เมียนมามีการแพร่ระบาดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ในเมืองย่างกุ้ง

สนข. Myanmar Now รายงานเมื่อ 4 มิ.ย.68 อ้างประกาศของรัฐบาลเมียนมาว่า เมียนมาเริ่มเผชิญกับการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) อีกครั้ง ซึ่งจากตัวอย่างที่เก็บห้วง 25 พ.ค.–1 มิ.ย.68 พบผู้ป่วยเพิ่ม 17 คน ในเมืองย่างกุ้ง เบื้องต้นยังไม่พบผู้ป่วยอาการหนักหรือเสียชีวิต อย่างไรก็ดี รัฐบาลยังไม่ได้กำหนดมาตรการเพื่อรับมือกับการติดเชื้อที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว อาทิ การกักตัว การขยายการตรวจเชื้อ การรณรงค์ให้ฉีดวัคซีน รวมถึงการให้สวมหน้ากากอนามัย

ผู้นำสหรัฐฯ ออกคำสั่งห้ามบุคคลจาก 12 ประเทศเดินทางเข้าสหรัฐฯ

  ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์เมื่อ 4 มิถุนายน 2568 ลงนามในคำสั่งผู้บริหาร ห้ามบุคคลที่เดินทางมาจาก 12 ประเทศ เข้าสหรัฐฯ โดยอ้างเหตุผลด้านความมั่นคงปลอดภัยแห่งชาติ สำหรับ 12 ประเทศที่จะเผชิญมาตรการดังกล่าวส่วนใหญ่เป็นประเทศในภูมิภาคแอฟริกา ได้แก่ ชาด คองโก อิเควทอเรียลกินี เอริเทรีย ซูดาน และโซมาเลีย นอกจากนี้ ยังมีเมียนมา อิหร่าน ลิเบีย เยเมน อัฟกานิสถาน และเฮติ ด้วย ส่วนประเทศที่สหรัฐ จะจำกัดการเดินทางเข้าสหรัฐฯ มีจำนวน 7 ประเทศ ได้แก่ ลาว คิวบา เวเนซุเอลา ซีราลีออน บุรุนดี ตองโก และเติร์กเมนิสถาน ซึ่งประธานาธิบดีทรัมป์อ้างเหตุผลด้านความมั่นคงแห่งชาติเช่นกัน ด้านโฆษกทำเนียบประธานาธิบดีสหรัฐฯ ระบุสาเหตุที่บุคคลจาก 7 ประเทศไม่เผชิญคำสั่งคว่ำบาตรหรือห้ามเดินทาง เพราะสหรัฐฯ ให้โอกาสในการพิจารณาคัดกรองบุคคล รวมทั้งให้โอกาสในการเจรจาเพื่อแลกเปลี่ยนความร่วมมือด้านความมั่นคงระหว่างกันด้วย คำสั่งดังกล่าวมีผลบังคับใช้ใน 9 มิถุนายน 2568…

นรม.กัมพูชากล่าวถึงความท้าทายของรัฐบาลในการประชุมสภา

  สื่อมวลชนกัมพูชารายงานเมื่อ 5 มิถุนายน 2568 ว่า นายฮุน มาแนต นายกรัฐมนตรีกัมพูชา กล่าวถึงความท้าทายในการดำเนินนโยบายและการทำงานของรัฐบาลกัมพูชาในห้วง 20 เดือนที่ผ่านมาว่า รัฐบาลกัมพูชาเผชิญความท้าทายหลากหลายรูปแบบ ทั้งจากสถานการณ์ในประเทศและต่างประเทศ แต่เชื่อมั่นว่าความท้าทายต่าง ๆ จะทำให้รัฐบาลและผู้นำประเทศรุ่นใหม่แข็งแกร่ง พร้อมปรับตัวเพื่อรับมือกับความเปลี่ยนแปลง ตลอดจนเห็นความสำคัญในการร่วมมือกันอย่างใกล้ชิดระหว่างรัฐบาลและรัฐสภากัมพูชาที่จะต้องร่วมกันแสดงความคิดเห็นในการแก้ไขปัญหาท้าทายต่าง ๆ ต่อไป ทั้งนี้ ท่าทีดังกล่าวมีขึ้นระหว่างนายกรัฐมนตรี กัมพูชาเข้าร่วมการประชุมสภาเมื่อ 3 มิถุนายน 2568 ความท้าทายสำหรับรัฐบาลกัมพูชาในช่วงที่ผ่านมา ได้แก่ เศรษฐกิจ เกษตรกรรม และระบบประกันสังคม รวมทั้งการแพร่ระบาดของโรค COVID-19 ภัยคุกคามทางไซเบอร์ การค้ามนุษย์ ปัญหาเงินเฟ้อ และความขัดแย้งในเชิงภูมิรัฐศาสตร์ ซึ่งทั้ง 3 ความท้าทายนี้ส่งผลต่อบรรยากาศการท่องเที่ยว และการเติบโตในภาคอสังหาริมทรัพย์ของประเทศ อย่างไรก็ดี รัฐบาลสร้างความเชื่อมั่นว่าจะสามารถแก้ไขปัญหาต่าง ๆ ได้ เนื่องจากมีความคืบหน้า และรัฐบาลมีเสถียรภาพ นายกรัฐมนตรีกัมพูชายังกล่าวถึงเหตุการณ์ประท้วงเมื่อ สิงหาคม 2567 ประเด็นต่อต้านและคัดค้านความร่วมมือในกรอบ Cambodia-Laos-Vietnam Development Triangle…

ญี่ปุ่นเตรียมจัดตั้งคณะทำงานด้านยุทธศาสตร์ AI

ถ้อยแถลงของนายอิชิบะ ชิเกรุ นรม.ญี่ปุ่น เมื่อ 2 มิ.ย.68 ว่า ญี่ปุ่นจะจัดตั้งคณะทำงานด้านยุทธศาสตร์ปัญญาประดิษฐ์ (Artificial Intelligence Strategy Task Force) ภายใน ก.ย.68-พ.ย.68 และสั่งการให้รัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องจัดทำแผนพื้นฐานเพื่อการพัฒนาปัญญาประดิษฐ์ให้แล้วเสร็จภายใน ธ.ค.68-ก.พ.69 นรม.ญี่ปุ่น ยังกล่าวว่า แผนพื้นฐานควรรวมถึงมาตรการเพื่อแก้ไขการขาดแคลนแรงงาน และการเพิ่มประสิทธิภาพปัญญาประดิษฐ์ ทั้งนี้ วุฒิสภาญี่ปุ่นเห็นชอบร่างกฎหมายเกี่ยวกับปัญญาประดิษฐ์ เมื่อ พ.ค.68  เพื่อส่งเสริมการพัฒนาปัญญาประดิษฐ์ และแก้ไขความเสี่ยงที่เกี่ยวข้อง โดยกำหนดว่ารัฐบาลต้องจัดตั้งคณะทำงานเพื่อกำกับดูแลนโยบายที่เกี่ยวข้อง และร่างแผนการพัฒนาพื้นฐาน

สหรัฐฯ ชวนญี่ปุ่นเข้าร่วมระบบป้องกันขีปนาวุธของสหรัฐฯ

สนข. รอยเตอร์ส รายงานเมื่อ 3 มิ.ย.68 ว่า ประธานาธิบดีโดนัล์ ทรัมป์ของสหรัฐฯ และนายอิชิบะ ชิเกรุ นรม.ญี่ปุ่นได้หารือกันทางโทรศัพท์ เกี่ยวกับประเด็นความร่วมมือด้านการพัฒนาเทคโนโลยีระบบป้องกันขีปนาวุธรุ่นใหม่ของสหรัฐฯ หรือ The Golden Dome for America โดยญี่ปุ่นจะมีส่วนร่วมสำคัญในการพัฒนาระบบอาวุธที่สามารถใช้ต่อต้านขีปนาวุธ กับทั้งใช้เป็นข้อต่อรองในการเจรจาทางการค้ากับสหรัฐฯ ซึ่งสํานักงบประมาณของสหรัฐฯ ได้ประเมินงบประมาณโครงการก่อสร้างและพัฒนาระบบป้องกันขีปนาวุธดังกล่าวอาจสูงถึง 831,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ในระยะ 20 ปี ทั้งนี้ สหรัฐฯ และญี่ปุ่นเคยร่วมมือกันด้านการป้องกันขีปนาวุธซึ่งรวมถึงการร่วมพัฒนาเครื่องบินสกัดกั้นที่สามารถโจมตีหัวรบนิวเคลียร์ในอวกาศ

นายอี แจ-มย็อง สาบานตนเข้ารับตำแหน่งประธานาธิบดีเกาหลีใต้

นายอี แจ-มย็อง (อายุ 62 ปี/ปี 2568) ผู้สมัครจากพรรค Democratic Party of Korea (DPK) ซึ่งเดิมเป็นพรรคฝ่ายค้านหลักของเกาหลีใต้ สาบานตนเข้ารับตำแหน่งเป็นประธานาธิบดีเกาหลีใต้ คนที่ 19 จากการเลือกตั้งประธานาธิบดีครั้งที่ 21 ที่รัฐสภาเกาหลีใต้  เมื่อ 4 มิ.ย.68 หลังจากได้รับเลือกด้วยคะแนน 17.3 ล้านเสียง (ร้อยละ 49.42) นำห่างจากคู่แข่งนายคิม มุน-ซู ผู้สมัครจากพรรค People Power Party (PPP) ที่ได้รับคะแนน 14.4 เสียง (ร้อยละ 41.15) คำกล่าวสุนทรพจน์ ระบุว่า จะฟื้นฟูประชาธิปไตยของประเทศ สร้างเสถียรภาพทางการเมือง ป้องปรามการปฏิวัติทางทหาร แก้ไขความเหลื่อมล้ำและลดความแตกแยกในสังคม และว่ารัฐบาลจะให้ความสำคัญกับนโยบายฟื้นฟูเศรษฐกิจเป็นลำดับแรก ส่วนนโยบายต่างประเทศจะสร้างสมดุลความสัมพันธ์ระหว่างประเทศมหาอำนาจ และประนีประนอมกับเกาหลีเหนือ

จีนจะออก ASEAN Visa แก่ประเทศสมาชิกอาเซียน และติมอร์-เลสเต

สนข. Xinhua รายงานเมื่อ 3 มิ.ย.68 อ้างถ้อยแถลงของโฆษก กต.จีน ว่า จีนเตรียมออกวีซาอาเซียน (ASEAN Visa) สำหรับนักธุรกิจ รวมถึงคู่สมรสและบุตรให้แก่พลเมืองจาก 10 ประเทศสมาชิกอาเซียนและติมอร์-เลสเต ให้สามารถเดินทางเข้า-ออกจีนได้หลายครั้งภายใน 5 ปี และพำนักเป็นเวลา 180 วัน เพื่อขับเคลื่อนการสร้างประชาคมจีน-อาเซียน และเพิ่มการอำนวยความสะดวกแก่การเดินทางข้ามพรมแดนในภูมิภาค โดยเป็นการต่อยอดจากข้อตกลงยกเว้นวีซาร่วมกันกับสิงคโปร์ ไทย และมาเลเซีย รวมถึงวีซาล้านช้าง-แม่โขง (Lancang-Mekong visa) ให้แก่ประเทศในอนุภูมิภาคลุ่มน้ำโขง

มาตรการฟรีวีซ่าไม่ช่วยกระตุ้นการท่องเที่ยว

  จากกรณีสื่อมวลชนและเพจอินฟลูเอนเซอร์ในเมืองท่องเที่ยวนำเสนอภาพความเงียบเหงาตามแหล่งท่องเที่ยวนั้น ถูกนำมาขยายผลเพื่อโจมตีนโยบายฟรีวีซ่าว่า ไม่สามารถกระตุ้นอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวได้อย่างมีนัยสำคัญ เมื่อเปรียบเทียบกับผลเสีย เพราะกลับหนุนให้ไทยเป็นฐานที่ตั้งของกลุ่มอาชญากรรมข้ามชาติและกลุ่มทุนสีเทา อีกทั้งทำให้นักท่องเที่ยวที่เดินทางมาไทยกลายเป็นกลุ่มที่ไม่มีคุณภาพ ซึ่งเข้ามาก่อเหตุวุ่นวายตามแหล่งท่องเที่ยว ส่งผลกระทบซ้ำเติมภาพลักษณ์ด้านการท่องเที่ยวที่มีปัญหาการขาดความเชื่อมั่นด้านความปลอดภัยในภาวะที่การท่องเที่ยวของไทยมีขีดความสามารถในการแข่งขันลดลงจากปัจจัยด้านราคา  ทำให้กระแสการเรียกร้องรัฐบาลให้ทบทวนมาตรการฟรีวีซ่า  ทั้งนี้ ภาคเอกชนเคยเสนอกำหนดร.ะยะเวลาอนุญาตให้นักท่องเที่ยวพำนักในไทยเหลือ 30 วัน เพื่อควบคุมการพำนักของชาวต่างชาติและลดปัญหาชาวต่างชาติกระทำผิดกฎหมายในไทย หรือเพิ่มมาตรการคัดกรองนักท่องเที่ยวต่างชาติจากประเทศที่ไม่ต้องขอวีซ่า

กระแสความไม่เชื่อมั่นรถยนต์ไฟฟ้าจีนกลับมาเพิ่มมากขึ้น

  พบการรายงานของสื่อมวลชนและอินฟลูเอนเซอร์มากขึ้น เกี่ยวกับธุรกิจรถยนต์ไฟฟ้า ได้แก่ 1) กรณีพนักงานตำแหน่งขาย ของ บจ.เนตต้ ออโต้ (ไทยแลนด์) เข้าแจ้งความร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวนว่า ถูกบริษัทหลอกให้เป็นกรรมการเพียงผู้เดียวทั้งที่ก่อนหน้านี้กรรมการเป็นคนจีนทั้งหมด และข่าวสารการเนต้าทยอยปิดศูนย์บริการ ไม่มีอะไหล่ซ่อมแซมรถของลูกค้า รวมถึงข่าวว่าบริษัทแม่กำลังจะล้มละลาย ทำให้ผู้บริโภคเริ่มขาดความเชื่อมั่น และเรียกร้องให้ภาครัฐคัดกรองค่ายรถยนต์ที่เข้ามาประกอบกิจการในไทยมากขึ้น 2) การแข่งขันด้านราคาที่ดุเดือดระหว่างค่ายรถยนต์ไฟฟ้าจากจีน  สถานการณ์ดังกล่าวคล้ายคลึงกับวิกฤตอุตสาหกรรมทรัพย์ย่อยจีนที่ฉุดตลาด เพราะเห็นสัญญาณว่ารถยนต์ที่ผลิตออกมาค้างสต็อกจำนวนมากและหลายบริษัทเริ่มประสบปัญหาขาดทุนสะสมและก่อหนี้เพิ่ม ซึ่งจากสถานการณ์ดังกล่าว อาจทำให้การลงทุนในอุตสาหกรรมรถยนต์ไฟฟ้าชะลอตัว

ผลสำรวจพบว่าองค์กรไทยยังไม่พร้อมรับมือภัยไซเบอร์

รายงานดัชนีความพร้อมด้านความปลอดภัยไซเบอร์ปี 2568 ของซิสโก้ (Cisco’s ๒๐๒๕ Cybersecurity Readiness Index) เปิดเผยว่า มีเพียงร้อยละ 7 ขององค์กรในไทยที่มีความพร้อมเต็มที่ในการรับมือกับภัยคุกคามไซเบอร์ ซึ่งลดลงจากปี 2567 รวมถึงพบว่าร้อยละ 91 ขององค์กรในไทยเคยเจอปัญหาด้านความปลอดภัยไซเบอร์ที่เกี่ยวข้องกับ AI แต่มีไม่ถึงครึ่งที่มั่นใจว่าพนักงานของตนมีความเข้าใจต่อภัยคุกคาม แสดงให้เห็นว่าความรู้และทักษะของพนักงานยังไม่เพียงพอที่จะรับมือกับภัยคุกคามอย่างมีประสิทธิภาพ สอดคล้องกับรายผลจัดอันดับไทยเป็นหนึ่งใน 10 ประเทศ ที่ถูกแฮกเกอร์โจมตีมากที่สุดในปี 2567 ตามรายงานของ Group-IB โดยไทยมีสัดส่วนการถูกโจมตีสูงถึงร้อยละ 4.46 ในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก ทำให้ข้อมูลส่วนตัว เช่น อีเมล เบอร์โทรศัพท์ และรหัสผ่าน ถูกนำไปใช้สร้างความเสียหายทั้งในระดับบุคคลและองค์กร นอกจากนี้ มีคาดการณ์ว่าร้อยละ 86 ขององค์กรไทยอาจเกิดการหยุดชะงักทางธุรกิจจากเหตุการณ์ไซเบอร์ภายใน 12-24 เดือนข้างหน้า จึงจำเป็นที่องค์กรต้องเร่งปรับปรุงความพร้อมเพื่อรับมือความเสี่ยงที่เพิ่มขึ้นในยุคดิจิทัล