ผู้นำประเทศเอเชียกลางจะเข้าร่วมการประชุมสุดยอดกับสหรัฐฯ

ประธานาธิบดีคาซิม โจมาร์ท โทคาเยฟ ของคาซัคสถาน พร้อมด้วยผู้นำอุซเบกิสถาน เติร์กเมนิสถาน คีร์กีซสถาน และทาจิกิสถานจะเยือนกรุงวอชิงตัน ดี.ซี. สหรัฐฯ ใน 6 พ.ย.68 เพื่อเข้าร่วมการประชุมสุดยอดกลุ่มประเทศเอเชียกลาง 5 ประเทศ – สหรัฐฯ (C5+1 summit) ซึ่งเป็นการประชุมครบรอบ 10 ปีการจัดตั้งกรอบ C5+1 ด้วย ประเด็นหลักที่คาซัคสถานซึ่งมีขนาดเศรษฐกิจใหญ่ถึงร้อยละ 60 ของภูมิภาคเอเชียกลางต้องการผลักดัน คือการส่งเสริมการลงทุนจากบริษัทเทคโนโลยีชั้นนำของสหรัฐฯ ในภูมิภาคเอเชียกลาง อาทิ Meta และ Tesla ซึ่งปัจจุบันเริ่มลงทุนด้านปัญญาประดิษฐ์ และฐานข้อมูล (data center) ในคาซัคสถาน รวมถึงโน้มน้าวสหรัฐฯ ให้ลงทุนโครงการพัฒนาระบบรางและระบบขนส่งที่ทันสมัย ตอลดจนส่งเสริมการบูรณาการระบบศุลกากร เพื่อเป็นช่องทางให้สหรัฐฯ เข้าถึงแหล่งแร่หายากในเอเชียกลาง และใช้เส้นทางขนส่งเชื่อมโยงภูมิภาคตะวันออกกลางโดยไม่ผ่านอิหร่าน จีน หรือรัสเซีย

ญี่ปุ่นกังวลต่อจีนเพิ่มกิจกรรมทางทหารในทะเลจีน ตอ.และมหาสมุทรแปซิฟิก

นายโคอิซูมิ ชินจิโร รมว.กห.ญี่ปุ่น พบหารือกับ พล.ร.อ. ต่ง จุน รมว.กห.จีน เป็นครั้งแรกเมื่อ 1 พ.ย.68 ที่มาเลเซีย นายโคอิซูมิกังวลกรณีจีนเพิ่มกิจกรรมทางทหารในทะเลจีน ตอ.และมหาสมุทรแปซิฟิก เฉพาะอย่างยิ่ง บริเวณใกล้หมู่เกาะเซ็นกากุ จ.โอกินาวะ ทางใต้ของญี่ปุ่น พร้อมแสดงความเห็นว่าความสัมพันธ์ด้านความมั่นคงระหว่างญี่ปุ่นกับจีนเป็นมิติความสัมพันธ์ที่ยากลำบากที่สุด และยังคงมีประเด็นปัญหาระหว่างกัน ทั้งสองฝ่ายต้องหารือและพูดคุยกันอย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ ญี่ปุ่น และจีนย้ำถึงความสำคัญของการจัดการพูดคุยระหว่างหน่วยงานด้านการป้องกันของสองประเทศ รวมทั้งการใช้งานสายด่วน (Hotline) เพื่อป้องกันการปะทะโดยมิได้เจตนา

ไต้หวันไม่กังวลว่าสหรัฐฯ จะลดการสนับสนุน

กต.ไต้หวัน ออกแถลงการณ์เมื่อ 2 พ.ย.68 แสดงความเสียใจต่อการขาดความเข้าใจการรายงานของ สนข. CNN เมื่อ 29 ต.ค.68 ที่อ้างว่า ไต้หวันกังวลว่าสหรัฐฯ จะลดการสนับสนุนก่อนการพบหารือระหว่างผู้นำจีนกับสหรัฐฯ สืบเนื่องจาก จนท.สหรัฐฯ เพิกเฉยและไม่เข้าร่วมงานเลี้ยงอาหารค่ำนอกรอบการประชุมสมัชชาใหญ่แห่งสหประชาชาติ (UNGA) ที่นครนิวยอร์ก สหรัฐฯ ตามคำเชิญของนายหลิน เจียหลง รมว.กต.ไต้หวัน โดยระบุว่า นายหลินไม่ใช่เจ้าภาพ แต่เป็นผู้ได้รับเชิญให้เข้าร่วมงานเลี้ยงอาหารค่ำที่ร้าน Le Bernardin  กต.ไต้หวันย้ำด้วยว่า ความสัมพันธ์ระหว่างไต้หวันกับสหรัฐฯ ยังคงเข้มแข็งและมั่นคง

จีนสกัดกั้นการจารกรรมข้อมูล : กรณีข้อมูลพันธุกรรมพืช

กระทรวงความมั่นคงแห่งรัฐจีนหรือ Ministry of State Security (MSS) ออกคำเตือนเป็นระยะ ๆ ถึงการที่ข้อมูลของจีนจะตกเป็นเป้าหมายการจารกรรม ซึ่งมีหลากหลายวิธีการ โดย เมื่อสิงหาคม -กันยายน 2568 มีการเผยแพร่กรณีชาวจีนถูกหลอกให้ส่งมอบข้อมูลด้านความมั่นคงหลากหลายกรณี เช่น นักศึกษาชาวจีนที่ไปเรียนที่ไต้หวัน ถูกหลอกให้หลงรักก่อนเดินทางกลับจีน กรณีหน่วยงานด้านการจารกรรมของต่างชาติแสวงประโยชน์จากผู้ให้บริการส่งอาหารให้รวบรวมข้อมูลลับในจีน  และกรณีสายลับต่างชาติขโมยข้อมูลใบหน้าของชาวจีนที่เป็นเป้าหมาย  เพื่อนำไปเข้าถึงข้อมูลบุคคลและข้อมูลลับในที่ทำงาน รวมถึงใช้ใบหน้าที่ขโมยมาเพื่อทำการจารกรรมข้อมูล ล่าสุด สื่อมวลชนจีนเมื่อ 3 พฤศจิกายน 2568  เปิดเผยผลงานล่าสุดของ MSS ในการสกัดกั้นความพยายามของต่างประเทศที่ต้องการจารกรรมข้อมูลสำคัญของจีน ได้แก่ ข้อมูลพันธุกรรมพืชเกษตรกรรม ไม่ว่าจะเป็นข้อมูลเกี่ยวกับการพัฒนาสายพันธุถั่วเหลือง ข้าวโพด และข้าวของจีน รัฐบาลจีนถือว่าข้อมูลดังกล่าว โดยเฉพาะรายละเอียดเกี่ยวกับการพัฒนาเมล็ดพันธุ์ลูกผสมที่มีคุณสมบัติเฉพาะ มีความสำคัญและเกี่ยวข้องกับความมั่นคงของชาติ เฉพาะอย่างยิ่งความมั่นคงทางอาหารและนวัตกรรมด้านเกษตรกรรม ที่มีความสำคัญอย่างมากต่อความอยู่รอดในอนาคต ดังนั้น การที่ต่างประเทศพยายามเข้าถึงข้อมูลดังกล่าวโดยไม่ได้รับอนุญาต หรือมีพฤติกรรมลักลอบนำข้อมูลนี้ออกไปเผยแพร่ เท่ากับเป็นภัยคุกคามและอันตรายต่อความมั่นคงของจีน ข้อมูลเกี่ยวกับเมล็ดพันธุ์รุ่นแรก (parent seeds) ที่ใช้ในการพัฒนาเมล็ดพันธุ์ลูกผสม MSS ถือว่าเป็นข้อมูลลับที่สุด เพราะเป็นทรัพยากรสำคัญและ “กุญแจ” ที่จะพัฒนานวัตกรรมด้านเกษตรกรรมของจีน ให้สามารถสร้างผลผลิตทางเกษตรกรรมที่เพียงพอต่อความต้องการภายในประเทศและต่างประเทศได้ ดังนั้น…

ความคืบหน้าเหตุคนร้ายไล่แทงในรถไฟ สหราชอาณาจักร

สหราชอาณาจักรเผชิญเหตุความรุนแรงและการใช้อาวุธมีดในที่สาธารณะ จากกรณีเมื่อ 2 พฤศจิกายน 2568 มีรายงานว่าผู้ก่อเหตุร้ายชาวอังกฤษใช้มีดไล่แทงประชาชนระหว่างโดยสารรถไฟความเร็วสูงจากสถานี Doncaster ไปยังสถานี London King’s Cros ที่กรุงลอนดอน สหราชอาณาจักร ทำให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บอย่างน้อย 11 ราย เจ้าหน้าที่ตำรวจยืนยันว่า เหตุการณ์ดังกล่าวไม่ใช่การก่อการร้าย ขณะเดียวกันก็ควบคุมตัวผู้ต้องสงสัยได้แล้ว มั่นใจว่าผู้ก่อเหตุเป็นชายชาวอังกฤษ อายุประมาณ 32 ปี เป็นผู้ก่อเหตุเพียงลำพัง และไม่เกี่ยวข้องกับอุดมการณ์ของกลุ่มก่อการร้ายสากล ด้านนายกรัฐมนตรีสหราชอาณาจักรแสดงความกังวลเกี่ยวกับเหตุการณ์ดังกล่าว เนื่องจากการก่อเหตุร้ายด้วยอาวุธมีดในประเทศมีแนวโน้มเกิดขึ้นบ่อยครั้ง ผู้นำสหราชอาณาจักรเรียกร้องให้ผู้ใช้สื่อสังคมออนไลน์งดการเผยแพร่ข้อมูลข่าวปลอมหรือบิดเบือนข้อเท็จจริงเกี่ยวกับเหตุการณ์ดังกล่าว เพราะไม่ต้องการให้สังคมสับสน ซ้ำรอยเหตุการณ์เมื่อปี 2567 ที่มีเหตุวัยรุ่นชายใช้อาวุธมีดทำร้ายเยาวชนระหว่างเรียนเต้นรำที่เมืองเซาท์พอร์ต ทำให้มีผู้เสียชีวิต 2 ราย และได้รับบาดเจ็บ 11 ราย จากนั้นมีการเผยแพร่ข้อมูลบิดเบือนผ่านสื่อสังคมออนไลน์ว่าผู้ก่อเหตุเป็นผู้อพยพชาวมุสลิมที่ฝักใฝ่แนวคิดหัวรุนแรงสุดโต่ง จึงทำให้ประชาชนไม่พอใจและเกิดกระแสประท้วงรัฐบาลเพื่อเรียกร้องให้รัฐบาลปกป้องชีวิตเด็กและเยาวชน รวมทั้งเชื่อมโยงเหตุร้ายดังกล่าวกับนโยบายการรับผู้อพยพเข้าประเทศ จนทำให้เกิดการปะทะกับเจ้าหน้าที่ตำรวจและเสี่ยงเกิดการจลาจลในกรุงลอนดอน สถิติการก่อเหตุร้ายด้วยอาวุธมีดในสหราชอาณาจักรในห้วง 10 ปีที่ผ่านมาเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง และจำนวนผู้ก่อเหตุก็เพิ่มขึ้นด้วยเช่นกัน ทำให้ปัจจุบัน สหราชอาณาจักรถูกจัดอยู่ในกลุ่มประเทศที่เผชิญการก่อเหตุรุนแรงด้วยอาวุธมีดบ่อยครั้งที่สุดในประเทศยุโรป มีรายงานจากหน่วย Office of National Statistics ว่าในปี 2568…

นโยบายต่างประเทศของสหรัฐฯ จะปรับเปลี่ยนไปจากเดิม  

สื่อมวลชนต่างประเทศให้ความสนใจถ้อยแถลงของนาง Tulsi Gabbard ผู้อำนวยการหน่วยข่าวกรองแห่งชาติ (National Intelligence) ของสหรัฐฯ ระหว่างการประชุมความมั่นคงนานาชาติ International Institute for Security Studies Manama Dialogue ประจำปี 2568 ที่เมืองมานามา บาห์เรน เมื่อ 31 ตุลาคม 2568 เนื่องจากนาง Gabbard เป็นผู้ควบคุมงบประมาณ และประสานงานการทำงานของสมาชิกในประชาคมของหน่วยข่าวกรองสหรัฐฯ ในถ้อยแถลงของนาง Gabbard ระบุว่า นโยบายต่างประเทศของสหรัฐฯ จะปรับเปลี่ยนไปจากเดิม โดยจะไม่พยายามเปลี่ยนแปลงระบอบการปกครองในต่างประเทศอีกต่อไป เนื่องจากที่ผ่านมา สหรัฐฯ ติดอยู่ในกับดักความพยายามที่จะเปลี่ยนแปลงระบอบการปกครองของประเทศอื่น ๆ จนทำให้สหรัฐฯ ไปสร้างศัตรูในต่างประเทศมากขึ้น ตลอดจนต้องสูญเสียงบประมาณไปมากมาย ดังนั้น รัฐบาลสหรัฐฯ ที่นำโดยประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์จะยุติและยกเลิกนโยบายในลักษณะดังกล่าว ไปดำเนินนโยบายต่างประเทศที่มีลักษณะสอดคล้องกับความเป็นจริง (pragmatic) และอยู่บนพื้นฐานการรักษาผลประโยชน์ของชาวอเมริกัน ตลอดจนเน้นสร้างสันติภาพทั่วโลก แม้ถ้อยแถลงของนาง Gabbard จะเป็นสัญญาณว่า รัฐบาลสหรัฐฯ จะยุติปฏิบัติการแทรกแซงการเมืองและระบบการปกครองในต่างประเทศ รวมทั้งไม่สนับสนุนการสร้างความขัดแย้งและสงคราม ตลอดจนจะใช้เครื่องมือทางเศรษฐกิจและการรักษาสันติภาพ…

ฟิลิปปินส์-สหรัฐฯ จัดตั้ง กกล.เฉพาะกิจในทะเลจีนใต้

เฟอร์ดินานด์ มาร์กอส จูเนียร์ของฟิลิปปินส์แถลงที่ปูซาน เกาหลีใต้ เมื่อ 1 พ.ย.68 ว่า การจัดตั้ง กกล.เฉพาะกิจระหว่างฟิลิปปินส์กับสหรัฐฯ จะไม่ทำให้สถานการณ์ในทะเลฟิลิปปินส์ ตต. ตึงเครียดขึ้น แต่เป็นความริเริ่มที่มุ่งเสริมสร้างการประสานงานและลดความตึงเครียดท่ามกลางข้อพิพาททางทะเลกับจีน โดยมีเป้าหมายเพื่อยกระดับขีดความสามารถในเชิงป้องปราม รักษาเสถียรภาพทางทะเล และการปกป้องเสรีภาพในการเดินเรือ ทั้งนี้ ฟิลิปปินส์กับสหรัฐฯ ประกาศจัดตั้ง กกล.ดังกล่าวในห้วงการหารือระหว่าง รมว.กห.ฟิลิปปินส์และสหรัฐฯ นอกรอบการประชุมรัฐมนตรีกลาโหมอาเซียนที่กรุงกัวลาลัมเปอร์ เมื่อ 1 พ.ย.68 เพื่อเพิ่มความร่วมมือในการปฏิบัติการ ปรับปรุงการวางแผนและทำงานร่วมงาน โดยเฉพาะในทะเลจีนใต้ และเกิดขึ้นหลังจากสหรัฐฯ แสดงความกังวลต่อสถานการณ์ในทะเลจีนใต้ที่มีผลต่อพันธมิตร ทั้งการปะทะระหว่างจีนกับฟิลิปปินส์ ความตึงเครียดกับออสเตรเลียเกี่ยวกับเที่ยวบินสอดแนม และกิจกรรม่ของจีนในทะเลจีนใต้ รวมถึงรอบไต้หวัน

จีนเสนอการสร้างประชาคมเอเชีย-แปซิฟิกต่อที่ประชุมเอเปค

ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ของจีน กล่าวสุนทรพจน์ในหัวข้อ การพัฒนาเศรษฐกิจในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิกอย่างเปิดกว้างและครอบคลุมสำหรับทุกฝ่าย (Building an Inclusive Open Asia-Pacific Economy for All) ในการประชุมผู้นำเขตเศรษฐกิจเอเปคครั้งที่ 32 (32nd APEC Economic Leaders’ Meeting) รอบที่ 1 ที่เมืองคยองจู เกาหลีใต้ เมื่อ 31 ต.ค.68 แสดงความพร้อมที่จะเปิดกว้างร่วมกับประเทศในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก ผ่านการพัฒนาให้ทันสมัยในแบบจีน โดยนำเสนอข้อเสนอ 5 ประการ  ได้แก่ 1) ปกป้องระบบการค้าพหุภาคี ด้วยการเสริมสร้างประสิทธิภาพของระบบการค้าที่มีองค์การการค้าโลก (WTO) เป็นศูนย์กลาง  2) สร้างสภาพแวดล้อมทางเศรษฐกิจที่เปิดกว้างในภูมิภาค ด้วยการส่งเสริมการค้าเสรี   3) รักษาเสถียรภาพของห่วงโซ่อุปทานและห่วงโซ่อุตสาหกรรม  4) ผลักดันการเปลี่ยนผ่านทางการค้าสู่ระบบดิจิทัลและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และ 5) ส่งเสริมการพัฒนาที่ครอบคลุมและเป็นประโยชน์สำหรับทุกฝ่าย

ภาวะ government shutdown ของสหรัฐฯ กระทบต่อภารกิจของ FBI

สนข.รอยเตอร์ส รายงานเมื่อ 30 ต..ค.68 ว่า ภาวะการหยุดปฏิบัติงานชั่วคราวของหน่วยงานรัฐบาลกลางบางส่วน (government shutdown) ของสหรัฐ ที่ยืดเยื้อถึง 30 วัน ส่งผลกระทบต่อภารกิจของ สนง.สอบสวนกลางสหรัฐฯ (FBI) อย่างยิ่ง เนื่องจากขาดแคลนงบประมาณสำหรับจ่ายค่าตอบแทนให้แหล่งข่าว รวมถึงการปฏิบัติการลับด้านยาเสพติดและการค้าอาวุธ ส่งผลให้การสืบสวนคดีดังกล่าวต้องยุติลง และสูญเสียแหล่งข่าว รวมทั้ง จนท. FBI ไม่สามารถเดินทางไปปฏิบัติงานนอกพื้นที่ได้    สนง.งบประมาณรัฐสภาสหรัฐฯ (CBO) ประเมินว่า ภาวะ government shutdown อาจสร้างความเสียหายต่อเศรษฐกิจสหรัฐฯ ประมาณ 7,000 – 1,400 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และอาจฉุด GDP ไตรมา 4 ปี 2568 ของสหรัฐฯ ลงถึงร้อยละ 2

CyberXplore ปักษ์หลัง ต.ค.2568

CyberXplore ฉบับปักษ์หลังเดือนตุลาคม 2568 รายงานสถานการณ์ความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์จากทั่วโลก สรุปเหตุการณ์สำคัญและแนวโน้มภัยคุกคามในรอบ 15 วัน
เพื่อยกระดับการรับรู้และเตรียมความพร้อมของทุกภาคส่วน