ความฝันของนักอุดมคติ : ว่าด้วยการต่อสู้กับกองทัพเมียนมาด้วยคริปโตเคอร์เรนซีและบล็อกเชน

อุดมการณ์ตั้งต้นของกลุ่มผู้บุกเบิกคริปโตเคอร์เรนซีและบล็อกเชนคือการปกป้องความเป็นส่วนตัวของประชาชน และการปกป้องเสรีภาพทั้งด้านการเมืองและเศรษฐกิจ ลัทธิ Crypto-anarchism เชื่อว่าคริปโตเคอร์เรนซีเป็นเทคโนโลยีที่จะช่วยให้บรรลุวัตถุประสงค์นั้นได้ด้วยการทำลายการผูกขาดอำนาจทางการเงินของรัฐ แล้วกระจายอำนาจนั้นออกไปให้เป็นระบบการเงินแบบไม่รวมศูนย์ แนวคิดเช่นนี้อยู่บนพื้นฐานความคิดที่ว่ารัฐที่ผูกขาดอำนาจคือภัยอันตรายที่สุดต่อความเป็นส่วนตัวและเสรีภาพของประชาชน อุปสรรคที่ Crypto-anarchist ต้องเผชิญเป็นปัญหาทั่วไปที่นักอุดมคติหลีกเลี่ยงได้ยาก การแปลงเอาอุดมการณ์มาปฏิบัติจริงในรูปแบบของคริปโตเคอร์เรนซีอาจมองได้ว่าประสบความสำเร็จในด้านที่ Bitcoin เริ่มได้รับการยอมรับระดับหนึ่ง (ในสถานะที่แตกต่างกันออกไปแล้วแต่มุมมอง แต่ก็ถือว่ามีที่ยืนเป็นหลักแหล่งในสังคม) แต่ Bitcoin และคริปโตเคอร์เรนซีอื่น ๆ ก็แปดเปื้อนเมื่อการใช้งานขยายออกสู่หมู่คนวงกว้าง จนทิศทางหลักบิดเบี้ยวไปจากเดิมที่นักอุดมคติขีดเขียนไว้ ความจริงที่ต้องยอมรับคือสถานะที่ผู้ถือครองส่วนใหญ่ให้กับคริปโตเคอร์เรนซีที่ตัวเองเป็นเจ้าของนั้นคือ …มองมันเป็น “สินทรัพย์เพื่อการลงทุน” ที่มีศักยภาพจะสร้างความร่ำรวยให้กับตัวเองในอนาคต คงจะเหลือเพียงกลุ่มนักอุดมคติจำนวนไม่มากเท่านั้นที่ยืนหยัดกับอุดมการณ์ที่ว่าคริปโตเคอร์เรนซีคือ…เครื่องมือสำหรับการปลดแอกจากเผด็จการโดยรัฐ หลักฐานเชิงประจักษ์สำหรับสนับสนุนข้อคิดเห็นข้างต้น คือการเติบโตอย่างมั่งคั่งยั่งยืนของแพล็ตฟอล์มซื้อขายแบบรวมศูนย์ (Centralize Exchange-CEX) ที่ทำหน้าที่เป็นตัวกลางไม่ต่างจากธนาคาร (ซึ่งลัทธิ Crypto-anarchism เกลียดมาก) หรือกระแสการเรียกร้องให้รัฐออกกฎระเบียบคุ้มครองนักลงทุนจากการฉ้อโกงที่เกิดขึ้นเรื่อย ๆ ก็สะท้อนถึงความเป็นจริงที่ว่าอย่างไรแล้วสังคมก็ให้คุณค่ากับความสะดวกสบายของการปกป้องคุ้มครองโดยอำนาจที่เหนือกว่า มากกว่ามุ่งเน้นการปกป้องตัวเองอย่างที่สำนักอนาธิปไตยพร่ำเพรียก รวมทั้งอีกตัวอย่างที่สุดขั้วยิ่งขึ้นคือกระแส ณ ปัจจุบันที่ผู้ถือครอง Bitcoin เร่งเร้าให้คณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ของสหรัฐฯ อนุมัติกองทุนรวมดัชนี Bitcoin (Exchange Traded Fund-ETF) เพราะวาดฝันว่าจะช่วยดันราคา Bitcoin ให้พุ่งทะยานหลุดพ้นห้วงตลาดหมีโดยเร็ววัน ซึ่งพูดได้ว่าเป็นความคิดที่ยอมศิโรราบให้ Bitcoin อยู่ภายใต้อิทธิพลของบริษัทจัดการการลงทุนที่เป็นเจ้าของ ETF…

อิสราเอลยืนยันตัวประกันที่ถูกกลุ่มฮะมาสควบคุมตัว เพิ่มขึ้นเป็น 245 คน

เว็บไซต์หนังสือพิมพ์ The Times of Israel และ Haaretz ของอิสราเอล รายงานเมื่อ 31 ต.ค.66 อ้างโฆษกกองกำลังป้องกันตนเองอิสราเอล (Israeli Defence Forces-IDF) แถลงในวันเดียวกันนี้ว่า การสอบสวนเพื่อยืนยันตัวตนผู้สูญหายและผู้ถูกกลุ่มฮะมาสจับเป็นตัวประกัน ตั้งแต่ 7 ต.ค.66 IDF สามารถยืนยันตัวตนผู้ถูกจับเป็นตัวประกันได้เพิ่มขึ้นเป็น 245 คน และคาดว่าอาจเพิ่มขึ้นอีก เนื่องจากผู้สูญหายที่มีจำนวนมากยังอยู่ระหว่างการสอบสวนเพื่อยืนยันตัวตน โดยจำนวนผู้ถูกจับเป็นตัวประกันดังกล่าวไม่รวมตัวประกันสตรี 4 คน ที่ได้รับการปล่อยตัวก่อนหน้านี้ และพลทหารหญิงอิสราเอล 1 นาย ที่ IDF ช่วยเหลือได้ระหว่างปฏิบัติการภาคพื้นดินในฉนวนกาซาเมื่อ 29 ต.ค.66 ขณะที่ ตั้งแต่ 7 ต.ค.66 ถึงปัจจุบัน มีสมาชิก IDF เสียชีวิตจากการสู้รบกับกลุ่มฮะมาส  รวม 315 คน และเจ้าหน้าที่ตำรวจอิสราเอลเสียชีวิต 58 คน

อิสราเอลจะขยายการส่งความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมเข้าฉนวนกาซาให้ได้วันละ 100 คันรถบรรทุก

เว็บไซต์หนังสือพิมพ์ The Times of Israel รายงานเมื่อ 31 ต.ค.66 อ้างนายจอห์น เคอร์บี โฆษกสภาความมั่นคงแห่งชาติของสหรัฐฯ และนาย Ron Dermer รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกิจการยุทธศาสตร์อิสราเอล เปิดเผยว่า อิสราเอลจะขยายการส่งความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรม ผ่านด่าน Rafah ของอียิปต์ เข้าไปฉนวนกาซาให้ได้วันละ 100 คันรถบรรทุก ตามเป้าหมาย ภายในสองหรือสามวันข้างหน้า หลังจากปัจจุบันจำนวนรถขนส่งความช่วยเหลือเข้าไปได้ประมาณวันละ 20-40 คัน ซึ่งต่ำกว่าครึ่งหนึ่งของเป้าหมาย โดยจะยังคงจำกัดเฉพาะอาหาร น้ำดื่ม และเวชภัณฑ์ ส่วนการส่งเชื้อเพลิงยังอยู่ระหว่างการพิจารณา รายงานดังกล่าวมีขึ้นหลังจากองค์กรบรรเทาทุกข์และจัดหางานแห่งสหประชาชาติสำหรับผู้ลี้ภัยชาวปาเลสไตน์ในตะวันออกใกล้ (UNRWA) เตือนว่า ความช่วยเหลือที่เข้ามาในฉนวนกาซามีจำนวนจำกัดไม่เพียงพอจะตอบสนองความต้องการด้านมนุษยธรรมที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน ส่งผลให้รัฐบาลสหรัฐฯ กดดันอิสราเอลให้ขยายการส่งความช่วยเหลือไปยังฉนวนกาซา โดยอิสราเอลตกลงจะเร่งการตรวจสอบขบวนรถขนส่งความช่วยเหลือให้เร็วขึ้น เพราะเห็นว่าความช่วยเหลือที่เข้าไปเพิ่มมากขึ้นจะดึงดูดพลเรือนในพื้นที่ตอนเหนือให้อพยพมายังตอนใต้ของฉนวนกาซา จะเอื้อให้อิสราเอลปฏิบัติภาคพื้นดินและโจมตีทางอากาศต่อเป้าหมายทางทหารในพื้นที่ตอนเหนือของฉนวนกาซาโดยไม่ส่งผลกระทบต่อพลเรือน

แคนาดาระงับการใช้แอปพลิเคชันวีแชทของจีนบนอุปกรณ์สื่อสารของหน่วยงานรัฐบาล

นางอานิตา อานัน  ประธานคณะกรรมการบริหารการคลังของแคนาดาแถลงเมื่อ 30 ต.ค.66  ว่ารัฐบาลแคนาดาออกคำสั่งระงับการใช้แอปพลิเคชันวีแชท (WeChat) ของจีน และโปรแกรมป้องกันไวรัส Kaspersky ของรัสเซียบนโทรศัพท์มือถือและอุปกรณ์สื่อสารของหน่วยงานรัฐบาล โดยมีผลบังคับใช้ทันที  เนื่องจากผู้ใช้งานอุปกรณ์ที่มีแอปพลิเคชัน และโปรแกรมดังกล่าวมีความเสี่ยงด้านความปลอดภัยและอาจโดนละเมิดข้อมูลส่วนบุคคล ทั้งนี้  คณะกรรมการบริหารการคลังของแคนาดามีหน้าที่กำกับดูแลหน่วยงานราชการของแคนาดา

มาเลเซียเผชิญแรงกดดันจากสหรัฐฯ ให้ประกาศว่ากลุ่มฮะมาสเป็นกลุ่มก่อการร้าย

สำนักข่าว The Star รายงานเมื่อ 31 ต.ค.66 ว่า ดาโต๊ะ ซรี อันวาร์ อิบราฮิม นายกรัฐมนตรีมาเลเซีย  กล่าวต่อที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร กรณีกระทรวงการต่างประเทศ(กต.)สหรัฐฯ ส่งหนังสือถึง กต.มาเลเซีย และเรียกเอกอัครราชทูตมาเลเซีย/กรุงวอชิงตัน ดี.ซี. เข้าพบ เพื่อกดดันให้มาเลเซียเปลี่ยนจุดยืนต่อความขัดแย้งในฉนวนกาซา และประกาศให้กลุ่มฮะมาสเป็นกลุ่มก่อการร้าย รวมถึงให้มาเลเซียใช้ช่องทางการทูตตักเตือนไปยังบางประเทศ (นัยถึงอิหร่าน) ไม่ให้ฉวยโอกาสเข้าไปสร้างความขัดแย้งในพื้นที่เพิ่มเติม ซึ่งนายกรัฐมนตรีอันวาร์ยืนยันว่า มาเลเซียไม่กังวลต่อแรงกดดันดังกล่าว และจะช่วยเหลือสนับสนุนปาเลสไตน์ด้วยเหตุผลด้านมนุษยธรรมต่อไป

ผู้แทนรัฐกลันตันกับไทยหารือแก้ไขปัญหาการลักลอบค้าน้ำมันเถื่อน

สำนักข่าว New Straits Times รายงานเมื่อ 30 ต.ค.66 ว่า ผู้แทนกระทรวงการค้าภายในและค่าครองชีพประจำรัฐกลันตัน มาเลเซีย มาเข้าหารือกับเจ้าหน้าที่ฝ่ายไทย (ไม่ได้ระบุหน่วยงาน) ในประเด็นการแก้ไขปัญหาอาชญากรรมตามแนวชายแดน โดยเฉพาะการลักลอบค้าน้ำมันเถื่อน ทั้งน้ำมันเบนซิน ดีเซล และน้ำมันพืชสำหรับประกอบอาหาร ซึ่งผู้แทนทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องการดำเนินมาตรการที่สอดคล้องกัน อาทิ การกั้นรั้วตลอดแนวชายแดน 96 กิโลเมตร กำหนดพื้นที่กันชนหรือพื้นที่ปลอดภัย (buffer or safety zone) เว้นระยะ 100 เมตรจากริมแม่น้ำโกลก ซึ่งอาจทำเป็นสวนสาธารณะและติดตั้งไฟส่องสว่างเพื่อให้เจ้าหน้าที่ตรวจตราได้สะดวกขึ้น ทั้งนี้ บริเวณชายแดนทางใต้ของไทยเผชิญปัญหาการลักลอบขนน้ำมันเถื่อนจากมาเลเซีย เนื่องจากนโยบายอุดหนุนราคาเชื้อเพลิงของรัฐบาลมาเลเซียเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนจากภาวะค่าครองชีพสูง ทำให้ราคาเชื้อเพลิงในมาเลเซียต่ำกว่าของไทยมาก จึงมีขบวนการลักลอบนำน้ำมันเถื่อนจากมาเลเซียเข้ามาขายในไทยทั้งช่องทางทางบกและทางทะเล เพื่อจำหน่ายต่อให้แก่ลูกค้ารายย่อยในพื้นที่จังหวัดชายแดนใต้ (จชต.) เช่น ปั๊มหลอด เรือประมง

โฆษกทำเนียบประธานาธิบดีรัสเซียให้ความเห็นต่อเหตุการณ์จราจลที่สนามบินมาคัชคาลาเป็นผลจากการแทรกแซงจากภายนอกประเทศ

สำนักข่าว Tass ของรัสเซีย รายงานเมื่อ 30 ต.ค.66 อ้างการให้สัมภาษณ์สื่อของนายดมิทรี เปสคอฟ โฆษกทำเนียบประธานาธิบดีรัสเซีย ว่า เหตุการณ์จราจลที่สนามบินมาคัชคาลา (Makhachkala) เป็นผลจากการแทรกแซงจากภายนอกประเทศ ซึ่งใช้อิทธิพลของข้อมูลข่าวสาร โดยตั้งข้อสังเกตถึงการใช้สื่อในการเผยแพร่มุมมองความโหดร้ายที่ฉนวนกาซา และแสวงประโยชน์จากสถานการณ์เพื่อปลุกปั่นและยั่วยุให้เกิดความขัดแย้งภายในรัสเซีย ซึ่งประธานาธิบดีวลาดีมีร์ ปูตินให้ความสนใจและติดตามประเด็นดังกล่าวอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้ เมื่อ 29 ต.ค.66 เกิดเหตุการณ์ผู้ชุมนุมนับร้อยคนบุกสนามบินมาคัชคาลาหลังทราบว่ามีเที่ยวบินจากกรุงเทลอาวีฟลงจอด มีรายงานผู้บาดเจ็บมากกว่า 20 คน และเจ้าหน้าที่ตำรวจควบคุมตัวผู้ก่อจราจลได้ 60 คน

อิสราเอลบุกกาซ่า ??

พลันที่อิสราเอลประกาศยกระดับการปฏิบัติการในกาซ่าโดยไม่ฟังเสียงสหประชาชาติที่ให้ทุกฝ่ายหยุดยิงทำให้โลกมีความกังวลว่าสถานการณ์จะลุกลามไปสู่สงครามขนาดใหญ่หรือไม่ สงครามโลก เกิดจากความขัดแย้งในระดับนานาชาติ ที่มีมหาอำนาจเป็นคู่ขัดแย้ง ตอนนี้ความขัดแย้งระหว่างอิสราเอลกับฮามาสแม้จะรุนแรงขึ้นแต่ยังจำกัดอยู่ที่คู่กรณีทั้ง 2 ฝ่าย ส่วนมหาอำนาจอย่างสหรัฐ ทีแรกก็สนับสนุนอิสราเอลให้จัดการเด็ดขาดกับฮามาสแต่หลังๆ มาก็ติดเบรกทำให้อิสราเอลลังเลใจจนส่งผลให้การบุกกาซ่าไม่เกิดขึ้นเร็วกว่านี้

อิสราเอลปฏิบัติการทหารภาคพื้นดินอย่างต่อเนื่อง ไม่มีสัญญาณหยุดยิง

การสู้รบระหว่างกองทัพอิสราเอลกับกลุ่มฮะมาสในฉนวนกาซารุนแรงขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยอิสราเอลเดินหน้าปฏิบัติการทางการทหารภาคพื้นดินที่เริ่มเมื่อ 26 ต.ค.66 ควบคู่กับการปฏิบัติการทางอากาศ เป้าหมายเพื่อส่งทหารและยุทโธปกรณ์เข้าไปทำลายขีดความสามารถของกลุ่มฮะมาส และกองกำลังติดอาวุธที่ต่อต้านอิสราเอลในฉนวนกาซา ด้านผู้นำอิสราเอลยืนยันว่าจะไม่หยุดยิง (ceasefire) กับกลุ่มฮะมาส

สหรัฐฯ และอียิปต์จะเพิ่มการอำนวยความสะดวกการให้ความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมในฉนวนกาซา

ทำเนียบประธานาธิบดีสหรัฐฯ เผยแพร่แถลงการณ์เมื่อ 29 ต.ค.66 ว่า ประธานาธิบดีโจเซฟ ไบเดน หารือทางโทรศัพท์กับประธานาธิบดีอับดุลฟัตตาห์ อัซซีซี ของอียิปต์ ชื่นชมบทบาทของอียิปต์ในการอำนวยความสะดวกการให้ความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมในฉนวนกาซา โดยทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องที่จะเพิ่มการให้ความช่วยเหลือต่อไป เพื่อปกป้องประชาชนตามกฎหมายมนุษยธรรมระหว่างประเทศ และป้องกันชาวปาเลสไตน์ที่หนีภัยการสู้รบหรืออพยพไปอียิปต์หรือประเทศอื่น ๆ นอกจากนี้ ผู้นำทั้งสองยังหารือในประเด็นการช่วยเหลือตัวประกัน การจำกัดบทบาทของประเทศอื่นในภูมิภาคเพื่อไม่ให้ความขัดแย้งขยายตัว ตลอดจนการประสานงานระหว่างกันเพื่อส่งเสริมสันติภาพในภูมิภาค รวมถึงการจัดตั้งรัฐปาเลสไตน์