รองประธานาธิบดีสหรัฐฯ เข้าร่วมการประชุมด้านความมั่นคงที่เยอรมนี

  สนข. The Guardian รายงานเมื่อ 14 ก.พ. 68 ว่า สุนทรพจน์ที่รองประธานาธิบดี เจ ดี แวนซ์ ของสหรัฐฯ เข้าร่วมการประชุมด้านความมั่นคงที่เมืองมิวนิก ประจำปี 2568 (Munich Security Conference 2025) เยอรมนี ได้แก่ 1) ภัยคุกคามด้านความมั่นคงที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในภูมิภาคยุโรป ไม่ได้มาจากรัสเซีย หรือจีน แต่มาจากจัดการภายในของยุโรปที่กําลังคุกคามค่านิยมและความเชื่อมั่นต่อระบอบประชาธิปไตย 2) นโยบาย หรือแนวทางการปิดกั้นข้อมูลข่าวสาร รวมทั้งออกกฎหมายที่ไม่รับฟังความเห็นของประชาชน  เป็นการบั่นทอนเสรีภาพในการแสดงความเห็น ตลอดจนการปิดกั้นการพูดคุยกับผู้แทนของกลุ่มเห็นต่าง และ 3) นโยบายการรับผู้อพยพเข้ามาในยุโรป ก่อให้เกิดปัญหาของความเป็นเอกภาพ ความสงบเรียบร้อย และความปลอดภัยในสังคม นอกจากนี้ รองประธานาธิบดีแวนซ์ ยังได้พบหารือกับประธานาธิบดีโวโลดีมีร์ เซเลนสกี ของยูเครน ในประเด็นสงครามรัสเซีย – ยูเครน

ออสเตรเลียจะห้ามนักลงทุนต่างชาติซื้อบ้านเพื่อแก้ไขปัญหาราคาที่อยู่อาศัย

สนข.Sky News รายงานอ้างถ้อยแถลงของนาง Clare O’Neil รมว.กระทรวงการเคหะออสเตรเลีย เมื่อ 16 ก.พ.68 ว่า ออสเตรเลียจะห้ามชาวต่างชาติซื้ออสังหาริมทรัพย์ที่สร้างเสร็จแล้วในออสเตรเลีย เป็นระยะเวลา 2 ปี ตั้งแต่ 1 เม.ย.68–31 มี.ค.2570 ซึ่งครอบคลุมกลุ่มนักลงทุน ผู้พำนักชั่วคราว ผู้ถือวีซ่าทำงานและนักเรียน เพื่อรับมือกับปัญหาราคาที่อยู่อาศัยสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้ สื่อมวลชนส่วนใหญ่เห็นว่า นโยบายดังกล่าวมีขึ้นเพื่อรองรับการหาเสียงเลือกตั้งทั่วไปใน พ.ค.68

ทิศทางความสัมพันธ์ระหว่างภูมิภาคเอเชียใต้กับรัฐบาลทรัมป์ 2.0

ภูมิภาคเอเชียใต้ที่มีอินเดียเป็นประเทศแสดงบทบาทนำของภูมิภาค และยังมีประเทศอื่น ๆ อีก จะมีแนวโน้มอย่างไรบ้างจากการกลับมาของโดนัลด์ ทรัมป์ ในฐานะประธานาธิบดีสหรัฐฯ สมัยที่ 2 แน่นอนว่าจะส่งผลกระทบในหลายมิติ ทั้งด้านการเมือง เศรษฐกิจ และความมั่นคง ทั้งยังมีความสำคัญต่อยุทธศาสตร์โลกของสหรัฐฯ เฉพาะอย่างยิ่งการแข่งขันกับจีน นโยบายต่างประเทศของรัฐบาลทรัมป์ 2.0 ยังมีบทบาทสำคัญในการกำหนดทิศทางความมั่นคงและเศรษฐกิจในภูมิภาคเอเชียใต้ จะขอเริ่มจากอินเดียที่เป็นเสาหลักของการดำเนินยุทธศาสตร์อินโด-แปซิฟิกของสหรัฐฯ ในภูมิภาคนี้ เพราะมีสิ่งท้าทายร่วมกันในการสกัดกั้นอิทธิพลจีนออกไปจากภูมิภาค ดังนั้น สิ่งที่รัฐบาลทรัมป์ 2.0 น่าจะทำคือผลักดันให้อินเดียเพิ่มบทบาทสำคัญด้านความมั่นคงในภูมิภาค ซึ่งจะนำไปสู่ความร่วมมือด้านการป้องกันและการขยายการฝึกร่วมทางทหาร เพื่อเพิ่มความมั่นคงทางทะเล การซื้ออาวุธ และการติดตามกิจกรรมของเรือดำน้ำจีนในมหาสมุทรอินเดีย รวมทั้งอินเดียมีแนวโน้มจะต่อรองกับสหรัฐฯ ได้ หากถูกสหรัฐฯ ขู่จะขึ้นภาษีสินค้าที่ส่งออกไปสหรัฐฯ ปากีสถานกับอัฟกานิสถานจะเป็นประเทศที่รัฐบาลทรัมป์ 2.0 จับตามองอย่างมาก เฉพาะอย่างยิ่ง ปากีสถานที่ใกล้ชิดจีน และสนับสนุนกลุ่มติดอาวุธต่อต้านอินเดีย โดยสหรัฐฯ อาจกดดันปากีสถานให้ลดความร่วมมือกับจีน เช่น ลดการพึ่งพาการลงทุนจากโครงการระเบียงเศรษฐกิจจีน-ปากีสถาน (China-Pakistan Economic Corridor – CPEC) และเพิ่มความจริงจังในการต่อต้านการก่อการร้ายในภูมิภาค และเสี่ยงที่สหรัฐฯ จะใช้มาตรการลงโทษปากีสถาน เช่น การจำกัดการค้า ขณะที่อัฟกานิสถาน ภายใต้การปกครองของรัฐบาลตอลิบัน…

ศาลอาร์เจนตินาออกหมายจับ พล.อ.อาวุโส มินอองไลง์

สนข.VOA รายงานเมื่อ 14 ก.พ.68  ว่า ศาลอาร์เจนตินาออกหมายจับ พล.อ.อาวุโส มินอองไลง์ รักษาการประธานาธิบดีเมียนมา ผบ.ทสส. และประธานสภาบริหารแห่งรัฐ (SAC) รวมทั้งนางอองซานซูจี อดีตที่ปรึกษาแห่งรัฐกับ จนท.ทหารระดับสูงอีก 22 นาย  ข้อหาฆ่าล้างเผ่าพันธุ์และก่ออาชญากรรมต่อชาวโรฮีนจา  ทั้งนี้  ตัวแทนขององค์กรโรฮีนจาแห่งเมียนมาแห่งสหราชอาณาจักร  (BROUK) ยื่นฟ้องข้อกล่าวหาดังกล่าวต่อศาลอาร์เจนตินาเมื่อปี 2562

เวียดนามพร้อมต้อนรับนักท่องเที่ยวต่างชาติ 23 ล้านคนในปี2568

สนข. Eurasia Review รางานเมื่อ 17 ก.พ. 68 อ้าง นสพ. Vietnam News ว่า เวียดนามตั้งเป้าหมายที่จะดึงดูดนักท่องเที่ยวต่างชาติ 22-23 ล้านคนในปี 2568 โดยขยายเวลาการพํานักแบบไม่ต้องขอวีซ่า (Visa-Free) เป็น 45 วันจาก 15 วัน และขยายอายุวีซ่า อิเล็กทรอนิกส์ (e-Visa) เป็น 90 วันจาก 30 วัน เวียดนามมุ่งเน้นไปที่การท่องเที่ยวทางทะเล การท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์วัฒนธรรม การท่องเที่ยวเชิงอาหาร และการท่องเที่ยวที่เกิดจากอุตสาหกรรม MICE (Meetings, Incentives, Conferences, Events-MICE) ถึงแม้เมื่อปี 2567  การท่องเที่ยวเวียดนามจะได้รับผลกระทบจากภัยธรรมชาติ เช่น น้ำท่วม  แต่หน่วยงานการท่องเที่ยวแห่งชาติเวียดนาม (Vietnam National Authority of Tourism-VNAT) รายงานว่าประเทศมีอัตราการฟื้นตัวของการท่องเที่ยวสูงสุดในเอเชีย ตอ.ต.

เวียดนามจะเปิดเที่ยวบินตรงไปยังกรุงโคเปนเฮเกนภายใน มี.ค. 68

เว็บไซต์ Aviation A2Z รายงานเมื่อ 16 ก.พ. 68 ว่า จำนวนนักท่องเที่ยวจากกลุ่มประเทศสแกนดิเนเวีย และนอร์ดิกที่เดินทางเข้าสู่เวียดนามในปี 2567 มีประมาณ 135,000 คน สายการบิน Vietnam Airlines จึงเตรียมเปิดให้บริการเที่ยวบินตรงไปยังกรุงโคเปนเฮเกน เดนมาร์กภายใน มี.ค. 2568 ซึ่งเป็นความร่วมมือระหว่าง Scandinavian Airlines (SAS) และ SkyTeam Alliance ทั้งนี้ การเปิดเส้นทางบินตรงจากเวียดนามไปยังโคเปนเฮเกนต้องได้รับการสนับสนุนจากทั้งรัฐบาลเวียดนามและเดนมาร์ก และนับเป็นก้าวสำคัญในการขยายความร่วมมือในหลายด้านระหว่างเวียดนามกับประเทศในกลุ่มสแกนดิเนเวียและนอร์ดิก ที่จะช่วยเสริมสร้างความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจ การท่องเที่ยวร่วมกันให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น

เวียดนามเตรียมออกกฎหมายธุรกิจออนไลน์ต่างชาติ

เว็บไซต์กระทรวงส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศเวียดนาม เมื่อ 16 ก.พ.68 รายงานว่า รมว.อุตสาหกรรมและการค้าเวียดนามยื่นเสนอกฎหมายธุรกิจออนไลน์ต่างประเทศ โดยผู้ประกอบการต่างชาติต้องลงทะเบียนและได้รับใบอนุญาตก่อนจึงสามารถเปิดให้บริการในเวียดนามได้ และต้องเปิดสำนักงานหรือแต่งตั้งนิติบุคลในเวียดนาม รวมถึงสินค้าและบริการต้องผ่านมาตรฐานที่กำหนดเพื่อปกป้องผู้บริโภคและส่งเสริมการแข่งขันอย่างเป็นธรรมกับธุรกิจภายท้องถิ่น การออกกฎหมายนี้อาจส่งผลกระทบผู้ประกอบการไทยที่ลงทุนในเวียดนามให้ต้องปรับตัวตามกฎหมายใหม่

การเจาจาหยุดยิงระยะที่ 2 อาจเริ่มในสัปดาห์นี้ขณะที่ชาวปาเลสไตน์กังวลแผนอพยพ

อิสราเอลและกลุ่มฮะมาสอาจเริ่มการเจรจาข้อตกลงหยุดยิงระยะที่ 2 ภายในสัปดาห์นี้ หลังจากที่ทั้ง 2 ฝ่าย ปฏิบัติตามข้อตกลงหยุดยิงระยะที่ 1 และมีความคืบหน้าแลกเปลี่ยนตัวประกันกับนักโทษระหว่างกัน นาย Steve Witkoff ผู้แทนพิเศษของรัฐบาลสหรัฐฯ ฝ่ายกิจการตะวันออกกลางเปิดเผยต่อสื่อมวลชนเมื่อ 17 ก.พ.68 ว่า การเจรจาจะมีขึ้นทันทีที่อิสราเอลส่งผู้แทนการเจรจาไปเยือนกรุงไคโร อิยิปต์ อย่างไรก็ดี มีรายงานว่าอิสราเอลคงกำลังทหารไว้ในพื้นที่ และทำลายอาคารในฉนวนกาซา ตลอดจนสั่งให้ชาวปาเลสไตน์ในค่ายผู้ลี้ภัยอพยพ ทำให้ชาวปาเสสไตน์ยังได้รับความเดือดร้อนและไม่มีพื้นที่ปลอดภัย ปัจจุบันมีการรายงานจำนวนผู้เสียชีวิตในฉนวนกาซาจากสงครามที่ยืดเยื้อกว่า 15 เดือน จำนวน 48,271 คน และคาดว่าจำนวนผู้เสียชีวิตอาจเพิ่มมากกว่า 60,000 คน เนื่องจากบางส่วนไม่สามารถเก็บกู้ได้ เพราะพื้นที่ได้รับความเสียหายจากปฏิบัติการทางทหารของอิสราเอล