ประเมินศึก : รัฐบาลมาเลเซีย VS บริษัทสื่อออนไลน์

     รัฐบาลมาเลเซียกำลังเร่งควบคุมสื่อสังคมออนไลน์ในประเทศ สำเร็จหรือไม่!? และเผชิญการสู้กลับจากบริษัทสื่อออนไลน์อย่างไร จะเป็นต้นแบบของการทำให้สื่อออนไลน์เป็นพื้นที่ปลอดภัยได้หรือไม่!? ลองฟังกันครับ

นโยบายขึ้นภาษีของว่าที่ผู้นำสหรัฐฯ กระทบค่าเงินเอเชียและจะใช้เป็นเครื่องมือต่อรองผลประโยชน์

กรณีว่าที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เตรียมจะขึ้นอัตราภาษีนำเข้าสินค้าจากต่างประเทศร้อยละ 10-20 เพื่อปกป้องเศรษฐกิจในประเทศและผู้ประกอบการชาวอเมริกัน ควบคู่กับดึงดูดการลงทุนกลับประเทศ ทำให้ค่าเงินเอเชียผันผวนอย่างมาก โดยมีรายงานเมื่อ 3 ธ.ค.67 ว่า การประกาศขึ้นอัตราภาษีนำเข้าสินค้าจากจีน กลุ่ม BRICS และประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ทำให้ค่าเงินหยวนของจีน รูปีของอินเดีย ริงกิตของมาเลเซีย

อิสราเอลยังคงตอบโต้ฮิซบุลลอฮ์ในเลบานอน : เสี่ยงทำให้ข้อตกลงหยุดยิงล้มเหลว

สถานการณ์การสู้รบและตอบโต้ด้วยกำลังทหารระหว่างกองทัพอิสราเอลกับกลุ่มฮิซบุลลอฮ์ในพื้นที่เลบานอนยังคงรุนแรงต่อเนื่อง เสี่ยงทำให้ข้อตกลงหยุดยิงชั่วคราวที่เริ่มต้นบังคับใช้เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา อาจล้มเหลว และทำให้บรรยากาศความมั่นคงในภูมิภาคตะวันออกกลางไม่มั่นคงอีกครั้ง โดยเมื่อ 3 ธ.ค.67 กองทัพอิสราเอลยิงตอบโต้กับกลุ่มฮิซบุลลอฮ์ ส่งผลให้มีชาวเลบานอนในพื้นที่ตอนใต้ เสียชีวิตและได้รับบาดเจ็บ

มาเลเซียจะใช้ Soft Power Diplomacy กับรัฐบาลสหรัฐฯ ของนายโดนัลด์ ทรัมป์

ดาโต๊ะ ซรี อูตามา ฮาจิ โมฮามัด บิน ฮาซัน รมว.กต.มาเลเซีย ระบุเมื่อ 3 ธ.ค.67 ว่า ยังคงดำเนินนโยบายต่างประเทศที่เป็นกลาง และจะใช้ Soft Power Diplomacy ปฏิสัมพันธ์กับรัฐบาลโดนัลด์ ทรัมป์ ทั้งย้ำว่า มาเลเซียจะไม่โน้มเอียงเข้าหาประเทศใดมากกินไป เพื่อปกป้องผลประโยชน์ของชาติเป็นสำคัญ  พร้อมกับต้องการให้อาเซียนปรับใช้แนวทางที่สอดคล้องกัน ทั้งนี้ ท่าทีดังกล่าวมีขึ้นเพื่อตอบคำถามของประธานสภาหอการค้ามาเลเซีย-จีน ถึงจุดยืนของอาเซียนต่อการดำเนินนโยบายต่างประเทศ  เพื่อรับมือผลกระทบจากสงครามการค้าระหว่างสหรัฐฯ-จีน หลังนายทรัมป์ขู่จะตั้งภาษีร้อยละ 100 ต่อประเทศที่เข้าร่วมกลุ่ม BRICS และพยายามใช้เงินสกุลอื่นในการค้าแทนดอลลาร์สหรัฐ

กลยุทธ์การรับมือของผู้นำแคนาดากับการถูกขู่จะขึ้นภาษีจากว่าที่ประธานาธิบดีทรัมป์

ยังไม่ทันเริ่มบริหารประเทศ ว่าที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ออกตัวแรงมากในเรื่องการจะขึ้นภาษีสินค้านำเข้า และจัดการกับผู้ลักลอบเข้าเมือง  โดยจีน แคนาดา และเม็กซิโก เป็น 3 ประเทศแรกที่ว่าที่ประธานาธิบดีทรัมป์ประกาศเมื่อ 25 พฤศจิกายน 2567 ว่าจะจัดการเรื่องขึ้นภาษีนี้ แต่ขอนำเสนอเฉพาะแคนาดา และเม็กซิโก สองประเทศนี้ก่อนว่าจะปกป้องผลประโยชน์ของประเทศโดยวิธีใดจากกรณีคำขู่ของว่าที่ผู้นำสหรัฐฯ ที่ไปที่มา…… ว่าที่ประธานาธิบดีทรัมป์ตั้งเงื่อนไขผ่านโซเชียลมีเดียเมื่อ 25พฤศจิกายน 2567 ว่า จะขึ้นภาษีนำเข้าทุกรายการจากเม็กซิโก และแคนาดา ร้อยละ 25 ไปจนกว่าทั้งสองประเทศจะสามารถกวาดล้างการลักลอบนำยาเสพติด เฉพาะอย่างยิ่งยาเฟนทานิล (ยาระงับปวดคุณภาพสูง) และลักลอบเข้าเมือง ซึ่งหลั่งไหลเข้าสหรัฐฯ ตามบริเวณชายแดนจากแคนาดาที่อยู่ตอนบน และเม็กซิโกที่อยู่ตอนใต้ของสหรัฐฯ ทำไมต้องเป็นสองประเทศนี้…… เป้าหมาย “ America First” คือ สหรัฐฯ จะสามารถลดการเสียเปรียบดุลการค้ากับแคนาดา และเม็กซิโก ที่สหรัฐฯ ขาดดุลการค้าสูงมาก โดยเมื่อปี 2566 อยู่อันดับ 2 และ 3  (จีนเป็นประเทศที่สหรัฐฯ ขาดดุลการค้ามากเป็นอันดับ 1) นอกจากนี้ ยังจะช่วยลดปัญหาสังคม…

ผู้นำยูเครนหารือทางโทรศัพท์กับผู้นำประเทศยุโรปเกี่ยวกับสถานการณ์สู้รบระหว่างรัสเซียกับยูเครน

ประธานาธิบดีโวโลดีมีร์ เซเลนสกี ของยูเครน โทรศัพท์หารือกับนายโอลาฟ ชอลซ์ นรม.เยอรมนี และนายเอ็มมานูเอล มาครง ประธานาธิบดีฝรั่งเศส เมื่อ 29 พ.ย.67  ประเด็นการต่อต้านการรุกรานทางทหารของรัสเซียต่อยูเครน และเน้นย้ำถึงความจำเป็นในการสนับสนุนยูเครน การประสานงานร่วมกัน การตอบสนองต่อเหตุการณ์ และการเร่งรัดการสนับสนุนยูเครนให้เข้าร่วมเป็นสมาชิกเนโต นอกจากนี้ ประธานาธิบดีเซเลนสกี รับรองว่า ยูเครนยังคงสามารถต้านทานการรุกรานทางทหารของรัสเซียได้ในสมรภูมิรบที่ภูมิภาคดอนบาส (ฝั่งตะวันออกของยูเครน) และยึดคืนดินแดนที่อยู่ภายใต้การควบคุมของยูเครนในเขตชายแดนคุสค์ของรัสเซียได้ รวมทั้งยังคงต้านทานการโจมตีจากโดรนและขีปนาวุธของรัสเซียในเมืองต่าง ๆ และโครงสร้างพื้นฐานด้านพลเรือนของยูเครน

จีนจะดำเนินมาตรการตอบโต้สหรัฐฯ กรณีขายอาวุธให้ไต้หวัน

สนข. Reuters รายงานเมื่อ 1 ธ.ค.67 อ้างแถลงการณ์ กต.จีน ว่า จีนพร้อมตอบโต้สหรัฐฯ อย่างเด็ดขาดจากการที่สหรัฐฯ อนุมัติขายอาวุธให้ไต้หวัน เนื่องจากได้แจ้งให้สหรัฐฯ แล้วว่าการอนุมัติดังกล่าวละเมิดอธิปไตยของจีนอย่างร้ายแรง ทั้งยังเป็นการส่งสัญญาณที่ผิดต่อกลุ่มที่ต้องการแยกไต้หวันเป็นอิสระ และบั่นทอนความสัมพันธ์ระหว่างจีนกับสหรัฐฯ ทั้งนี้ สหรัฐฯ อนุมัติขายอะไหล่ บ.ขับไล่ F-16 และระบบเรดาร์ให้แก่ไต้หวัน มูลค่ารวมประมาณ 385 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เมื่อ 29 พ.ย.67 โดยประกาศเพียงไม่กี่ชั่วโมงก่อนที่ประธานาธิบดีไล่ ชิงเต๋อ ของไต้หวัน จะเยือนประเทศพันธมิตรในแปซิฟิก ซึ่งจะมีการแวะพักที่ฮาวายและเกาะกวมของสหรัฐฯ ด้วย

โดนัลด์ ทรัมป์ จะตอบโต้กลุ่ม BRICS ด้วยการขึ้นภาษีหากใช้สกุลเงินอื่นแทนดอลลาร์สหรัฐ

นายโดนัลด์ ทรัมป์ ว่าที่ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ระบุผ่านบัญชี Truth Social เมื่อ 1 ธ.ค.67 ว่า หากประเทศสมาชิกกลุ่ม BRICS สร้างสกุลเงินใหม่ หรือสนับสนุนการใช้สกุลเงินอื่นแทนดอลลาร์สหรัฐในการค้าระหว่างประเทศ สหรัฐฯ จะตอบโต้ด้วยการขึ้นภาษีสินค้าจากกลุ่ม BRICS ร้อยละ 100  ซึ่งจะปิดโอกาสแข่งขันที่สินค้าจากสมาชิกกลุ่ม BRICS จะเข้าถึงตลาดการค้าขนาดใหญ่ของสหรัฐฯ