EU ผลักดันโครงการกำแพงโดรนเพื่อรับมือรัสเซีย

สนข.Euronews รายงานเมื่อ 24 ก.ย.68 ว่า สหภาพยุโรป (EU) จะเร่งเดินหน้าโครงการกำแพงโดรนตามแนวชายแดนด้านตะวันออกของประเทศสมาชิกเพื่อป้องกันการรุกล้ำน่านฟ้า หลังรัสเซียถูกกล่าวหาว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์โดรนปรากฏเหนือสนามบินโคเปนเฮเกน ในเดนมาร์ก จนทำให้ต้องปิดทำการเกือบ 4 ชั่วโมง และก่อนหน้านี้ยังมีการละเมิดน่านฟ้าในโปแลนด์ โรมาเนีย และเอสโตเนีย โดยคณะกรรมาธิการยุโรปย้ำว่า กำแพงโดรนจะมุ่งเน้นทั้งการตรวจจับและการตอบโต้ และอาจใช้งบประมาณจากกองทุนกู้ยืมด้านกลาโหมมูลค่า 150,000 ล้านยูโร ทั้งนี้ ปัจจุบันมี 7 ประเทศยุโรปตะวันออก ได้แก่ เอสโตเนีย ลัตเวีย ฟินแลนด์ ลิทัวเนีย โปแลนด์ โรมาเนีย บัลแกเรีย รวมถึงยูเครน และล่าสุดเดนมาร์ก เข้าร่วมโครงการดังกล่าว

กระทรวงสงครามของสหรัฐฯ เข้มงวดกับการเผยแพร่ข่าวสารของสื่อประจำกระทรวง

กระทรวงสงคราม หรือกระทรวงกลาโหมของสหรัฐฯ ชี้แจงให้เห็นถึงความจำเป็นที่ต้องเข้มงวดในการเผยแพร่ข้อมูลข่าวสาร หลังจากได้ออกบันทึกข้อตกลง (memorandum) เกี่ยวกับระเบียบข้อบังคับต่อผู้สื่อข่าวที่มีใบอนุญาตประจำกระทรวงสงครามของสหรัฐฯ เมื่อ 19 กันยายน 2568  ทั้งนี้ เพื่อป้องกันมิให้ข้อมูลรั่วไหล และมีความถูกต้อง แม้ไม่ใช่ข้อมูลที่มีชั้นความลับ อย่างไรก็ดี สมาคมผู้สื่อข่าว และสื่อมวลชนทั่วไปเห็นว่าการออกระเบียบดังกล่าวเป็นการจำกัดเสรีภาพในการแสดงออก บันทึกข้อตกลงดังกล่าวมีความยาวถึง 17 หน้า โดยกระทรวงสงครามกำหนดให้ผู้สื่อข่าวประจำกระทรวงต้องทำข้อตกลงกับกระทรวงฯ ว่าจะเผยแพร่ข้อมูลข่าวสาร เฉพาะที่ได้รับการอนุมัติให้เปิดเผยต่อสาธารณะโดยเจ้าหน้าที่แล้วเท่านั้น  หากฝ่าฝืนจะถูกยึดใบอนุญาต นอกจากนี้ ยังมีการจำกัดพื้นที่การเข้าถึงของผู้สื่อข่าวกระทรวงสงครามอีกด้วย โดยนายปีเตอร์ เฮกเซธ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสงครามยังแจ้งผ่านทางโซเชียลมีเดีย X ว่า ผู้สื่อข่าวต้องแขวนป้าย และปฏิบัติตัวตามกฎ หากต้องเข้าถึงบริเวณทางเดินไปยังห้องโถงของกระทรวง ความเข้มงวดต่อสื่อมวลชน ซึ่งรวมทั้งผู้สื่อข่าวประจำกระทรวงฯ ยังจะนำไปใช้ในฐานทัพต่าง ๆ ของสหรัฐฯ ทั่วประเทศ เพื่อป้องกันการรั่วไหลของข้อมูล และปกป้องมาตรการรักษาความปลอดภัยของประเทศอีกด้วย ซึ่งความเข้มงวดดังกล่าว ได้เริ่มมาเป็นระยะ ๆ แล้ว เพื่อมิให้กระทรวงฯ ถูกแอบอ้าง หรือมีการรั่วไหลของข้อมูลผ่านสื่อมวลชน เช่น เมื่อมีนาคม 2568 มีข้อมูลที่อ่อนไหวรั่วไหลกรณีการโจมตีกบฏฮูตีในเยเมน รวมทั้งข้อมูลข่าวกรองรั่วกรณีความเสียหายของโรงงานพัฒนานิวเคลียร์ของอิหร่านที่ถูกสหรัฐฯ โจมตีเมื่อมิถุนายน…

3 ประเด็นสำคัญจากการประชุม UNGA วันแรก

ผู้นำต่างประเทศใช้การประชุมสมัชชาสหประชาชาติสมัยสามัญครั้งที่ 80 ที่นครนิวยอร์ก สหรัฐฯ เป็นเวทีแสดงจุดยืนทางการเมืองระหว่างประเทศและกระตุ้นให้สมาชิกสหประชาชาติ 192 ประเทศร่วมมือกันรักษาสันติภาพในระยะยาว โดยเมื่อ 23 กันยายน 2568 ซึ่งเป็นวันแรกที่ผู้นำประเทศต่าง ๆ จะได้กล่าวถ้อยแถลง หรือ high-level General Debate มีประเด็นที่น่าสนใจจำนวนมาก เฉพาะอย่างยิ่งท่าทีของผู้นำสหรัฐฯ ที่ทั่วโลกจัดตามอง และกรณีประเทศยุโรปประกาศรับรองรัฐปาเลสไตน์ ซึ่งอาจเป็นจุดเปลี่ยนการเมืองระหว่างประเทศในภูมิภาคตะวันออกกลาง ประเด็นแรกที่ทั่วโลกให้ความสนใจอย่างมาก คือ ท่าทีของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ เนื่องจากจะเป็นสัญญาณแนวทางการดำเนินนโยบายต่างประเทศของมหาอำนาจ ซึ่งผู้นำสหรัฐฯ กล่าวถ้อยแถลงเป็นระยะเวลา 55 นาที เนื้อหาส่วนใหญ่เป็นการเน้นย้ำนโยบาย Make America Great Again ที่ให้ความสำคัญกับการปกป้องผลประโยชน์ของชาวอเมริกันและเสริมสร้างอุดมการณ์ชาตินิยม ผลงานด้านการยุติความขัดแย้ง พร้อมทั้งวิจารณ์นโยบายของประเทศอื่น ๆ เช่น วิจารณ์นโยบายรับผู้อพยพของประเทศยุโรปเชิงลบ ให้ความเห็นว่าองค์กรสหประชาชาติ (UN) ล้มเหลวในการแก้ไขความขัดแย้งระหว่างประเทศ และโจมตีนโยบายพลังงานสะอาดว่าเป็นปัจจัยทำลายโลกเสรีและเป็นการหลอกลวง (green energy scam) ประธานาธิบดีทรัมป์ยังใช้เวลากว่า 10 นาทีย้ำว่าไม่เห็นด้วยกับปัญหาสภาพภูมิอากาศเปลี่ยนแปลง ซึ่งตอกย้ำมุมมองของประธานาธิบดีทรัมป์ที่ไม่เชื่อเรื่องสภาพภูมิอากาศเปลี่ยนแปลงมาโดยตลอด…

ผู้นำเมียนมาจะเข้าร่วมงาน World Atomic Week Forum 2025 ที่รัสเซีย

นสพ. The Global New Light of Myanmar และ Mizzima รายงานเมื่อ 24 ก.ย.68 ว่า พล.อ.อาวุโส มินอองไลง์ รักษาการประธานาธิบดี ประธานคณะกรรมาธิการความมั่นคงและสันติภาพแห่งรัฐ (SSPC) และ ผบ.ทสส.เมียนมา จะเดินทางเยือนรัสเซีย ระหว่าง 25-28 ก.ย.68 ตามคำเชิญของนายวลาดิมีร์ ปูติน ประธานาธิบดีรัสเซีย เพื่อเข้าร่วมงาน World Atomic Week Forum 2025 หารือกับประธานาธิบดีปูติน ในประเด็นความร่วมมือด้านเศรษฐกิจ ความมั่นคง การทหาร พลังงาน และเทคโนโลยี

นรม.แคนาดาระบุว่าเตรียมพบหารือกับประธานาธิบดีจีนในเวลาที่เหมาะสม

นรม.มาร์ค คาร์นีย์ของแคนาดากล่าวให้สัมภาษณ์เมื่อ  23  ก.ย. 68  หลังการประชุมสมัชชาสหประชาชาติ   ที่นครนิวยอร์ก สหรัฐฯ  ว่าแคนาดามีโอกาสจะขยายความร่วมมือด้านการค้า พลังงานและเกษตรกรรมกับจีน  โดยจะพบกับประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ของจีน ในเวลาที่เหมาะสมภายในปี 2568 เพื่อหารือถึงการเพิ่มความร่วมมือในประเด็นดังกล่าวเพิ่มเติม หลังจากที่ตนสนทนาทางโทรศัพท์กับประธานาธิบดีจีนเกี่ยวกับมาตรการขึ้นภาษีเหล็กของสหรัฐฯ  และการเตรียมเยือนจีนของนางอานิตา อานัน รมว.กต.แคนาดาในเร็ว ๆ นี้

ประธานาธิบดีทรัมป์เข้าร่วมการประชุมสมัชชาใหญ่แห่งสหประชาชาติ ครั้งที่ 80

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ กล่าวสุนทรพจน์ระหว่างการเข้าร่วมการประชุมสมัชชาใหญ่แห่งสหประชาชาติ ครั้งที่ 80 เมื่อ 23 ก.ย.68   สาระสำคัญ คือ (1) การกลับเข้ามาดำรงตำแหน่งสมัยที่ 2  ทำให้สหรัฐฯ กลับมาเข้มแข็งอีกครั้ง ทั้งทางเศรษฐกิจ ทางการทหาร และพรมแดน  (2) วิจารณ์บทบาทของสหประชาชาติในการรักษาสันติภาพทั่วโลกที่สหรัฐฯ มีบทบาทนำมากกว่า พร้อมย้ำความเห็นต่างในประเด็นการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและไม่สนับสนุนการรับผู้อพยพย้ายถิ่นฐาน (3) ผลักดันให้เกิดสันติภาพในตะวันออกกลางโดยเฉพาะอย่างยิ่งความขัดแย้งอิสราเอล – กลุ่มฮะมาส และสงครามรัสเซีย – ยูเครนที่จีนและอินเดีย รวมถึงบางประเทศในยุโรปยังซื้อน้ำมันรัสเซีย และ (4) ผลักดันให้เกิดการขับเคลื่อนระหว่างประเทศว่าด้วยการบังคับใช้อนุสัญญาห้ามใช้อาวุธชีวภาพ ด้วยการใช้ระบบการตรวจสอบ พิสูจน์ทราบและยืนยันด้วยปัญญาประดิษฐ์  ประธานาธิบดีทรัมป์ยังได้หารือกับผู้นำและผู้แทนที่มาร่วมประชุมฯ รวมถึงการหารือกับประเทศมุสลิม ได้แก่ ซาอุดีอาระเบีย สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ กาตาร์ อียิปต์ จอร์แดน ตุรกี อินโดนีเซีย และปากีสถาน เพื่อหาแนวทางสันติภาพในฉนวนกาซา

จีนและฮ่องกงประกาศอพยพประชาชน เฝ้าระวังพายุรากาซา

เมื่อ 23 กันยายน 2568 มีรายงานว่าจีนสั่งอพยพประชาชนในพื้นที่ตอนใต้ของประเทศ รวมทั้งฮ่องกง ตลอดจนสั่งปิดทำการโรงเรียนและธุรกิจบางประเภท เพื่อป้องกันความสูญเสียจาก “พายุรากาซา” ที่เป็นภัยพิบัติระดับซุปเปอร์ไต้ฝุ่น หรือพายุที่รุนแรงที่สุดในรอบปี เทียบเท่าพายุเฮอร์ริเคนระดับ 5 ความเร็วลมก่อนหน้านี้อยู่ที่ 230 กิโลเมตร/ชั่วโมง เคลื่อนตัวจากทะเลจีนใต้ฝั่งตะวันออกไปยังตะวันตก โดยฟิลิปปินส์กับไต้หวันได้รับผลกระทบจากพายุรากาซาไปแล้ว รัฐบาลฟิลิปปินส์ได้แจ้งเตือนประชาชนให้ระมัดระวังฝนตกหนัก ลมแรง คลื่นสูง และเหตุดินถล่มในหลายพื้นที่ เฉพาะอย่างยิ่งในเมืองทางตอนเหนือของประเทศ ทางการฮ่องกงประกาศให้พายุดังกล่าวมีความรุนแรงที่ระดับ 8 จาก 10 ระดับ  รายงานเกี่ยวกับพายุดังกล่าวทำให้ชาวจีนและฮ่องกงวิตกอย่างมากและเริ่มกักตุนสินค้าอุปโภคบริโภค เพราะกลัวว่าจะได้รับผลกระทบรุนแรงจากพายุดังกล่าว ขณะที่สายการบินจำนวนมากที่เดินทางผ่านฮ่องกงต้องยกเลิกเที่ยวบิน เพราะเสี่ยงอันตราย จีนและฮ่องกงเผชิญภัยพิบัติครั้งรุนแรงหลายครั้ง เช่นเมื่อปี 2561 ฮ่องกงเผชิญผลกระทบจากพายุมังคุด มีรายงานผู้ได้รับบาดเจ็บมากกว่า 200 คน โครงสร้างพื้นฐานสำคัญได้รับความเสียหายประมาณ 4,600 ล้านดอลลาร์ฮ่องกง รัฐบาลจีนประกาศเตือนให้พลเรือนติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดและเตรียมความพร้อมกับพายุรากาซา โดยมีรายงานว่าทางการเมืองเซินเจิ้น เมืองศูนย์กลางเทคโนโลยีทางตอนใต้ของจีน ประกาศอพยพประชาชนมากกว่า 400,000 คน ทางการเมืองกวางตุ้งประกาศให้กิจการต่าง ๆ ยุติชั่วคราว เนื่องจากเป็นเมืองติดชายฝั่ง อาจได้รับผลกระทบจากคลื่นสูงและพายุฝนรุนแรง นักวิเคราะห์เชื่อว่าสภาวะโลกร้อนมีผลทำให้พายุและภัยพิบัติต่าง ๆ…

จับตาท่าทีผู้นำสหรัฐฯ ในการประชุม UNGA

  สื่อมวลชนต่างประเทศให้ความสนใจติดตามการประชุมสมัชชาสหประชาชาติ (UNGA) ที่นครนิวยอร์ก สหรัฐฯ ซึ่งเริ่มต้นเมื่อ 22 กันยายน 2568 และจะมีผู้นำจากประเทศต่าง ๆ เข้าร่วม รวมทั้งประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ที่จะได้ขึ้นกล่าวถ้อยแถลงครั้งแรกในการดำรงตำแหน่งผู้นำสหรัฐฯ สมัยที่ 2 ท่ามกลางสถานการณ์ภูมิรัฐศาสตร์โลกที่มีความขัดแย้งในหลายพื้นที่ เฉพาะอย่างยิ่งในฉนวนกาซาและยูเครน ที่นานาชาติคาดหวังให้สหรัฐฯ แสดงบทบาทนำในการสร้างสันติภาพและยุติสงคราม ประธานาธิบดีทรัมป์คาดว่าจะกล่าวถ้อยแถลงโดยเน้นย้ำความสำเร็จในบทบาทการเป็นตัวกลางการเจรจาระหว่างคู่ขัดแย้งในหลาย ๆ พื้นที่ เช่น อาร์เซอร์ไบจาน-อาร์เมเนีย และอินเดีย-ปากีสถาน เพื่อส่งเสริมภาพลักษณ์การเป็นผู้สร้างสันติภาพ และต่อยอดสู่การได้รับเสนอชื่อให้ได้รางวัลโนเบลสาขาสันติภาพต่อไป นอกจากนี้ ประธานาธิบดีทรัมป์จะกระตุ้นให้องค์กรระหว่างประเทศและนานาชาติ สนับสนุนแนวทางแก้ไขปัญหาความขัดแย้งระหว่างประเทศของสหรัฐฯ ตลอดจนเสนอให้ประเทศต่าง ๆ มีส่วนร่วมในการแก้ไขปัญหาอย่างจริงจัง โดยเฉพาะยุโรป ในกรณียูเครน และประเทศในภูมิภาคตะวันออกกลาง ในกรณีฉนวนกาซาและอิสราเอล พิจารณาจากการที่ก่อนหน้านี้ ผู้นำสหรัฐฯ ระบุว่าพร้อมจะเพิ่มการคว่ำบาตรรัสเซีย หากสมาชิกสหภาพยุโรปและเนโตไม่ยกเลิกการนำเข้าน้ำมันและพลังงานจากรัสเซียอย่างเด็ดขาด รวมทั้งระบุว่าจะเสนอแผนให้ประเทศตะวันออกกลางดำเนินการแก้ไขปัญหาระหว่างอิสราเอลกับปาเลสไตน์ ถ้อยแถลงของผู้นำสหรัฐฯ ต่อ UNGA ยังมีขึ้นในห้วงที่ความสัมพันธ์ระหว่างสหรัฐฯ กับจีนมีความขัดแย้งกันหลายประเด็น อย่างไรก็ตาม ในห้วงเวลาเดียวกันนี้ ประธานาธิบดีทรัมป์ประกาศว่าบรรลุข้อตกลงกับประธานาธิบดีสี จิ้นผิงของจีนเรื่องการให้บริการแอปพลิเคชัน TikTok และทั้ง…

รัฐบาลมาเลเซียกดดัน Facebook ให้จัดการเนื้อหาหลอกลวงออนไลน์

สนข.แห่งชาติมาเลเซีย (เบอร์นามา) รายงานเมื่อ 23 ก.ย.68 ว่า นายฟาห์มี ฟัดซิล รมว.การสื่อสารและดิจิทัลมาเลเซีย วิจารณ์ บ.Meta ผู้ให้บริการเฟซบุ๊กว่าไม่สามารถจัดการเนื้อหาผิดกฎหมายบนแพลตฟอร์มเฟซบุ๊กได้อย่างมีประสิทธิภาพ เช่น โพสต์เกี่ยวกับการพนัน และการหลอกลวงออนไลน์ แม้จะได้รับคำร้องให้ลบข้อมูล จำนวน 168,774 คำขอ หรือคิดเป็นร้อยละ 59 ของการร้องเรียน รวมถึงตั้งแต่ปี 2566-ส.ค.68  มีคดีหลอกลวงผ่านสื่อออนไลน์ รวมมูลค่าความเสียหายกว่า 248 ล้านริงกิต (ประมาณ 1,880 ล้านบาท)  จึงขอเรียกร้องให้มีการตรวจสอบเนื้อหา รวมถึงพัฒนาระบบยืนยันอายุและตัวบุคคลผ่านบัตรประชาชนระบบ MyKad หรือ MyDigital ID เพื่อปกป้องผู้ใช้งานที่เป็นเยาวชน และลดความเสี่ยงจากเนื้อหาที่เป็นอันตราย หาก บ.Meta ยังไม่ให้ความร่วมมือ รัฐบาลจะดำเนินการทางกฎหมายหรือออกมาตรการควบคุมเพิ่มเติม เพื่อให้ บ.Meta รับผิดชอบต่อบทบาทในการลดอาชญากรรมออนไลน์

รัสเซียเสนอขยายเวลาสนธิสัญญาจำกัดอาวุธนิวเคลียร์กับสหรัฐฯ

สนข.รอยเตอร์รายงานเมื่อ 22 ก.ย.68 ว่า ประธานาธิบดีวลาดีมีร์ ปูติน ของรัสเซียเสนอให้ขยายระยะเวลาของสนธิสัญญาจำกัดอาวุธนิวเคลียร์หรือ New Start กับสหรัฐฯโดยสมัครใจออกไปอีก 1 ปี  ขณะที่ โฆษกประธานาธิบดีสหรัฐฯ กล่าวถึงข้อเสนอของรัสเซียในเชิงบวก พร้อมทั้งเสริมว่าประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ จะเป็นผู้พิจารณาข้อเสนอดังกล่าวด้วยตัวเอง ทั้งนี้  New Start เป็นข้อตกลงที่กำหนดให้แต่ละฝ่ายจำกัดจำนวนหัวรบนิวเคลียร์เชิงยุทธศาสตร์ ขีปนาวุธข้ามทวีป ขีปนาวุธที่ยิงจากเรือดำน้ำ และเครื่องบินทิ้งระเบิดที่ติดอาวุธนิวเคลียร์ โดยมีผลบังคับใช้ตั้งแต่ปี 2554 เคยได้รับการต่ออายุเป็นเวลา 5 ปี เมื่อปี 2564 ในสมัยอดีตประธานาธิบดีโจ ไบเดน ของสหรัฐฯ และจะสิ้นสุดลงใน ก.พ.69