สหรัฐฯ เรียกร้อง EU ให้ดำเนินมาตราการภาษีนำเข้าต่อจีนและอินเดียเพื่อกดดันรัสเซีย

สนข.รอยเตอร์ส รายงานเมื่อ 10 ก.ย.68 ว่า ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ของสหรัฐฯ เรียกร้องให้ผู้แทนจากสหภาพยุโรป (EU) ดำเนินมาตรการภาษีนำเข้าสูงสุดถึงร้อยละ 100 ต่อจีนและอินเดีย ในการหารือที่กรุงวอชิงตัน ดี.ซี. เมื่อ 9 ก.ย.68 โดยสหรัฐฯ จะร่วมดำเนินมาตรการดังกล่าวด้วย ซึ่งหาก EU ตอบรับจะเป็นการปรับนโยบายเชิงยุทธศาสตร์และกลยุทธ์ เพื่อกดดันประธานาธิบดีวลาดิมีร์ ปูติน ของรัสเซีย ให้ยุติสงครามรัสเซีย – ยูเครนด้วยการกดดันประเทศที่สนับสนุนรัสเซียผ่านการนำเข้าน้ำมัน ขณะที่ กต.จีนแถลงในวันเดียวกัน คัดค้านอย่างหนักแน่นต่อการใช้แรงกดดันทางเศรษฐกิจของสหรัฐฯ กับทั้งคัดค้านการใช้จีนเป็นประเด็นในการหารือเกี่ยวกับรัสเซียด้วย

รมว.กห.จีนเรียกร้องให้สหรัฐฯ เคารพผลประโยชน์หลักซึ่งกันและกัน

พล.ร.อ.ต่ง จุน รมว.กห.จีน หารือในการประชุมทางไกลผ่านวิดีโอกับนายปีเตอร์ เฮกเซธ รมว.กห.สหรัฐฯ เมื่อ 9 ก.ย.68 ฝ่ายจีนระบุถึงความจำเป็นในการยึดมั่นต่อทัศนคติที่เปิดกว้าง รักษาการติดต่อสื่อสารและการมีส่วนร่วม และสร้างความสัมพันธ์ทางทหารระหว่างจีน-สหรัฐฯ ที่มั่นคงบนพื้นฐานของความเท่าเทียม ความเคารพ และการอยู่ร่วมกันอย่างสันติ พร้อมย้ำความสำคัญของการเคารพผลประโยชน์หลักซึ่งกันและกัน พร้อมย้ำว่าความพยายามหรือการแทรกแซงใด ๆ ด้วยกำลังเพื่อสนับสนุนการแบ่งแยกดินแดนเพื่อเอกราชของไต้หวัน   สำหรับประเด็นทะเลจีนใต้ จีนมุ่งมั่นที่จะทำงานร่วมกับประเทศอื่น ๆ ในภูมิภาค  และคัดค้านการกระทำที่เป็นการละเมิดหรือยั่วยุจากบางประเทศ ตลอดจนความพยายามของบางประเทศนอกภูมิภาคที่จะก่อให้เกิดปัญหา

ความพยายามทำข้อตกลงหยุดยิงความขัดแย้งในฉนวนกาซาลางเลือน

ความพยายามทำข้อตกลงหยุดในความขัดแย้งในฉนวนกาซาลางเลือน หากพิจารณาท่าทีของอิสราเอล ซึ่งเป็นคู่ขัดแย้ง นายกรัฐมนตรีเนทันยาฮู และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมของอิสราเอลยืนยันว่า จะยังจะสังหารผู้นำกลุ่มฮะมาสต่อไป ไม่ว่าจะหลบซ่อนในสถานที่ใด หลังจากกองกำลังป้องกันอิสราเอล (IDF) ปฏิบัติการภายใต้ชื่อรหัส “Summit of Fire” โจมตีทางอากาศใส่อาคารที่พักอาศัยในกรุงโดฮา กาตาร์ เมื่อ 9 กันยายน 2568 ไม่สามารถสังหารผู้นำกลุ่มฮะมาสได้ โดยกลุ่มฮะมาสยืนยันว่าผู้นำยังคงมีชีวิตอยู่ แต่มีสมาชิกกลุ่มฮะมาสเสียชีวิต 5 คน รวมถึงบุตรชายของนาย Khalil al-Hayya เจ้าหน้าที่ระดับอาวุโสของกลุ่มฮะมาส และหนึ่งในผู้นำของคณะการเจรจาข้อตกลงหยุดยิง การโจมตีทางอากาศในกรุงโดฮาเกิดขึ้นในห้วงที่คณะการเจรจาของกลุ่มฮะมาสอยู่ที่กรุงโดฮา เพื่อร่วมกันพิจารณาร่างข้อตกลงหยุดยิงและแลกเปลี่ยนตัวประกันในฉนวนกาซา ที่มีกาตาร์เป็นตัวกลาง  ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ก็ระบุก่อนหน้าการโจมตีว่า ทิศทางข้อตกลงหยุดยิงในฉนวนกาซาอาจเกิดขึ้นเร็ว ๆ นี้ เพื่อแลกกับการปล่อยตัวตัวประกันทั้งหมดที่กลุ่มฮะมาสควบคุมตัวไว้ ขณะที่กลุ่มฮะมาสยืนยันว่าได้รับแนวทางบางประการจากฝ่ายสหรัฐฯ ผ่านคนกลาง เพื่อบรรลุข้อตกลงหยุดยิงในฉนวนกาซา และอยู่ระหว่างการพิจารณา ขณะเดียวกัน กลุ่มฮะมาสย้ำความพร้อมปล่อยตัวประกันทั้งหมด เพื่อแลกกับการประกาศยุติสงครามอย่างชัดเจน และการถอนกำลังทหารอิสราเอลทั้งหมดออกจากฉนวนกาซาโดยสมบูรณ์ กาตาร์ซึ่งเป็นตัวกลางการเจรากับอียิปต์ประณามการโจมตีดังกล่าวที่มุ่งเป้าไปยังอาคารที่พักของสมาชิกฝ่ายการเมืองของกลุ่มฮะมาสในกรุงโดฮา อีกทั้งยังละเมิดกฎหมายระหว่างประเทศและเป็นภัยคุกคามร้ายแรงในกาตาร์ รวมทั้งมีท่าทีแข็งกร้าวจากนายกรัฐมนตรีกาตาร์เมื่อ 10 กันยายน 2568 ว่า การกระทำของอิสราเอลจะไม่สามารถขัดขวางความพยายามของกาตาร์ในการเป็นตัวกลางการเจรจาข้อขัดแย้งในภูมิภาค และผู้นำอิสราเอลจะต้องได้รับผลของการกระทำจากความร่วมมือของผู้นำทั่วโลก…

เกิดอะไรขึ้นในเนปาลจนทำให้นายกรัฐมนตรีของเนปาลประกาศลาออก

  เกิดการชุมนุมประท้วงรัฐบาลของเนปาลครั้งใหญ่ในกรุงกาฐมาณฑุ ผู้ชุมนุมส่วนใหญ่เป็นกลุ่ม GEN Z หลายพันคน เนื่องจากต่อต้านรัฐบาลที่ให้สำนักงานโทรคมนาคม (Nepal Telecommunications Authority-NTA) ระงับการเข้าถึงแพลตฟอร์มออนไลน์ที่ไม่ปฏิบัติตามขั้นตอนการลงทะเบียน แพลตฟอร์มออนไลน์ที่ถูกระงับเป็นที่นิยมของกลุ่ม GEN Z  ได้แก่ Facebook  Instagram  WhatsApp  YouTube  และ X เป็นต้น ส่วนแพลตฟอร์มที่ลงทะเบียนแล้ว เช่น  TikTok เป็นต้น กลุ่ม GEN Z หลายพันคน รวมตัวประท้วงรัฐบาลที่ปิดกั้นเสรีภาพในการแสดงออกของตนเอง รวมทั้งยังมีประเด็นการต่อต้าการโกงกินของรัฐบาล และคนชั้นนำในสังคม ความรุนแรงในกรุงกาฐมาณฑุ เมื่อ 8 กันยายน 2568 การชุมนุมมีความรุนแรงขึ้น มีการบุกรุกสถานที่ที่ทำที่กีดขวางไว้ และเข้าไปในรัฐสภา ขณะที่เจ้าหน้าที่ก็ใช้กระบอง ปืนฉีดน้ำ แก๊สน้ำตา กระสุนยาง และกระสุนจริงเพื่อกวาดล้าง และมีการประกาศเคอร์ฟิวทั่วประเทศ รัฐบาลประกาศปิดท่าอากาศยานทุกแห่งในเนปาล เมื่อ 9 กันยายน 2568 ไปจนถึง 12.00 น.…

นรม.เนปาล ลาออก หลังเหตุชุมนุมของกลุ่มคน Gen Z รุนแรง

นาย KP Sharma Oli นรม.เนปาลลาออกจากตำแหน่ง เมื่อ 9 ก.ย.68 หลังการชุมนุมครั้งใหญ่ของกลุ่มคนรุ่นใหม่ (Gen Z) ในกรุงกาฐมาณฑุ เมื่อ 8 ก.ย.68 ทวีความรุนแรง  เจ้าหน้าที่ตำรวจใช้แก๊สน้ำตาและกระสุนยางควบคุมฝูงชน ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 22 ราย แม้การลาออกของ นรม.และ รมว.มท. รวมถึงการยกเลิกคำสั่งระงับการเข้าถึงแพลตฟอร์มสื่อสังคมออนไลน์จะประกาศแล้ว แต่กลุ่มผู้ชุมนุมยังคงยกระดับการประท้วงเรียกร้องให้รัฐบาลลาออกทั้งคณะ พร้อมจุดไฟเผาสถานที่สำคัญ เช่น รัฐสภา ศาลฎีกา และบ้านพักนักการเมือง เหตุการณ์รุนแรงยังนำไปสู่การเสียชีวิตของภรรยานาย Jhala Nath Khanal อดีต นรม.เนปาล เนื่องจากถูกไฟไหม้ภายในบ้านพัก

เศรษฐกิจจีนยังคงอยู่ในภาวะเงินฝืด

สนข.Reuters รายงานเมื่อ 10 ก.ย.68 ว่า สำนักงานสถิติแห่งชาติจีน (National Bureau of Statistics-NBS) เผยแพร่ข้อมูลดัชนีราคาผู้บริโภค (consumer price index-CPI) ของจีน เมื่อ ส.ค.68 ลดลงร้อยละ 0.4 เมื่อเทียบกับปี 2567 ซึ่งเป็นอัตราการลดที่เร็วสุดในรอบ 6 เดือน สะท้อนความผันผวนของราคาอาหารที่ลดลงร้อยละ 4.3 จากร้อยละ 1.6 เมื่อ ก.ค.68 แต่อัตราเงินเฟ้อพื้นฐาน เพิ่มขึ้นร้อยละ 0.9 จาก ส.ค.67 โดยเป็นอัตราที่สูงสุดนับตั้งแต่ ก.พ.66 ขณะที่ดัชนีราคาผู้ผลิต เมื่อ ส.ค.68 ลดลงร้อยละ 2.9 จากร้อยละ 3.6 เมื่อ ก.ค.68 ซึ่งเป็นผลจากการที่รัฐบาลจีนพยายามควบคุมการแข่งขันและการตัดราคาในอุตสาหกรรมหลัก หลังจากราคาผู้ผลิตของจีนตกต่ำอย่างต่อเนื่องเป็นเวลาเกือบ 3 ปี เนื่องจากความเชื่อมั่นของผู้บริโภคอ่อนแอและความไม่แน่นอนของนโยบายการค้าสหรัฐฯ

สหรัฐฯ ระบุไม่เกี่ยวข้องกับกรณีอิสราเอลโจมตีกลุ่มฮะมาสในกาตาร์

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เผยแพร่ข้อความทาง Truth Social เมื่อ 9 ก.ย.68 ว่า สหรัฐฯ ไม่เกี่ยวข้องกับกรณีอิสราเอลโจมตีกลุ่มฮะมาสในกรุงโดฮา กาตาร์  เป็นการตัดสินใจของ นรม.เบนจามิน เนทันยาฮู ของอิสราเอล ซึ่งสหรัฐฯ ได้รับเพียงการแจ้งเตือนจากอิสราเอล ก่อนจะสั่งการให้นาย Steve Witkoff ผู้แทนพิเศษกิจการตะวันออกกลางของประธานาธิบดีสหรัฐฯ หารือกับ จนท.ของกาตาร์  แต่ไม่ทันการ   ประธานาธิบดีทรัมป์ได้หารือกับ นรม.กาตาร์ เพื่อแสดงความเสียใจต่อเหตุโจมตีดังกล่าว ที่จะส่งผลกระทบต่อเป้าหมายการยุติสงครามของสหรัฐฯ และกาตาร์ พร้อมทั้งย้ำความสัมพันธ์ที่ใกล้ชิดระหว่างกัน   และสั่งการให้นายมาร์โค รูบิโอ รมว.กต.สหรัฐฯ เร่งผลักดันความร่วมมือด้านการทหารกับกาตาร์ ตลอดจนรับประกันว่าจะไม่เกิดเหตุเช่นเดียวกับกรณีดังกล่าวอีก นอกจากนี้ ประธานาธิบดีทรัมป์ยังอ้างการหารือกับนรม.เนทันยาฮู หลังเกิดเหตุ และยืนยันว่าอิสราเอลพร้อมสนับสนุนการแก้ไขความขัดแย้งอย่างสันติ

เอเชียกลาง : เพื่อนบ้านที่จีนไม่เคยลืมความสำคัญ

  ไม่ว่าจะเติบโตก้าวหน้าไปขนาดไหน หรือใครจะมองเป็นภัยคุกคาม จีนยังคงให้ความสำคัญกับการรักษาความสัมพันธ์อันดีกับประเทศรอบบ้าน และที่ไม่เคยลืมคือ เอเชียกลาง เพื่อนบ้านที่แทบไม่ปรากฏว่ามีปัญหากับจีน และดูจะเป็นข่าวน้อยกว่าเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งเป็นประเทศเพื่อนบ้านอีกฝั่งที่มีความเคลื่อนไหวในแวดวงระหว่างประเทศบ่อยครั้ง ทั้งปัญหาทะเลจีนใต้ หรือความใกล้ชิดกับสหรัฐฯ ผู้นำและเจ้าหน้าที่ระดับสูงของจีนเยือนภูมิภาคเอเชียกลางต่อเนื่อง หรือแม้แต่การเลือกที่จะประกาศยุทธศาสตร์ One Belt One Road (OBOR) ชื่อเดิมของ Belt & Road Initiative (BRI) ที่เป็นการสร้างโครงข่ายถนนและเส้นทางรถไฟเชื่อมจีนกับยุโรปผ่านเอเชียกลาง ในระหว่างการเยือนคาซัคสถานของประธานาธิบดีสี จิ้นผิง เมื่อกันยายน 2556 ก่อนที่จะประกาศแผนการสร้างเส้นทางสายไหมทางทะเล (Maritime Silk Road-MSR) ที่เชื่อมท่าเรือจีนกับท่าเรือในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เอเชียใต้ ตะวันออกกลาง และยุโรป ในระหว่างการเยือนอินโดนีเซียของผู้นำจีนเมื่อตุลาคมของปีเดียวกัน จีนมีความร่วมมือกับห้าประเทศในเอเชียกลางคือ คาซัคสถาน คีร์กีซlสถาน เติร์กเมนิสถาน อุซเบกิซสถาน และทาจิสถาน ที่มีจุดแข็งคือ ที่ตั้งทางภูมิศาสตร์ที่อยู่ในจุดศูนย์กลางเชื่อมต่อเอเชีย ยุโรป ตะวันออกกลาง และเอเชียใต้ อีกทั้งเป็นแหล่งทรัพยากรสำคัญคือ ก๊าซธรรมชาติและแร่ธาตุหลายชนิด นอกจากนี้ยังอยู่ติดกับเขตปกครองตนเองซินเจียง ที่เป็นหนึ่งในผลประโยชน์หลัก (Core Interests)…

จีนเป็นคู่ค้าอันดับ 1 ของอาเซียนติดต่อกัน 16 ปี

สนข.Xinhua รายงานเมื่อ 8 ก.ย.68 ว่า นายหยาน ตง รมช.พณ.จีน กล่าวในการแถลงข่าวงานแสดงสินค้า China-ASEAN Expo ครั้งที่ 22 ที่กรุงปักกิ่ง ว่า จีนยังคงเป็นคู่ค้าอันดับ 1 ของอาเซียนติดต่อกันเป็นปีที่ 16 โดยมีมูลค่าการค้าระหว่างกันห้วง ม.ค.-ก.ค.68 ที่ 597,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ร้อยละ 16.7 ของมูลค่าการค้าต่างประเทศทั้งหมดของจีน) เพิ่มขึ้นร้อยละ 8.2 เมื่อเทียบกับปี 2567 ส่วนมูลค่าการลงทุนระหว่างกันมีมากกว่า 450,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ทั้งยังมีโครงการลงทุนด้านโครงสร้างพื้นฐานของบริษัทจีนที่กำลังดำเนินการอยู่ในประเทศสมาชิกอาซียนมูลค่ารวม 480,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ทั้งนี้ จีนจะกระชับความร่วมมือระดับภูมิภาคกับอาเซียน เพิ่มการนำเข้าสินค้าจากอาเซียน เช่น ผลไม้เมืองร้อน กาแฟ ยาง และน้ำมันปาล์ม เสริมสร้างความร่วมมือด้านพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ข้ามพรมแดน รวมถึงจะเพิ่มการลงทุนในเศรษฐกิจดิจิทัล เศรษฐกิจที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และภาคส่วนที่กำลังเติบโตในอาเซียน ตลอดจนรักษาการไหลเวียนของห่วงโซ่อุตสาหกรรมและห่วงโซ่อุปทานให้ราบรื่นและมีเสถียรภาพ

หน่วยข่าวกรองทางทหารอาเซียนเสริมสร้างความร่วมมือระหว่างกัน

สนข.แห่งชาติมาเลเซีย รายงานเมื่อ 8 ก.ย.68 ว่า การประชุมผู้นำหน่วยข่าวกรองทางทหารอาเซียน ครั้งที่ 2  และการประชุมข่าวกรองทางทหารอาเซียน ครั้งที่ 22 (AMIM)  ที่กรุงกัวลาลัมเปอร์ มาเลเซีย เมื่อ 7-8 ก.ย.68 ภายใต้หัวข้อ “ความร่วมมือด้านข่าวกรองที่ยั่งยืนเพื่ออาเซียนที่ครอบคลุม”   เพื่อเสริมสร้างความร่วมมือด้านข่าวกรองของอาเซียน และวางรากฐานสำหรับการทูตด้านการป้องกันประเทศอย่างยั่งยืน  ผู้นำหน่วยข่าวกรองทางทหารอาเซียนได้แลกเปลี่ยนมุมมองด้านภัยคุกคามแบบดั้งเดิมและภัยคุกคามรูปแบบใหม่ ขณะที่ AMIM เป็นการประชุมสำคัญด้านเทคนิคในการแลกเปลี่ยนข่าวกรอง การประเมินภัยคุกคามร่วม ตลอดจนการตอบสนองต่อปัญหาความมั่นคงข้ามพรมแดน เพื่อยกระดับความเป็นมืออาชีพด้านข่าวกรองและความร่วมมือในภูมิภาคผ่านการฝึกอบรมร่วม การถ่ายทอดองค์ความรู้ และการสื่อสารที่ปลอดภัย