กลุ่มเปราะบางกลายเป็นเป้าหมายในการว่าจ้าง/หลอกลวงให้เปิดบัญชีม้า

พบปัญหาหลอกเปิดบัญชีม้าของกลุ่มหลอกลวงออนไลน์เข้ามาเคลื่อนไหวในพื้นที่ จ.เชียงใหม่ ลำพูน ลำปาง เชียงราย รวมถึงกรุงเทพฯ พื้นที่อาศัยของคนไร้บ้าน เช่น สนามหลวง ย่านพระนคร โดยมีเป้าหมายเป็นกลุ่มคนไร้บ้าน รูปแบบการเข้ามาหลอกลวงมีทั้งเข้ามาสอบถามแบบเปิดเผย และเข้ามาหลอกสอบถามข้อมูลส่วนตัวและขอบัตรประชาชน โดยอ้างเพื่อจะนำของมาแจก หรือช่วยทำเรื่องขึ้นทะเบียนบัตรผู้สูงอายุและสิทธิสวัสดิการต่าง ๆ นอกจากนี้ พบกลุ่มเยาวชนที่ไม่ยอมกลับบ้านในพื้นที่ดังกล่าวเป็นเป้าหมายด้วย แต่การถูกหลอกจะชักชวนให้เปิดบัญชีม้าที่อ้างเพื่อนำไปทำบัญชีค้าขายออนไลน์หรือทำงานพิเศษ และบางรายถูกเพื่อน (ที่ถูกหลอกจากกลุ่มหลอกลวงออนไลน์อีกทอดหนึ่ง) ยืมบัญชีโดยอ้างเพื่อให้พ่อแม่โอนเงินเข้าบัญชีมาคืนเงินที่ยืม ทั้งนี้ ประเด็นสำคัญ ได้แก่ กลุ่มผู้ที่ตกเป็นเหยื่อต่างหลงเชื่อหรือเต็มใจเปิดบัญชีม้าให้ เพราะได้ค่าตอบแทนเป็นเงินเพียงบัญชีละ ๑,๐๐๐ บาท และกลุ่มหลอกลวงออนไลน์ที่เข้ามาหลอกเปิดบัญชีม้ามากันเป็นกลุ่ม หรือทำเป็นขบวนการ และพบมี จนท.รัฐ และ จนท.ธนาคารในพื้นที่ เกี่ยวข้องหรือปล่อยให้กลุ่มหลอกลวงออนไลน์เข้ามาเคลื่อนไหวได้อย่างเปิดเผย

ประธานสภาแห่งชาติกัมพูชาพบหารือกับประธานสภาผู้แทนราษฎรมาเลเซียนอกรอบการประชุม AIPA

สมเด็จฯ ควน สุดารี ประธานสภาแห่งชาติกัมพูชาพบหารือทวิภาคีกับ ตัน ศรี โจฮารี อับดุล ประธานสภาผู้แทนราษฎรมาเลเซียและประธานสมัชชารัฐสภาอาเซียน (AIPA) นอกรอบการประชุมใหญ่ AIPA ครั้งที่ 46 ที่กรุงกัวลาลัมเปอร์ มาเลเซีย เมื่อ 20 ก.ย.68  สมเด็จฯ ควน สุดารี ขอบคุณมาเลเซียสำหรับการต้อนรับ และชื่นชมบทบาทประธาน AIPA ที่มีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะการส่งเสริมสันติภาพในภูมิภาคเอเชีย ตอ.ต. และความพยายามในการสร้างความปรองดองและฟื้นฟูสถานการณ์ระหว่างกัมพูชากับไทยให้กลับสู่ภาวะปกติ รวมถึงการสนับสนุนกฎบัตรสันติภาพสากล  ซึ่งเป็นความสำเร็จของอาเซียนและมนุษยชาติในการฟื้นฟูและขับเคลื่อนสันติภาพในภูมิภาคอย่างเข้มแข็ง ด้าน ตัน ศรี โจฮารี อับดุล ขอบคุณกัมพูชาสำหรับการมีส่วนร่วม และให้คำมั่นถึงบทบาทมาเลเซียในการรักษาสันติภาพทั้งในกรอบความร่วมมือระดับภูมิภาคและระหว่างประเทศ เฉพาะอย่างยิ่ง กัมพูชากับไทย ด้วยจิตวิญญาณและเป็นหนึ่งเดียวกับครอบครัวอาเซียน โอกาสนี้ ทั้งสองฝ่ายชื่นชมความสัมพันธ์ทวิภาคีกัมพูชา-มาเลเซีย ที่พัฒนาอย่างรวดเร็วตลอด 60 ปีที่ผ่านมา ครอบคลุมการลงทุน เศรษฐกิจ และการท่องเที่ยว เฉพาะอย่างยิ่ง ชาวกัมพูชาเดินทางไปมาเลเซียมากขึ้น เพื่อท่องเที่ยวและบริการทางการแพทย์ สะท้อนถึงการเชื่อมต่อระหว่างประชาชนทั้งสองฝ่ายอย่างลึกซึ้ง

ญี่ปุ่นตรวจพบเรือ ทร.รัสเซียเดินเรือผ่านช่องแคบของประเทศ

ส่วนเสนาธิการร่วมของญี่ปุ่น ออกแถลงการณ์เมื่อ 19 ก.ย.68 ว่า กองกำลังป้องกันตนเองทางทะเลญี่ปุ่น ตรวจพบเรือของ ทร.รัสเซีย จำนวน 4 ลำ ประกอบด้วยเรือพิฆาต 1 ลำ (หมายเลขเรือ 548) เรือฟริเกต 1 ลำ (หมายเลขเรือ 333) เรือยกพลขนาดใหญ่ 1 ลำ (หมายเลขเรือ 066) และเรือกวาดทุ่นระเบิดใกล้ฝั่ง 1 ลำ (หมายเลขเรือ 757) เมื่อ 161100 ก.ย.68 ที่บริเวณห่างจากแหลมโซยะไปทางเหนือเป็นระยะทางประมาณ 30 กม.   รวมทั้งแล่นผ่านช่องแคบโซยะ มุ่งหน้าทิศ ตต. ทั้งนี้ ช่องแคบโซยะเป็นช่องแคบที่คั่นกลางระหว่างเกาะฮอกไกโด จ.ฮอกไกโด ทางเหนือของญี่ปุ่น กับเกาะซาคาลิน แคว้นซาคาลิน ของรัสเซีย

รัสเซียปฏิเสธว่าไม่ได้ส่งเครื่องบินรุกล้ำน่านฟ้าเอสโตเนีย

รัฐมนตรีกระทรวงกลาโหมรัสเซียเมื่อ 20 กันยายน 2568 ปฏิเสธกรณีเอสโตเนียรายงานว่าพบเครื่องบินรบรุ่น MIG-31 ของรัสเซียจำนวน 3 เครื่อง ปฏิบัติการรุกล้ำน่านฟ้าของเอสโตเนีย บริเวณหมู่เกาะ Vaindloo ในอ่าวฟินแลนด์ เมื่อ 19 กันยายน 2568 เป็นเวลา 12 นาที พร้อมวิจารณ์รัสเซียว่าปฏิบัติการดังกล่าวไม่รับอนุญาตและเสี่ยงอันตรายอย่างมาก แต่รัสเซียยืนยันว่าไม่มีการส่งเครื่องบินรบไปปฏิบัติการรุกล้ำน่านฟ้าเอสโตเนีย อย่างไรก็ดี เอสโตเนียยืนยันว่ามีหลักฐาน พร้อมให้ความเห็นว่ารัสเซียเริ่มปฏิบัติการรุกล้ำน่านฟ้าประเทศอื่น ๆ ในยุโรปอย่างต่อเนื่อง เป็นเทคนิคเพื่อทำให้ประเทศตะวันตกเปลี่ยนความสนใจจากสถานการณ์ในยูเครน ที่รัสเซียเริ่มยกระดับการโจมตีด้วยขีปนาวุธและอากาศยานไร้คนขับ ท่าทีของรัสเซียต่อเอสโตเนีย มีขึ้นหลังจากเอสโตเนียเตรียมใช้กลไกเนโตตอบโต้ โดยรัฐมนตรีกระทรวงการต่างประเทศเอสโตเนียระบุเมื่อ 20 กันยายน 2568 ว่าในช่วง 4 เดือนที่ผ่านมา รัสเซียรุกล้ำน่านฟ้าเอสโตเนียแล้วอย่างน้อย 4 ครั้ง แต่ครั้งล่าสุดที่เข้ามาทางตะวันออกเฉียงเหนือซึ่งติดกับรัสเซีย สร้างความวิตกกังวลอย่างมากเพราะส่งเครื่องบินเข้าไปปฏิบัติการถึง 3 เครื่อง และเป็นเหตุผลให้เอสโตเนียต้องจัดการประชุมหารือประเด็นนี้กับสมาชิกเนโต ตามมาตรา 4 หรือกรณีที่ประเทศสมาชิกรู้สึกว่ากำลังถูกคุกคามจากประเทศอื่น จึงขอให้รัฐบาลประเทศสมาชิกอื่น ๆ ร่วมกันพิจารณาภัยคุกคามนั้นว่ามีจริงหรือไม่ และร่วมกันกำหนดมาตรการตอบโต้ คาดว่าสมาชิกเนโตทั้ง 32…

เหตุโจมตีทางไซเบอร์บริษัท Collins Aerospace กระทบระบบเช็คอินในยุโรป

เมื่อ 20 กันยายน 2568 หลายประเทศในยุโรปได้รับผลกระทบจากการที่ MUSE software  ของบริษัท Collins Aerospace ผู้ให้บริการระบบท่าอากาศยานถูกโจมตีทางไซเบอร์  ทำให้ท่าอากาศยานไม่สามารถบริหารจัดการระบบเช็คอินของผู้โดยสารได้ เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นที่ท่าอากาศยานในกรุงบรัสเซลส์ เบลเยียม กรุงเบอร์ลิน เยอรมนี และกรุงลอนดอน สหราชอาณาจักร เจ้าหน้าที่เปิดเผยว่าการโจมตีทางไซเบอร์ต่อบริษัท Collins Aerospace ผู้ให้บริการระบบเช็คอิน เกิดขึ้นตั้งแต่ห้วงกลางคืนของ 19 กันยายน 2568  ทำให้ระบบเช็คอินหยุดชะงัก ส่งผลให้ไม่สามารถดำเนินการได้ตามปกติ เที่ยวบินส่วนใหญ่ต้องเลื่อนเวลาเดินทาง มีเพียงส่วนน้อยที่ประกาศยกเลิก บริษัท Collins Aerospace ผู้ให้บริการระบบการบินและการป้องกันประเทศของสหรัฐฯ ร่วมมือกับหน่วยงานภาครัฐของสหรัฐฯ เพื่อสืบสวนการโจมตีทางไซเบอร์ ควบคุมความเสียหาย และเร่งฟื้นฟูระบบ มีการประเมินว่า แม้ว่ามูลค่าความเสียหายทางเศรษฐกิจจะไม่สูงมาก เนื่องจากท่าอากาศยานที่ถูกโจมตีพยายามควบคุมสถานการณ์และแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้า แต่เหตุการณ์ดังกล่าวทำให้ผู้โดยสารไม่พอใจ เนื่องจากไม่ได้รับบริการจากเจ้าหน้าที่สนามบิน ซึ่งมีจำนวนน้อย ไม่เพียงพอต่อการช่วยเหลือผู้โดยสาร ผู้บริหารท่าอากาศยานต่าง ๆ ยืนยันว่าระบบของท่าอากาศยานและสายการบินยังปลอดภัย ด้านผู้เชี่ยวชาญด้านความมั่นคงทางไซเบอร์ระบุว่าการโจมตีครั้งนี้อาจเป็นผลงานของกลุ่มแฮ็กเกอร์ กลุ่มอาชญากรรมข้ามชาติ หรือรัฐบาลของประเทศใดประเทศหนึ่ง เนื่องจากผู้โจมตีมีศักยภาพสูง สามารถโจมตีระบบที่เกี่ยวข้องกับท่าอากาศยานได้พร้อมกันหลายแห่งในยุโรป ทั้งที่ท่าอากาศยานจะมีระบบป้องกันค่อนข้างรัดกุม เพราะการคมนาคมเป็นโครงสร้างพื้นฐานที่มีความสำคัญอย่างมาก…

อินโดนีเซียเตรียมอนุมัติงบประมาณประจำปี 2569 : วงเงินสูงกว่าข้อเสนอของประธานาธิบดี

คณะกรรมการกำกับดูแลการคลังของรัฐสภา เมื่อ 18 กันยายน 2568 อนุมัติแผนการจัดสรรงบประมาณประจำปี 2569 รวม 3,842.7 ล้านล้านรูเปียห์ หรือประมาณ 233,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งสูงกว่าข้อเสนอแรกของประธานาธิบดีปราโบโว ซูเบียนโตเสนอต่อรัฐสภาเมื่อสิงหาคมถึง 56.2 ล้านล้านรูเปียห์ และสูงกว่างบประมาณการรายจ่ายรวมสำหรับปี 2568 ประมาณร้อยละ 9  โดยการคาดการณ์ว่าการขาดดุลการคลังจะอยู่ที่ร้อยละ 2.68 ของผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (GDP) ซึ่งต่ำกว่าเพดานที่กฎหมายอินโดนีเซียกำหนดที่ร้อยละ 3 รัฐบาลภายใต้การบริหารของประธานาธิบดีปราโบโว ประกาศนโยบายสำคัญไว้หลายประการ เช่น โครงการอาหารกลางวันและโภชนาการฟรี ซึ่งเป็นโครงการเรือธงของประธานาธิบดีปราโบโวที่จะจัดอาหารฟรีให้กับนักเรียน เด็ก และสตรีมีครรภ์ ได้รับงบประมาณจำนวนมากถึง 335 ล้านล้านรูเปียห์ โครงการความมั่นคงด้านอาหาร ที่มีการจัดสรรงบประมาณ 164.4 ล้านล้านรูเปียห์ เพื่อบรรลุเป้าหมายการพึ่งพาตนเองด้านอาหาร โดยเฉพาะข้าวและข้าวโพดโครงการความมั่นคงด้านพลังงาน งบประมาณ 402.4 ล้านล้านรูเปียห์ จะถูกใช้ในการสนับสนุนด้านพลังงาน รวมถึงการเพิ่มการผลิตน้ำมันและก๊าซ และ การจัดสรรงบประมาณด้านกลาโหมได้รับการให้ความสำคัญสูง เพื่อสร้างขีดความสามารถในการป้องกันประเทศและรักษาบูรณภาพแห่งดินแดน การจัดสรรงบประมาณปี 2569 น่าจับตามองภายหลังเกิดการประท้วงต่อต้านรัฐบาล เมื่อสิงหาคม…

มาเลเซีย-เวียดนามส่งเสริมการค้าและการลงทุนสินค้า

สนข.Vietnamnews รายงานเมื่อ 19 ก.ย.68 ว่า นายริชาร์ด คอร์ ประธานหอการค้ามาเลเซีย-เวียดนาม (MVCC) ได้ให้การต้อนรับนาย เจิ่น ฮง ฮา รอง นรม.เวียดนาม ในโอกาสเดินทางเข้าร่วมประชุมสมัชชาใหญ่รัฐสภาอาเซียน ครั้งที่ 46 ณ กรุงกัวลาลัมเปอร์ โดยได้หารือด้านการส่งเสริมการค้าและลงทุน โดยเฉพาะการสนับสนุนให้ผลิตภัณฑ์เวียดนามได้รับการรับรองตราฮาลาลจากหน่วยงานฮาลาลของมาเลเซีย เพื่อขยายตลาดผลิตภัณฑ์ฮาลาลของเวียดนามไปทั่วโลก ขณะที่ รอง นรม.เวียดนามยังเชิญชวนให้บริษัทมาเลเซียไปลงทุนในเวียดนาม เช่น พลังงาน อสังหาริมทรัพย์  ดิจิทัล  เศรษฐกิจสีเขียว  โทรคมนาคม การศึกษา และสุขภาพ ขณะที่มาเลเซียหวังจะเห็นบริษัทเวียดนามเข้ามาลงทุนในภาคส่วนต่างๆ มากขึ้น เช่น อิเล็กทรอนิกส์ เซมิคอนดักเตอร์ ศูนย์ข้อมูลปัญญาประดิษฐ์ (AI) และการแปรรูปอาหาร

UNSC ล้มเหลวในการออกข้อมติหยุดยิงในฉนวนกาซา

คณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ (UNSC) จัดการประชุมเมื่อ 18 ก.ย.68 เพื่อพิจารณาร่างข้อมติเกี่ยวกับสถานการณ์ในฉนวนกาซา ซึ่งเสนอโดยสมาชิกไม่ถาวร UNSC 10 ประเทศ ได้แก่ แอลจีเรีย เดนมาร์ก กรีซ กายอานา ปากีสถาน ปานามา เกาหลีใต้ เซียร์ราลีโอน สโลวีเนีย และโซมาเลีย สาระสำคัญคือให้หยุดยิงในฉนวนกาซาทันที ปล่อยตัวตัวประกันทั้งหมด และให้อิสราเอลยกเลิกข้อจำกัดในการให้ความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรม โดยมีสมาชิก UNSC เห็นชอบร่างข้อมติดังกล่าว 14 ประเทศจากทั้งหมด 15 ประเทศ แต่สหรัฐฯ ซึ่งเป็นสมาชิกถาวร UNSC ใช้สิทธิยับยั้ง ส่งผลให้ร่างข้อมติไม่ผ่านการรับรอง ซึ่งสหรัฐฯ ชี้แจงว่าการหยุดยิงจะเปิดโอกาสให้กลุ่มฮะมาสสามารถกลับมาผนึกกำลังได้อีกครั้ง และย้ำว่าวิกฤตด้านมนุษยธรรมในฉนวนกาซาเป็นผลมาจากการกระทำของฮะมาสไม่ใช่อิสราเอล การใช้สิทธิ Veto ของสหรัฐฯ ครั้งนี้ ส่งผลให้สมาชิก UNSC หลายประเทศแสดงความไม่พอใจ ขณะที่จีนกล่าวโจมตีสหรัฐฯ ว่าใช้อำนาจในทางมิชอบ ด้านรัสเซียระบุว่า สถานการณ์ในฉนวนกาซาจะไม่ดีขึ้นตราบใดที่สหรัฐฯ ยังคงไม่เปลี่ยนมุมมอง ทั้งนี้ การประชุม UNSC เพื่อพิจารณาร่างข้อมติเกี่ยวกับสถานการณ์ในฉนวนกาซา…

ศาลสูงสุดสหรัฐฯ จะพิจารณาการอุทธรณ์ใช้มาตรการภาษีตอบโต้

ศาลสูงสุดสหรัฐฯ จะเปิดการพิจารณาการยื่นอุทธรณ์ของรัฐบาลกลางสหรัฐฯ กรณีที่ศาลอุทธรณ์ออกคำสั่งระงับการใช้อำนาจของประธานาธิบดีและฝ่ายบริหารในการบังคับใช้มาตรการภาษีตอบโต้ภายใต้อำนาจรัฐบัญญัติทางเศรษฐกิจระหว่างประเทศในสภาวะฉุกเฉิน (International Emergency Economic Powers Act – IEEPA) เพราะไม่ชอบด้วยกฎหมาย ใน 5 พ.ย.68  โดยมาตรการภาษีศุลกากรดังกล่าวยังคงมีผลบังคับใช้ในระหว่างรอการพิจารณาคดี  และหากศาลศสูงสุดตัดสินยืนตามศาลอุทธรณ์ จะส่งผลให้อัตราภาษีศุลกากรของสหรัฐฯ ลดลงเฉลี่ยร้อยละ 50 อยู่ที่ร้อยละ 16.3  และสหรัฐฯ อาจจะต้องจ่ายเงินที่เก็บจากมาตรการภาษีคืนหลายหมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ

ญี่ปุ่นและสหรัฐฯ จะไม่เชื่อมเคเบิลใต้น้ำกับอุปกรณ์จากจีน

ในทุกวินาที ระบบเคเบิลใต้น้ำมีความสำคัญต่อความมั่นคงของโลก โดยข้อมูลด้านการสื่อสารทางโทรคมนาคม และการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตระหว่างประเทศ ร้อยละ 95  ส่งผ่านระบบสายไฟเบอร์ออฟติก (Fiber Optic Cable) หรือสายใยแก้วนําแสงใต้น้ำ หรือเรียกสั้น ๆ ว่าเคเบิลใต้น้ำ ซึ่งน่าจะมีอย่างน้อยมีทั้งหมด 450 เส้น และมีความยาวทั่วโลกประมาณ 1.4 ล้านกิโลเมตร หากสาย หรือระบบเคเบิลใต้น้ำถูกควบคุม ก่อวินาศกรรม  ดักฟัง เผชิญกับภัยธรรมชาติ หรืออุบัติเหตุทางเรือ โดยไม่ต้องสงสัยประเทศที่ควบคุมได้ก็จะเป็นเจ้าแห่งข้อมูล หรือมีข้อมูลเป็นอาวุธในการต่อรองระหว่างประเทศ รวมทั้งใช้เพิ่มศักยภาพความแข็งแกร่งของตนเอง ขณะที่ความอ่อนแอจากการถูกวินาศกรรม หรือการถูกจารกรรมข้อมูลก็เป็นจุดอ่อนสำคัญยิ่งต่อความมั่นคงของประเทศเป้าหมาย ญี่ปุ่นเป็นประเทศหนึ่งที่ให้ความสำคัญอย่างยิ่งต่อการปกป้องการสื่อสารผ่านเคเบิลใต้น้ำ เพราะร้อยละ 99 ของการเชื่อมต่อกับต่างประเทศใช้ระบบสายเคเบิลใต้น้ำ หรืออาจกล่าวได้ว่าญี่ปุ่นพึ่งพาเคเบิลใต้น้ำถึงร้อยละ 99 ของการสื่อสารระหว่างประเทศ เช่น กับสหรัฐฯ ออสเตรเลีย ประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และรัสเซีย เป็นต้น บริษัทญี่ปุ่นด้านนี้ เช่น  บริษัท Nippon Telegraph and Telephone (NTT) บริษัท KDDI Corporation…