รัฐบาลตอลิบันร่วมกับอิหร่านจับกุมสายลับที่ทำงานให้หน่วยข่าวกรองอิสราเอล

เว็บไซต์สำนักข่าว Shafaq News ของอิรัก รายงานเมื่อ 5 พ.ย.66 ว่า หน่วยข่าวกรองอิหร่านร่วมกับหน่วยข่าวกรองตอลิบันจับกุมชาวอิหร่าน 3 คน ในข้อหาเป็นสายลับให้กับหน่วยข่าวกรองอิสราเอล (Mossad) ในดินแดนอัฟกานิสถาน ใกล้กับพื้นที่ชายแดนระหว่างอิหร่านกับอัฟกานิสถาน รายงานของสถานีโทรทัศน์แห่งชาติอิรัก เปิดเผยว่า ผู้ต้องหาทั้ง 3 คน มีแผนจะใช้อากาศยานไร้คนขับ (Drone) ก่อเหตุโจมตีเป้าหมายในอิหร่าน และจะมีการส่งตัวสายลับทั้ง 3 คนไปอิหร่านเพื่อซักถาม แต่ไม่ได้ระบุรายละเอียดเกี่ยวกับผู้ต้องหาและการจับกุม ทั้งนี้ นาย Abdul Ghani Baradar รักษาการรองนายกรัฐมนตรีอัฟกานิสถานคนที่ 1 เพิ่งเดินทางเยือนอิหร่านเมื่อ 4 พ.ย.66 เพื่อหารือเกี่ยวกับความร่วมมือด้านเศรษฐกิจ หลังจากอิหร่านและอัฟกานิสถานขัดแย้งกันกรณีสิทธิการใช้น้ำในแม่น้ำ Helmand

มาเลเซียไม่ยอมรับร่างกฎหมายของสหรัฐฯ ที่จะคว่ำบาตรผู้สนับสนุนกลุ่มฮะมาส

ดาโต๊ะ ซรี อันวาร์ อิบราฮิม นายกรัฐมนตรีมาเลเซีย ตอบข้อซักถามในที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร เมื่อ 7 พ.ย.66 ประกาศไม่ยอมรับร่างกฎหมายว่าด้วยการป้องกันการสนับสนุนทางการเงินระหว่างประเทศแก่กลุ่มฮะมาส (Hamas International Financing Prevention Act) ที่สหรัฐฯ ต้องการใช้คว่ำบาตรผู้สนับสนุนทางการเงินและยุทธปัจจัยแก่กลุ่มฮะมาส กลุ่มญิฮาดอิสลามปาเลสไตน์ (Palestinian Islamic Jihad) หรือกลุ่มอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง ผู้นำมาเลเซียให้เหตุผลว่า ร่างกฎหมายดังกล่าวเป็นการดำเนินการเพียงฝ่ายเดียวของสหรัฐฯ  ซึ่งมาเลเซียจะยอมรับเฉพาะมาตรการคว่ำบาตรที่ดำเนินการโดยคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ (United Nations Security Council-UNSC) เท่านั้น อีกทั้งยังเตือนว่า มาตรการคว่ำบาตรใด ๆ ของสหรัฐฯ ต่อมาเลเซียอาจส่งผลกระทบต่อผลประโยชน์ของรัฐบาลและภาคเอกชนสหรัฐฯ ในมาเลเซีย รวมถึงโอกาสการลงทุนของบริษัทสหรัฐฯ ในมาเลเซียด้วย

รมว.กต.ไต้หวัน จะเดินทางเยือนลิทัวเนีย ลัตเวีย และเอสโตเนีย ระหว่าง 6-12 พ.ย.66

สำนักข่าว Focus Taiwan รายงานเมื่อ 6 พ.ย.66 ว่า นายโจเซฟ วู รัฐมนตรีต่างประเทศไต้หวัน จะเดินทางเยือนกลุ่มประเทศบอลติก ระหว่าง 6-12 พ.ย.66 โดยจะเข้าร่วมประชุมในหัวข้ออนาคตของประชาธิปไตย (future of democracy) ที่ลิทัวเนีย และกล่าวสุนทรพจน์ที่ Latvian Institute of International Affairs ในลัตเวีย และที่ International Centre for Defence and Security ในเอสโตเนีย เพื่อเน้นย้ำความมุ่งมั่นของไต้หวันที่จะปกป้องประชาธิปไตยกับกลุ่มประเทศที่มีแนวคิดเดียวกัน อีกทั้งจะพบกับผู้แทนจากแวดวงการเมืองและวิชาการของทั้ง 3 ประเทศ เพี่อแลกเปลี่ยนความคิดเห็นในประเด็นที่เกี่ยวข้องกับการเมือง เศรษฐกิจ และสังคม

ไต้หวันจะจัดงานเสวนาด้านความมั่นคงแลกเปลี่ยนความเห็นเกี่ยวกับภัยคุกคามจากจีน ใน 8 พ.ย.66

สำนักข่าว Taiwan News รายงานเมื่อ 6 พ.ย.66 ว่า สถาบันวิจัยด้านการป้องกันประเทศและความมั่งคงของไต้หวัน (Institute for National Defense and Security Research: INDSR) จะจัดการเสวนาด้านความมั่นคงไทเป ประจำปี 2566 (the 2023 Taipei Security Dialogue) ใน 8 พ.ย.66 โดยจะเชิญนักวิชาการและอดีตเจ้าหน้าที่ทหารและฝ่ายความมั่นคงที่เชี่ยวชาญด้านไต้หวันกับจีน ทั้งจากไต้หวัน สหรัฐฯ ญี่ปุ่น และสาธารณรัฐเช็ก ร่วมแลกเปลี่ยนความคิดเห็นใน 6 ประเด็น ดังนี้ 1) การถอดบทเรียนจากสงครามรัสเซีย-ยูเครน เพื่อหาแนวทางสกัดกั้นจีน 2) ความท้าทายของจีนต่อระเบียบโลกกับประชาธิปไตย เพื่อกำหนดแนวทางรับมือ 3) ข้อมูลเชิงลึกจากสงครามรัสเซีย-ยูเครน เทียบกับความสัมพันธ์ช่องแคบไต้หวัน 4) การขยายตัวของเทคโนโลยีด้านการทหารของจีน 5) กระแสและแนวทางการขยายอิทธิพลของจีน และ 6) การปรับบทบาทของจีนต่อสถานการณ์การเมืองทั้งในและต่างประเทศภายใต้สภาพแวดล้อมที่เปลี่ยนไป ทั้งนี้ งานเสวนาดังกล่าวได้รับการสนับสนุนจากสภากิจการแผ่นดินใหญ่ของไต้หวัน ร่วมกับธนาคาร…

สิงคโปร์จะห้ามนักท่องเที่ยวที่แสดงสัญลักษณ์เกี่ยวกับอิสราเอล-ฮะมาสเข้าประเทศ

กระทรวงมหาดไทยสิงคโปร์ประกาศเตือนเมื่อ 6 พ.ย.66 ห้ามการแสดงหรือสวมใส่สัญลักษณ์ต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับความขัดแย้งระหว่างอิสราเอลกับกลุ่มฮะมาส ที่ไมได้รับอนุญาตในที่สาธารณะ นอกจากนี้ การแสดงออกเพื่อสนับสนุนหรือส่งเสริมการก่อการร้าย ซึ่งหมายถึงกลุ่มฮะมาส และปีกทหาร ได้แก่ Al-Qassam Brigades จะถือว่าเป็นความผิดด้วย หากฝ่าฝืนจะต้องโทษจำคุกสูงสุด  6 เดือน หรือ ปรับสูงสุด 500 ดอลลาร์สิงคโปร์ หรือทั้งจำทั้งปรับ  มาตรการดังกล่าวรวมถึงนักท่องเที่ยวที่แสดงสัญลักษณ์ตามประกาศ  ซึ่งอาจถูกปฏิเสธการเดินทางเข้าประเทศ ทั้งนี้ สิงคโปร์ห่วงกังวลอย่างมากว่าความขัดแย้งระหว่างอิสราเอล-ฮะมาส จะกระทบต่อการเป็นพหุสังคมและสร้างความแตกแยกในสิงคโปร์ และก่อนหน้านี้ก็ได้แจ้งเตือนชาวต่างชาติในสิงคโปร์ไม่ให้แสดงออกหรือแสดงสัญลักษณ์เกี่ยวกับสถานการณ์ดังกล่าว หากต้องการแสดงออกให้บริจาคผ่านองค์กรที่ทางการรับรอง ในชั้นนี้ ได้แก่ กาชาดสิงคโปร์ และ มูลนิธิ Rahmatan Lil Alamin (Blessings to All)

รัฐบาลเนปาลจะยกระดับมาตรการกำกับดูแลแอปพลิเคชัน TikTok

เว็บไซต์ศูนย์ข่าว Khabarhub ของเนปาล รายงานเมื่อ 5 พ.ย.66 อ้างถ้อยแถลงของโฆษกกระทรวงมหาดไทยเนปาล ว่า รัฐบาลเนปาลจะยกระดับการบูรณาการการทำงานระหว่างหน่วยงานของรัฐ อาทิ สํานักงานตำรวจไซเบอร์ กับสํานักงาน TikTok ในสิงคโปร์ เพื่อกำกับดูแลการละเมิดข้อมูลในแอปพลิเคชัน TikTok โดยจะดำเนินการลบเนื้อหาที่เผยแพร่เรื่องการบ่อนทําลายความมั่นคงและผลประโยชน์แห่งชาติ ส่งเสริมความเกลียดชังบุคคล ชาติพันธุ์ และศาสนา ตลอดจนเนื้อหาลามกอนาจาร นอกจากนี้ จะดําเนินคดีตามกฎหมายกับบุคคลที่มีส่วนร่วมในการกระทําดังกล่าว

กลุ่มฮะมาสย้ำเงื่อนไขการปล่อยตัวประกัน ขณะที่อิสราเอลอาจยุติการโจมตีชั่วคราว

ผู้นำระดับสูงของกลุ่มฮะมาสเคลื่อนไหว โดยให้สัมภาษณ์สำนักข่าว BBC ของสหราชอาณาจักรเมื่อ 7 พ.ย.66 ว่า กลุ่มฮะมาสไม่โจมตีพลเรือนในอิสราเอล โดยเฉพาะเด็ก สตรี และผู้สูงอายุ รวมทั้งย้ำว่ากลุ่มฮะมาสจะปล่อยตัวประกัน (คาดว่ามีประมาณ 240 คน) ต่อเมื่อกองทัพอิสราเอลยุติการต่อสู้ และกลุ่มฮะมาสจะปล่อยตัวประกันผ่านคณะกรรมการกาชาดระหว่างประเทศ (International Committee of the Red Cross)

ผู้นำสูงสุดอิหร่านยืนยันจุดยืนสนับสนุกองกำลังต่อต้านอิสราเอลของชาวปาเลสไตน์

สำนักข่าว IRNA และ Press TV รายงานอ้างการพบหารือระหว่าง อายะตุลลอฮ์ ซัยยิด อะลี คอมะนะอี ผู้นำสูงสุดอิหร่าน กับนายอิสมาอีล ฮะนียะฮ์ ผู้นำกลุ่มฮะมาส เมื่อ 5 พ.ย.66 ที่กรุงเตหะรานว่า ผู้นำสูงสุดอิหร่านยืนยันว่าอิหร่านยังคงมีจุดยืนด้านนโยบายในการสนับสนุนกองกำลังต่อต้านของชาวปาเลสไตน์ เพื่อต่อสู้กับระบอบไซออนิสต์ของอิสราเอล พร้อมประณามอิสราเอลที่ก่ออาชญากรรมสงครามในฉนวนกาซา โดยได้รับการสนับสนุนจากสหรัฐฯ และชาติตะวันตกบางประเทศ นอกจากนี้ ผู้นำสูงสุดอิหร่านยังเรียกร้องให้ประเทศอิสลามและองค์กรระหว่างประเทศดำเนินการสนับสนุนที่ครอบคลุมต่อประชาชนในฉนวนกาซาอย่างจริงจังและเป็นรูปธรรม ทั้งนี้ ผู้นำกลุ่มฮะมาสซึ่งปัจจุบันพำนักในกรุงโดฮา กาตาร์ พบหารือกับผู้นำสูงสุดอิหร่านที่กรุงเตหะราน เมื่อปลาย มิ.ย.66 ก่อนกลุ่มฮะมาสโจมตีอิสราเอลเมื่อ 7 ต.ค.66

การสู้รบในรัฐฉานเหนือของเมียนมายังรุนแรงและเป็นอุปสรรคต่อการช่วยเหลือกลุ่มคนไทย

สำนักข่าว Irrawaddy และ Mizzima รายงานเมื่อ 5 พ.ย.66 ว่า การสู้รบระหว่างกองทัพเมียนมากับพันธมิตรชนกลุ่มน้อย Brotherhood Alliance ในพื้นที่รัฐฉานตอนเหนือซึ่งติดกับจีน ยังรุนแรงและมีแนวโน้มขยายวงกว้าง โดยชนกลุ่มน้อยอ้างว่าตั้งแต่เริ่มปฏิบัติการ Operation 1027 เมื่อ 27 ต.ค.66 สามารถยึดฐานปฏิบัติการของกองทัพเมียนมารวมกว่า 106 แห่ง เข้าควบคุมพื้นที่ 4 เมือง ได้แก่ เลาไกง์ ชินฉ่อฮ่อ แสนหวี และบางส่วนของมูเซ ซึ่งทั้งหมดอยู่ในเส้นทางการขนส่งสินค้าชายแดนระหว่างจีนกับเมียนมา ขณะที่กองทัพคะฉิ่นอิสระ และกองกำลังป้องกันประชาชน  ประกาศสนับสนุนปฏิบัติการ Operation 1027 ทำให้การสู้รบเริ่มขยายสู่พื้นที่ติดกันในรัฐคะฉิ่นและภาคสะไกง์ รวมถึงมีผู้หนีภัยการสู้รบแล้วกว่า 23,000 คน บางส่วนข้ามแดนไปยังจีน อย่างไรก็ดี จีนประกาศไม่เปิดพื้นที่รองรับผู้หนีภัยจากเมียนมา แต่จะอนุญาตให้มีการเข้ามาเฉพาะกลุ่มที่อาศัยอยู่ติดชายแดนเท่านั้น พร้อมกับเรียกร้องให้ทุกฝ่ายในเมียนมายุติการสู้รบโดยเร็วที่สุด ทั้งนี้ การสู้รบในพื้นที่ดังกล่าวเป็นอุปสรรคให้การช่วยเหลือกลุ่มคนไทยที่ตกเป็นเหยื่อของขบวนการหลอกลวงไปทำงานในเมียนมากว่า 162 คน ยังคงติดอยู่ในเลาไกง์ และต้องรอให้สถานการณ์คลี่คลายลงจนเอื้ออำนวยเพียงพอต่อการเคลื่อนย้ายไปยังพื้นที่ปลอดภัยและส่งกลับมายังไทย

รมว.กต.สหรัฐฯ เยือนปาเลสไตน์ และอิรัก อย่างไม่แจ้งกำหนดการณ์ล่วงหน้า เพื่อหารือสถานการณ์การสู้รบอิสราเอล-ฮะมาส

สำนักข่าวนิวยอร์กไทมส์ รายงานเมื่อ 5 พ.ย.66 ว่า ในวันเดียวกันนี้ นายแอนโทนี บลิงเคน รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐฯ เยือนปาเลสไตน์ และอิรัก โดยไม่แจ้งล่วงหน้า เพื่อพบหารือกับผู้นำทั้งสอง หลังเยือนจอร์แดนเพื่อร่วมการประชุมหารือสถานการณ์การสู้รบอิสราเอล-ฮะมาส กับจอร์แดน ซาอุดีอาระเบีย กาตาร์ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ และอียิปต์ เมื่อ 4 พ.ย.66 โดย รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐฯ พบหารือกับประธานาธิบดีมะห์มูด อับบาส ที่เมืองรอมัลลอฮ์ เขตเวสต์แบงค์ ประเด็นความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมและการฟื้นฟูระบบสาธารณูปโภคในฉนวนกาซา การยับยั้งความรุนแรงและการบังคับย้ายถิ่นฐานต่อชาวปาเลสไตน์ รวมถึงการสร้างสันติภาพและเสถียรภาพในภูมิภาค และการสถาปนารัฐปาเลสไตน์ จากนั้นเยือนกรุงแบกแดด อิรัก เพื่อพบหารือกับนายกรัฐมนตรีมุฮัมมัด ชีอะห์ อัลซูดานี ประเด็นสถานการณ์การสู้รบระหว่างอิสราเอลและกลุ่มฮะมาสที่ทวีความรุนแรง ความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมในฉนวนกาซา พร้อมทั้งแจ้งเตือนกองกำลังติดอาวุธและอิหร่านให้หยุดการกระทำที่สร้างความเสียหายต่อกองทัพสหรัฐฯ ในภูมิภาค โดยยืนยันว่าสหรัฐฯ พร้อมตอบโต้ แม้ไม่ต้องการขยายวงความขัดแย้ง ทั้งนี้ รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐฯ มีกำหนดการณ์เยือนกรุงอังการา ตุรกี ใน 6 พ.ย.66 เพื่อพบหารือกับผู้นำตุรกี ประเด็นด้านความมั่นคงของภูมิภาคตะวันออกกลาง และยุโรป-แอตแลนติก เฉพาะอย่างยิ่งการรับสวีเดนเข้าเป็นสมาชิกเนโต