ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง เข้าเฝ้าฯ พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว

สนข.Xinhua รายงานเมื่อ 14 พ.ย.68 ว่า ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง เข้าเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว ซึ่งเสด็จพระราชดำเนินเยือนจีนอย่างเป็นทางการระหว่าง 13-17 พ.ย.68 โดยประธานาธิบดีสีกล่าวถึง การเป็นพระมหากษัตริย์ไทยพระองค์แรกที่เสด็จฯ เยือนจีนนับตั้งแต่สถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูต สะท้อนถึงการให้ความสำคัญอย่างยิ่งต่อความสัมพันธ์ไทย-จีน ขณะเดียวกัน ได้แสดงความเสียใจต่อการเสด็จสวรรคตของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง โดยราชวงศ์ไทยมีความสัมพันธ์อันดีกับจีนมายาวนาน และมีพระมหากรุณาธิคุณในการส่งเสริมมิตรภาพระหว่างสองประเทศ

เยอรมนีจะเพิ่มกำลังพลในกองทัพเพื่อรับมือกับภัยคุกคาม

  รัฐบาลเยอรมนีเมื่อ 13 พฤศจิกายน 2568 เห็นชอบแผนการปรับเพิ่มกำลังพลในกองทัพ หรือ Bundeswehr เพื่อเตรียมพร้อมรับมือกับภัยคุกคามและอันตรายต่อความมั่นคงแห่งชาติ โดยคาดว่าฝ่ายนิติบัญญัติเยอรมนี จะพิจารณารายละเอียดและลงมติรับรองแผนการดังกล่าวภายในปี 2568 สำหรับรายละเอียดเบื้องต้น ตั้งแต่ปี 2569 เยอรมนีจะกำหนดให้พลเรือนชายและหญิงที่มีอายุครบ 18 ปีตอบแบบสอบถามเกี่ยวกับความพร้อมและความสนใจในการเป็นทหาร จากนั้นตั้งแต่ กรกฎาคม 2570 พลเรือนชายและหญิงจะได้รับการตรวจร่างกายเพื่อประเมินความพร้อมในการเป็นทหาร เป้าหมายเพื่อให้มีกำลังพลในกองทัพเยอรมนีเพิ่มขึ้น จากปัจจุบันที่มีอยู่ 182,000 นาย และเตรียมความพร้อมเสริมสร้างบทบาทของกองทัพเยอรมนีให้แข็งแกร่งและเป็นกำลังสำคัญในกองกำลังเนโต เนื่องจากคาดว่าภูมิภาคยุโรปจะเผชิญภัยคุกคามจากปฏิบัติการทหารของรัสเซียต่อไปในระยะยาว แผนการดังกล่าวเป็นผลจากสงครามรัสเซีย-ยูเครนที่ยืดเยื้อ และการปฏิบัติการทหารของรัสเซียที่เริ่มปรากฏนอกพื้นที่ยูเครนมากขึ้น เฉพาะอย่างยิ่งกรณีรัสเซียส่งเครื่องบินลาดตระเวนเหนือน่านฟ้าประเทศสมาชิกเนโต รวมทั้งมีรายงานว่ารัสเซียเพิ่มกำลังทหารในกองทัพเช่นกัน ตลอดจนใช้ความร่วมมือด้านความมั่นคงกับพันธมิตรของรัสเซียเพื่อระดมกำลังทหารจากต่างประเทศ ให้ไปสู้รบเพื่อกองทัพรัสเซียด้วย แม้ว่าที่ผ่านมา เยอรมนีจะยังไม่เคยตกเป็นเป้าหมายโจมตีทางการทหารของรัสเซียโดยตรง แต่เยอรมนีเป็นประเทศผู้ให้ความช่วยเหลือด้านความมั่นคงและการทหารแก่ยูเครนเป็นอันดับต้น ๆ ทำให้รัฐมนตรีกระทรวงกลาโหมเยอรมนีประเมินว่ามีความเสี่ยงสูงที่จะตกเป็นเป้าหมายของรัสเซีย รวมทั้งเชื่อว่าการเตรียมความพร้อมล่วงหน้า จะสร้างความได้เปรียบให้กับเยอรมนีและเนโต ทั้งนี้ เยอรมนีคาดว่าจะเพิ่มกำลังพลในกองทัพได้จำนวน 20,000 นายภายในปี 2569 และในระยะ 10 ปีข้างหน้า เยอรมนีจะมีกำลังพลสำรองในกองทัพถึง 200,000 นาย แผนการดังกล่าวเป็นไปเพื่อเสริมสร้างความมั่นคงในอนาคต อย่างไรก็ตาม เยาวชนในเยอรมนีไม่เห็นด้วยและกังวลกับแผนการดังกล่าว…

Data Centre ในอินเดียเริ่มประสบปัญหาขาดแคลนน้ำ

อินเดียกำลังเผชิญปัญหาขาดแคลนน้ำเพื่อรองรับการขยายตัวของศูนย์ข้อมูล (Data Centre) หลังเกิดกระแสนิยมปัญญาประดิษฐ์ (AI) เป็นวงกว้าง ส่งผลให้บริษัทเทคโนโลยีข้ามชาติ เช่น Google, Amazon, Meta

ออสเตรเลียจะเผชิญความท้าทายในการป้องกันการโจมตีทางไซเบอร์มากขึ้น

ผู้อำนวยการหน่วยต่อต้านข่าวกรองแห่งชาติของออสเตรเลีย หรือ Australian Security Intelligence Organisation เปิดเผยเมื่อ 12 พฤศจิกายน 2568 ว่า ออสเตรเลียจะเผชิญความท้าทายในการป้องกันการโจมตีทางไซเบอร์มากขึ้น เพราะรัฐบาลต่างชาติมีปฏิบัติการโจมตีทางไซเบอร์เพื่อบ่อนทำลายโครงสร้างพื้นฐานสำคัญของออสเตรเลีย

เมียนมาขอใช้เส้นทางขนส่งสินค้าทางเรือ ย่างกุ้ง–เกาะสอง–ระนอง

นสพ. The Global New Light of Myanmar รายงานเมื่อ 13 พ.ย.68 ว่า รัฐบาลเมียนมาขอให้ใช้เส้นทางขนส่งสินค้าทางเรือในเส้นทาง ย่างกุ้ง–เกาะสอง–ระนอง เพื่อรองรับการขนส่งสินค้าระหว่างเมียนมากับไทย แทนการใช้ด่านพรมแดนเมียวดีในรัฐกะเหรี่ยงที่ปิดทำการ รวมถึงได้มีการออกใบอนุญาตนำเข้าและดำเนินการค้าชายแดนผ่านด่านท่าขี้เหล็กในรัฐฉานเข้าสู่ จ.เชียงราย ของไทย เพื่อให้การนำเข้า–ส่งออกของทั้งสองประเทศดำเนินต่อได้อย่างมีประสิทธิภาพ นอกจากนี้ เมียนมากำลังดำเนินการจัดตั้งเส้นทางการค้าใหม่เพื่อเสริมความต่อเนื่องของการค้าชายแดน โดยเฉพาะในเส้นทางเมียนมา–จีน ซึ่งยังคงเผชิญข้อจำกัดจากการปิดทำการของด่านชินชเวฮอ ลเวเจ และมูเซ ในรัฐฉาน จึงมีแผนเปิดเส้นทางใหม่เพื่อไม่ให้กิจกรรมทางการค้าหยุดชะงัก แต่ยังไม่เปิดเผยรายละเอียดของเส้นทางขนส่งสินค้าใหม่สำหรับการเชื่อมต่อเข้าสู่จีน

บังกลาเทศปฏิเสธว่าเป็นฐานของกลุ่มก่อการร้ายโจมตีอินเดีย

เว็บไซต์ bdnews24 ของบังกลาเทศ รายงานเมื่อ 11 พ.ย.68 อ้างถ้อยแถลงของนาย Touhid Hossain ที่ปรึกษาด้านต่างประเทศของบังกลาเทศ ปฏิเสธข้อกล่าวหาของ นสพ.The Times of India ของอินเดีย ที่ระบุว่า กลุ่มก่อการร้าย Lashkar-e-Taiba (LeT) ซึ่งมีฐานอยู่ในปากีสถาน กำลังใช้บังกลาเทศเป็นฐานปฏิบัติการโจมตีอินเดีย หลังเกิดเหตุระเบิดรถยนต์ใกล้ป้อมแดง (Red Fort) ในกรุงนิวเดลี นครหลวงของอินเดีย เมื่อ 11 พ.ย.68  นาย Hossain ระบุว่า ข้อกล่าวหาดังกล่าวไม่สมเหตุสมผล และเป็นความพยายามที่จะโยนความรับผิดชอบให้แก่บังกลาเทศโดยไม่เป็นธรรม

การประชุม BIMP-EAGA หารือการเชื่อมโยงเส้นทางการบินและอุตสาหกรรมฮาลาล

การประชุม รมว. ภายใต้กรอบความร่วมมือเขตพัฒนาเศรษฐกิจด้านอาเซียนตะวันออก (BIMP-EAGA Ministerial Meeting) ครั้งที่ 28 จัดขึ้นที่เมืองดาเวา ฟิลิปปินส์ เมื่อ 12 พ.ย.68 มุ่งหารือความร่วมมือในกรอบ BIMP-EAGA (ประกอบด้วย 4 ประเทศ ได้แก่ บรูไน อินโดนีเซีย มาเลเซีย และฟิลิปปินส์) โดยเฉพาะแนวทางฟื้นฟูเส้นทางการบินระหว่างเมืองดาเวากับเมืองมานาโดของอินโดนีเซีย ซึ่งสอดคล้องกับแผนยุทธศาสตร์ด้านการขนส่งอาเซียน นอกจากนี้ ที่ประชุมยังเห็นชอบจัดตั้งคณะทำงานด้านฮาลาล (Task Force on Halal) เพื่อรับมือกับความท้าทายของอุตสาหกรรมฮาลาลและส่งเสริมความร่วมมือกับภาคเอกชน

แอฟริกาใต้จัดการประชุม G20 ต่อไปแม้สหรัฐฯ ไม่ส่งผู้แทนเข้าร่วม

ประธานาธิบดี Cyril Ramaphosa ของแอฟริกาใต้แสดงความพร้อมเป็นประธานจัดการประชุมสุดยอดกลุ่มความร่วมมือ G20 ประจำปี 2568 ที่เมือง Johannesburg ระหว่าง 22-23 พฤศจิกายน 2568 โดยจะมีผู้นำจากประเทศสมาชิกกลุ่ม G20 จำนวน 19 ประเทศเข้าร่วม รวมทั้งผู้แทนจากสหภาพยุโรปและสหภาพแอฟริกา นอกจากนี้ ประธานาธิบดี Ramaphosa ให้ความเห็นต่อกรณีสหรัฐฯ จะไม่ส่งผู้แทนเข้าร่วมการประชุมดังกล่าวว่า สหรัฐฯ จะเป็นฝ่ายเสียโอกาส เพียง เพื่อต้องการตอบโต้แอฟริกาใต้ที่ยื่นฟ้องอิสราเอลผ่านศาลยุติธรรมระหว่างประเทศ (ICJ) ให้มีความผิดก่ออาชญากรรมสงครามในสงครามฉนวนกาซา และละเมิดสิทธิมนุษยชนชนกลุ่มน้อยในประเทศ เฉพาะอย่างยิ่งชนผิวขาวในแอฟริกาใต้ ผู้นำแอฟริการะบุว่าการประชุมกลุ่ม G20 จะดำเนินการต่อไป โดยไม่มีสหรัฐฯ แต่ประเทศสมาชิกสามารถตัดสินใจร่วมกันได้ นอกจากนี้ยังประเมินว่าสหรัฐฯ จะสูญเสียโอกาสแสดงบทบาทนำในเวทีความร่วมมือด้านเศรษฐกิจระหว่างประเทศที่สำคัญ ทั้งนี้ มีรายงานว่าผู้นำแอฟริกาพยายามล็อบบี้ให้ประธานาธิบดีทรัมป์เปลี่ยนท่าทีและเข้าร่วมการประชุมดังกล่าว เพราะเป็นการประชุมสุดยอด G20 ครั้งแรกในภูมิภาคแอฟริกา โดยไปโน้มน้าวระหว่างการเยือนและพบกับผู้นำสหรัฐฯ เมื่อพฤษภาคม 2568  แต่ไม่สำเร็จ จึงอาจส่งผลเสียต่อภาพลักษณ์การเป็นประธาน G20 กระทบการตัดสินใจเข้าร่วมการประชุมดังกล่าวของผู้นำประเทศอื่น ๆและการส่งต่อหน้าที่ประธาน G20 ให้สหรัฐฯ เป็นเจ้าภาพในปี…

สหรัฐฯ พ้นจากภาวะ Government Shutdown

รัฐบาลสหรัฐฯ พ้นจากสภาวะหยุดชะงักหรือ Government Shutdown ที่ยาวนานที่สุดในประวัติศาสตร์การเมืองสหรัฐฯ เมื่อ 13 พฤศจิกายน 2568 หลังจากที่ฝ่ายนิติบัญญัติสหรัฐฯ ประสบความสำเร็จในการเจรจาและประนีประนอมกันด้านผลประโยชน์ และเสนอร่างงบประมาณรัฐบาลกลางให้ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ลงนาม ทั้งนี้ ประธานาธิบดีทรัมป์ระบุว่างบประมาณดังกล่าวจะทำให้การบริหารของหน่วยงานภาครัฐกลับสู่ภาวะปกติ รวมทั้งสามารถดำเนินนโยบายตามแผนการได้ พร้อมทั้งโจมตีสมาชิกฝ่ายนิติบัญญัติพรรคเดโมแครตว่าเป็นอุปสรรคขัดขวางการอนุมัติงบประมาณ และการขับเคลื่อนนโยบายเพื่อให้บริการชาวอเมริกัน สำหรับภาวะ Government Shutdown ครั้งนี้เริ่มมาตั้งแต่ 1 ตุลาคม 2568 ส่งผลให้หน่วยงานภาครัฐบางส่วนต้องระงับการให้บริการ และเจ้าหน้าที่บางส่วนต้องทำงานโดยไม่ได้รับค่าจ้าง รวมทั้งเป็นสาเหตุที่ทำให้ผู้นำสหรัฐฯ ขู่จะตัดลดงบประมาณสนับสนุนสวัสดิการให้ชาวอเมริกันที่มีรายได้ต่ำด้วย การลงนามในงบประมาณรัฐบาลกลางครั้งนี้ มีขึ้นหลังจากสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐฯ มีมติ 222 เสียงสนับสนุนร่างงบประมาณ โดยได้รับการสนับสนุนจากสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรพรรคเดโมแครต 6 เสียง เพียงพอต่อการเสนอให้ผู้นำรัฐบาลลงนาม และเมื่อ 10 พฤศจิกายน 2568 วุฒิสมาชิกสหรัฐฯ มีมติ 60 ต่อ 40 เห็นชอบร่างงบประมาณรายจ่าย ทำให้เจ้าหน้าที่รัฐยังคงได้รับเงินเดือนต่อไป มีรายงานว่าอุปสรรคสำคัญในการต่อรองและเจรจางบประมาณฉบับนี้ คือ การอนุมัติงบประมาณอุดหนุนสวัสดิการสังคม ภายใต้รัฐบัญญัติ Affordable Care…

อินเดียส่งพลเมืองที่หลบหนีจาก KK Park เข้าไทย กลับประเทศ

เว็บไซต์ สอท.อินเดีย/กรุงเทพฯ เมื่อ 10 พ.ย.68 เปิดเผยว่า สอท.อินเดีย/กรุงเทพฯ และสกญ.อินเดีย/จ.เชียงใหม่ อำนวยความสะดวกให้แก่ชาวอินเดียจำนวน 197 คน ซึ่งหลบหนีเข้าไทยอย่างผิดกฎหมายและถูกควบคุมตัวได้ที่ อ.แม่สอด จ.ตาก จากการปราบปรามฐานอาชญากรรมข้ามชาติทางเทคโนโลยีในโครงการ KK Park จ.เมียวดี รัฐกะเหรี่ยง เมียนมา ในการส่งตัวกลับอินเดียเป็นชุดที่สอง ด้วยเที่ยวบินพิเศษของ ทอ.อินเดีย   โอกาสนี้ ยังย้ำคำแนะนำสำหรับการทำงานในต่างประเทศ โดยขอให้ตรวจสอบข้อมูลของนายจ้างต่างชาติอย่างรอบคอบ และการเดินทางเข้าไทยโดยไม่ต้องขอวีซ่า (visa-free entry) สำหรับผู้ถือหนังสือเดินทางอินเดีย มีวัตถุประสงค์เพื่อการท่องเที่ยวและธุรกิจระยะสั้นเท่านั้น ไม่ควรถูกนำไปใช้ในทางที่ผิดเพื่อการทำงานในไทย ทั้งนี้ อินเดียส่งตัวพลเมืองอินเดียชุดแรก จำนวน 270 คน กลับประเทศแล้วเมื่อ 6 พ.ย.68