เป้าหมายทางการทูตของจีนในปี 2567

สำนักข่าวซินหัว รายงานเมื่อ 9 ม.ค.67 ว่า นายหวัง อี้ รัฐมนตรีต่างประเทศจีน แถลงเป้าหมายทางการทูตของจีนในปี 2567 โดยจีนจะดำเนินนโยบายการต่างประเทศด้วยความมั่นใจ พึ่งพาตนเอง ปฏิบัติหน้าที่ในฐานะประเทศมหาอำนาจที่มีความรับผิดชอบ และแสดงบทบาทนำเชิงยุทธศาสตร์ทางการทูตระหว่างประเทศอย่างเต็มที่ ปกป้องอธิปไตยและผลประโยชน์แห่งชาติ  สร้างสภาพแวดล้อมภายนอกและบรรลุเป้าหมายรูปแบบการพัฒนาแบบใหม่ที่มีคุณภาพสูง รวมทั้งเสริมสร้างและขยายเครือข่ายความร่วมมือระดับโลก เฉพาะอย่างยิ่งการดำเนินตามฉันทามติระหว่างผู้นำจีนและสหรัฐฯ เสริมสร้างความไว้วางใจและผลประโยชน์ร่วมกันระหว่างจีนกับรัสเซีย ส่งเสริมการแลกเปลี่ยนระดับสูงและการสื่อสารเชิงยุทธศาสตร์กับสหภาพยุโรป เพิ่มพูนความเป็นมิตรกับประเทศเพื่อนบ้าน ทำงานร่วมกับประเทศกำลังพัฒนาอื่น ๆ และกลุ่ม BRICS นอกจากนี้ จีนจะผลักดันแนวคิดต่าง ๆ ที่จีนริเริ่ม ทั้งข้อริเริ่มการพัฒนาโลก (Global Development Initiative-GDI) ข้อริเริ่มด้านความมั่นคงโลก (Global Security Initiative-GSI) และข้อริเริ่มอารยธรรมโลก (Global Civilization Initiative-GCI) พร้อมกับยกระดับคุณภาพและขยายขอบเขตของสาขาความร่วมมือภายใต้ข้อริเริ่มแถบและเส้นทาง (Belt and Road Initiative – BRI) กับประเทศต่าง ๆ

อินโดนีเซียยังให้ความสำคัญประเด็นเมียนมาแม้หมดวาระประธานอาเซียน

นางเร็ตโน มัรซูดี รัฐมนตรีต่างประเทศอินโดนีเซีย กล่าวในการแถลงข่าวประจำปีของกระทรวงการต่างประเทศอินโดนีเซียที่บันดุง เมื่อ 8 ม.ค.67 ว่า ถึงแม้จะหมดวาระประธานอาเซียนเมื่อปี 2566  แต่อินโดนีเซียยังคงให้ความสำคัญกับการคลี่คลายวิกฤติเมียนมา ผ่านการผลักดันให้มีการปฏิบัติตามฉันทามติ 5 ข้อ  และการขยายช่องทางติดต่อทางการทูตกับผู้เกี่ยวข้อง ต่อจากในห้วงที่รับตำแหน่งประธานอาเซียน ซึ่งอินโดนีเซียได้พบปะกับผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในประเด็นเมียนมามากถึง 265 ครั้ง นอกจากนี้ นางเร็ตโน มัรซูดี ยังเห็นว่าความขัดแย้งในเมียนมามีความเกี่ยวพันกับการหลั่งไหลของผู้อพยพชาวโรฮีนจา ขณะที่เสถียรภาพและความเป็นประชาธิปไตยของเมียนมา เป็นปัจจัยสำคัญที่จะทำให้สถานการณ์ผู้อพยพคลี่คลาย

สิงคโปร์ยังได้รับผลกระทบอย่างจำกัดจากความขัดแย้งในทะเลแดง

เว็บไซต์ The Business Times รายงานเมื่อ 9 ม.ค.67 กรณีที่นายอึง เอ็น เฮ็น รัฐมนตรีกลาโหมสิงคโปร์ ตอบข้อซักถามในที่ประชุมรัฐสภาสิงคโปร์เกี่ยวกับสถานการณ์ความขัดแย้งในทะเลแดง ในวันเดียวกันนี้ว่า ปัจจุบันสิงคโปร์ได้รับผลกระทบอย่างจำกัดจากกรณีดังกล่าว เนื่องจากสิ่งของจำเป็นส่วนใหญ่ของประเทศ โดยเฉพาะอาหารและยาไม่ได้ขนส่งผ่านเส้นทางการเดินเรือดังกล่าว ขณะที่ผู้ผลิตสินค้าในสิงคโปร์ยังมีสินค้าคงคลังสำรองเพียงพอเพื่อป้องกันการหยุดชะงักของห่วงโซ่อุปทาน แม้ว่าส่วนใหญ่จะกังวลเกี่ยวกับต้นทุนทางธุรกิจที่เพิ่มขึ้น นอกจากนี้ นายอึง ยังระบุด้วยว่า สิงคโปร์จะเข้าร่วมกองกำลัง Operation Prosperity Guardian ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของกรอบความร่วมมือกองเรือเฉพาะกิจผสมที่ 153 ภายใต้กองกำลังผสมทางทะเล (Combined Maritime Forces-CMF)  ที่มีสมาชิกรวม 39 ประเทศ เป้าหมายเพื่อรักษาเส้นทางเดินเรือในทะเลแดงให้เสรีและเปิดกว้าง

The Intelligence Update 10/01/2024 : ติดตามโค้งสุดท้ายก่อนการเลือกตั้งประธานาธิบดีไต้หวัน

พบกับรายการ The Intelligence Update อัปเดตสถานการณ์ต่างประเทศที่น่าสนใจ วันนี้เราจะมาพูดคุยเรื่อง “ติดตามโค้งสุดท้ายก่อนการเลือกตั้งประธานาธิบดีไต้หวัน”

INT Podcast EP 107 : ทิศทางการเติบโตของ EV ในโลกยุคเปลี่ยนไปใช้พลังงานสะอาด

   อนาคตการเติบโตของตลาดรถยนต์ไฟฟ้า (EV) และรถยนต์ไฟฟ้าแบตเตอร์รี (BEV) ในยุคที่โลกกำลังเปลี่ยนไปใช้พลังงานสะอาดมากขึ้นจะเป็นอย่างไร? รถไฟฟ้าของจีนได้รับความนิยมมากกว่ารถจากโลกตะวันตกจริงหรือไม่? แล้วไทยจะได้ประโยชน์อะไรจากเรื่องนี้ …ติดตามได้ใน The Intelligence Podcast ตอน “ทิศทางการเติบโตของ EV ในโลกยุคเปลี่ยนไปใช้พลังงานสะอาด”

ครบรอบ 3 เดือนสงครามในฉนวนกาซา ยังไม่มีสัญญาณยุติความรุนแรง

การสู้รบระหว่างกองทัพอิสราเอลกับกลุ่มฮะมาสในฉนวนกาซายังมีแนวโน้มยืดเยื้อแม้จะกินเวลาครบ 3 เดือนเมื่อ 7 ม.ค.67 โดยกองทัพอิสราเอลยังปฏิบัติการโจมตีอย่างต่อเนื่องในฉนวนกาซา โดยเฉพาะในพื้นที่ตอนกลางและตอนใต้ เป้าหมายเพื่อทำลายกลุ่มฮะมาส ขณะที่รายงานจำนวนผู้เสียชีวิตเพิ่มขึ้นเป็นมากกว่า 22,800 ราย แลได้รับบาดเจ็บประมาณ 58,000 ราย

รมช.กต.จีน เยือนเมียนมาเพื่อหารือด้านความมั่นคงและเร่งรัดโครงการตามกรอบ BRI

หนังสือพิมพ์ The Global New Light of Myanmar รายงานเมื่อ 7 ม.ค.67 ว่า นายซุน เว่ยตง รัฐมนตรีช่วยต่างประเทศจีน พร้อมคณะประกอบด้วย นายเติ้ง สีจุน ผู้แทนพิเศษด้านกิจการเอเชียและนายเฉิน ไห่ เอกอัครราชทูตจีน/ย่างกุ้ง เยือนกรุงเนปยีดอ เมียนมา เมื่อ 5 ม.ค.67 และได้พบหารือกับ พล.อ.อาวุโส มินอองไลง์ ประธานสภาบริหารแห่งรัฐ และนายอูลวินอู รัฐมนตรีช่วยต่างประเทศเมียนมา เพื่อกระชับสัมพันธ์และหารือเกี่ยวกับการดำเนินความร่วมมือที่เป็นประโยชน์ร่วมกัน โดยในประเด็นด้านความมั่นคงมี อาทิ การรักษาสันติภาพและเสถียรภาพตามแนวชายแดน การแก้ไขปัญหาอาชญากรรมข้ามชาติและการฉ้อโกงทางอิเล็กทรอนิกส์ ส่วนด้านเศรษฐกิจ อาทิ การเร่งรัดดำเนินโครงการภายใต้ระเบียงเศรษฐกิจจีน-เมียนมา  ภายใต้ยุทธศาสตร์ความริเริ่มแถบและเส้นทาง (Belt and Road Initiative – BRI) การกระชับความร่วมมือในกรอบอาเซียนและกลไกระดับอนุภูมิภาคลุ่มน้ำโขง-ล้านช้าง

สหรัฐฯ ประเมินว่าอิสราเอลอาจโจมตีกลุ่มฮิซบุลลอฮ์ได้สำเร็จยากขึ้นหากขยายพื้นที่การสู้รบ

หนังสือพิมพ์วอชิงตันโพสต์ เผยแพร่รายงานหน่วยข่าวกรองของกระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ  (Defense Intelligence Agency -DIA) เมื่อ 7 ม.ค.67 ที่ประเมินว่า กองทัพอิสราเอลอาจประสบความยากลำบากที่จะโจมตีกลุ่มฮิซบุลลอฮ์ได้สำเร็จ หากสถานการณ์ในตะวันออกกลางยกระดับความรุนแรง เพราะการกระจายยุทโธปกรณ์และกองกำลังตามการขยายพื้นที่สู้รบจะลดขีดความสามารถของกองทัพ กับทั้งย้ำว่านักรบฮิซบุลลอฮ์ได้รับการฝึกเป็นอย่างดี อีกทั้งยังมีจรวดและขีปนาวุธจำนวนมาก รายงานของ DIA ดังกล่าว มีขึ้นหลังจากนาย Sayyed Hasan Nasrallah ผู้นำกลุ่มฮิซบุลลอฮ์ในเลบานอน ระบุเมื่อ 5 ม.ค.67 จะตอบโต้อิสราเอลที่มีแผนจะขยายการสู้รบในพื้นที่ทางใต้ของเลบานอน  และเป็นห้วงเดียวกับนายแอนโทนี บลิงเคน รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐฯ เยือนประเทศในตะวันออกกลาง (4-11 ม.ค.67) เพื่อหารือถึงแนวทางเฉพาะเพื่อหลีกเลี่ยงการกระทำที่จะส่งผลให้สถานการณ์ความขัดแย้งบานปลาย

MSS จับกุมชาวต่างชาติฐานจารกรรมข้อมูลให้แก่หน่วยข่าวกรองอังกฤษ (MI6)

กระทรวงความมั่นคงสาธารณะจีน (Ministry of State Security – MSS) เปิดเผยผ่าน WeChat เมื่อ 8 ม.ค.67 ว่า ได้จับกุมชายชาวต่างชาติฐานจารกรรมข้อมูลให้แก่หน่วยข่าวกรองอังกฤษ (MI6) โดยเปิดเผยเพียงนามสกุลของบุคคลดังกล่าวว่า นายหวง (Huang) เป็นพลเมืองของประเทศที่ 3 และทำงานในบริษัทที่ปรึกษาข้ามชาติ นายหวงถูก MI6 ชักชวนและฝึกอบรมเพื่อปฏิบัติการจารกรรมข้อมูล โดยเดินทางเข้าออกจีนหลายครั้งตั้งแต่ปี 2558 เพื่อรวบรวมข้อมูลและชักชวนผู้อื่น ทั้งนี้ หลังจากจีนบังคับใช้กฎหมายต่อต้านการจารกรรมเมื่อปี 2566 เจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงของจีนเคยตรวจค้นและสอบสวนเจ้าหน้าที่บริษัทต่างชาติหลายแห่งให้ห้วงที่ผ่านมา อาทิ บริษัทวิจัย Capvision ในเมืองเซี่ยงไฮ้ กลุ่ม Mintz Group และบริษัทที่ปรึกษา Bain & Co.

เลือกตั้งประธานาธิบดีอินโดนีเซีย 14 กุมภาพันธ์ 2567

14 กุมภา วันเลือกตั้งประธานาธิบดีอินโดนีเซีย … เป็นที่คาดหมายว่า ปราโบโว สุเบียนโต้ จะได้รับเลือกตั้งจากชาวอินโดนีเซียผู้มีสิทธิเลือกตั้ง 200 ล้านคน “ป้ะปราโบ” หรือลุงปราโบ ปีนี้ก็ 72 แล้ว ในรอบ 15 ปี เคยลงแข่งขันมาแล้วทั้งตำแหน่งรองและประธานาธิบดีแต่ไม่ประสบความสำเร็จ โดยเฉพาะ 2 ครั้งหลังพ่ายแพ้แก่โจโกวี่ จนแทบหมดกำลังใจ ในที่สุดโจโกวี่ที่เป็นประธานาธิบดีมา 2 สมัยแล้วหมดสิทธิลงชิงตำแหน่งอีกแต่ยังต้องการมีอิทธิพลทางการเมืองต่อไปจึงดึงปราโบโวมาร่วมรัฐบาลเป็นรัฐมนตรีกลาโหมแล้วดันให้ลงชิงตำแหน่งครั้งนี้แต่ขอพ่วงเอาลูกชายตัวเองที่อายุเพียง 36 ปี