อาเซียนมุ่งเสริมสร้างความร่วมมือในยุคปฏิวัติอุตสาหกรรมครั้งที่ 4

ที่ประชุม ASEAN Fourth Industrial Revolution Task Force Group (A4IR-TFG) ครั้งที่ 3 ที่กรุงกัวลาลัมเปอร์ มาเลเซีย เมื่อ 6 ต.ค.68 ได้หารือแนวทางการผลักดันความร่วมมือในระดับภูมิภาค เพื่อยกระดับโครงสร้างเศรษฐกิจเข้าสู่ยุคการปฏิวัติอุตสาหกรรมครั้งที่ 4 (Fourth Industrial Revolution-4IR) ตามวิสัยทัศน์ประชาคมอาเซียน ค.ศ.2045 โดยเฉพาะการปรับปรุงยุทธศาสตร์อาเซียนว่าด้วยการปฏิวัติอุตสาหกรรมครั้งที่ 4 (ASEAN Consolidated Strategy on the Fourth Industrial Revolution-CS4IR) ให้สอดคล้องกับแนวโน้มโลก เทคโนโลยีเกิดใหม่ และลำดับสำคัญของแต่ละประเทศ นอกจากนี้ ยังได้แลกเปลี่ยนความคืบหน้าของความร่วมมือ 4IR ทั้งด้านการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล การยกระดับทักษะบุคลากร และการส่งเสริมระบบนิเวศนวัตกรรม รวมถึงความตกลงเศรษฐกิจดิจิทัลอาเซียน (Digital Economy Framework Agreement-DEFA) เพื่อสร้างรากฐานกฎเกณฑ์ด้านการค้าดิจิทัลและนวัตกรรมระดับภูมิภาค

ไต้หวันระบุหากจีนยึดไต้หวันสำเร็จจะเป็นภัยคุกคามต่อสหรัฐฯ

สนข.The Straits Times รายงานเมื่อ 7 ต.ค.68 ว่า ประธานาธิบดีไล่ ชิงเต๋อ ของไต้หวัน ให้สัมภาษณ์รายการวิทยุ The Clay Travis and Buck Sexton Show ของสหรัฐฯ ระบุว่า หากจีนผนวกไต้หวันเข้าเป็นส่วนหนึ่งของจีนได้ ก็จะเป็นภัยคุกคามต่อผลประโยชน์ของสหรัฐฯ เพราะจีนจะแข็งแกร่งมากขึ้นและสามารถท้าทายสหรัฐฯ ในเวทีระหว่างประเทศ ลดทอนระเบียบโลกที่ยึดกฎระเบียบเป็นพื้นฐาน พร้อมทั้งตอบคำถามถึงสิ่งที่จะพูดกับประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ หากมีโอกาสได้พบว่า จะเสนอให้ผู้นำสหรัฐฯ ให้ความสนใจเป็นพิเศษต่อสิ่งที่ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ของจีน กำลังดำเนินการอยู่  ไม่ใช่เพียงการเพิ่มระดับการฝึกซ้อมทางทหารขนาดใหญ่ในช่องแคบไต้หวัน แต่ยังขยายกองกำลังทางทหารในทะเลจีนตะวันออกและทะเลจีนใต้ด้วย

สหรัฐฯ กำลังพิจารณาส่งขีปนาวุธ Tomahawk ให้ยูเครน

สนข.รอยเตอร์ส รายงานเมื่อ 7 ต.ค.68 ว่า ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ กำลังพิจารณาอนุมัติการส่งขีปนาวุธร่อนพิสัยไกลความเร็วต่ำกว่าเสียง Tomahawk ให้กับยูเครน ตามการร้องขอของประธานาธิบดีโวโลดีมีร์ เซเลนสกี แต่ยูเครนต้องชี้แจงต่อรัฐบาลสหรัฐฯ ว่า จะนำระบบอาวุธดังกล่าวไปโจมตีเป้าหมายใด เนื่องจากไม่ต้องการยกระดับความรุนแรงของสงครามรัสเซีย-ยูเครน ก่อนหน้านี้ สหรัฐฯ ส่งสัญญาณถึงความเป็นไปได้ดังกล่าว ตลอดจนการสนับสนุนข่าวกรอง เพื่อส่งเสริมขีดความสามารถของยูเครนในการโจมตีเป้าหมายที่เป็นโครงสร้างพื้นฐานสำคัญทางพลังงานของรัสเซีย  สอดคล้องกับท่าทีของนายเจ.ดี. แวนซ์ รองประธานาธิบดีสหรัฐฯ ที่ยืนยันข้อพิจารณาในการส่งมอบระบบอาวุธดังกล่าว ผ่านการขายให้กับชาติพันธมิตรในยุโรป เพื่อส่งมอบให้ยูเครนต่อไป ขณะที่รัสเซียตอบโต้ว่าจะเป็นการทำลายความสัมพันธ์ระหว่างสหรัฐฯ และรัสเซีย ทั้งนี้ ขีปนาวุธดังกล่าวมีพิสัยทำการถึง 2,500 กม. ซึ่งสามารถโจมตีถึงกรุงมอสโกของรัสเซีย

การเจรจาระหว่างอิสราเอล-กลุ่มฮะมาสเป็นเชิงบวก

  รัฐบาลอียิปต์เมื่อ 6 ตุลาคม 2568 รายงานผลการเจรจาอย่างไม่เป็นทางการระหว่างผู้แทนอิสราเอลกับกลุ่มฮะมาส ที่โรงแรมหรูริมทะเลแดง ประเทศอียิปต์ โดยการเจรจาเป็นไปในเชิงบวก ทั้ง 2 ฝ่ายเริ่มกล่าวถึงแนวปฏิบัติร่วมกันเพื่อรักษาบรรยากาศการเจรจา และจะมีการเจรจาระหว่างกันอีกครั้งในวันถัดไป เพื่อหารือเกี่ยวกับข้อเสนอของผู้นำสหรัฐฯ ที่จะให้มีการปล่อยตัวประกัน ถอนกำลังทหารออกจากพื้นที่ การทำข้อตกลงหยุดยิง และการให้ความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรม อย่างไรก็ดี ผู้แทนของกลุ่มฮะมาส ได้แก่ นาย Khalil al-Hayya และนาย Zaher Jabarin แสดงความกังวลกับอียิปต์ กาตาร์ และสหรัฐฯ ซึ่งเป็นตัวกลางในการเจรจาครั้งนี้ว่า วิตกกับกรณีกองทัพอิสราเอลยังปฏิบัติการโจมตีฉนวนกาซาอย่างต่อเนื่อง เพราะอาจเป็นอุปสรรคต่อการเจรจาและการปล่อยตัวประกันที่เหลือ ก่อนหน้านี้ นาย Khalil al-Hayya และนาย Zaher Jabarin เคยตกเป็นเป้าหมายโจมตีของกองทัพอิสราเอลระหว่างเดินทางไปประชุมที่กรุงโดฮา กาตาร์ เมื่อ กันยายน 2568 การเจรจาดังกล่าวเกิดขึ้นในห้วงครบรอบการโจมตีครั้งแรกที่เป็นจุดเริ่มต้นสงครามครั้งนี้ เมื่อ 7 ตุลาคม 2566 โดยกลุ่มฮะมาสเป็นฝ่ายเริ่มการบุกโจมตีเข้าไปในพื้นที่ทางตอนใต้ของอิสราเอล เพื่อตอบโต้อิสราเอลที่ข่มขู่และคุกคามชาวปาเลสไตน์มาโดยตลอด จากนั้นกองทัพอิสราเอลตอบโต้ด้วยปฏิบัติการทหารและยืดเยื้อมาถึงจนปัจจุบัน แม้ที่ผ่านมาจะมีการเจรจาเพื่อทำข้อตกลงหยุดยิงชั่วคราวและแลกเปลี่ยนตัวประกันหลายครั้ง แต่ก็ยังไม่สามารถลดระดับความชัดแย้งและความรุนแรงในพื้นที่ได้…

พรรคเสรีประชาธิปไตยของญี่ปุ่น เลือกสตรีเป็นหัวหน้าพรรค

  พรรคเสรีประชาธิปไตยของญี่ปุ่น หรือพรรค Liberal Democratic Party (LDP) ที่ชนะการเลือกตั้งและได้เป็นพรรคการเมืองหลักจัดตั้งรัฐบาลญี่ปุ่นหลายสมัย และมีอุดมการณ์อนุรักษ์นิยม ได้มีมติเมื่อ 4 ตุลาคม 2568 ในโอกาสครบรอบ 70 ปีของพรรค เลือกนางซานาเอะ ทาคาอิจิ อายุ 64 ปีอดีตรัฐมนตรีด้านความมั่นคงทางเศรษฐกิจของญี่ปุ่น เป็นหัวหน้าพรรคคนใหม่ ซึ่งมีโอกาสได้เป็นนายกรัฐมนตรีสตรีคนแรกของญี่ปุ่นด้วย โดยปัจจัยที่ทำให้นางทาคาอิจิได้รับความนิยมและการสนับสนุนจากฐานเสียงของพรรค เพราะนางทาคาอิจิเองเป็นผู้สนับสนุนอดีตนายกรัฐมนตรีชินโซ อาเบะ และมีอุดมการณ์อนุรักษ์นิยมชัดเจน ตลอดจนมีผลงานด้านการเสนอแนวทางดำเนินนโยบายเศรษฐกิจเพื่อรับมือกับสภาพเศรษฐกิจโลกที่ไม่แน่นอน รวมทั้งมาตรการภาษีตอบโต้ของสหรัฐฯ ได้เป็นอย่างดี นางทาคาอิจิได้รับการสนับสนุนจากพันธมิตรกลุ่มการเมืองและองค์กรที่มีอุดมการณ์อนุรักษ์นิยม อย่างไรก็ตาม นางทาคาอิจิอาจเผชิญความท้าทายในการรักษาพันธมิตรกับพรรคร่วมรัฐบาลที่มีอุดมการณ์สายกลางให้ได้พร้อม ๆ กับการรักษากลุ่มฐานะเสียง โดยจะต้องแสดงจุดยืนทางการเมืองและวิสัยทัศน์การดำเนินนโยบายทั้งในประเทศและต่างประเทศให้ชัดเจนเพียงพอเพื่อให้พรรค LDP และผู้นำของพรรคได้รับคะแนนโหวตมากพอที่จะชนะการเลือกตั้งและได้เป็นผู้นำในการตั้งรัฐบาลชุดใหม่ ซึ่งคาดว่าจะมีการลงมติในที่ประชุมสภาในกลาง ตุลาคม 2568 ปัจจุบันมีความเป็นไปได้สูงมากที่นางทาคาอิจิจะได้เป็นนายกรัฐมนตรีญี่ปุ่น เนื่องจากพรรค LDP ยังครองเสียงข้างมากในสภาผู้แทนราษฎรญี่ปุ่น แต่มีความเสี่ยงเนื่องจากพรรคโคเม (Komeito) ที่มีอุดมการณ์สายกลาง และเคยเป็นพันธมิตรกับพรรค LDP มาโดยตลอด 26 ปี เริ่มแสดงความวิตกกังวลเกี่ยวกับนโยบายของนางทาคาอิจิ เฉพาะอย่างยิ่งการไปเยือนศาลเจ้ายาสึคุนิ…

วิกฤตการเมืองฝรั่งเศส หลังนายกรัฐมนตรีคนที่ 5 ในรอบไม่ถึง 2 ปี ลาออก

  สถานการณ์การเมืองฝรั่งเศสค่อนข้างน่าวิตกกังวล เนื่องจากมีรายงานว่า นายกรัฐมนตรีเซบาสเตียง เลอคอร์นู ลาออกจากตำแหน่งหลังจากเข้ารับตำแหน่งและแต่งตั้งคณะรัฐมนตรีได้ไม่นาน ทำให้เป็นนายกรัฐมนตรีฝรั่งเศสที่อยู่ในตำแหน่งระยะสั้นที่สุดในประวัติศาสตร์ ปัจจุบันสื่อต่างประเทศรายงานสาเหตุการลาออก คาดว่าเป็นเพราะเผชิญแรงกดดันทางการเมืองอย่างมาก ตั้งแต่กันยายน 2568 เนื่องจากถูกวิจารณ์ว่าไม่เหมาะสมและเป็นบุคคลใกล้ชิดกับประธานาธิบดีฝรั่งเศส รวมทั้งคัดค้านการแต่งตั้งบุคคลดำรงตำแหน่งในคณะรัฐมนตรีชุดใหม่ นายกรัฐมนตรีคนล่าสุดยังไม่ได้รับความร่วมมือจากฝ่ายนิติบัญญัติฝรั่งเศสในการอนุมัติร่างงบประมาณด้วย ทำให้อนาคตการทำงานในฐานะผู้นำรัฐบาล ท่ามกลางสถานการณ์การเมืองวิกฤต มีแนวโน้มจะยากลำบาก เป็นผลให้นายกรัฐมนตรีเซบาสเตียง เลอคอร์นู ประกาศลาออกจากตำแหน่งทันที หลังเสร็จสิ้นการแต่งตั้งคณะรัฐมนตรี ซึ่งส่วนใหญ่เป็นสมาชิกเดิมจากคณะรัฐมนตรีที่ผ่านมา ประธานาธิบดีเอ็มมานูเอล มาครง ของฝรั่งเศสยอมรับการตัดสินใจดังกล่าว แต่ประธานาธิบดีมาครงมอบหมายให้นายเซบาสเตียง เลอคอร์นู    จัดการประชุมหารือเพื่อกำหนดแนวทางบริหารประเทศท่ามกลางความขัดแย้งทางการเมืองใน 8 ตุลาคม 2568 เพื่อสร้างเสถียรภาพทางการเมืองในประเทศ นอกจากนี้ สื่อยังรายงานว่าประธานาธิบดีมาครงมีอำนาจในการแต่งตั้งให้นาย เซบาสเตียง เลอคอร์นู กลับไปรับตำแหน่งนายกรัฐมนตรีอีกครั้ง เพื่อรักษาพันธมิตรทางการเมือง ในห้วงที่ปัจจุบัน รัฐสภาฝรั่งเศสมีความแตกแยกอย่างมากระหว่างกลุ่มอนุรักษ์นิยมสุดโต่งและกลุ่มเสรีนิยมสุดโต่ง ทำให้เป็นอุปสรรคในการอนุมัติงบประมาณเพื่อดำเนินนโยบายสำคัญในประเทศ จุดเริ่มต้นของวิกฤตการเมืองในฝรั่งเศสครั้งนี้ เป็นผลจากกรณีประธานาธิบดีมาครงประกาศยุบสภาแบบเร่งด่วน และจัดการเลือกตั้งเมื่อ มิถุนายน 2567 เพื่อแก้ไขสถานการณ์ความมั่นคงทางการเมืองเพราะพรรคการเมืองฝ่ายเสรีนิยมแพ้การเลือกตั้งให้กับกลุ่มอนุรักษ์นิยม ในการเลือกตั้งสมาชิกรัฐสภายุโรป ดังนั้น การยุบสภาและเลือกตั้งใหม่ในระยะเวลาสั้น ๆ จึงถือว่าเป็นเกมส์การเมืองเพื่อรักษาอำนาจ ทำให้ฝ่ายค้านและกลุ่มอนุรักษ์นิยมไม่พอใจอย่างมาก และมีความพยายามเรียกร้องให้ประธานาธิบดีมาครงลาออกจากตำแหน่งมาโดยตลอด แม้ว่าประธานาธิบดีมาครงจะพยายามรักษาบรรยากาศทางการเมืองด้วยการแต่งตั้งผู้แทนจากฝ่ายอนุกรักษ์นิยมให้รับตำแหน่งสำคัญในคณะรัฐมนตรีแล้วก็ตาม แต่ไม่สามารถบรรเทาความขัดแย้งทางการเมืองได้ เพราะยังมีการแต่งตั้งนายกรัฐมนตรีจากบุคคลใกล้ชิดของประธานาธิบดีมาครง นอกจากนี้…