เศรษฐกิจเผชิญความไม่แน่นอนสูงที่ส่งผลกระทบต่อการลงทุนของเอกชน

ศูนย์วิจัยเศรษฐกิจและธุรกิจ ธนาคารไทยพาณิชย์ (SCB EIC) เผยรายงานเศรษฐกิจไทยที่ได้คงประมาณการอัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจ (GDP) ปี 2568 ที่ร้อยละ 1.5 และร้อยละ 1.4 ในปี 2569 ซึ่งต่ำกว่าค่าเฉลี่ยในอดีต เนื่องจาก 3 ปัจจัยสำคัญ ได้แก่ 1) สงครามการค้าโลก 2) ความไม่แน่นอนของสถานการณ์ทั้งในประเทศและต่างประเทศ และ 3) ปัญหาเศรษฐกิจไทยที่สั่งสมและข้อจำกัดทางการคลัง  ความไม่แน่นอนที่เกิดขึ้นนั้น ทำให้การลงทุนในไทยชะลอตัวลงอย่างมาก เห็นได้จากตัวเลขการลงทุนในไตรมาสที่ 1/2568 เริ่มติดลบ แม้ว่าตัวเลขการขอส่งเสริมการลงทุน (BOI) ค่อนข้างดี ขณะเดียวกัน อัตราการเปิดกิจการใหม่ในช่วง 5 เดือนแรกของปี 2568 ลดลงร้อยละ 5.7 และอัตราการปิดกิจการเพิ่มขึ้นร้อยละ 3.3 โดยที่ปิดกิจการส่วนใหญ่เป็น SME

สหรัฐฯ โจมตีโรงงานพัฒนานิวเคลียร์อิหร่านแล้ว

  สถานการณ์ความมั่นคงในตะวันออกกลางเข้าสู่ภาวะซับซ้อนและตึงเครียดมากขึ้น หลังจากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ยืนยันเมื่อ 21 มิถุนายน 2568 ว่าสหรัฐฯ ใช้เครื่องบินทิ้งระเบิดรุ่น B-2 ปฏิบัติการโจมตีโรงงานนิวเคลียร์ของอิหร่าน 3 แห่ง ได้แก่ Fordo, Natanz และ Esfahan ด้วยระเบิด bunker buster อาวุธพิเศษที่มีอานุภาพทำลายล้างสูงจำนวนมาก ซึ่งโรงงานนิวเคลียร์ Fordo ทางตอนใต้ของกรุงเตหะราน มีความสำคัญอย่างมากต่ออิหร่าน เพราะเป็นโรงงานเสริมสมรรถนะยูเรเนียมขนาดใหญ่ สร้างไว้เมื่อปี 2552 ตั้งอยู่ใต้ดิน และเป็นพื้นที่ลับ ทำให้ที่ผ่านมา อิสราเอลไม่สามารถโจมตีได้ และอิสราเอลกล่าวหาว่าเป็นโรงงานพัฒนานิวเคลียร์เพื่อผลิตอาวุธนิวเคลียร์ ไม่ใช่เชิงสันติตามที่อิหร่านกล่าวอ้าง ผู้นำสหรัฐฯ ระบุว่าปฏิบัติการโจมตีดังกล่าวประสบความสำเร็จ เครื่องบินรบของสหรัฐฯ ทั้งหมดเดินทางกลับฐานทัพอย่างปลอดภัย พร้อมกับระบุว่าอิหร่านต้องพิจารณาเลือกสันติภาพและยุติการพัฒนานิวเคลียร์ ไม่เช่นนั้น สหรัฐฯ อาจโจมตีอีกเพื่อกดดันให้อิหร่านเลือกแนวทางสันติภาพ กรณีประธานาธิบดีทรัมป์ตัดสินใจโจมตีอิหร่านครั้งนี้ ตอกย้ำว่าผู้นำสหรัฐฯ ต้องการกดดันอิหร่านให้ยุติโครงการพัฒนานิวเคลียร์ ซึ่งเป็นประเด็นหาเสียงก่อนชนะการเลือกตั้ง นอกจากนี้ ยังแสดงแสนยานุภาพทางการทหารของสหรัฐฯ ที่สามารถโจมตีโรงงานลับใต้ดินได้ และยืนยันความใกล้ชิดด้านความมั่นคงและยุทธศาสตร์ระหว่างสหรัฐฯ กับอิสราเอล อย่างไรก็ตาม ประธานาธิบดีทรัมป์ชี้แจงว่าปฏิบัติการของสหรัฐฯ…

รัสเซียพร้อมเจรจากับยูเครนรอบที่ 3 หลังโจมตียูเครนด้วยปฏิบัติการ Summer Offensive

  สงครามระหว่างรัสเซีย-ยูเครนยังคงตึงเครียดและมีความรุนแรงต่อเนื่อง แม้คู่ขัดแย้งจะพร้อมเข้าสู่การเจรจาเพื่อยุติสถานการณ์ โดยล่าสุดเมื่อ 19 มิถุนายน 2568 มีรายงานอ้างโฆษกทำเนียบประธานาธิบดีรัสเซียว่า รัสเซียพร้อมเจรจารอบที่ 3 กับยูเครนเพื่อหาแนวทางยุติการปฏิบัติการทางทหาร โดยยื่นเงื่อนไขว่ายูเครนต้องเข้าใจและยอมรับความจริงว่าการทำสงครามยืดเยื้อจะไม่เป็นผลดีต่อยูเครนในระยะยาว นอกจากนี้ ยูเครนต้องเข้าใจว่าสถานการณ์ปัจจุบันแตกต่างจากเมื่อ 3 ปีที่ผ่านมา เพราะยูเครนสูญเสียทรัพยากร และไม่ได้รับการสนับสนุนจากประเทศตะวันตก รวมทั้งเนโตอีกต่อไปแล้ว ทั้งนี้ ท่าทีของโฆษกทำเนียบประธานาธิบดีรัสเซียมีขึ้นระหว่างการเป็นเจ้าภาพประชุม International Economic Forum ที่เมือง St. Petersburg ของรัสเซีย สำหรับการเจรจาระหว่างคู่ขัดแย้งที่ผ่านมา รัสเซียและยูเครนส่งผู้แทนไปเข้าร่วมการเจรจากันที่เมืองอิสตันบูล ตุรกี เมื่อ 16 พฤษภาคม 2568 และ 2 มิถุนายน 2568 แต่ไม่บรรลุผล  มีเพียงแต่ทั้ง 2 ฝ่ายมีความร่วมมือด้านการแลกเปลี่ยนนักโทษสงครามระหว่างกัน (Prisoner of War – POW exchange) ซึ่งเป็นผลจากการเจรจาเมื่อ 2 มิถุนายน 2568 รวมทั้งจะมีการส่งคืนร่างทหารที่เสียชีวิตระหว่างการทำสงครามระหว่างกันด้วย แม้ว่ารัสเซียจะส่งสัญญาณเชิงบวกต่อการเจรจากับยูเครน…

ทั่วโลกติดตามท่าทีของสหรัฐฯ ในการตัดสินใจโจมตีอิหร่าน

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ระบุเมื่อ 20 มิถุนายน 2568 ว่า ยังไม่ตัดสินใจโจมตีอิหร่านและอยู่ระหว่างการพิจารณา โดยอาจใช้เวลา 2 สัปดาห์ เพื่อติดตามพัฒนาการสถานการณ์ต่อไป ท่าทีดังกล่าวมีขึ้นหลังจากมีรายงานจากสื่อจำนวนมากว่าประธานาธิบดีทรัมป์ได้อนุมัติแผนการโจมตีอิหร่าน เพียงแค่รอการตัดสินใจเท่านั้น อย่างไรก็ดี นิสัยของประธานาธิบดีทรัมป์ที่อาจปรับนโยบายได้ตลอดเวลา อะไรก็อาจจะเกิดขึ้นได้ การที่ผู้นำสหรัฐฯ ยังคงสงวนท่าทีและชะลอการตัดสินใจ คาดว่าคงไม่ต้องการมีส่วนร่วมในสงครามเต็มรูปแบบเพราะจะส่งผลกระทบต่อความมั่นคงทางเศรษฐกิจและการเมืองในประเทศ รวมทั้งผลประโยชน์ของสหรัฐฯ ทั่วโลกจะเป็นเป้าหมายการตอบโต้ของอิหร่าน นอกจากนี้ สหรัฐฯ ยังเหมือนกับประชาคมระหว่างประเทศที่ยังต้องการรอเวลาช่องทางทางการทูต ซึ่งนาย Abbas Araghchi รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของอิหร่านจะพบหารือกับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศจากประเทศยุโรป ได้แก่ ฝรั่งเศส เยอรมนี สหราชอาณาจักร และสหภาพยุโรป ที่เจนีวา สวิตเซอร์แลนด์ ใน 20 มิถุนายน 2568 เพื่อหารือประเด็นโครงการพัฒนานิวเคลียร์ของอิหร่าน และสถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างอิหร่านกับอิสราเอลในปัจจุบัน ทั่วโลกคาดหวังว่าประเทศยุโรปจะใช้การหารือครั้งนี้ โน้มน้าวอิหร่านให้ยุติการโจมตีตอบโต้กับอิสราเอล เนื่องจากเป็นปัจจัยบั่นทอนความมั่นคงในภูมิภาค และเชื่อว่าประเทศยุโรปอาจมีศักยภาพในการโน้มน้าวอิหร่านได้ เนื่องจากประเทศยุโรปที่ส่งผู้แทนเจรจากับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศอิหร่าน เป็นประเทศที่ลงนามในข้อตกลงนิวเคลียร์อิหร่าน หรือ JCPOA เมื่อปี 2558 ที่มีสาระสำคัญคือให้อิหร่านควบคุมการพัฒนาโครงการนิวเคลียร์ แลกเปลี่ยนกับการทยอยยกเลิกมาตรการคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจ ส่วนกลุ่มประเทศรอบอ่าวในตะวันออกกลางก็กำลังพยายามโน้มน้าวให้สหรัฐฯ ไม่โจมตีอิหร่านโดยตรง เพราะหากสหรัฐฯ…

องค์กรช่วยเหลือผู้ลี้ภัยชาวเมียนมาสนับสนุนให้ผู้ลี้ภัยสามารถพึ่งพาตนเอง

  องค์กร The Border Consortium หรือ TBC ซึ่งให้ความช่วยเหลือผู้ลี้ภัยและผู้หนีภัยการสู้รบในเมียนมามาตั้งแต่ปี 2527 แสดงความกังวลเกี่ยวกับสถานการณ์ในเมียนมา โดยเมื่อ 20 มิถุนายน 2568 ซึ่งตรงกับ World Refugee Day หรือ “วันผู้ลี้ภัยโลก” TBC เผยแพร่รายงานประจำปี 2568 ว่า ปัจจุบันผู้หนีภัยการสู้รบชาวเมียนมาที่อยู่บริเวณพรมแดนไทย เผชิญความท้าทาย เนื่องจากได้รับทุนสนับสนุนในการช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมน้อยลงจากการดำเนินนโยบายที่ไม่แน่นอนและคาดการณ์ได้ยากของประเทศผู้สนับสนุนงบประมาณ ทำให้องค์กรภาคประชาสังคมไม่สามารถดำเนินงานตามเป้าหมาย อย่างไรก็ตาม TBC พยายามแก้ไขสถานการณ์วิกฤตนี้ด้วยการหาแนวทางใหม่ในการช่วยเหลือผู้หนีภัยสู้รบชาวเมียนมา ซึ่งปัจจุบันมีอยู่ประมาณ 108,000 ราย ที่ค่ายผู้หนีภัยสู้รบบริเวณชายแดนไทย-เมียนมา แนวทางใหม่ที่ TBC เสนอนั้น มีสาระสำคัญคือต้องการให้รัฐบาลไทยมอบโอกาสในการเสริมสร้างทักษะการใช้ชีวิตและทำงานให้ผู้หนีภัยสู้รบชาวเมียนมา ให้โอกาสในการเข้าสู่สังคม และปกป้องสิทธิขั้นพื้นฐานของผู้หนีภัยสู้รบ TBC ชื่นชมที่รัฐบาลไทยให้การคุ้มครองและปกป้องสิทธิของผู้หนีภัยสู้รบมาโดยตลอด อย่างไรก็ตาม TBC ต้องการส่งเสริมให้ผู้หนีภัยสู้รบมีความสามารถในการพึ่งพาตนเอง (self-reliant refugee) เพื่อลดการพึ่งพาความช่วยเหลือจากองค์กรต่าง ๆ  โดย TBC ยืนยันว่า กลุ่มผู้หนีภัยสู้รบชาวเมียนมามีศักยภาพมากพอทั้งด้านการปรับตัว ปฏิบัติตามกฎระเบียบ และเรียนรู้ทักษะในการทำงาน…

hacker

แฮ็กเกอร์ที่สนับสนุนโดยอิสราเอลทำลายการแลกเปลี่ยนคริปโตในอิหร่าน มูลค่าความเสียหาย 90 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ

Nobitex เว็บไซต์แลกเปลี่ยนเงินคริปโตที่ใหญ่ที่สุดของอิหร่านถูกโจมตีโดยกลุ่มแฮ็กเกอร์ Predatory Sparrow ที่ได้รับการสนับสนุนจากอิสราเอล จนสูญเงินไปมากกว่า 90 ล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยเงินคริปโตถูกถ่ายโอนจากระบบ Nobitex ไปยังกระเป๋าเงินดิจิทัลที่มีข้อความต่อต้านรัฐบาลอิหร่าน

ญี่ปุ่นเตรียมส่งเครื่องบินไปจิบูตีเพื่ออพยพชาวญี่ปุ่นออกจากอิสราเอลและอิหร่าน

นายนากาทานิ เก็น รมว.กห.ญี่ปุ่น ได้สั่งการมื่อ 19 มิ.ย.68 ตามคำร้องขอของ กต.ญี่ปุ่น ให้หัวหน้าหน่วยปฏิบัติการร่วมกองกำลังป้องกันตนเองญี่ปุ่น ส่งเครื่องบินลำเลียง ASDF C-2 ของกองกำลังป้องกันตนเองทางอากาศ (Air Self-Defense Force-ASDF) จำนวน 2 ลำ พร้อมกำลังพลประมาณ 120 นาย ไปยังจิบูตี เพื่อเตรียมอพยพชาวญี่ปุ่นออกจากอิสราเอลและอิหร่าน เครื่องบินจะออกจากฐานทัพอากาศ Miho ใน จ.ทตโทริ ของญี่ปุ่น ภายใน 21 มิ.ย.68 ทั้งนี้ กต.ญี่ปุ่นระบุว่า มีชาวญี่ปุ่นอาศัยอยู่ในอิสราเอลประมาณ 1,000 คน และในอิหร่านประมาณ 280 คน

สหรัฐฯ จะตัดสินใจว่าจะช่วยอิสราเอลโจมตีอิหร่านหรือไม่ในอีก 2 สัปดาห์ข้างหน้า

โฆษกทำเนียบประธานาธิบดีสหรัฐฯ เปิดเผยเมื่อ 19 มิ.ย. 68 ว่า  ประธานาธิบดีสหรัฐฯ จะตัดสินใจว่าจะร่วมกับอิสราเอล โจมตีอิหร่านหรือไม่ในอีก 2 สัปดาห์ข้างหน้า และเชื่อว่าสหรัฐฯ ยังมีโอกาสสำหรับการเจรจาข้อตกลงนิวเคลียร์กับอิหร่าน ทั้งนี้ สหรัฐฯ และอิหร่านเจรจาข้อตกลงนิวเคลียร์ร่วมกันหลายครั้งก่อนเกิดเหตุอิสราเอลโจมตีอิหร่าน โดยสหรัฐฯ ยังคงท่าทีเดิมของการเจรจาที่ต้องการให้อิหร่านเปลี่ยนจุดยืนที่แข็งกร้าวและตกลงตามเงื่อนไขที่ยกเลิกการเสริมสมรรถนะยูเรเนียม

รมว.กต.มาเลเซีย เตรียมแถลงยืนยันสิทธิของชาวปาเลสไตน์ในที่ประชุม OIC ครั้งที่ 51

กต.มาเลเซีย ออกแถลงการณ์เมื่อ 19 มิ.ย.68 ว่า ดาโต๊ะ ซรี อูตามา ฮาจิ  โมฮามัด บิน ฮาซัน รมว.กต.มาเลเซีย จะเข้าร่วมการประชุมองค์การความร่วมมืออิสลาม (OIC) ครั้งที่ 51 ภายใต้หัวข้อ “OIC in a Transforming World” ที่เมืองอิสตันบูล ตุรกี ระหว่างวันที่ 21–22 มิ.ย.68 โดย รมว.กต.มาเลเซีย เตรียมถ้อยแถลงยืนยันถึงสิทธิการกำหนดอนาคตตนเองชาวของปาเลสไตน์ และกรณีกระแสเกลียดชังอิสลามที่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้น นอกจากนี้ สมาชิกทั้ง 57 ประเทศ จะร่วมกันแลกเปลี่ยนมติประมาณ 146 ข้อ พร้อมหารือเพื่อกระชับความร่วมมือด้านเศรษฐกิจ สันติภาพ และความมั่นคง โดยเฉพาะสถานการณ์ในตะวันออกกลางที่มีความตึงเครียดมากขึ้น

เกาหลีเหนือยิงทดสอบระบบจรวดหลายลำกล้องไปตกในทะเลเหลือง

สนข.ยอนฮับของเกาหลีใต้ รายงานเมื่อ 19 มิ.ย.68 อ้าง กห.เกาหลีใต้ว่า เกาหลีเหนือยิงทดสอบลูกจรวดจากระบบจรวดหลายลำกล้อง (Multiple rocket launcher system) ประมาณ 10 ลูก จากเขตซุนอัน กรุงเปียงยาง เมื่อเวลา 10.00 น. ตามเวลาท้องถิ่น (ตรงกับเวลาไทย 08.00 น.) ลูกจรวดเคลื่อนที่ไปทางทะเลเหลือง (ทะเลตะวันตก)  กห.เกาหลีใต้และสหรัฐฯ อยู่ระหว่างวิเคราะห์การทดสอบอาวุธดังกล่าวร่วมกัน ทั้งนี้ การทดสอบอาวุธของเกาหลีเหนือเกิดขึ้นหลังจากกองทัพเกาหลีใต้ สหรัฐฯ และญี่ปุ่นฝึกร่วมทางอากาศเพื่อส่งเสริมความร่วมมือในการรับมือภัยคุกคามจากเกาหลีเหนือเมื่อ 18 มิ.ย.68 นับเป็นการฝึกร่วมทางทหารกับพันธมิตรครั้งแรกในห้วงการบริหารของประธานาธิบดีอี แจ มย็อง ของเกาหลีใต้