ศาลชั้นต้นสหรัฐฯ ยกฟ้องอดีตประธานาธิบดีทรัมป์ในคดีการจัดเก็บเอกสารลับ

สำนักข่าววอชิงตันโพสต์ รายงานเมื่อ 15 ก.ค.67 ว่า ในวันเดียวกันนี้ ศาลชั้นต้นสหรัฐฯ ประจำเขตใต้ของรัฐฟลอริดาตัดสินยกฟ้องอดีตประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ที่ถูกกล่าวหาว่าจัดเก็บเอกสารที่มีชั้นความลับของทางการอย่างไม่เหมาะสม กรณีพบเอกสารลับที่บ้านพักตากอากาศ Mar-a-Lago ของอดีตประธานาธิบดีทรัมป์ ที่เมือง Palm Beach รัฐฟลอริดา เมื่อ ส.ค.65 โดยนาง Aileen Cannon ผู้พิพากษาคดีชี้แจงในเอกสารคำตัดสินว่า นาย Jack Smith ที่ปรึกษาพิเศษของกระทรวงยุติธรรมสหรัฐฯ ผู้ยื่นฟ้องในคดีดังกล่าวได้รับการแต่งตั้งมาโดยไม่ถูกต้องตามกฎหมาย เนื่องจากเป็นการแต่งตั้งที่อาศัยอำนาจของประธานาธิบดีสหรัฐฯ โดยไม่ผ่านการรับรองจากฝ่ายนิติบัญญัติสหรัฐฯ ขัดต่อกฎหมายว่าด้วยวิธีการแต่งตั้งตามรัฐธรรมนูญสหรัฐฯ ซึ่งโจทก์สามารถยื่นอุทธรณ์ในชั้นศาลต่อไปได้ อย่างไรก็ดี คำตัดสินดังกล่าวมีผลทำให้การพิจารณาคดีต้องล้าช้าและไม่น่าจะแล้วเสร็จได้ก่อนการเลือกตั้งทั่วไปใน 5 พ.ย.67 ซึ่งจะเอื้อประโยชน์ต่ออดีตประธานาธิบดีทรัมป์ และนำไปสู่กระแสวิจารณ์ถึงความไม่เป็นกลางของคำตัดสินดังกล่าว เนื่องจากนาง Cannon เป็นผู้พิพากษาศาลชั้นต้นสหรัฐฯ ที่แต่งตั้งโดยอดีตประธานาธิบดีทรัมป์ เมื่อปี 2563 และแนวทางการแต่งตั้งที่ปรึกษาพิเศษที่นาง Cannon อ้างว่าขัดต่อรัฐธรรมนูญสหรัฐฯ ยังเป็นแนวทางที่กระทรวงยุติธรรมสหรัฐฯ ใช้มาตลอดในการสอบสวนคดีสำคัญโดยไม่เคยถูกตีความว่าขัดต่อกฎหมาย

มาเลเซียจะใช้บทบาทประธานอาเซียนปี 2568 ผลักดันข้อตกลงเศรษฐกิจดิจิทัล

เติงกู ซาฟรุล อับดุล อาซิซ รัฐมนตรีการลงทุน การค้า และอุตสาหกรรมของมาเลเซีย เปิดเผยเมื่อ 16 ก.ค.67 ว่า มาเลเซียจะใช้ตำแหน่งประธานอาเซียน ปี 2568 ผลักดันข้อตกลงด้านเศรษฐกิจดิจิทัลของอาเซียน (ASEAN Digital Economy Framework Agreement-DEFA) ให้สำเร็จเป็นรูปธรรมภายในวาระดำรงตำแหน่ง โดยเห็นว่า DEFA จะส่งเสริมศักยภาพการแข่งขันทางเศรษฐกิจของภูมิภาคให้ครอบคลุมและเป็นผลประโยชน์มากขึ้น ทั้งยังช่วยให้อาเซียนเปลี่ยนผ่านสู่การเป็นผู้นำด้านเศรษฐกิจดิจิทัล ซึ่งคาดว่าจะมีมูลค่าถึง 1 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ ในปี 2573 ปัจจุบัน มาเลเซียอยู่ระหว่างการร่างประเด็นสำคัญด้านเศรษฐกิจของอาเซียน (Priority Economic Deliverables-PEDs) ซึ่งคาดว่าจะครอบคลุมประเด็นผลประโยชน์ของประชาชนและภาคธุรกิจ โดยเฉพาะธุรกิจขนาดกลางและขยาดย่อม (SMEs) และภาคการผลิต

ญี่ปุ่นตรวจพบเรือกองกำลังรักษาชายฝั่งจีนรุกล้ำน่านน้ำ

สำนักข่าวJapan News รายงานเมื่อ 16 ก.ค.67 อ้างแถลงการณ์ของ บก.รักษาชายฝั่งภาค 11 กองกำลังรักษาชายฝั่งญี่ปุ่น (Japan Coast Guard-JCG) ว่า JCG ตรวจพบเรือของกองกำลังรักษาชายฝั่งจีน (China Coast Guard-CCG) จำนวน 2 ลำ เดินเรือรุกล้ำน่านน้ำญี่ปุ่น เมื่อ 16 ก.ค.67 ที่บริเวณน่านน้ำใกล้หมู่เกาะเซนกากุ (หรือหมู่เกาะเตียวหยูในภาษาจีน) จ.โอกินาวะ โดยเรือดังกล่าวบรรทุกสิ่งของที่มีลักษณะคล้ายอาวุธปืน (ไม่ระบุขนาดและรุ่น) ก่อนหน้านี้ ญี่ปุ่นตรวจพบเรือจีนรุกล้ำน่านน้ำครั้งล่าสุดเมื่อ 11 ก.ค.67

ผู้นำมาเลเซียย้ำการแก้ไขร่างกฎหมายเพิ่มอำนาจศาลชารีอะห์ต้องทำอย่างระมัดระวัง

นายกรัฐมนตรีอันวาร์ อิบราฮิม ของมาเลเซีย เปิดเผยเมื่อ 16 ก.ค.67 ว่า ข้อเสนอแก้ไขร่างกฎหมายมอบอำนาจพิจารณาคดีทางอาญาแก่ศาลชารีอะห์ (Syariah Courts (Criminal Jurisdiction) Act-RUU355) จำเป็นต้องดำเนินการอย่างระมัดระวังไม่ให้บทบัญญัติเข้มงวดเกินไป และควรผ่านการพิจารณาจากนักการศาสนาและผู้เชี่ยวชาญด้านศาสนาอิสลามจากต่างประเทศ เพื่อให้ทุกรัฐยอมรับในเนื้อหาของร่างกฎหมายดังกล่าว ก่อนเสนอต่ออัยการสูงสุด ฝ่ายนิติบัญญัติและสภาผู้ปกครอง (สภาสุลต่าน) พิจารณารับรองต่อไป ทั้งนี้ หลักการสำคัญของร่างกฎหมาย RUU355 คือการให้อำนาจศาลชารีอะห์พิจารณาคดีทางอาญา และใช้บทลงโทษทางอาญาแบบอิสลาม (Hudud)

เวียดนามส่งออกสินค้าเครื่องหนัง รองเท้า และกระเป๋า เพิ่มร้อยละ 5.7 ห้วงครึ่งแรกของปี 2567

สำนักข่าว Vietnam News รายงานเมื่อ 15 ก.ค.67 อ้างข้อมูลจากสมาคมหนัง รองเท้า และกระเป๋าถือเวียดนาม (the Việt Nam Leather, Footwear and Handbag Association-LEFASO) ว่า ห้วง ม.ค.-มิ.ย.67 เวียดนามส่งออกผลิตภัณฑ์จากเครื่องหนัง รองเท้า และกระเป๋ามากกว่า 6,500 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้นร้อยละ 5.7 จากห้วงเดียวกันของเมื่อปี 2566 และคาดว่ามูลค่ารวมทั้งปี 2567 จะอยู่ระหว่าง 26,000-27,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ตลาดส่งออกหลักได้แก่ สหรัฐฯ สหภาพยุโรป (EU) ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ และจีน ทั้งนี้ นาง Phan Thi Thanh Xuan รองประธาน LEFASO กล่าวว่า เวียดนามมีแผนขยายตลาดส่งออก โดยเฉพาะในประเทศที่เวียดนามมีข้อตกลงการค้าเสรีสหภาพยุโรป-เวียดนาม (EVFTA) และความตกลงที่ครอบคลุมและก้าวหน้าสำหรับหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจภาคพื้นแปซิฟิก (CPTPP)…

รมว.กต.รัสเซียเข้าร่วมการประชุม UNSC ที่นครนิวยอร์ก สหรัฐฯ ในฐานะประธานหมุนเวียน

นายเซียร์เกย์ ลาฟรอฟ รัฐมนตรีต่างประเทศรัสเซีย เดินทางถึงนครนิวยอร์ก สหรัฐฯ ในฐานะประธานหมุนเวียนการประชุมคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ (United Nation Security Council-UNSC) ระดับรัฐมนตรี โดยระหว่าง 16-19 ก.ค.67 จะหารือในหัวข้อ 1) ความร่วมมือพหุภาคีเพื่อผลประโยชน์ของการสถาปนาระเบียบโลกที่ยุติธรรม เป็นประชาธิปไตยและยั่งยืน 2) สถานการณ์ในตะวันออกกลาง และ ใน 19 ก.ค.67 หัวข้อความร่วมมือระหว่าง UN กับ CSTO (Collective Security Treaty Organization) และ SCO (Shanghai Cooperation Organisation ) นอกจากนี้ ยังมีการประชุมทวิภาคีในประเด็นสถานการณ์ปัจจุบันระดับภูมิภาคและระหว่างประเทศ อาทิ สถานการณ์ในฉนวนกาซา ปัญหาวิกฤติยูเครน รวมถึงการคุ้มครองกฎบัตรแห่งสหประชาชาติ อย่างไรก็ดี กระทรวงการต่างประเทศรัสเซียเปิดเผยว่า สหรัฐฯ ไม่ได้ร้องขอให้มีการประชุมทวิภาคีระหว่างกัน

อิสราเอลผลักดันแผนผนวกฉนวนกาซา และยังไร้สัญญาณหยุดยิง

ความรุนแรงและความสูญเสียในฉนวนกาซาที่เป็นผลจากการปฏิบัติการทางทหารของอิสราเอลกับกลุ่มฮะมาสยังเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง อิสราเอลโจมตีทั่วพื้นที่ รวมทั้งโรงพยาบาลและพื้นทีที่มีพลเรือนอาศัยอยู่ จนทำให้ยอดผู้เสียชีวิตเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ปัจจุบันชาวปาเลสไตน์ในฉนวนกาซาจำนวนมากกลายเป็นผู้พลัดถิ่น ต้องอพยพไปอยู่ในพื้นที่แออัด ความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมไม่เพียงพอ ทั้งอาหารและการให้บริการด้านสาธารณสุข

FBI ประเมินเหตุลอบยิงอดีตประธานาธิบดีทรัมป์เป็นการก่อเหตุโดยลำพัง

สำนักข่าว Bloomberg รายงานอ้างถ้อยแถลงของนายคริสโตเฟอร์ เรย์ ผู้อำนวยการสำนักงานสอบสวนกลางสหรัฐฯ (FBI) เมื่อ 14 ก.ค.67 ว่า FBI กำลังเร่งสืบสวนหาแรงจูงใจที่ นาย Thomas Matthew Crooks (20 ปี/2567) ก่อเหตุลอบยิงอดีตประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ โดยจะให้ความสำคัญกับการเข้าถึงข้อมูลในโทรศัพท์ โดยเฉพาะบัญชีสื่อออนไลน์ และคำให้การของครอบครัวนาย Crooks เป็นหลัก และประเมินว่านาย Crooks ก่อเหตุโดยลำพัง ด้วยการใช้ปืนไรเฟิล AR-556 ที่คาดว่าบิดาของนาย Crooks ครอบครองอย่างถูกต้องตามกฎหมาย อีกทั้งนาย Crooks ไม่มีประวัติการก่อเหตุหรือคดีอาชญากรรม พร้อมทั้งยืนยันว่ายังไม่พบว่ามีภัยคุกคามอื่น ๆ ที่จะส่งผลต่อความปลอดภัยของสาธารณชน

ประธานาธิบดีสหรัฐฯ แสดงความเสียใจกรณีเหตุลอบยิงอดีตประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์

ทำเนียบประธานาธิบดีสหรัฐฯ เผยแพร่ถ้อยแถลงของประธานาธิบดีโจเซฟ ไบเดน เมื่อ 14 ก.ค.67 แสดงความเสียใจกรณีเหตุลอบยิงอดีตประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ระหว่างปราศรัยหาเสียงที่รัฐเพนซิลเวเนีย เมื่อ 13 ก.ค.67 ซึ่งเป็นเหตุให้อดีตประธานาธิบดีทรัมป์ได้รับบาดเจ็บบริเวณหูข้างขวา รวมถึงชาวอเมริกันที่รับฟังการปราศรัยบาดเจ็บสาหัส 2 ราย และเสียชีวิต 1 ราย พร้อมทั้งได้โทรศัพท์แสดงความห่วงใยถึงอดีตประธานาธิบดีทรัมป์แล้ว โดย สำนักงานสอบสวนกลางสหรัฐฯ (FBI) และหน่วยงานความมั่นคงอยู่ระหว่างการสืบสวนแรงจูงใจในการก่อเหตุ และจะเผยแพร่ให้สาธารณชนทราบต่อไป นอกจากนี้ ประธานาธิบดีไบเดนยังประณามการใช้ความรุนแรงทุกรูปแบบในสหรัฐฯ และออกคำสั่งให้หน่วยอารักขาประธานาธิบดีสหรัฐฯ (Secret Service) เพิ่มการรักษาความปลอดภัยให้กับอดีตประธานาธิบดีทรัมป์ในการปราศรัยและการประชุม National Convention ของพรรครีพับลิกัน รวมทั้งเรียกร้องให้ชาวอเมริกันยุติการใช้ความรุนแรงต่อผู้ที่เห็นต่างทางการเมือง เพื่อลดความแตกแยกในสังคม

จีนและรัสเซียจัดซ้อมรบร่วมทางทะเลในมณฑลกวางตุ้ง

หนังสือพิมพ์ Global Times รายงานเมื่อ 14 ก.ค.67 ว่ากองทัพเรือจีนและรัสเซียจัดการซ้อมรบร่วมภายใต้รหัส Exercise Joint Sea-2024 ที่เมืองจ้านเจียง มณฑลกวางตุ้ง ห้วงกลางเดือน ก.ค.67 (ไม่ระบุจำนวนวัน) ซึ่งจีนส่งเรือพิฆาต Nanning Type 052D เรือฟริเกต Xianning และ Dali Type 054A เรือส่งกำลังบำรุง Weishanhu Type 903 และเฮลิคอปเตอร์ Shipborne ขณะที่ฝ่ายรัสเซียส่งเรือคอร์เวต Gromkiy และ Rezkiy และเรือบรรทุกน้ำมัน Irkut เข้าร่วม การซ้อมรบดังกล่าวเป็นการซ้อมด้วยกระสุนจริงในการฝึกหลายรูปแบบ อาทิ การลาดตระเวนร่วมและการแจ้งเตือนล่วงหน้า การค้นหาและกู้ภัยร่วม การป้องกันทางอากาศบริเวณน่านน้ำและน่านฟ้าใกล้เมืองจ้านเจียง เพื่อแสดงถึงความมุ่งมั่น และขีดความสามารถของทั้งสองฝ่ายในการจัดการกับภัยคุกคามความมั่นคงทางทะเล รวมถึงรักษาสันติภาพและเสถียรภาพทั้งในระดับโลกและภูมิภาค พร้อมกับกระชับความเป็นหุ้นส่วนเชิงยุทธศาสตร์รอบด้านในยุคใหม่ระหว่างจีน-รัสเซียให้ลึกซึ้งยิ่งขึ้น