จาการ์ตาเป็นเมืองใหญ่อันดับ 1 ของโลก แทนกรุงโตเกียวของญี่ปุ่น

สหประชาชาติเผยแพร่รายงานการคาดการณ์แนวโน้มการขยายตัวของเมืองทั่วโลก ประจำปี 2568 หรือ The World Urbanization Prospects 2025 เพื่อประเมินสถานการณ์การพัฒนาและการขยายเมืองและชนบทในประเทศต่าง ๆ ซึ่งสามารถใช้เป็นข้อมูลประกอบการจัดทำนโยบายการบริหารจัดการความมั่นคงเมือง (urban security) รวมทั้งการรับมือกับการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างประชากรในพื้นที่ต่าง ๆ ได้ โดยสหประชาชาติ (UN) จัดทำรายงานดังกล่าวเป็นประจำทุกปี ครอบคลุมการศึกษาข้อมูลเชิงเปรียบเทียบและการคาดการณ์แนวโน้มการขยายตัวของเมืองระหว่างปี 2493-2593 โดยในปี 2568 นี้ มีการใช้วีการวิเคราะห์ข้อมูลเชิงภูมิสารสนเทศ (geospatial methodology) ในการศึกษาและจัดทำข้อมูลเป็นครั้งแรก ในภาพรวมพบว่า เมืองขยายตัวอย่างรวดเร็วทั่วโลก และเป็นที่อยู่อาศัยของประชากรโลกร้อยละ 45 หรือประมาณ 8,200 ล้านคน และมีแนวโน้มจะเพิ่มขึ้น สะท้อนว่าประชากรโลกเคลื่อนย้ายที่อยู่อาศัยไปอยู่ในเมืองมากกว่าชนบท ภูมิภาคเอเชียมีแนวโน้มจะเกิดเมืองที่มีลักษณะ “Megacities” หรือเมืองที่มีประชากรอาศัยอยู่มากกว่า 10 ล้านคน และปัจจุบัน กรุงจาการ์ตาของอินโดนีเซีย ถือว่าเป็นเมืองใหญ่อันดับ 1 ของโลก แทนที่กรุงโตเกียวของญี่ปุ่น เนื่องจากมีประชากรอาศัยอยู่หนาแน่นที่สุดที่ประมาณ 42 ล้านคน ตามด้วยกรุงธากา เมืองหลวงของบังกลาเทศ ที่เป็นเมืองใหญ่และมีประชากรหนาแน่นที่ประมาณ…

สื่อต่างประเทศให้ความสนใจสถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่ภาคใต้ของไทย

สถานการณ์อุทกภัยที่เกิดขึ้นในพื้นที่ภาคใต้ของไทยครั้งนี้ เป็นครั้งเลวร้ายที่สุดครั้งหนึ่ง ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตแล้วอย่างน้อย 13 ราย โดย อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา ได้รับผลกระทบมากที่สุด มีประชาชนและนักท่องเที่ยวติดค้างจำนวนมาก ผู้ประสบภัยต่างโพสต์ขอความช่วยเหลือผ่านโซเชียลมีเดีย และแสดงความไม่พอใจต่อการรับมือของรัฐบาล เพราะแม้เกิดจากการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ แต่มีปัญหาจากการขาดการจัดการอย่างเป็นระบบเช่นกัน ด้านกองทัพได้รับมอบหมายให้เข้ามาจัดการวิกฤต และได้ส่งเครื่องบินลำเลียงสิ่งของ เฮลิคอปเตอร์ และเรือจักรีนฤเบศรลงพื้นที่เพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัย ขณะที่นายอนุทิน ชาญวีรกูล นรม./รมว.มท. ยกเลิกแผนการเดินทางไปมาเลเซีย เพื่อลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์อุทกภัย ทั้งนี้ สถานการณ์อุทกภัยน่าจะส่งผลกระทบต่ออุตสาหกรรมยางของไทย และการเตรียมการแข่งขันกีฬาซีเกมส์ ครั้งที่ 33 รวมถึงกระทบต่อภาคการท่องเที่ยว ด้าน กต.สิงคโปร์ แนะนำให้ชาวสิงคโปร์หลีกเลี่ยงการเดินทางไปยัง จ.สงขลา และพื้นที่อื่นของไทยที่ได้รับผลกระทบจากเหตุอุทกภัย

Galaxy Entertainment Group ประเทศไทยเรียกร้องไทยทบทวนเกี่ยวกับกาสิโน

The Macao News รายงานกรณีนาย Kevin Clayton ประธานเจ้าหน้าที่บริหารฝ่ายแบรนด์ Galaxy Entertainment Group ประเทศไทย กล่าวในงาน Bangkok Post Economic Forum 2025 เมื่อ 21 พ.ย. 68 ว่า ไทยจำเป็นต้องทบทวนการบริหารจัดการภาคการท่องเที่ยว หากต้องการรักษาความสามารถในการแข่งขันในเอเชีย โดยเพิ่มการดึงดูดนักท่องเที่ยวต่างชาติมากขึ้น โดยเฉพาะกลุ่มใช้จ่ายสูง ซึ่งสวนสนุกและกาสิโนสามารถส่งเสริมการท่องเที่ยวของไทยได้ ในขณะที่จำนวนนักท่องเที่ยวและรายได้จากการท่องเที่ยวลดลง ธุรกิจที่เผชิญกับการลดลงในระดับนี้ จะต้องเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้าง ซึ่งภาคการท่องเที่ยวควรทำเช่นกัน ท่าทีของนาย Clayton เกิดขึ้นหลังจากนายอนุทิน ชาญวีรกูล นรม.ไทย ปฏิเสธความพยายามของ อดีต นรม.ในการผลักดันกาสิโนถูกกฎหมาย ซึ่งถือเป็นเรื่องร้ายสำหรับบริษัทเกมมิ่ง เช่น Galaxy ที่กระตือรือร้นจะขยายตลาดเข้ามาในไทย

นรม.ญี่ปุ่นหารือทางโทรศัพท์กับประธานาธิบดีสหรัฐฯ

นางทาคาอิจิ ซานาเอะ นรม.ญี่ปุ่นว่า ได้หารือทางโทรศัพท์กับนายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ เมื่อ 25 พ.ย.68 โดยนายทรัมป์บรรยายสรุปเกี่ยวกับความสัมพันธ์ระหว่างสหรัฐฯ กับจีน พร้อมระบุว่ามีความสัมพันธ์อันดีกับตน  นางทาคาอิจิปฏิเสธที่จะให้รายละเอียดเกี่ยวกับการหารือดังกล่าว ขณะที่นายคิฮาระ มิโนรุ เลขาธิการ ครม.ญี่ปุ่น ระบุในการแถลงข่าวตามปกติเมื่อวันเดียวกันว่า เสถียรภาพของความสัมพันธ์ระหว่างสหรัฐฯ กับจีนมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อประชาคมระหว่างประเทศ แต่ปฏิเสธที่จะแสดงความเห็นกรณีนายสี จิ้นผิง ประธานาธิบดีจีน กล่าวถึงไต้หวันระหว่างการหารือทางโทรศัพท์กับนายทรัมป์

ไทยเร่งรัดโครงการลงทุนที่หยุดชะงักเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ

Bloomberg รายงานกรณี ครม.เศรษฐกิจ อนุมัติแผน “Thailand Fast Pass” ด้วยการเร่งรัดโครงการสำคัญ 80 โครงการ ที่ได้รับการอนุมัติจาก BOI แล้ว แต่ติดอุปสรรคเรื่องการขอใบอนุญาตต่าง ๆ โครงการสำคัญดังกล่าว มีมูลค่าการลงทุนรวมกว่า 480,000 ล้านบาท เพื่อเพื่อดึงดูดทุนต่างชาติ และเป็นแรงขับเคลื่อนทางเศรษฐกิจในการแข่งขันกับประเทศในภูมิภาคเดียวกัน ซึ่งเป็นความเคลื่อนไหวที่เกิดขึ้นในขณะที่ไทยกำลังเผชิญกับการลงทุนที่ซบเซา ความต้องการในประเทศที่อ่อนแอ และการใช้จ่ายภาครัฐที่ล่าช้า โดยจากคาดการณ์อัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจไทยปี 2568 อยู่ที่ร้อยละ 2  ซึ่งเป็นอัตราที่ช้าอย่างมาก และมีแนวโน้มที่อัตราอาจชะลอตัวลงอีกในปี 2569

สื่อต่างประเทศสนใจรายงานสถานการณ์น้ำท่วมไทย

สื่อต่างประเทศ จากฝั่งตะวันตก เช่น สหรัฐฯ และยุโรป สื่อตะวันออกกลาง และสื่อเอเชีย เช่น สื่อจีน และสิงคโปร์ เมื่อ 24-25 พฤศจิกายน 2568 รายงานเหตุการณ์น้ำท่วมใหญ่ในภาคใต้ของไทยไปในทิศทางเดียวกันว่า ภาคใต้ของไทยเผชิญภาวะน้ำท่วมครั้งใหญ่ที่สุด เฉพาะอย่างยิ่งที่นครหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา แต่จังหวัดอื่น ๆ อีก 9 จังหวัด เช่น สุราษฎร์ธานี นราธิวาส ปัตตานี พัทลุง และตรัง ก็เผชิญกับภาวะน้ำท่วมเช่นกัน สื่อที่รายงานส่วนใหญ่เน้นการรายงานภาวะน้ำท่วมและการช่วยเหลือที่นครหาดใหญ่ ขณะที่สื่อจีนรายงานเพิ่มเติมว่า เวียดนามและมาเลเซียก็ได้รับผลกระทบจากภาวะน้ำท่วมเช่นกัน สื่อต่างประเทศยังรายงานถึงความพยายามของภาครัฐ และทหารเรือที่พยายามที่จะเข้าไปช่วยเหลืออย่างหนัก รวมทั้งบทบาทของมูลนิธิ และ influencer แต่อุปสรรคสำคัญก็คือ การที่มีฝนตกหนักอยู่ตลอดเวลา และระบบการสื่อสารที่ไม่เอื้ออำนวย ทำให้ความช่วยเหลือประชาชนไม่สามารถทำได้อย่างรวดเร็ว แม้ทุกฝ่ายจะพยายามอย่างหนัก ประกอบกับมีนักท่องเที่ยวต่างชาติจำนวนมาก เฉพาะอย่างยิ่งจากมาเลเซีย ที่คาดว่ามีประมาณ 4,000 คน สื่อรายงานด้วยว่าความสูญเสียทางเศรษฐกิจ ในชั้นนี้ทางไทยยังไม่มีการประเมินตัวเลขเศรษฐกิจที่ชัดเจน แต่ประชาชนที่ได้รับผลกระทบมีมากกว่า 2 ล้านคน แต่คาดว่าจะกระทบต่อเศรษฐกิจในวงจำกัด เนื่องจากเชื่อว่าระบบความช่วยเหลือของรัฐบาลในการฟื้นฟูจะหลั่งไหลเข้าไปในพื้นที่ทางภาคใต้…

 กัมพูชาเลือกที่จะเข้าใกล้ชิดกับสหรัฐฯ มากขึ้น

  การดำเนินนโยบายของกัมพูชาในเวทีระหว่างประเทศในห้วงนี้ ทำให้นักวิเคราะห์จับตามองอย่างใกล้ชิดว่าจะเอนเอียงไปข้างไหน ? ……ระหว่างสหรัฐฯ กับจีน คำตอบก็คือว่ายังอยู่กับข้างจีนแน่ ๆ เพราะต้องพึ่งพาการลงทุนจากจีน รับความช่วยเหลือจากจีน พึ่งพายุทโธปกรณ์ และการทหาร รวมทั้งรายได้จากการท่องเที่ยวก็ยังมาจากนักท่องเที่ยวจีน แต่ห้วงนี้เกิดอะไรขึ้น กัมพูชาทำอะไรให้สหรัฐฯ ถูกใจ จนทำให้ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ยกเลิกการคว่ำบาตรด้านอาวุธให้กับกัมพูชา และคำถามต่อไปก็คือ แล้วจีนจะยอมปล่อยให้กัมพูชาเข้าไปอยู่ในอ้อมอกสหรัฐฯ หรือไม่ ……คำตอบชัดเจนเลยว่า “ไม่” ไม่สามารถปฏิเสธได้ว่า ….การดึงกัมพูชาออกจากจีน รวมทั้งลดทอนการพึ่งพาจีนของกัมพูชา และประเทศอื่น ๆ  ในเอเชียตะวันออกฉียงใต้ คือการดำเนินยุทธศาสตร์ของสหรัฐฯ ที่ต้องการสกัดไม่ให้จีนไม่เติบโตอย่างรวดเร็ว และแข็งแกร่งเกินไป จนขึ้นมาท้าทายสหรัฐฯ ในภูมิภาคนี้ที่สหรัฐฯ คุมด้านความมั่นคงอยู่ จนส่งผลกระทบต่อผลประโยชน์ด้านการค้า การลงทุน และการคุมเส้นทางขนส่งทางทะเลของสหรัฐฯ ขณะที่ผลประโยชน์ที่จีนจะได้จากกัมพูชามีมากมาย เช่น เป็นแหล่งทรัพยากรธรรมชาติทางทะเล เป็นเส้นทางเลือกที่จีนจะออกทะเลทางอ่าวไทยจากการเข้าไปลงทุนในท่าเรือ เช่น ฐานทัพเรือเรียม ท่าเรือสีหนุวิลล์ และท่าเรือดาราสาคร  หรือเส้นทางถนนทางบก อาจช่วยจีนขนส่งยุทโธปกรณ์ยามที่จีนคับขัน หากเข้าสู่สงคราม การที่กัมพูชาเข้าใกล้รัฐบาลประธานาธิบดีทรัมป์ 2.0 ของ แม้ไม่ทำให้กัมพูชาออกจากอิทธิพลจีน แต่ก็สะท้อนถึงความพยายามที่จะลดการพึ่งพาจีนลงบ้าง…

สหรัฐฯ เดินหน้าผลักดันข้อตกลงสันติภาพรัสเซีย-ยูเครน

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ยังเดินหน้าแสดงบทบาทการเป็นผู้นำโลกด้านการสร้างสันติภาพและยุติความขัดแย้ง โดยในห้วงสัปดาห์ที่ผ่านมา เน้นแก้ไขปัญหาความขัดแย้งและสงครามรัสเซีย-ยูเครน ด้วยการเสนอข้อตกลงสันติภาพ ซึ่งประกอบด้วยข้อเสนอ 28 ประการเพื่อยุติสงคราม ให้กับรัสเซียและยูเครนพิจารณาใช้เป็นจุดเริ่มต้นในการปรับปรุงความสัมพันธ์ระหว่างกัน ซึ่งสหรัฐฯ อ้างว่ารัสเซียเห็นด้วยกับข้อตกลงดังกล่าวแล้ว ผ่านการหารือกันเมื่อห้วง ตุลาคม 2568 อย่างไรก็ดี ข้อตกลงสันติภาพของผู้นำสหรัฐฯ มีแนวโน้มจะเผชิญความท้าทายและอาจล้มเหลว เนื่องจากยูเครนมีท่าทีไม่เห็นด้วย แม้ว่าข้อตกลงจะกล่าวถึงการค้ำประกันความมั่นคงให้ยูเครน แต่ข้อเสนอส่วนหนึ่งระบุว่ายูเครนต้องยอมรับให้แคว้นทางฝั่งตะวันออก เช่น แคว้นดอนบาส ศูนย์กลางด้านอุตสาหกรรมของประเทศ และแคว้นลูฮันสก์ ไปอยู่ภายใต้อำนาจอธิปไตยของรัสเซีย รวมทั้งให้ยูเครนลดขนาดกองทัพ ขณะที่บรรยากาศความมั่นคงในภูมิภาคยุโรปกำลังตึงเครียด เพราะมีรายงานพบปฏิบัติการทางทหารของรัสเซียนอกพื้นที่ยูเครนบ่อยครั้ง ทำให้หลายประเทศในยุโรปไม่สนับสนุนการทำข้อตกลงสันติภาพ เนื่องจากจะเป็นข้ออ้างที่รัสเซียใช้ในการเรียกร้องให้ประเทศต่าง ๆ ยกเลิกมาตรการคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจต่อรัสเซีย รัฐบาลสหรัฐฯ ยังพยายามผลักดันข้อตกลงดังกล่าวต่อไป โดยมีการหารือโดยตรงกับยูเครนเมื่อ 23 พฤศจิกายน 2568 ที่เจนีวา สวิตเซอร์แลนด์ จากนั้นนายมาร์โค รูบิโอ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ ชี้แจงว่าข้อตกลงเป็นเพียงข้อเสนอ ดังนั้นจึงสามารถปรับเปลี่ยนเนื้อหาให้ตรงกับความต้องการของทั้ง 2 ฝ่ายได้ ซึ่งปัจจุบันสหรัฐฯ ให้ยูเครนพิจารณาข้อเสนอแรกถึง 27 พฤศจิกายน 2568 เพื่อทบทวนและแก้ไขรายละเอียดต่อไป ด้านประธานาธิบดีโวโลดีมีร์ ซเลนสกี…

มาเลเซียจะห้ามเยาวชนอายุต่ำกว่า 16 ปี ใช้สื่อสังคมออนไลน์

การใช้สื่อสังคมออนไลน์ หรือ Social Media เป็นประโยชน์ต่อการเรียนรู้และพัฒนาทักษะต่าง ๆ ของเยาวชน ตลอดจนทำให้ประชาชนสามารถติดตามข่าวสารที่หลากหลายได้ อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันสื่อสังคมออนไลน์มีหลากหลายและผู้ให้บริการสื่อสังคมออนไลน์ส่วนใหญ่ยังไม่ได้ควบคุมหรือกำหนดเกณฑ์ผู้ใช้งานอย่างเข้มงวดเพื่อให้มีเนื้อหาที่เหมาะสม ทำให้เกิดความท้าทายในการเฝ้าระวังไม่ให้การใช้สื่อสังคมออนไลน์กลายเป็นภัยคุกคามหรืออันตรายต่อประชาชน รัฐบาลหลายประเทศเริ่มพิจารณามาตรการควบคุมการใช้สื่อสังคมออนไลน์ โดยกำหนดให้เป็นกฎหมายหรือระเบียบในประเทศ ล่าสุด รัฐบาลมาเลเซียประกาศเมื่อ 23 พฤศจิกายน 2568 ว่ามีแผนจะห้ามเยาวชนอายุต่ำกว่า 16 ปี ใช้สื่อสังคมออนไลน์ โดยจะเริ่มมาตรการดังกล่าวในปี 2569 เป้าหมายเพื่อควบคุมการใช้สื่อสังคมออนไลน์และป้องกันเยาวชนไม่ให้ตกเป็นเหยื่อการคุกคามทางไซเบอร์ (cyberbullying) การหลอกลวงทางไซเบอร์ (scam) และอาชญากรรมอื่น ๆ เฉพาะอย่างยิ่งการค้าประเวณี การค้ามนุษย์ และการล่อลวงให้เสพยาเสพติด รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการสื่อสารของมาเลเซียสนับสนุนมาตรการดังกล่าว พร้อมกับย้ำว่า รัฐบาลและสังคมมาเลเซียควรร่วมมือกันทำให้การใช้สื่อสังคมออนไลน์ปลอดภัย โดยเฉพาะต่อเยาวชน เนื่องจากเป็นกลุ่มเสี่ยงที่จะตกเป็นเหยื่อภัยคุกคามทางไซเบอร์ ทั้งนี้ รัฐบาลมาเลเซียศึกษารูปแบบการบังคับใช้มาตรการดังกล่าว และการออกกฎหมายควบคุมอายุผู้ใช้สื่อสังคมออนไลน์จากออสเตรเลีย ซึ่งเป็นประเทศแรกของโลกที่จะใช้มาตรการควบคุมการใช้สื่อสังคมออนไลน์ในกลุ่มเยาวชนอายุต่ำกว่า 16 ปี โดยจะเริ่มใช้ใน 10 ธันวาคม 2568 ซึ่งแอปพิลเคชันที่จะอยู่ภายใต้มาตรการควบคุม ได้แก่ Facebook, Instagram, Snapchat, Threads, TikTok,…

เกาะติดการประชุมอาเซียนครั้งที่ 47 ณ กรุงกัวลาลัมเปอร์ มาเลเซีย

เกาะติดสถานการณ์ประชุมสุดยอดอาเซียนครั้งที่ 47 ณ กรุงกัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย ระหว่างวันที่ 26-28 ตุลาคม 2568 ที่ผ่านมา มีเหตุการณ์ใดน่าสนใจ สามารถติดตามได้ที่พอดแคสนี้ได้เลยค่ะ