สิงคโปร์จะห้ามนักท่องเที่ยวที่แสดงสัญลักษณ์เกี่ยวกับอิสราเอล-ฮะมาสเข้าประเทศ

กระทรวงมหาดไทยสิงคโปร์ประกาศเตือนเมื่อ 6 พ.ย.66 ห้ามการแสดงหรือสวมใส่สัญลักษณ์ต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับความขัดแย้งระหว่างอิสราเอลกับกลุ่มฮะมาส ที่ไมได้รับอนุญาตในที่สาธารณะ นอกจากนี้ การแสดงออกเพื่อสนับสนุนหรือส่งเสริมการก่อการร้าย ซึ่งหมายถึงกลุ่มฮะมาส และปีกทหาร ได้แก่ Al-Qassam Brigades จะถือว่าเป็นความผิดด้วย หากฝ่าฝืนจะต้องโทษจำคุกสูงสุด  6 เดือน หรือ ปรับสูงสุด 500 ดอลลาร์สิงคโปร์ หรือทั้งจำทั้งปรับ  มาตรการดังกล่าวรวมถึงนักท่องเที่ยวที่แสดงสัญลักษณ์ตามประกาศ  ซึ่งอาจถูกปฏิเสธการเดินทางเข้าประเทศ ทั้งนี้ สิงคโปร์ห่วงกังวลอย่างมากว่าความขัดแย้งระหว่างอิสราเอล-ฮะมาส จะกระทบต่อการเป็นพหุสังคมและสร้างความแตกแยกในสิงคโปร์ และก่อนหน้านี้ก็ได้แจ้งเตือนชาวต่างชาติในสิงคโปร์ไม่ให้แสดงออกหรือแสดงสัญลักษณ์เกี่ยวกับสถานการณ์ดังกล่าว หากต้องการแสดงออกให้บริจาคผ่านองค์กรที่ทางการรับรอง ในชั้นนี้ ได้แก่ กาชาดสิงคโปร์ และ มูลนิธิ Rahmatan Lil Alamin (Blessings to All)

รัฐบาลเนปาลจะยกระดับมาตรการกำกับดูแลแอปพลิเคชัน TikTok

เว็บไซต์ศูนย์ข่าว Khabarhub ของเนปาล รายงานเมื่อ 5 พ.ย.66 อ้างถ้อยแถลงของโฆษกกระทรวงมหาดไทยเนปาล ว่า รัฐบาลเนปาลจะยกระดับการบูรณาการการทำงานระหว่างหน่วยงานของรัฐ อาทิ สํานักงานตำรวจไซเบอร์ กับสํานักงาน TikTok ในสิงคโปร์ เพื่อกำกับดูแลการละเมิดข้อมูลในแอปพลิเคชัน TikTok โดยจะดำเนินการลบเนื้อหาที่เผยแพร่เรื่องการบ่อนทําลายความมั่นคงและผลประโยชน์แห่งชาติ ส่งเสริมความเกลียดชังบุคคล ชาติพันธุ์ และศาสนา ตลอดจนเนื้อหาลามกอนาจาร นอกจากนี้ จะดําเนินคดีตามกฎหมายกับบุคคลที่มีส่วนร่วมในการกระทําดังกล่าว

กลุ่มฮะมาสย้ำเงื่อนไขการปล่อยตัวประกัน ขณะที่อิสราเอลอาจยุติการโจมตีชั่วคราว

ผู้นำระดับสูงของกลุ่มฮะมาสเคลื่อนไหว โดยให้สัมภาษณ์สำนักข่าว BBC ของสหราชอาณาจักรเมื่อ 7 พ.ย.66 ว่า กลุ่มฮะมาสไม่โจมตีพลเรือนในอิสราเอล โดยเฉพาะเด็ก สตรี และผู้สูงอายุ รวมทั้งย้ำว่ากลุ่มฮะมาสจะปล่อยตัวประกัน (คาดว่ามีประมาณ 240 คน) ต่อเมื่อกองทัพอิสราเอลยุติการต่อสู้ และกลุ่มฮะมาสจะปล่อยตัวประกันผ่านคณะกรรมการกาชาดระหว่างประเทศ (International Committee of the Red Cross)

ผู้นำสูงสุดอิหร่านยืนยันจุดยืนสนับสนุกองกำลังต่อต้านอิสราเอลของชาวปาเลสไตน์

สำนักข่าว IRNA และ Press TV รายงานอ้างการพบหารือระหว่าง อายะตุลลอฮ์ ซัยยิด อะลี คอมะนะอี ผู้นำสูงสุดอิหร่าน กับนายอิสมาอีล ฮะนียะฮ์ ผู้นำกลุ่มฮะมาส เมื่อ 5 พ.ย.66 ที่กรุงเตหะรานว่า ผู้นำสูงสุดอิหร่านยืนยันว่าอิหร่านยังคงมีจุดยืนด้านนโยบายในการสนับสนุนกองกำลังต่อต้านของชาวปาเลสไตน์ เพื่อต่อสู้กับระบอบไซออนิสต์ของอิสราเอล พร้อมประณามอิสราเอลที่ก่ออาชญากรรมสงครามในฉนวนกาซา โดยได้รับการสนับสนุนจากสหรัฐฯ และชาติตะวันตกบางประเทศ นอกจากนี้ ผู้นำสูงสุดอิหร่านยังเรียกร้องให้ประเทศอิสลามและองค์กรระหว่างประเทศดำเนินการสนับสนุนที่ครอบคลุมต่อประชาชนในฉนวนกาซาอย่างจริงจังและเป็นรูปธรรม ทั้งนี้ ผู้นำกลุ่มฮะมาสซึ่งปัจจุบันพำนักในกรุงโดฮา กาตาร์ พบหารือกับผู้นำสูงสุดอิหร่านที่กรุงเตหะราน เมื่อปลาย มิ.ย.66 ก่อนกลุ่มฮะมาสโจมตีอิสราเอลเมื่อ 7 ต.ค.66

การสู้รบในรัฐฉานเหนือของเมียนมายังรุนแรงและเป็นอุปสรรคต่อการช่วยเหลือกลุ่มคนไทย

สำนักข่าว Irrawaddy และ Mizzima รายงานเมื่อ 5 พ.ย.66 ว่า การสู้รบระหว่างกองทัพเมียนมากับพันธมิตรชนกลุ่มน้อย Brotherhood Alliance ในพื้นที่รัฐฉานตอนเหนือซึ่งติดกับจีน ยังรุนแรงและมีแนวโน้มขยายวงกว้าง โดยชนกลุ่มน้อยอ้างว่าตั้งแต่เริ่มปฏิบัติการ Operation 1027 เมื่อ 27 ต.ค.66 สามารถยึดฐานปฏิบัติการของกองทัพเมียนมารวมกว่า 106 แห่ง เข้าควบคุมพื้นที่ 4 เมือง ได้แก่ เลาไกง์ ชินฉ่อฮ่อ แสนหวี และบางส่วนของมูเซ ซึ่งทั้งหมดอยู่ในเส้นทางการขนส่งสินค้าชายแดนระหว่างจีนกับเมียนมา ขณะที่กองทัพคะฉิ่นอิสระ และกองกำลังป้องกันประชาชน  ประกาศสนับสนุนปฏิบัติการ Operation 1027 ทำให้การสู้รบเริ่มขยายสู่พื้นที่ติดกันในรัฐคะฉิ่นและภาคสะไกง์ รวมถึงมีผู้หนีภัยการสู้รบแล้วกว่า 23,000 คน บางส่วนข้ามแดนไปยังจีน อย่างไรก็ดี จีนประกาศไม่เปิดพื้นที่รองรับผู้หนีภัยจากเมียนมา แต่จะอนุญาตให้มีการเข้ามาเฉพาะกลุ่มที่อาศัยอยู่ติดชายแดนเท่านั้น พร้อมกับเรียกร้องให้ทุกฝ่ายในเมียนมายุติการสู้รบโดยเร็วที่สุด ทั้งนี้ การสู้รบในพื้นที่ดังกล่าวเป็นอุปสรรคให้การช่วยเหลือกลุ่มคนไทยที่ตกเป็นเหยื่อของขบวนการหลอกลวงไปทำงานในเมียนมากว่า 162 คน ยังคงติดอยู่ในเลาไกง์ และต้องรอให้สถานการณ์คลี่คลายลงจนเอื้ออำนวยเพียงพอต่อการเคลื่อนย้ายไปยังพื้นที่ปลอดภัยและส่งกลับมายังไทย

รมว.กต.สหรัฐฯ เยือนปาเลสไตน์ และอิรัก อย่างไม่แจ้งกำหนดการณ์ล่วงหน้า เพื่อหารือสถานการณ์การสู้รบอิสราเอล-ฮะมาส

สำนักข่าวนิวยอร์กไทมส์ รายงานเมื่อ 5 พ.ย.66 ว่า ในวันเดียวกันนี้ นายแอนโทนี บลิงเคน รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐฯ เยือนปาเลสไตน์ และอิรัก โดยไม่แจ้งล่วงหน้า เพื่อพบหารือกับผู้นำทั้งสอง หลังเยือนจอร์แดนเพื่อร่วมการประชุมหารือสถานการณ์การสู้รบอิสราเอล-ฮะมาส กับจอร์แดน ซาอุดีอาระเบีย กาตาร์ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ และอียิปต์ เมื่อ 4 พ.ย.66 โดย รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐฯ พบหารือกับประธานาธิบดีมะห์มูด อับบาส ที่เมืองรอมัลลอฮ์ เขตเวสต์แบงค์ ประเด็นความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมและการฟื้นฟูระบบสาธารณูปโภคในฉนวนกาซา การยับยั้งความรุนแรงและการบังคับย้ายถิ่นฐานต่อชาวปาเลสไตน์ รวมถึงการสร้างสันติภาพและเสถียรภาพในภูมิภาค และการสถาปนารัฐปาเลสไตน์ จากนั้นเยือนกรุงแบกแดด อิรัก เพื่อพบหารือกับนายกรัฐมนตรีมุฮัมมัด ชีอะห์ อัลซูดานี ประเด็นสถานการณ์การสู้รบระหว่างอิสราเอลและกลุ่มฮะมาสที่ทวีความรุนแรง ความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมในฉนวนกาซา พร้อมทั้งแจ้งเตือนกองกำลังติดอาวุธและอิหร่านให้หยุดการกระทำที่สร้างความเสียหายต่อกองทัพสหรัฐฯ ในภูมิภาค โดยยืนยันว่าสหรัฐฯ พร้อมตอบโต้ แม้ไม่ต้องการขยายวงความขัดแย้ง ทั้งนี้ รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐฯ มีกำหนดการณ์เยือนกรุงอังการา ตุรกี ใน 6 พ.ย.66 เพื่อพบหารือกับผู้นำตุรกี ประเด็นด้านความมั่นคงของภูมิภาคตะวันออกกลาง และยุโรป-แอตแลนติก เฉพาะอย่างยิ่งการรับสวีเดนเข้าเป็นสมาชิกเนโต

สหรัฐฯ ประจำการเรือดำน้ำพลังงานนิวเคลียร์ในภูมิภาค ตอ.กลาง

สำนักข่าวซีเอ็นเอ็น รายงานเมื่อ 5 พ.ย.66 อ้างแถลงการณ์ของกองบัญชาการกลางสหรัฐฯ (U.S. Central Command-CENTCOM) ผ่านแอปพลิเคชัน  X (ทวิตเตอร์) พร้อมภาพประกอบเรือดำน้ำกำลังลอยขึ้นสู่ผิวน้ำในคลองสุเอซ ว่า สหรัฐฯ ประจำการเรือดำน้ำติดขีปนาวุธนำวิถีพลังงานนิวเคลียร์ชั้นโอไฮโอ (SSGN) ที่คลองสุเอซ อียิปต์  โดยไม่ระบุรายละเอียดการบรรทุกขีปนาวุธนิวเคลียร์และภารกิจในการปฏิบัติการ รวมถึงเพิ่มประจำการเครื่องบินรบทิ้งระเบิด B-1 ในภูมิภาค ตะวันออกกลางเพื่อป้องปรามการกระทำที่อาจเป็นการขยายความขัดแย้งของคู่ขัดแย้งในภูมิภาค จากการสู้รบระหว่างอิสราเอลกับกลุ่มฮะมาส

ผอ.CIA เยือนภูมิภาค ตอ.กลางเพื่อหารือเกี่ยวกับสถานการณ์ในฉนวนกาซา

สำนักข่าวนิวยอร์กไทมส์ รายงานว่า นายวิลเลียม เบิร์นส ผู้อำนวยการสำนักข่าวกรองกลางสหรัฐ (Central Intelligence Agency -CIA) เดินทางเยือนอิสราเอล เมื่อ 5 พ.ย.66 เพื่อหารือกับผู้นำและหน่วยข่าวกรองของอิสราเอล โดยอาจมุ่งโน้มน้าวอิสราเอลให้ปรับการปฏิบัติการทางทหารเป็นการมุ่งโจมตีเฉพาะกลุ่มฮะมาส เพื่อลดผลกระทบต่อประชาชนในฉนวนกาซา และอนุญาตให้ยุติการใช้ความรุนแรงชั่วคราว เพื่อจัดส่งความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรม พร้อมทั้งยืนยันว่า สหรัฐฯ จะยังคงสนับสนุนการแบ่งปันข้อมูลข่าวกรองกับอิสราเอล และพันธมิตรในภูมิภาค เฉพาะอย่างยิ่งข้อมูลเกี่ยวกับสถานการณ์สู้รบ และการระบุพื้นที่ที่ตัวประกันถูกจับกุม นอกจากนี้ ผอ.CIA จะเดินทางไปกาตาร์ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์  และอียิปต์ เพื่อหารือเกี่ยวกับสถานการณ์ในฉนวนกาซา การเจรจาเพื่อปล่อยตัวประกัน และการป้องปรามความขัดแย้งไม่ให้ขยายตัว

หน.พรรค JI ในปากีสถาน เรียกร้องให้ประเทศมุสลิมระงับการจัดส่งน้ำมันให้อิสราเอล

เว็บไซต์ The Nation ของปากีสถาน รายงานเมื่อ 5 พ.ย.66 ว่า นาย Hafiz Naeem ur Rehman หัวหน้าพรรค Jamaat-e-Islami (JI) ในนครการาจี เรียกร้องให้ประเทศมุสลิมทั่วโลกใช้ Oil Card และระงับการจัดส่งน้ำมันให้อิสราเอลไม่ว่าจะโดยตรงหรือโดยอ้อม ข้อเรียกร้องดังกล่าวมีขึ้นในระหว่างการชุมนุมเพื่อแสดงความเป็นหนึ่งเดียวกับชาวปาเลสไตน์ ครั้งที่ 7 เมื่อ 4 พ.ย.66 ในพื้นที่ Orangi Town ซึ่งจัดโดย Jamaat-e-Islami Karachi Women Wing โดยมีผู้หญิงจํานวนมากจากทุกสาขาอาชีพเข้าร่วมเดินขบวน ถือป้าย และร้องเพลงที่มีเนื้อหาต่อต้านความโหดร้ายของอิสราเอล เฉพาะอย่างยิ่งการก่อการร้ายในกรุงเทลอาวีฟ

Boeing ยืนยันการโจมตีทางไซเบอร์จากมัลแวร์เรียกค่าไถ่ LockBit

บริษัทด้านการบินและอวกาศโบอิ้ง (Boeing) กำลังสืบสวนเหตุการณ์การโจมตีทางไซเบอร์ที่ส่งผลกระทบต่อธุรกิจการผลิตชิ้นส่วนการบินและการกระจายสินค้า หลังจากแฮ็กเกอร์ LockBit อ้างว่า พวกเขาละเมิดเครือข่ายของบริษัทและขโมยข้อมูล เวลาต่อมาบริษัทโบอิ้งได้แถลงว่า เหตุการณ์ดังกล่าวไม่ส่งผลกระทบต่อความปลอดภัยในการบิน