้างตึงเครียด เพราะสถานการณ์รัสเซีย-ยูเครนที่เกิดขึ้นใกล้ ๆ พรมแดนโปแลนด์ และปัจจุบัน โปแลนด์กำลังวิตกและระแวงความเคลื่อนไหวของกลุ่มทหารรับจ้างที่ชื่อ “แวกเนอร์” ที่ว่ากันว่าไปตั้งฐานกำลังอยู่ในเบลารุส เพื่อนบ้านของโปแลนด์นั่นเอง เท่านั้นยังไม่พอ!! …ยังมีความเคลื่อนไหวของกองทัพเบลารุสที่โปแลนด์ไม่ไว้วางใจ เพราะมีการเคลื่อนกำลังพลอยู่เรื่อย ๆ อีกทั้ง งานพาเหรดครั้งนี้มีขึ้นก่อนที่โปแลนด์จะมีการเลือกตั้งสมาชิกรัฐสภาครั้งใหม่ใน 15 ตุลาคม 2566 นี้ด้วย การที่เราได้เห็นความเคลื่อนไหวของโปแลนด์ค่อนข้างมาก และแข็งกร้าว (aggressive) ในตอนนี้ ทำให้สนใจที่จะนำเสนอบทบาทและขีดความสามารถด้านการทหารของโปแลนด์ ซึ่งเป็น 1 ในประเทศยุโรปที่มีความเป็นไปได้ว่าจะกลายเป็นมหาอำนาจด้านการทหารได้ในอนาคต จากการประเมินและจัดอันดับของ Global Firepower ซึ่งเป็นเว็บไซต์รวบรวมข้อมูลและจัดอันดับประเทศที่มีพลังอำนาจด้านการทหารสูงที่สุดในโลก 145 ประเทศ ปัจจุบัน โปแลนด์อยู่ที่อันดับที่…

ความก้าวหน้าของเทคโนโลยี(มิจฉาชีพ)

…..เทคโนโลยีที่ก้าวหน้าก็ใช่ว่าจะปลอดภัยเสมอไป…… เมื่อเราลองย้อนกลับไปประมาณ 40-50 ปีก่อนที่เทคโนโลยีจะเริ่มเข้ามามีบทบาท เราใช้ชีวิตกันอย่างเรียบง่าย ติดต่อสื่อสารกันด้วยการไปมาหาสู่กัน เขียนจดหมายถึงกัน หรือที่จะสะดวกและรวดเร็วหน่อยก็คือการส่งโทรเลขถึงกัน ส่วนเรื่องเงินๆ ทองๆ นั้น ก็ใช้ธนาณัติในการส่งเงินข้ามจังหวัด ส่วนเวลาจะซื้อของใดก็ใช้เงินสดกันเป็นส่วนมาก และต่อมาเราก็มีธนาคารไว้ใช้ฝาก ถอน และโอน …..แต่ถามว่าในยุคนั้นมีมิจฉาชีพไหม ก็ตอบได้เลยว่ามี แต่รูปแบบของมิจฉาชีพในสมัยก่อน มักจะมาในรูปแบบของเซลล์ขายของ ที่จะถือสินค้าไปขายตามบ้าน พูดคำหวานหว่านล้อมเกี่ยวกับสรรพคุณของสินค้าให้เวอร์เกินจริง ให้ชาวบ้านเชื่อใจ และตกลงตัดสินใจจ่ายเงินเพื่อซื้อสินค้าเหล่านั้น ทั้งๆ ที่คุณภาพก็ไม่ได้ตรงกับสรรพคุณของสินค้าที่เหล่ามิจฉาชีพได้ทำการพูดจาหว่านล้อมไว้ …ซึ่งคนเรานั้นก็มักจะหลงเชื่อในคำโกหก ของผู้อื่นได้อย่างง่ายดาย แต่กว่าที่เหยื่อจะได้รับรู้ความจริงว่าตนนั้นเป็นเหยื่อให้กับมิจฉาชีพนั้น ก็สายไปเสียแล้ว เพราะการตามหาตามจับตัวในสมัยนั้นทำได้ค่อนข้างยาก ทั้งไหนจะอุปสรรคจากเรื่องเทคโนโลยีที่ยังไม่ทันสมัย ไม่มีกล้องวงจรปิดตามสถานที่ต่างๆ …ไหนจะเทคนิคของมิจฉาชีพที่จะเลือกไปในสถานที่ที่ไม่มีใครรู้จักตนเอง นอกจากนี้การหลอกลวงของมิจฉาชีพอีกรูปแบบหนึ่งที่เห็นได้อย่างชัดเจนแพร่หลาย คือการเล่นแชร์ ซึ่งก็มีการหลอกลวงและเป็นข่าวดัง ตัวอย่างเช่น แชร์แม่ชม้อย แชร์แม่มณี ซึ่งมีผู้เสียหายและสูญเสียเงินเป็นจำนวนมาก โดยมิจฉาชีพจะใช้วิธีการโฆษณาชวนเชื่อให้เหยื่อมาร่วมลงทุนที่จะได้กำไรมหาศาล …อีกทั้งยังมีการใช้ศาสนามาเป็นเครื่องมือในการหลอกลวง โดยใช้ชื่อวัดในการบังหน้าเรี่ยรายเงินเพื่อนำไปก่อสร้างต่างๆ ภายในวัด แต่สุดท้ายก็นำเงินไปแบ่งกันเอง เมื่อถึงยุคที่เทคโนโลยีเริ่มมีการพัฒนามากขึ้น รูปแบบการหลอกลวงของมิจฉาชีพก็เริ่มมีการพัฒนา ไม่ว่าจะเป็นการดูดเงินจากบัตร ATM ผ่านตู้ หรือการทำธุรกิจเครือข่ายหรือขายตรง และรวมไปถึงวงการซื้อขายหุ้นและสินทรัพย์ดิจิทัล จนกระทั่งในยุคปัจจุบันที่มีเทคโนโลยีต่างๆ เข้ามาอำนวยความสะดวกในการใช้ชีวิตมากขึ้น…