สหรัฐฯ แสวงหาความร่วมมือเพื่อสกัดกั้นคู่ขัดแย้ง

สำนักข่าว The Star รายงานเมื่อ 9 พ.ค.67 ว่า ดาโต๊ะ ซรี ไซฟุดดิน นาซูตียน อิสมาอิล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงความมั่นคงภายในมาเลเซีย ให้การต้อนรับนาย Brian Nelson ปลัดกระทรวงการคลังสหรัฐฯ ฝ่ายกิจการข่าวกรองทางการเงินและก่อการร้าย  ในโอกาสเดินทางเยือนมาเลเซีย เพื่อหารือถึงมาตรการต่อต้านการสนับสนุนทางการเงินแก่การก่อการร้าย และความร่วมมือในการสกัดกั้นกิจกรรมที่เป็นแหล่งรายได้ของอิหร่าน ตัวแทน (proxy) ของอิหร่านและรัสเซีย ตามมาตรการลงโทษทางเศรษฐกิจของสหรัฐฯ โดยอ้างข้อมูลว่า บริษัทมาเลเซียเกี่ยวข้องกับการขนถ่ายน้ำมันเถื่อนของอิหร่าน และรัสเซีย และเป็นแหล่งระดมทุนไปช่วยเหลือกลุ่มฮะมาส ซึ่งเงินเหล่านี้ถูกใช้ไปสร้างความขัดแย้งในภูมิภาคต่างๆ ของโลก ทั้งนี้ในการหารือกัน มาเลเซียแสดงความพร้อมให้ความร่วมมือกับสหรัฐฯ ภายใต้หลักนิติธรรม และหลักเกณฑ์สากลในการกำกับดูแลสถาบันการเงิน (Basel II และ Basel III) แต่จะยอมรับเฉพาะมาตรการลงโทษที่ผ่านมติของคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ เท่านั้น ก่อนหน้านี้ เมื่อ ธ.ค.66 สหรัฐฯ ประกาศมาตรการลงโทษบริษัทของมาเลเซีย 4 แห่ง ได้แก่ บริษัท Arta Wave บริษัท Integrated…

เกาหลีใต้จับมือ AUKUS ส่งออกอาวุธสู่โลก

   เคลียร์ข้อสงสัย ทำไมเกาหลีใต้ต้องอยากร่วมมือกับกลุ่ม AUKUS หรือสหรัฐฯ สหราชอาณาจักร และออสเตรเลีย…เกาหลีใต้ต้องการอะไร ความสัมพันธ์นี้จะเพิ่มบรรยากาศตึงเครียดในภูมิภาคหรือไม่?! แชร์ความเห็นกันได้ใน The Intelligence Podcast   #เกาหลีใต้ #AUKUS #ความร่วมมือ #สหรัฐฯ #สหราชอาณาจักร #ออสเตรเลีย #เอเชีย

ไต้หวันพร้อมพูดคุยกับจีนหากได้รับการยอมรับสถานะที่เท่าเทียม

  สำนักข่าว South China Morning Post (SCMP) รายงานเมื่อ 8 พ.ค.67 อ้างนาย Alexander Tah-ray Yui ผู้แทนไต้หวัน/สหรัฐฯ ซึ่งเข้ารับตำแหน่ง เมื่อ ธ.ค.66 แสดงความเห็นเกี่ยวกับสถานการณ์ช่องแคบไต้หวัน และท่าทีของนายไล่ ชิงเต๋อ ว่าที่ประธานาธิบดีไต้หวัน ซึ่งจะเข้าพิธีสาบานตนรับตำแหน่งใน 20 พ.ค.67 ว่า ไต้หวันไม่ปิดช่องทางการพูดคุยกับจีนหากได้รับการยอมรับในสถานะที่เท่าเทียม เพราะปัจจุบันมีชาวไต้หวันมากขึ้นที่สนับสนุนการรักษาสถานะเดิม (Status Quo) เพื่อให้เกิดสันติภาพในช่องแคบไต้หวัน แม้ว่าฝ่ายบริหารชุดใหม่ของไต้หวันอาจดำเนินนโยบายต่างประเทศเช่นเดียวกับสมัยของประธานาธิบดีไช่ อิงเหวิน ซึ่งมีนายไล่ ชิงเต๋อ เป็นรองประธานาธิบดี ทั้งนี้ นาย Alexander Tah-ray Yui แสดงความเห็นดังกล่าวในกิจกรรมฉลอง Taiwan Relations Act ครบรอบ 45 ปี ที่มหาวิทยาลัยจอร์จ วอชิงตัน ในกรุงวอชิงตัน สหรัฐฯ

จีนบังคับส่งกลับผู้ลี้ภัยชาวเกาหลีเหนือ

  เว็บไซต์ Human Rights Watch รายงานเมื่อ 8 พ.ค.67 ว่า รัฐบาลจีนบังคับส่งกลับชาวเกาหลีเหนือจากมณฑลจี๋หลินและมณฑลเหลียวหนิงประมาณ 60 คน เมื่อ 26 เม.ย.67 ซึ่งกลุ่มบุคคลที่ถูกส่งกลับมีความเสี่ยงสูงที่จะถูกบังคับให้สูญหาย ถูกทรมาน ล่วงละเมิดทางเพศ บังคับใช้แรงงานหรือถูกคุมขัง การบังคับส่งกลับรอบนี้เกิดขึ้นหลังจากนาย Zhao Leji ประธานคณะกรรมาธิการสามัญประจำสภาประชาชนแห่งชาติจีน เยือนเกาหลีเหนือและเข้าพบนายคิม จ็อง-อึน ผู้นำสูงสุดของเกาหลีเหนือเมื่อ 13 เม.ย.67 Human Rights Watch ระบุว่า ตั้งแต่ต้นปี 2563 จีนบังคับส่งกลับชาวเกาหลีเหนือแล้วมากกว่า 670 คน โดยรัฐบาลจีนถือว่าชาวเกาหลีเหนือเป็นแรงงานอพยพด้านเศรษฐกิจ (economic migrants) ที่ผิดกฎหมาย และจะบังคับส่งตัวกลับประเทศภายใต้ข้อตกลงทวิภาคีด้านชายแดนปี 2529 แต่อนุสัญญาปี ค.ศ. 1951 ว่าด้วยสถานภาพผู้ลี้ภัย และอนุสัญญาว่าด้วยการต่อต้านการทรมานของสหประชาชาติกำหนดให้จีนไม่สามารถส่งกลับบุคคลที่มีความเสี่ยงต่อการถูกทรมานหรือถูกทำร้าย เนื่องจากขัดต่อหลักการห้ามผลักดันกลับ (principle of non-refoulement)  

สหรัฐฯ เพิกถอนใบอนุญาตของบริษัทเซมิคอนดักเตอร์สหรัฐฯ ที่ส่งออกชิปให้กับบริษัท Huawei

  สำนักข่าวบลูมเบิร์ก รายงานเมื่อ 7 พ.ค.67 ว่า สหรัฐฯ เพิกถอนใบอนุญาตของบริษัทเซมิคอนดักเตอร์สหรัฐฯ อาทิ บริษัท Qualcomm และบริษัท Intel ในการส่งออกเซมิคอนดักเตอร์ขั้นสูงให้กับบริษัท Huawei ของจีน โดยอ้างว่าเป็นไปเพื่อปกป้องผลประโยชน์และความมั่นคงแห่งชาติของสหรัฐฯ หลังบริษัท Huawei เปิดตัว MateBook X Pro รุ่นใหม่ แล็ปท็อปปัญญาประดิษฐ์ (AI) รุ่นแรกของบริษัท ที่ขับเคลื่อนด้วยชิปหน่วยประมวลผล Core Ultra 9 ของบริษัท Intel เมื่อ เม.ย.67 ส่งผลให้ฝ่ายนิติบัญญัติสหรัฐฯ โจมตีมาตรการควบคุมการส่งออกของกระทรวงพาณิชย์สหรัฐฯ ที่ไม่เข้มงวดมากพอ และเรียกร้องให้มีการยกระดับมาตรการเพิ่มเติม อย่างไรก็ดี การเพิกถอนใบอนุญาตส่งออกดังกล่าวจะส่งผลกระทบต่อการจัดหาชิปหน่วยประมวลผลขั้นสูงของบริษัท Huawei รวมถึงความเสียหายทางเศรษฐกิจต่อห่วงโซ่อุปทานและการดำเนินธุรกิจของบริษัทเซมิคอนดักเตอร์สหรัฐฯ ด้วยเช่นกัน

กห.กัมพูชาชี้แจงกรณีเรือรบสัญชาติจีนที่จอดเทียบท่าฐานทัพเรือเรียม

  สำนักข่าว AKP ของทางการกัมพูชา รายงานอ้างถ้อยแถลงของ พล.อ.ชุม โซะเจียต โฆษกกระทรวงกลาโหมกัมพูชา เมื่อ 7 พ.ค.67 ชี้แจงกรณีสื่อมวลชนตะวันตกอ้างว่าจีนเข้ามาตั้งฐานทัพในกัมพูชา เพราะมีเรือจีน 2 ลำ จอดเทียบท่า ณ ฐานทัพเรือเรียม จ.พระสีหนุ นั้น ข่าวสารดังกล่าวบิดเบือนสถานการณ์จริง และสร้างความเข้าใจผิดทั้งภายในประเทศและระหว่างประเทศเกี่ยวกับอธิปไตยของกัมพูชา โอกาสนี้โฆษกระบุด้วยว่าการเทียบท่าของเรือจีนทั้ง 2 ลำ 1) เป็นตามความตกลงระหว่างกระทรวงกลาโหมของทั้งสองประเทศ โดยจีนจะฝึกอบรมด้านเทคนิคทักษะการบังคับเรือให้แก่กองทัพเรือกัมพูชา ซึ่งจะช่วยส่งเสริมการเป็นเหล่าทัพที่ทันสมัย 2) การทดสอบท่าเรือที่จีนสนับสนุนงบประมาณการก่อสร้าง โดยกัมพูชามีแผนจัดซื้อเรือในอนาคต และ 3) เรือจีนทั้ง 2 ลำ จะเข้าฝึกร่วมระหว่างกองทัพแห่งชาติกัมพูชากับกองทัพปลดปล่อยประชาชนจีน รหัส Golden Dragon ครั้งที่ 6 ในหัวข้อ “ปฏิบัติการต่อต้านการก่อการร้ายและการช่วยเหลือทางมนุษยธรรม” ในกลาง พ.ค.67

ตำรวจตระเวนชายแดนเมียนมาหลบหนีการสู้รบในรัฐยะไข่เข้าไปยังบังกลาเทศเพิ่มขึ้น

  สำนักข่าว The Irrawaddy รายงานเมื่อ 6 พ.ค.67 อ้างตำรวจป้องกันชายแดนบังกลาเทศว่า ตำรวจตระเวนชายแดนเมียนมา (BGP) อย่างน้อย 128 นาย หลบหนีการสู้รบกับกองทัพอาระกัน (Arakan Army-AA) ทางตอนเหนือของรัฐยะไข่ พร้อมด้วยอาวุธและกระสุน ข้ามชายแดนไปยังบังกลาเทศตั้งแต่ 3-6 พ.ค.67 หลังจาก AA บุกยึดฐานปฏิบัติการของ BGP ที่เมืองหม่องดอ รัฐยะไข่ เมื่อ 3 พ.ค.67 โดยบังกลาเทศปลดอาวุธและนำตัวเจ้าหน้าที่ BGP กลุ่มดังกล่าวไปไว้ที่โรงเรียนในเมืองเทกนาฟ เขตค็อกซ์ บาซาร์ และไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บ ทั้งนี้ บังกลาเทศส่งตัวเจ้าหน้าที่ความมั่นคงเมียนมาที่หลบหนีเข้าไปในบังกลาเทศกลับประเทศแล้ว 2 รอบ ได้แก่ เมื่อ 15 ก.พ.67 จำนวน 330 คน และเมื่อ 25 มี.ค.67 จำนวน 288 คน

ฟิลิปปินส์ ยืนยันไม่มีการทำข้อตกลงใด ๆ กับจีน กรณีพื้นที่พิพาทในทะเลจีนใต้

กระทรวงการต่างประเทศฟิลิปปินส์ (DFA) แถลงการณ์เมื่อ 7 พ.ค.67 ชี้แจงว่าฟิลิปปินส์ไม่มีเอกสาร บันทึก หรือข้อตกลงใด ๆ กับจีน เกี่ยวกับการจัดการ “รูปแบบใหม่” บริเวณแนวสันดอนโทมัสที่สอง ตามที่ สถานเอกอัครราชทูต(สอท.)จีน/ฟิลิปปินส์ กล่าวอ้าง พร้อมระบุว่า ไม่มีเจ้าหน้าที่ระดับคณะรัฐมนตรีจากฝ่ายบริหารของประธานาธิบดีเฟอร์ดินานด์ มาร์กอส จูเนียร์ คนใดเห็นด้วยกับข้อเสนอของจีนที่เกี่ยวข้องกับแนวสันดอนโทมัสที่สอง นอกจากนี้ DFA ย้ำว่า มีเพียงประธานาธิบดีฟิลิปปินส์เท่านั้น ที่สามารถอนุมัติหรืออนุญาตข้อตกลงที่ทำโดยรัฐบาลฟิลิปปินส์ในประเด็นที่เกี่ยวข้องกับทะเลฟิลิปปินส์ตะวันตก ทั้งนี้ ถ้อยแถลงดังกล่าว มุ่งขยายความเพิ่มเติมหลังจากกระทรวงการต่างประเทศฟิลิปปินส์ออกแถลงการณ์เมื่อ 5 พ.ค.67 ปฏิเสธคำกล่าวอ้างของ สอท.จีน/ฟิลิปปินส์ ถึงความมีอยู่ของข้อตกลงดังกล่าว อีกทั้งโจมตีว่าเป็นความพยายามบิดเบือนของจีนเพื่อสร้างความสับสนในสังคมฟิลิปปินส์ และเบี่ยงเบนข้อเท็จจริงที่ว่าจีนกระทำผิดกฎหมายและแสดงพฤติกรรมก้าวร้าวในพื้นที่อ้างกรรมสิทธิ์

รัสเซียต้องการเพิ่มจำนวนนักศึกษาต่างชาติเป็น 500,000 คน ในปี 2573

สำนักข่าว Tass ของรัสเซีย รายงานเมื่อ 7 พ.ค.67 ว่า ประธานาธิบดีวลาดีมีร์ ปูติน ตั้งเป้าหมายเพิ่มจำนวนนักศึกษาต่างชาติระดับอุดมศึกษาในมหาวิทยาลัยและสถาบันทางด้านวิทยาศาสตร์ในประเทศ จำนวนอย่างน้อย 500,000 คน ภายในปี 2573 ตามเป้าหมายการพัฒนาประเทศ ทั้งนี้ สถิติของกระทรวงศึกษาธิการและวิทยาศาสตร์ระบุ ปัจจุบันรัสเซียมีนักศึกษาต่างชาติมากกว่า 335,000 คน กำลังศึกษาอยู่ในระดับอุดมศึกษา โดยรัสเซียมีจำนวนนักศึกษาต่างชาติสูงเป็นอันดับ 6 ของโลก และเพิ่มขึ้นมากกว่าร้อยละ 20 ในช่วงห้าปีที่ผ่านมา ส่วนใหญ่มาจากจีน เวียดนาม ประเทศอดีตสหภาพโซเวียต ประเทศจากเอเชียและตะวันออกกลาง

นรม.อินเดีย ปฏิเสธการเลือกปฏิบัติต่อชาวมุสลิมในอินเดีย

นายกรัฐมนตรี นเรนทรา โมดิ ของอินเดีย ให้สัมภาษณ์ผ่านรายการโทรทัศน์ของ สำนักข่าว Times now เมื่อ 6 พ.ค.67 ปฏิเสธการเลือกปฏิบัติต่อชาวมุสลิมในอินเดีย และขอให้ชาวมุสลิมพิจารณาถึงความเจริญก้าวหน้าของอินเดียในห้วงที่ผ่านมา ตลอดจนคำนึงถึงอนาคตของเยาวชนและประชาชนอินเดียทุกคน โดยย้ำว่าทุกชาติพันธุ์ในอินเดียต้องได้รับสิทธิประโยชน์เท่าเทียมกัน พร้อมตั้งคำถามโจมตีพรรคคองเกรส แกนนำฝ่ายค้านที่ไม่สามารถยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนให้ดีขึ้นในสมัยที่พรรคคองเกรสเป็นรัฐบาล นายกรัฐมนตรีโมดิ ยังใช้โอกาสนี้ชี้แจงถึงประเด็นการกล่าวสุนทรพจน์ ที่รัฐราชสถาน เมื่อ 22 เม.ย.67 ซึ่งถูกพรรคคองเกรส กล่าวหาว่า ตนและพรรคภารติยะ ชนะตะ (Bharatiya Janata Party-BJP) ต้องการเรียกคะแนนนิยมโดยการโจมตีชาวมุสลิมนั้น มีนัยยะโจมตีพรรคฝ่ายค้านเท่านั้น