เมียนมาใช้ล็อบบี้ยิสต์เพื่อความสัมพันธ์ที่ดีกับสหรัฐฯ

  เมียนมาลงนามว่าจ้างบริษัท McKeon Group ซึ่งเป็นบริษัทล็อบบี้ยิสต์สหรัฐฯ เป็นเวลา 6 เดือน ตั้งแต่ สิงหาคม 2568-มกราคม 2569  โดยจะจ่ายให้บริษัท เดือนละ 60,000 ดอลลาร์สหรัฐ  เมียนมายังได้ทำสัญญากับบริษัท DCI Group เมื่อ 31 กรกฎาคม 2568 ระยะเวลาว่าจ้าง 1 ปี โดยมีค่าตอบแทน 3 ล้านดอลลาร์สหรัฐต่อปี  ข้อมูลการจ้างล้อบบี้ยิสต์ของะมียนมาถูกระบุไว้ในหน่วยงานของกระทรวงยุติธรรมสหรัฐฯ ซึ่งบริษัทล็อบบี้ยิสต์ต้องจดทะเบียน และรายงานผู้จ้างตามกฎหมายของสหรัฐฯ ที่ชื่อ Foreign Agents Registration Act (FARA) เป้าหมายที่เมียนมาจ้างบริษัทล็อบบี้ก็เพื่อฟื้นฟูความสัมพันธ์กับสหรัฐฯ  ที่สหรัฐฯ คว่ำบาตรเมียนมาอยู่ โดยดำเนินการด้านประสานงานกับฝ่ายนิติบัญญัติ และกระทรวงการต่างประเทศของสหรัฐฯ ทั้งนี้ ระยะเวลาที่เมียนมาว่าจ้างบริษัททั้งสองแห่งนั้น น่าจะมีเป้าหมายให้สหรัฐฯ เห็นด้วยว่าเมียนมาก้าวขึ้นเป็นประเทศประชาธิปไตยจากปัจจุบันที่ปกครองโดยรัฐบาลทหาร เพราะระยะเวลาว่าจ้างยาวไปถึงหลังการเลือกตั้งทั่วไปที่เมียนมาจะจัดการเลือกตั้ง 28 ธันวาคม 2568 ซึ่งเมื่อ 1 กันยายน 2568…

ประธานวุฒิสภากัมพูชาพบหารือกับประธานสภาเวียดนาม

ผลการพบหารือระหว่างสมเด็จฯ ฮุน เซน ประธานวุฒิสภากัมพูชา กับนายเจิ่น แถ่งห์ มาน ประธานสภาแห่งชาติเวียดนาม ที่กรุงฮานอย เวียดนาม เมื่อ 1 ก.ย.68 โดยประธานสภาแห่งชาติเวียดนาม ระบุว่า การเยือนเวียดนามของคณะผู้แทนกัมพูชาในโอกาสเฉลิมฉลองวันชาติครบรอบ 80 ปี สะท้อนถึงความพันธ์ที่แนบแน่นของทั้งสองประเทศตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน ด้านประธานวุฒิสภากัมพูชา กล่าวว่า การปฏิวัติเวียดนามเมื่อ ส.ค.2488 เป็นหมุดหมายสำคัญต่อประวัติศาสตร์เวียดนาม และเป็นแรงบันดาลใจให้แก่หลายประเทศทั่วโลกต่อสู้กับลัทธิจักรวรรดินิยม พร้อมทั้งชื่นชมความร่วมมือที่แนบแน่นระหว่างกันทั้งด้านนิติบัญญัติ บริหาร และระดับพรรคการเมือง ส่วนการค้าทวิภาคีก็ขยายตัวอย่างต่อเนื่องเป็นปีละ 10,000 ดอลลาร์สหรัฐ และตั้งเป้าหมายให้เพิ่มเป็น 20,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ รวมทั้งขอบคุณเวียดนามที่สนับสนุนทุนการศึกษาและการฝึกอบรมบุคลากรให้แก่กัมพูชาในหลายด้าน ซึ่งรวมถึงด้านเศรษฐกิจและการทหาร

ประธานาธิบดีรัสเซียหารือกับ นรม.อินเดียห้วงการประชุมสุดยอด SCO

สนข.TASS และ Reuters รายงานเมื่อ 1 ก.ย.68 ว่า ห้วงก่อนเข้าประชุมสุดยอดผู้นำ SCO ประธานาธิบดีวลาดิมีร์ ปูตินของรัสเซีย ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ของจีน และ นรม.นเรนทรา โมดิ พบหารือส่วนตัว  อีกทั้งหลังจากการประชุมสุดยอด SCO ประธานาธิบดีปูตินกับ นรม.โมดิ เห็นพ้องส่งเสริมความสัมพันธ์ที่ใกล้ชิดกัน โดยเฉพาะการค้าและการท่องเที่ยว รวมถึงเน้นย้ำความร่วมมือระหว่างรัสเซีย-อินเดีย  อาทิ UN BRICS และ SCO  ประธานาธิบดีปูติน ระบุว่ารัสเซียและอินเดียต่างไว้วางใจกันและกัน มีจุดยืนร่วมกันที่เป็นกลาง ทั้งนี้ ห้วงการประชุมสุดยอด SCO ระหว่าง 31 ส.ค.-1 ก.ย.68 และห้วงงานเฉลิมฉลองวันแห่งชัยชนะของจีนใน 3 ก.ย.68  ประธานาธิบดีปูตินมีกำหนดพบหารือกับผู้นำหลายประเทศ  อาทิ ตุรกี อิหร่าน กัมพูชา เนปาล ซีเรีย อุซเบกิสถาน คองโก และเวียดนาม รวมถึงกำลังพิจารณาพบหารือกับผู้นำสูงสุดของเกาหลีเหนือด้วย

เครื่องบินของประธานคณะกรรมาธิการยุโรปถูกโจมตีโดยการรบกวนสัญญาน GPS

สนข.Politico รายงานเมื่อ 1 ก.ย.68 ว่าเครื่องบินที่นางอัวร์ซูลา ฟอน แดร์ ไลเอิน ประธานคณะกรรมาธิการยุโรป โดยสาร ตกเป็นเป้าการโจมตีโดยการรบกวนสัญญาน GPS ระหว่างการเดินทางเยือนประเทศแนวหน้าของยุโรป ได้แก่ ลัตเวีย ฟินแลนด์ เอสโตเนีย โปแลนด์ ลิทัวเนีย บัลแกเรีย และโรมาเนีย โดยทางการบัลแกเรียสงสัยว่ารัสเซียอยู่เบื้องหลัง เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นระหว่างการเดินทางไปยังเมือง Plovdiv บัลแกเรีย ซึ่งทำให้นักบินไม่สามารถใช้ระบบนำร่องอิเล็กทรอนิกส์ได้ และต้องอาศัยแผนที่กระดาษในการนำเครื่องลงจอด อย่างไรก็ตาม เครื่องบินสามารถลงจอดได้อย่างปลอดภัย

รัฐบาลตอลิบันขอความช่วยเหลือ หลังเกิดเหตุแผ่นดินไหวที่อัฟกานิสถาน

  รัฐบาลอัฟกานิสถานและองค์กรสหประชาชาติ (UN) เร่งให้ความช่วยเหลือผู้ที่ได้รับผลกระทบจากเหตุแผ่นดินไหวระดับ 6.0 แมกนิจุด ในพื้นที่จังหวัด Kunar และเมือง Nangarhar ซึ่งมีลักษณะเป็นภูเขา ทางภาคตะวันออกเฉียงใต้ของอัฟกานิสถาน และใกล้ชายแดนปากีสถาน  เมื่อ 31 สิงหาคม 2568  ปัจจุบันมีรายงานว่าเหตุดังกล่าวทำให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 800 ราย และเกิดความเสียหายต่อสิ่งปลูกสร้าง ระบบการสื่อสาร และโครงสร้างพื้นฐานอื่น ๆ  ทั้งนี้ สหประชาชาติและรัฐบาลเชื่อว่าจะมีจำนวนผู้ได้รับผลกระทบมาขึ้น ขณะที่ปฏิบัติการช่วยเหลือและกู้ภัยดำเนินการได้ยาก เนื่องจากสภาพภูมิประเทศที่เป็นภูเขา เหตุแผ่นดินไหวดังกล่าวค่อนข้างรุนแรงและสร้างแรงสั่นสะเทือนถึงกรุงคาบูล เมืองหลวงของอัฟกานิสถาน รวมทั้งมีรายงานว่าสร้างแรงสั่นสะเทือนถึงกรุงอิสลามาบัด เมืองหลวงของปากีสถานด้วย ปัจจุบันรัฐบาลตอลิบันของอัฟกานิสถาน เรียกร้องให้นานาชาติช่วยเหลือ เพื่อบรรเทาสาธารณภัย  ทั้ง การแพทย์ และสิ่งของบรรเทาทุกข์ โดยเมื่อ 1 กันยายน 2568 รัฐบาลสหราชอาณาจักรประกาศมอบความช่วยเหลือแล้วจำนวน 1 ล้านปอนด์ โดยจะมอบให้องค์กรระหว่างประเทศที่เข้าไปช่วยเหลืออัฟกานิสถาน เพื่อหลีกเลี่ยงการสนับสนุนรัฐบาลตอลิบันโดยตรง รวมทั้งจีน อินเดีย และสวิตเซอร์แลนด์ก็ประกาศให้ความช่วยเหลือแล้ว เป็นต้น ด้านองค์กรระหว่างประเทศที่เข้าไปในพื้นที่ เช่น สภากาชาด (Red…

นโยบายของผู้นำสหรัฐฯ ส่งผลให้นักท่องเที่ยวต่างชาติลดลง

อุตสาหกรรมท่องเที่ยวในสหรัฐฯ กำลังเผชิญความท้าทาย โดยเมื่อ 2 กันยายน 2568 บริษัทจัดทำข้อมูลด้านการท่องเที่ยวในสหรัฐฯ เปิดเผยตัวเลขนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เดินทางเข้าสหรัฐฯ ในห้วง 6 เดือนแรกของปี 2568 พบว่ามีจำนวนลดลง ขณะที่จำนวนชาวอเมริกันที่ท่องเที่ยวในประเทศก็ลดน้อยลงด้วย โดยเหตุผลเพราะสภาวะเศรษฐกิจโลกที่ไม่แน่นอน ชาวอเมริกันจำนวนมากให้เหตุผลกับบริษัท Travel Weekly ผู้สำรวจความเห็นของนักท่องเที่ยวในประเทศว่า ต้องการประหยัดค่าใช้จ่าย เพราะตลาดแรงงานซบเซา และราคาสินค้าอุปโภคบริโภคปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ด้านนักท่องเที่ยวต่างชาติให้เหตุผลว่านโยบายของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ทำให้ชาวต่างชาติรู้สึกกังวลและไม่สบายใจ เฉพาะอย่างยิ่งนโยบายต่อผู้อพยพและชาวต่างชาติ การควบคุมตัวชาวต่างชาติและส่งตัวกลับ รวมทั้งอุดมการณ์ขวาจัด ที่อาจส่งผลกระทบต่อความปลอดภัยในการเดินทางไปสหรัฐฯ ผู้เชี่ยวชาญด้านอุตสาหกรรมท่องเที่ยวในสหรัฐฯ มีความคิดเห็นสอดคล้องกับนักท่องเที่ยวต่างชาติจำนวนมากที่กังวลกับนโยบายของรัฐบาลสหรัฐฯ ที่ค่อนข้างไม่เป็นมิตรกับชาวต่างชาติ และผู้นำสหรัฐฯ ที่มักจะใช้วิธีการข่มขู่ประเทศอื่น ๆ เช่น กรณีประธานาธิบดีทรัมป์ระบุว่าจะผนวกแคนาดาเป็นรัฐของสหรัฐฯ การขู่ว่าจะซื้อกรีนแลนด์ รวมทั้งการมีท่าทีประนีประนอมต่อผู้นำรัสเซียในประเด็นความมั่นคงและสถานการณ์ในยูเครน ทั้งหมดนี้ส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์ของสหรัฐฯ และ “แบรนด์” ของสหรัฐฯ จนทำให้ไม่สามารถดึงดูดนักท่องเที่ยวจากต่างประเทศ บริษัท HotelPlanner ผู้ให้บริการจองที่พักในสหรัฐฯ เปิดเผยว่ายอดการจองที่พักในสหรัฐฯ ลดลง จากข้อมูลของ US Travel Association พบว่านักท่องเที่ยวต่างชาติลดลงประมาณร้อยละ 14…

ผู้นำเกาหลีเหนือเดินทางเยือนจีน เข้าร่วมพิธีรำลึกครอบรอบ 80 ปีสงครามโลกครั้งที่ 2

นายคิมจองอึน ผู้นำสูงสุดของเกาหลีเหนือเดินทางเยือนจีน เพื่อเข้าร่วมพิธีรำลึกครอบรอบ 80 ปีสงครามโลกครั้งที่ 2 หรือ “Victory Day” ที่กรุงปักกิ่ง ใน 3 กันยายน 2568 โดยผู้นำสูงสุดของเกาหลีเหนือเดินทางไปจีนด้วยรถไฟ ผ่านพรมแดนเกาหลีเหนือ-จีน และจะเข้าร่วมพิธีดังกล่าวร่วมกับผู้นำจากต่างประเทศรวม 26 ประเทศ รวมทั้งประธานาธิบดีสี จิ้นผิง และประธานาธิบดีวลาร์ดิมีร์ ปูติน ของรัสเซียด้วย สื่อต่างประเทศให้ความสนใจการเดินทางครั้งนี้ เนื่องจากจะเป็นครั้งแรกที่ผู้นำสูงสุดของเกาหลีเหนือ อยู่ในพื้นที่เดียวกันกับผู้นำจีนและรัสเซีย สะท้อนว่าจะต้องมีมาตรการรักษาความปลอดภัยอย่างเข้มงวด และเป็นการเยือนที่จัดขึ้นหลังจากจีนประสบความสำเร็จในการจัดการประชุมสุดยอดกลุ่ม Shanghai Cooperation Organisation (SCO) ครั้งที่ 25 ที่เมืองเทียนจิน ระหว่าง 31 สิงหาคม – 1 กันยายน 2568 ผู้นำสูงสุดของเกาหลีเหนือเดินทางไปต่างประเทศอย่างจำกัด ตั้งแต่รับตำแหน่งเมื่อปี 2554 เนื่องจากต้องมีมาตรการรักษาความปลอดภัยสูง อย่างไรก็ดี นายคิมจองอึนพบหารือและมีความสัมพันธ์ที่ดีกับผู้นำจีน รวมทั้งผู้นำรัสเซีย โดยเคยพบกับประธานาธิบดีสี จิ้นผิงแล้ว 5 ครั้ง และพบกับประธานาธิบดีปูติน…