อินเดียจับกุมสายลับปากีสถานจำนวน 11 คน

เว็บไซต์ India Today รายงานเมื่อ 19 พ.ค.68 ว่า อินเดียจับกุมผู้ต้องหาที่เป็นสายลับปากีสถาน 11 คน ในรัฐหรยาณา รัฐอุตตรประเทศ และรัฐปัญจาบ ซึ่งอำพรางสถานะในหลายอาชีพ อาทิ นักศึกษา เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย ชาวบ้าน ผู้พัฒนาแอปพลิเคชัน รวมถึง นาง Jyoti Malhotra ผู้ผลิตเนื้อหาและเจ้าของช่อง ‘Travel with Jo’ บน Youtube ด้านการท่องเที่ยวและมีผู้ติดตามกว่า 385,000 คน ทั้งหมดถูกจับกุมในข้อหาเปิดเผยข้อมูลที่อ่อนไหวให้แก่ปากีสถาน ทั้งนี้ ผู้ต้องหาที่ถูกชักจูงมีสาเหตุและแรงจูงใจที่แตกต่างกัน อาทิ การเงิน คำสัญญา และความสัมพันธ์ส่วนตัว  ทั้งนี้ การใช้ผู้มีอิทธิพลบนสื่อโซเชียลมีเดียและคนวัยหนุ่มสาวเป็นสายลับบ่งชี้ถึงรูปแบบการจารกรรมที่เปลี่ยนแปลงไปจากเดิม

ผู้นำเกาหลีเหนือไม่พอใจกรณีเรือพิฆาตลำใหม่เสียหาย

นายคิม จ็อง-อึน ผู้นำสูงสุดของเกาหลีเหนือเป็นประธานพิธีปล่อยเรือพิฆาตลำใหม่ ระวาง 5,000 ตัน ที่ท่าเรือในเมืองช็องจินทาง ตอ.ของประเทศ เมื่อ 21 พ.ค.68 อย่างไรก็ดี เกิดอุบัติเหตุระหว่างพิธีดังกล่าว ทำให้ท้องเรือเสียหาย  ผู้นำเกาหลีเหนือแสดงความไม่พอใจ และกล่าวว่าเป็นอุบัติเหตุร้ายแรงจากการขาดประสบการณ์ในการบัญชาการและประมาท ซึ่งเป็นความผิดทางอาญา  รวมทั้งสั่งการให้เร่งสืบสวนสาเหตุ  และดำเนินการซ่อมแซมเรือให้แล้วเสร็จก่อนการประชุมพรรคคนงานเกาหลีใน มิ.ย.68

นรม.เวียดนามร่วมพิธีเปิดโครงการลงทุนของครอบครัวประธานาธิบดีทรัมป์

นายฝั่ม มิญ จิ๊ญ นรม.เวียดนาม เข้าร่วมพิธีเปิดการก่อสร้างโครงการพัฒนาพื้นที่ท่องเที่ยวเชิงนิเวศน์และที่พักอาศัยแบบครบวงจร เมื่อ 21 พ.ค.68 ใน จ.ฮึง เอียน มูลค่า 1,500 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งเป็นโครงการลงทุนแรกของธุรกิจตระกูลประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ โครงการดังกล่าวครอบคลุมพื้นที่ 990 เฮกตาร์ (ประมาณ 6,187.5 ไร่) ใน 7 ชุมชนของ อ.Khoai Chau โครงการแบ่งเป็น 2 เขต ได้แก่ เขตที่พักอาศัยและสนามกอล์ฟราคาสูง และเขตที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม โดยคาดว่าการก่อสร้างจะแล้วเสร็จในไตรมาสที่ 2 ของปี 2572 และเปิดให้เช่าเป็นระยะเวลา 50 ปี

เกาหลีใต้และสหรัฐฯ ยังไม่ได้หารือเกี่ยวกับการลดจำนวนกองกำลังในเกาหลีใต้

กห.เกาหลีใต้ แถลงเมื่อ 23 พ.ค.68 ว่า กห.เกาหลีใต้และสหรัฐฯ ยังไม่ได้หารือประเด็นการลดจำนวนทหารสหรัฐฯ ในเกาหลีใต้ (U.S. Forces Korea-USFK) พร้อมย้ำว่า USFK เป็นกำลังหลักของพันธมิตรเกาหลีใต้-สหรัฐฯ ที่รักษาสันติภาพในคาบสมุทรเกาหลีและภูมิภาค ตลอดจนมีความพร้อมทางทหารเพื่อรับมือกับภัยคุกคามจากเกาหลีเหนือร่วมกัน ทั้งนี้ แถลงการณ์ดังกล่าวมีขึ้นหลังนสพ.The Wall Street Journal ของสหรัฐฯ อ้างว่าสหรัฐฯ กำลังพิจารณาถอนทหาร USFK จำนวน 4,500 นาย ออกจาก USFK จากทั้งหมด 28,500 นาย  อย่างไรก็ดี สหรัฐฯ กำลังทบทวนยุทธศาสตร์ด้านการป้องกันประเทศ (National Defense Strategy-NDS) ประจำปี 2568 ซึ่งมุ่งเน้นการบูรณาการภารกิจกับพันธมิตร และรับมือกับการแผ่ขยายอิทธิพลของจีนในภูมิภาคอินโด-แปซิฟิก

นรม.อินเดียย้ำจุดยืนจะยังไม่มีการค้าและการเจรจากับปากีสถาน

เว็บไซต์ Hindustan Times รายงานเมื่อ 22 พ.ค.68 อ้างสุนทรพจน์ของนายนเรนทรา โมดิ นรม.อินเดีย ที่เมือง Bikaner รัฐราชสถาน ว่า อินเดียจะยังไม่มีการค้าและการเจรจากับปากีสถาน  การก่อการร้ายและการค้าไม่สามารถดำเนินการควบคู่กันได้  หากมีการเจรจาก็จะมีเพียงเรื่องดินแดนแคชเมียร์ในฝั่งปากีสถาน  และอินเดียไม่เกรงกลัวภัยคุกคามจากนิวเคลียร์  นายกรัฐมนตรีโมดิยังกล่าวถึงปากีสถานว่าเป็นแหล่งกำเนิดผู้ก่อการร้าย อินเดียจะตอบโต้อย่างเหมาะสม ส่วนประเด็นความขัดแย้งเรื่องการแบ่งปันน้ำหลังอินเดียระงับสนธิสัญญาแม่น้ำสินธุนั้นจะมีต่อไป

ยุโรปประณามเหตุการณ์กองกำลังอิสราเอลยิงกระสุนเตือนใส่คณะนักการทูต

ยุโรปประณามเหตุการณ์กองกำลังอิสราเอลยิงกระสุนเตือนใส่คณะผู้แทนทางการทูตประมาณ 20 คน ซึ่งกำลังเยี่ยมชมค่ายผู้ลี้ภัยในเมืองเจนิน ในเขตเวสต์แบงก์ของปาเลสไตน์ เมื่อ 21 พ.ค.68  แม้ไม่มีผู้เสียชีวิตหรือได้รับบาดเจ็บ  โดยนางคายา คัลลาส หัวหน้าฝ่ายกิจการต่างประเทศของสหภาพยุโรป (EU) ประณา และเรียกร้องให้อิสราเอลรับผิดชอบ  รวมถึงฝรั่งเศส เยอรมนี และเบลเยียมแสดงความไม่พอใจอย่างรุนแรง เรียกร้องให้รัฐบาลอิสราเอลชี้แจงเหตุการณ์ พร้อมทั้งเรียกตัวเอกอัครราชทูตอิสราเอลเข้าพบ ด้านอิสราเอลระบุว่าคณะผู้แทนออกนอกเส้นทางที่ได้รับอนุญาต  ทั้งนี้ กกล.ป้องกันอิสราเอล (IDF) ให้คำมั่นว่าจะดำเนินการสอบสวนและแจ้งผลต่อประเทศที่เกี่ยวข้อง  ขณะที่ กต.ของปาเลสไตน์ประณามเหตุการณ์นี้ว่าเป็นอาชญากรรม และ IDF เจตนาใช้กระสุนจริง

อินโดนีเซียเตรียมเปิดใช้งานระบบชำระเงินดิจิทัลข้ามพรมแดนในญี่ปุ่นและจีน

นาง Filianingsih Hendarta รองผู้ว่าการธนาคารอินโดนีเซีย (Bank Indonesia – BI) แถลงเมื่อ 21 พ.ค.68 ว่า ชาวอินโดนีเซียจะสามารถใช้บริการระบบชำระเงินคิวอาร์โค้ดมาตรฐานอินโดนีเซีย (Quick Response Code Indonesian Standard – QRIS) ในญี่ปุ่นและจีนได้ ตั้งแต่ 17 ส.ค.68 เป็นต้นไป โดยขณะนี้กำลังพัฒนาและทดสอบระบบ รวมทั้งหารือกับอินเดีย เกาหลีใต้ และซาอุดีอาระเบีย เป็นประเทศต่อไป ทั้งนี้ อินโดนีเซียได้เปิดใช้งานระบบชำระเงินดังกล่าวแล้วกับมาเลเซีย ไทย และสิงคโปร์

สหรัฐฯ ห้ามมหาวิทยาลัย Harvard รับนักศึกษาต่างชาติ

กระทรวงความมั่นคงแห่งมาตุภูมิสหรัฐฯ (Department of Homeland Security-DHS) เมื่อ 23 พฤษภาคม 2568 ประกาศห้ามมหาวิทยาลัย Harvard ดำเนินโครงการ Student and Exchange Visitor Program รวมทั้งยกเลิกโครงการที่ดำเนินการอยู่ในปัจจุบันด้วย ส่งผลให้นักศึกษาปัจจุบันที่อยู่ในโครงการดังกล่าวไม่มีสถานะทางกฎหมาย และทำให้มหาวิทยาลัยไม่สามารถรับนักศึกษาต่างชาติกลุ่มใหม่ได้ กระทรวงความมั่นคงแห่งมาตุภูมิสหรัฐฯ ระบุว่ามาตรการดังกล่าวมีขึ้นเพราะมหาวิทยาลัยไม่ให้ความร่วมมือในการส่งข้อมูลเกี่ยวกับพฤติกรรมของนักศึกษาต่างชาติที่อยู่ในความดูแลตามกำหนดการ ซึ่ง DHS พิจารณาว่าเป็นการสร้างสภาพแวดล้อมที่ไม่ปลอดภัย เพราะการรับนักศึกษาหรือบุคลากรจากต่างประเทศโดยไม่ผ่านการตรวจสอบหรือความร่วมมือกับหน่วยงานรัฐบาล อาจทำให้มหาวิทยาลัยเป็นช่องทางให้ผู้ก่อการร้ายหรือผู้ที่มีอุดมการณ์ทางการเมืองสุดโต่งเข้าไปเคลื่อนไหวในสหรัฐฯ มากขึ้น มาตรการของ DHS จะส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์และการดำเนินงานของมหาวิทยาลัย Harvard และซ้ำเติมบรรยากาศความขัดแย้งระหว่างรัฐบาลสหรัฐฯ กับสถาบันการศึกษาในประเทศที่มีความร่วมมือกับต่างชาติ เนื่องจากก่อนหน้านี้ รัฐบาลสหรัฐฯ นำโดยประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ประกาศระงับความช่วยเหลือด้านการเงินปละงบประมาณต่อมหาวิทยาลัย Harvard มูลค่า 2,600 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพื่อลงโทษที่มหาวิทยาลัยไม่คัดค้านการชุมนุมต่อต้านชาวยิวและเรียกร้องสิทธิให้ชาวปาเลสไตน์ ตลอดจนปล่อยให้มีการสะสมแนวคิดต่อต้านชาวยิวในสถาบันวิชาการด้วย มหาวิทยาลัย Harvard ตอบโต้มาตรการของรัฐบาลโดยระบุว่าเป็นการกระทำที่ละเมิดกฎหมาย และมหาวิทยาลัยจะเดินหน้าสนับสนุน รวมทั้งช่วยเหลือนักศึกษาต่างชาติที่อยู่ในมหาวิทยาลัยต่อไป ก่อนหน้านี้ มหาวิทยาลัย Harvard ได้ยื่นฟ้องร้องหน่วยงานรัฐบาลที่ก้าวก่ายการดำเนินงานวิชาการและการศึกษาของมหาวิทยาลัยด้วย ปัจจุบันมหาวิทยาลัย Harvard…

ออสเตรเลียเผชิญเหตุอุทกภัยรุนแรงในภาคตะวันออกเฉียงใต้

ชาวออสเตรเลียในรัฐนิวเซาท์เวลส์ ทางตะวันออกเฉียงใต้ของออสเตรเลียจำนวนมากกว่า 50,000 คนเผชิญกับภัยพิบัติจากเหตุอุทกภัยหรือน้ำท่วมเฉียบพลันจากที่ฝนตกอย่างต่อเนื่อง ทำให้หน่วยงานท้องถิ่นไม่สามารถเตรียมการรับมือกับปริมาณน้ำฝนสะสมในพื้นที่ได้ทัน จึงต้องประกาศให้พลเมืองอพยพออกจากพื้นที่เสี่ยงภัย ด้านนายกรัฐมนตรี Anthony Albanese ของออสเตรเลียเตรียมเดินทางเยือนพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัยดังกล่าว ก่อนหน้านี้ รัฐบาลประกาศแจ้งเตือนอุทกภัยใน 150 พื้นที่ โดย 40 พื้นที่อยู่ในระดับฉุกเฉิน รวมทั้งย้ำให้ประชาชนอยู่ในพื้นที่ปลอดภัยและไม่เดินทางขณะที่มีอุทกภัยรุนแรง เหตุการณ์ครั้งนี้ทำให้โรงเรียนและสถานให้บริการจำนวนมากต้องปิดทำการชั่วคราว ประชาชนในพื้นที่บางส่วนไม่มีไฟฟ้าและประปาใช้ในการอุปโภคบริโภค สำหรับความสูญเสีย ปัจจุบันมีรายงานผู้เสียชีวิต 4 ราย ส่วนใหญ่เสียชีวิตเนื่องจากอุบัติเหตุระหว่างการขับขี่ขณะเกิดอุทกภัย และยังมีผู้สูญหายอีกจำนวนมาก ผู้ประสบภัยในออสเตรเลียระบุว่าอุทกภัยครั้งนี้รุนแรงกว่าครั้งที่ผ่านมา และคาดว่าจะยังมีอุทกภัยรุนแรงในหลายพื้นที่ นอกจากนี้ ผู้ประสบภัยยังต้องการความช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน โดยเฉพาะประชาชนที่ยังติดอยู่ในพื้นที่เสี่ยงจมน้ำ ด้านหน่วยกู้ภัยพยายามให้ความช่วยเหลือ แต่พบอุปสรรคเนื่องจากระดับน้ำยังเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ออสเตรเลียเผชิญภัยพิบัติรุนแรงที่เป็นผลจากสภาวะโลกรวนอย่างต่อเนื่องและเป็นประเทศที่มีความเสี่ยงสูงที่จะได้รับผลกระทบจากสภาวะดังกล่าว ทั้งปัญหาอุณหภูมิเฉลี่ยในประเทศที่เพิ่มขึ้น ระดับน้ำทะเลสูงขึ้น ฝนตกมากกว่าปกติ ไฟป่าลุกลามรุนแรง และสภาพอากาศแปรปรวน ทำให้ระบบนิเวศทางธรรมชาติของออสเตรเลียและพื้นที่เกษตรกรรม รวมทั้งปศุสัตว์ได้รับความเสียหาย นอกจากนี้ มีงานวิจัยรายงานว่า สภาพอากาศแปรปรวนรุนแรงในออสเตรเลียส่งผลเสียต่อสุขภาพของชาวออสเตรเลียด้วย เพราะสภาพอากาศร้อนจัดเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้อัตราการเสียชีวิตจากโรคหัวใจและหลอดเลือด ในออสเตรเลียเพิ่มสูงขึ้น ซึ่งในปี 2568 มีรายงานว่าสภาพอากาศในออสเตรเลียอบอุ่นนานกว่าปกติ ขณะที่ฤดูฝนคาดการณ์ยาก ทำให้หน่วยงานภาครัฐต้องเตรียมพร้อมปรับเปลี่ยนแผนการรับมือกับภัยพิบัติและการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่จะส่งผลกระทบต่อความปลอดภัยและเศรษฐกิจในพื้นที่ สำหรับภัยพิบัติรุนแรงที่ออสเตรเลียเผชิญเป็นประจำ คือ ไฟป่า ซึ่งเมื่อปลายปี 2567…