ตอนที่ 1 เรื่องราวของหม่องชิดตู่

เมื่อ 25 ปีที่แล้ว ผมอยากเจอชิดตู่ เพราะไปได้รูปภาพมารูปหนึ่งเป็นรูปกระสอบปุ๋ยเรียงเป็นตั้งๆ ราวๆ 7-10 ใบ ข่าวว่าเป็นยาบ้าของหม่องชิดตู่ หัวหน้ากะเหรี่ยง DKBA คุมพื้นที่ทำไม้ที่บ้านก๊กโก่ ทางเหนือของเมียวดี ตอนนั้นชื่อเสียงของชิดตู่ดังกระฉ่อน หลังจากที่เขากล้าต่อกลอนกับลุงทินหม่อง ผู้บังคับกองพลน้อยที่ 7 ทหารกะเหรี่ยง KNU ที่จริงแล้วสองคนนี้เขาเคยเป็นลูกพี่ลูกน้องกันมาก่อนสมัยที่ค่ายมาเนอปลอของ KNU ยังไม่แตก ชิดตู่เป็นลูกน้องรักของพันเอกทินหม่อง เขารบกับพม่ามาด้วยกัน แต่วันหนึ่งพม่าส่งพระอูตูสะนะมาสลายการปฏิวัติของกองทัพกะเหรี่ยง ส่งผลให้กะเหรี่ยงพุทธแยกออกมาจากกะเหรี่ยงคริสต์ มาตั้งกองกำลังกะเหรี่ยง DKBA เมื่อปี 2537 แล้วพาทหารพม่าย้อนไปตีค่ายมาเนอปลอแตกเมื่อปี 2538

รอบรั้วอาคเนย์ ปักษ์แรก ก.พ.68

รอบรั้วอาคเนย์ Intelligence Report by NIA ฉบับปักษ์แรก กุมภาพันธ์ 2568
รายงานสถานการณ์และบทบาทของผู้นำที่น่าสนใจในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ พร้อมประเมินแนวโน้ม

DeepSeek: สิ่งที่ทำให้วงการเอไอในสหรัฐฯ ปั่นป่วน

ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา โลกได้เห็นความก้าวหน้าของปัญญาประดิษฐ์ (AI) อย่างก้าวกระโดด ทั้งในด้านเทคโนโลยีที่ล้ำสมัยและการแข่งขันระหว่างประเทศมหาอำนาจ แต่หนึ่งในเหตุการณ์ที่สร้างความสั่นสะเทือนให้กับวงการ AI ของสหรัฐฯ อย่างมีนัยสำคัญคือการปรากฏตัวของ “DeepSeek” ซึ่งเป็นโครงการพัฒนา AI จากจีนที่มีความสามารถทัดเทียมหรืออาจจะเหนือกว่าโมเดล AI ชั้นนำของสหรัฐฯ ความก้าวหน้าของ DeepSeek ไม่เพียงแต่สะท้อนถึงพลังทางเทคโนโลยีของจีนที่เพิ่มขึ้น แต่ยังเป็นสัญญาณเตือนถึงการเปลี่ยนแปลงสมดุลอำนาจในอุตสาหกรรม AI โลก DeepSeek เป็นโมเดลภาษาขนาดใหญ่ (Large Language Model–LLM) ที่ได้รับการพัฒนาโดยทีมนักวิจัยจากจีน ซึ่งมุ่งเน้นไปที่การสร้าง AI ที่สามารถเข้าใจและใช้ภาษาธรรมชาติได้อย่างมีประสิทธิภาพ เทียบได้กับ GPT-4 ของ OpenAI หรือ Claude ของ Anthropic แม้ว่าผลิตภัณฑ์ AI จากจีนจะถูกมองว่าอยู่ในระดับรองจากเทคโนโลยีของตะวันตกมาโดยตลอด แต่ DeepSeek กลับแสดงให้เห็นถึงศักยภาพที่น่าทึ่ง ทั้งในด้านความแม่นยำของการวิเคราะห์ข้อมูล ความสามารถในการสร้างเนื้อหา และการทำความเข้าใจบริบทของภาษาที่หลากหลาย สิ่งที่ทำให้วงการ AI ในสหรัฐฯ ต้องจับตามอง DeepSeek อย่างใกล้ชิดคือการที่มันถูกพัฒนาโดยใช้ทรัพยากรของจีนอย่างเต็มที่ ตั้งแต่ข้อมูลที่ใช้ในการฝึกโมเดลไปจนถึงโครงสร้างพื้นฐานด้านคอมพิวเตอร์ที่พัฒนาขึ้นเอง นอกจากนี้…

สปป.ลาวร่วมมือกับมองโกเลียและเยอรมนีมากขึ้น

สนข. Asia News Network ของ สปป.ลาว รายงานเมื่อ 12 ก.พ. 68 ว่า หน่วยงานตรวจสอบบัญชีของ สปป.ลาว และมองโกเลียร่วมมือกัน เพื่อเสริมสร้างการจัดการทางการเงิน โดยนาย Viengthavisone Thepphachanh ประธานองค์การตรวจเงินแผ่นดินลาว และนาย Zagojav Deleg ประธานสํานักงานตรวจเงินแผ่นดินมองโกเลีย ได้ลงนามในข้อตกลงความร่วมมือที่กรุงเวียงจันทน์ เพื่อเสริมสร้างความสัมพันธ์ระหว่างองค์กรตรวจสอบบัญชี และแบ่งปันองค์ความรู้ ของทั้งสองประทศระหว่างกัน นอกจากนี้ สปป.ลาวยังร่วมมือด้านการศึกษากับเยอรมนี โดยสื่อเยอรมนีรายงานเมื่อ 8 ก.พ.68 ว่า จะเพิ่มความร่วมมือในระดับอาชีวศึกษาระหว่างกัน

ญี่ปุ่นจะจำหน่ายข้าวสำรอง 210,000 ตัน

สนข. Kyodo รายงานเมื่อ 14 ก.พ.68 อ้างถ้อยแถลงของรมว.กระทรวงเกษตร ป่าไม้ และประมง ของญี่ปุ่นว่า ญี่ปุ่นจะจำหน่ายข้าวสำรองจำนวน 210,000 ตัน เพื่อบรรเทาปัญหาขาดแคลนข้าวและราคาข้าวที่สูงขึ้น โดยจะจำหน่ายข้าวในคลังให้กับสหกรณ์การเกษตรและผู้ค้าส่ง ในห้วงกลางมี.ค.68 และจะวางจำหน่ายในร้านค้า ห้วงปลายมี.ค.-ต้น เม.ย.68 ทั้งนี้ การจำหน่ายข้าวสำรองจะอยู่ภายใต้เงื่อนไขที่รัฐบาลมีสิทธิ์ซื้อข้าวคืนในปริมาณเดียวกันภายใน 1 ปี เพื่อไม่ให้ราคาข้าวตกต่ำ

ประธานาธิบดีทรัมป์ลงนามคําสั่งมาตรการภาษีศุลกากรตอบโต้

เว็บไซต์ทําเนียบประธานาธิบดีสหรัฐฯ เผยแพร่เมื่อ 13 ก.พ. 68 ว่า ประธานาธิบดี โดนัลด์ทรัมป์ลงนามบันทึกคําสั่งประธานาธิบดีมอบหมายให้ รมว. พณ. รมวความมั่นคงแห่งมาตุภูมิ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการขับเคลื่อนนโยบายทางเศรษฐกิจของสหรัฐฯ จัดทําร่างแผนดำเนินว่าด้วยมาตรการภาษีศุลกากรตอบโต้ (Reciprocal tariff) เพื่อขึ้นภาษีสินค้านําเข้าจากประเทศที่ปฏิบัติต่อสหรัฐฯ ดังนี้ 1) ขึ้นภาษีสินค้านําเข้าจากสหรัฐฯ  2) ใช้มาตราการภาษีอย่างไม่เป็นธรรมต่อธุรกิจ แรงงานและผู้บริโภคของสหรัฐฯ  3) เรียกเก็บค่าใช้จ่ายที่ไม่ใช่อัตราภาษี หรือกำหนดระเบียบปฏิบัติที่ไม่เป็นธรรมต่อธุรกิจ แรงงานและผู้บริโภคของสหรัฐฯ 4) มีนโยบายหรือแนวปฏิบัติที่ลดทอนความสามารถในการแข่งขันทางการค้าของสหรัฐฯ  และ 5) มีปฏิบัติเป็นการสร้างข้อจํากัดในการเข้าถึงตลาดอย่างเสรีและเป็นธรรม  ทั้งนี้ สหรัฐฯ ออกมาตรการดังกล่าวเพื่อแก้ไขปัญหาการขาดดุลทางการค้า ซึ่งเป็นภัยต่อความมั่นคงแห่งชาติและความมั่นคงทางเศรษฐกิจ

ผู้สนับสนุนองค์กรปลดปล่อยแห่งชาติปะโออ้างว่าผู้นำเมียนมาไม่ให้ความสนใจผู้แทนพิเศษอาเซียนด้านเมียนมาของมาเลเซีย

สนข. Irrawaddy รายงานเมื่อ 13 ก.พ.68 อ้างคำกล่าวของ ขุนโอกการ์ ผู้สนับสนุนองค์กรปลดปล่อยแห่งชาติปะโอ ว่า ตัน ศรี ออทมาน บิน ฮาชิม ผู้แทนพิเศษประธานอาเซียนด้านเมียนมาของมาเลเซีย ไม่ได้รับความสนใจจาก พล.อ.อาวุโส มินอองไลง์ รักษาการประธานาธิบดีเมียนมา ผบ.ทสส. และประธานสภาบริหารแห่งรัฐ (SAC) เนื่องจากไม่มีการรายงานการเยือนเมียนมาห้วง 6-8 ก.พ.68 ผ่านสื่อรัฐบาลในช่องทางต่าง ๆ แม้จะได้เข้าพบกับ จนท.ระดับสูงของทางการเมียนมา อาทิ อูตานซเว รอง นรม.และ รมว.กต.เมียนมา

จำนวนนักท่องเที่ยวเยือนลาวเพิ่มขึ้นหลังการเปิดใช้งานรถไฟความเร็วสูง

เว็บไซต์ Travel and tour world รายงานเมื่อ 8 ก.พ. 68 ว่า ในปี 2567 หลังจากที่มีการเปิดใช้งานรถไฟความเร็วสูงมีจำนวนนักท่องเที่ยวที่เดินทางเข้าสู่ สปป.ลาวมากกว่า 4 ล้านคน โดยส่วนใหญ่เป็นนักท่องเที่ยวไทย จีน และเวียดนาม ปัจจุบันรถไฟความเร็วสูงมีเส้นทางเชื่อมไปยังไทย และจีน ทั้งนี้ ไทยได้อนุมัติการสร้างรถไฟความเร็วสูงในระยะที่ 2 เมื่อวันที่ 4 ก.พ. 68 ซึ่งจะขยายเส้นทางจากนครราชสีมาไปยังหนองคาย และเชื่อมต่อกับ สปป.ลาวต่อไป