ผู้นำสูงสุดเวียดนามมีแผนจะเยือนเกาหลีเหนือ

นสพ.The Straits Time รายงานเมื่อ 25 ก.ย.68 ว่า พล.ต.อ.โต เลิม เลขาธิการพรรคคอมมิวนิสต์ ผู้นำสูงสุดเวียดนาม จะเยือนเกาหลีเหนือใน ต.ค.68 ซึ่งเป็นครั้งแรกในรอบ 18 ปี นับตั้งแต่ผู้นำสูงสุดเวียดนามเยือนเกาหลีเหนือเมื่อปี 2550 ปัจจุบันทั้งสองประเทศมีความสัมพันธ์ใกล้ชิด แต่ไม่มีกิจกรรมการค้าระหว่างกัน

สหรัฐฯ เปลี่ยนท่าทีต่อสงครามรัสเซีย – ยูเครน

สนข.นิวยอร์กโพสต์ รายงานเมื่อ 23 ก.ย.68 ว่าสหรัฐฯ มีแนวโน้มจะเปลี่ยนท่าทีต่อการยุติความรุนแรงและความขัดแย้งในสงครามรัสเซีย – ยูเครน โดยประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ กล่าวระหว่างการหารือกับประธานาธิบดีโวโลดีมีร์ เซเลนสกี ของยูเครนว่า พันธมิตรเนโตควรโจมตีเครื่องบินรบของรัสเซียได้ หากมีการรุกล้ำน่านฟ้าของประเทศสมาชิก และระบุผ่าน Truth​ Social ว่า ได้รับทราบสถานการณ์ที่แท้จริงด้านการทหารและเศรษฐกิจของยูเครนกับรัสเซีย และเห็นว่าเศรษฐกิจรัสเซียกำลังอ่อนแอ่ลง ตลอดจนมองว่ายูเครนสามารถยึดดินแดนคืนจากรัสเซียได้ ด้วยการสนับสนุนทางการเงินจากยุโรป เฉพาะอย่างยิ่งจากเนโต

EU ผลักดันโครงการกำแพงโดรนเพื่อรับมือรัสเซีย

สนข.Euronews รายงานเมื่อ 24 ก.ย.68 ว่า สหภาพยุโรป (EU) จะเร่งเดินหน้าโครงการกำแพงโดรนตามแนวชายแดนด้านตะวันออกของประเทศสมาชิกเพื่อป้องกันการรุกล้ำน่านฟ้า หลังรัสเซียถูกกล่าวหาว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์โดรนปรากฏเหนือสนามบินโคเปนเฮเกน ในเดนมาร์ก จนทำให้ต้องปิดทำการเกือบ 4 ชั่วโมง และก่อนหน้านี้ยังมีการละเมิดน่านฟ้าในโปแลนด์ โรมาเนีย และเอสโตเนีย โดยคณะกรรมาธิการยุโรปย้ำว่า กำแพงโดรนจะมุ่งเน้นทั้งการตรวจจับและการตอบโต้ และอาจใช้งบประมาณจากกองทุนกู้ยืมด้านกลาโหมมูลค่า 150,000 ล้านยูโร ทั้งนี้ ปัจจุบันมี 7 ประเทศยุโรปตะวันออก ได้แก่ เอสโตเนีย ลัตเวีย ฟินแลนด์ ลิทัวเนีย โปแลนด์ โรมาเนีย บัลแกเรีย รวมถึงยูเครน และล่าสุดเดนมาร์ก เข้าร่วมโครงการดังกล่าว

กระทรวงสงครามของสหรัฐฯ เข้มงวดกับการเผยแพร่ข่าวสารของสื่อประจำกระทรวง

กระทรวงสงคราม หรือกระทรวงกลาโหมของสหรัฐฯ ชี้แจงให้เห็นถึงความจำเป็นที่ต้องเข้มงวดในการเผยแพร่ข้อมูลข่าวสาร หลังจากได้ออกบันทึกข้อตกลง (memorandum) เกี่ยวกับระเบียบข้อบังคับต่อผู้สื่อข่าวที่มีใบอนุญาตประจำกระทรวงสงครามของสหรัฐฯ เมื่อ 19 กันยายน 2568  ทั้งนี้ เพื่อป้องกันมิให้ข้อมูลรั่วไหล และมีความถูกต้อง แม้ไม่ใช่ข้อมูลที่มีชั้นความลับ อย่างไรก็ดี สมาคมผู้สื่อข่าว และสื่อมวลชนทั่วไปเห็นว่าการออกระเบียบดังกล่าวเป็นการจำกัดเสรีภาพในการแสดงออก บันทึกข้อตกลงดังกล่าวมีความยาวถึง 17 หน้า โดยกระทรวงสงครามกำหนดให้ผู้สื่อข่าวประจำกระทรวงต้องทำข้อตกลงกับกระทรวงฯ ว่าจะเผยแพร่ข้อมูลข่าวสาร เฉพาะที่ได้รับการอนุมัติให้เปิดเผยต่อสาธารณะโดยเจ้าหน้าที่แล้วเท่านั้น  หากฝ่าฝืนจะถูกยึดใบอนุญาต นอกจากนี้ ยังมีการจำกัดพื้นที่การเข้าถึงของผู้สื่อข่าวกระทรวงสงครามอีกด้วย โดยนายปีเตอร์ เฮกเซธ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสงครามยังแจ้งผ่านทางโซเชียลมีเดีย X ว่า ผู้สื่อข่าวต้องแขวนป้าย และปฏิบัติตัวตามกฎ หากต้องเข้าถึงบริเวณทางเดินไปยังห้องโถงของกระทรวง ความเข้มงวดต่อสื่อมวลชน ซึ่งรวมทั้งผู้สื่อข่าวประจำกระทรวงฯ ยังจะนำไปใช้ในฐานทัพต่าง ๆ ของสหรัฐฯ ทั่วประเทศ เพื่อป้องกันการรั่วไหลของข้อมูล และปกป้องมาตรการรักษาความปลอดภัยของประเทศอีกด้วย ซึ่งความเข้มงวดดังกล่าว ได้เริ่มมาเป็นระยะ ๆ แล้ว เพื่อมิให้กระทรวงฯ ถูกแอบอ้าง หรือมีการรั่วไหลของข้อมูลผ่านสื่อมวลชน เช่น เมื่อมีนาคม 2568 มีข้อมูลที่อ่อนไหวรั่วไหลกรณีการโจมตีกบฏฮูตีในเยเมน รวมทั้งข้อมูลข่าวกรองรั่วกรณีความเสียหายของโรงงานพัฒนานิวเคลียร์ของอิหร่านที่ถูกสหรัฐฯ โจมตีเมื่อมิถุนายน…